Masukเมื่อซิน หรือ ‘เยว่ซิน’ หลุดเข้ามาในนิยายรักที่ดันมีตัวร้ายชื่อเดียวกับตนเอง แถมตอนจบเธอต้องกลายเป็นคนเสียจริตเพราะถูกพระเอกสั่งสอนเสียอย่างนั้น ดังนั้นเยว่ซินต้องรีบเอาตัวรอดโดยด่วน!
Lihat lebih banyak"หอมด้วย" ยังชมอยู่ไม่ขาดปาก เยว่ซินพูดขอบคุณเสียงเบาก่อนจะกล่าวชมเขาไม่ต่างกัน ผลัดกันหอมผลัดกันจูบอยู่สักพักถึงได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากชั้นล่าง "เอาอีกแล้วเจ้าพวกลูกลิง" ฟาหยางผละตัวออกพลางเสยผมตัวเองลวก ๆ เยว่ซินที่ได้ยินเช่นนั้นหลุดหัวเราะก่อนจะเดินตามสามีตัวเองไปชั้นล่างเพื่อไปหาเจ้าลูกลิ
"ได้ เหล่ากงรอเธอเป็นกวางเสียก่อน" "..." "ถึงตอนนั้นแล้วจะเอาให้ขู่ไม่ออกเลย" คนฟังได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ แค่คิดถึงชุดที่ทั้งฟาหยางและเจ้าแฝดเลือกกันให้เมื่อคืนนี้ก็รู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย "ส่วนของขวัญที่อาซินถาม..." หัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้ที่ข้ามไปถูกดึงกลับมาพูดอีกครั้ง คราวนี้ฟาหยางก็ถอดเสื้อ
"ปะป๊าไม่กินผัก" "หม่าม๊าดุเลย" แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังตามหลัง เจ้าเด็กแสบทั้งสองดูจะชอบใจที่ได้แกล้งปะป๊าของตัวเอง ผ่านไปสักพักกว่ามื้อค่ำจะเสร็จสิ้น เยว่ซินพาอาเฟยหลงและอาเฟิ่งไปอาบน้ำส่วนฟาหยางก็เคลียร์เอกสารอีกเล็กน้อย กลับมาที่ห้องนอนก็เห็นว่าทั้งสามคนอยู่ในชุดนอนแบบเดียวกันเสียแล้
ยี่สิบสี่ธันวาคมคือวันที่คฤหาสน์ตระกูลหยางดูจะครึกครื้นเป็นพิเศษ ได้ยินเสียงถกเถียงของทายาทตระกูลใหญ่ที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการพูดแข่งกันราวกับพูดกับกระจก "เฟิ่งบอกว่าจะให้หม่าม๊าใส่ตัวนี้" "ก็เฮียบอกว่าตัวนี้ไงอาเฟิ่ง" เด็กชายวัยกำลังย่างเข้าหกขวบยื้อแย่งชุดคลุมสีแดงที่ทางห้องเสื้อส่งมาให้นายห
"จะเอาภรรยาผมไปนู่นไปนี่หน้าตาเฉยนี่ถามผมกันหรือยังครับ? รู้เช่นนี้ผมไม่ควรจะรีบบอกเรื่องนี้กับเตี่ยและคุณหรงสินะ?" ครั้นโดนคำพูดเช่นนั้นก็ทำเอาผู้อาวุโสทั้งสองคนหยุดเถียงกันได้ ห่าวอู๋แค่นหัวเราะในลำคอ ส่วนเลี่ยงหรงก็ทำได้แค่ส่ายหน้าไปอีกทาง "อาซินจะอยู่ที่นี่เหมือนเดิม แต่จะเข้มงวดเรื่องแขกที่จะ
"อาเยว่?" เสียงทุ้มทวนชื่อคนซนแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอกำลังทำอะไร เยว่ซินเปลี่ยนกล้องมาวางไว้ด้านข้าง เธอนอนลงแล้วกอดเสื้อเชิ้ตของฟาหยางไว้โผล่แค่ดวงตากลมโตให้ได้เห็น "ตอนนี้ฉันไม่ต้องกอดคุณหยางแล้วก็ได้" เสียงหวานเอ่ยพูด แม้เห็นแค่ดวงตาแต่ร่างสูงรู้ดีนักว่าริมฝีปากนั้นจะต้องเบะออกราวเด
'อ๊ะ...คุณหยาง...' พลันก็เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองคงโทรมาขัดเวลาส่วนตัวของทั้งคู่เข้า อาจูก้มหน้าหงุด ไม่ได้รู้สึกอิจฉาและรู้สึกไม่ดีกับเยว่ซินอีกต่อไป ริมฝีปากระบายยิ้มพลางเอ่ยเสียงหวานกรอกไปในสาย "อาจูจะตั้งตารอพรุ่งนี้นะคะ อ้อ...ฝากบอกพี่ฟาด้วยนะคะว่าพรุ่งนี้เป็นเวลาส่วนตัวที่อาจูจะอยู่กั
"กอดกันแน่นไปแล้วค่ะ" เมื่อบรรยากาศรอบกายเงียบเกินไปทั้งฟาหยางที่เอาแต่กอดไม่ปล่อยเป็นผลให้เยว่ซินต้องพูดขึ้น ฟาหยางยอมผละตัวออกและในวินาทีต่อมาก็ทาบริมฝีปากลงเพื่อมอบจูบให้กับคนในอาณัติ เยว่ซินครางแผ่วในลำคอยามโดนคนตัวสูงกวาดต้อนความหวานในปาก เสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังคลอไปกับเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า รู้
Ulasan-ulasan