ไม่ยั่วได้ไหมคะ ท่านประธาน

ไม่ยั่วได้ไหมคะ ท่านประธาน

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-04-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
32Bab
2.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

10 ปีก่อน เขาคือผู้ชายที่เธอตกหลุมรักจนเหมือนคนบ้า พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นคนในสายตา แต่กลับถูก ภาคินทร์ คัลเลน ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี มะเหมียว จึงหนีไปเรียนต่อญี่ปุ่นหลบเลียแผลใจเงียบๆ แต่ไม่คิดว่าทันทีที่เรียนจบ กลับมาจะพบว่าเขาคือคนที่แม่ตอบตกลงรับการแต่งงานแบบคลุมถุงชนให้โดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ +++++++++++++++++++++++++++ "ก็...เฮียไม่ได้รักหนู ที่เข้ามาทำดีกับหนูก็แค่เพราะคุณย่าสั่งใช่ไหมล่ะ" "เรื่องที่ทำดีกับหนู เฮียไม่เคยทำเพราะคุณย่าสั่ง" "ไม่ได้ทำเพราะคุณย่าสั่ง แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะชอบใช่ไหมล่ะคะ หนูเข้าใจแหละว่าหนูมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง ขนาดผู้ชายจะแต่งงานด้วยสักคนยังไม่ชอบหนูเลย" "ใครบอกว่าเฮียไม่ชอบหนู" "ไม่มีใครบอก หนูคิดเอง เมื่อก่อนเอียไม่ชอบหนูนี่" เขาเงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มจะจุดขึ้นที่มุมปาก "เมื่อก่อนไม่ชอบ แล้วตอนนี้ชอบไม่ได้เหรอครับ?"

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
32 Bab
บทที่ 1 ภาคินทร์ คัลเลน
ตระกูลคัลเลน มหาเศรษฐีหมื่นล้านที่ตอนนี้ถูกจัดอันดับเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 21 ของประเทศไทย มีธุรกิจในเครือมากกว่า 20 บริษัท ในอดีตก็เป็นแค่ครอบครัวนักธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นมาพร้อมกับ SME หลายเจ้า แต่จู่ๆ ก็จับพลัดจับผลูเปรี้ยงปร้างขึ้นมาในสายงานบันเทิงจนทำให้หุ้นของบริษัท KL-Groups เติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคงแต่ว่า...ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหน เรื่องหยุมหยิมในครอบครัวอย่างคู่ครองของลูกหลานก็ยังเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับผู้เป็นย่าอยู่ดี ด้วยหลานชายคนโตอย่าง ภาคินทร์ ที่ตอนนี้อายุอานามก็ปาเข้าไป 35 ปีแล้ว แต่กลับไม่ยอมมีแม้แต่แฟนสาวมาแนะนำสักคนหน้าตาก็ดี หน้าที่การงานก็ดี น้องชายฝาแฝดทั้งสองคนอย่าง นาวินทร์ คามินทร์[1] ต่างก็แต่งงานจนจะลูกสองกันแล้ว แต่ภาคินทร์กลับยังไม่มีวี่แววคนเป็นย่าไม่อยากจะใช้มุกเดิมอย่างการคลุมถุงชนบ่อยๆ แต่ดูจากสภาพ ยังไงไอ้หลานคนนี้คงไม่คิดมีเมียมีลูกเร็วๆ นี้แน่“แม่น้ำหวาน”คุณหญิงรฐาเรียกลูกสาวบุญธรรมที่อยู่ข้างกายในฐานะผู้ดูแลตนมาร่วม 15 ปีเข้ามาหา สามปีก่อนเรื่องของนาวินทร์กับคามินทร์ก็ได้น้ำหวานคอยจัดการให้ ดูท่าว่าเรื่องนี้ก็คงต้องถึงมือเจ้าตัวอีก
Baca selengkapnya
บทที่ 2 มะเหมียว มัณฑิตา
‘แม่จะให้แกแต่งงาน’เฮ้อ...นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าชีวิต ตั้งแต่เด็กชีวิตของ มะเหมียว มัณฑิตา ลูกสาวคนเล็กของบ้านวีรโชตกุลไม่เคยได้ทำอะไรตามใจ แม้ว่าแม่จะไม่ได้เลี้ยงเธอมาแบบเข้มงวดเท่ากับบ้านอื่นๆ แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้มีอิสระ เรียนที่ไหนอะไรยังไงไม่มีสิทธิ์เลือก แม้แต่ตอนที่ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นหรือแม้แต่สถานที่ฝึกงานแม่ก็เป็นคนจัดการให้ทั้งหมดแล้วนี่เรียนจบมาใบปริญญาหมึกไม่ทันแห้งด้วยซ้ำ ลงจากเครื่องบินเหยียบพื้นเมืองไทยแม่ก็บอกจะให้แต่งงานเลยทันที เธอเข้าใจว่าแม่กังวลเรื่องชีวิตของเธอเป็นพิเศษ เพราะพี่สาวอย่างมัดหมี่ก็มีงานมีการทำ ดูแลตัวเองได้แล้ว แต่เธอกลับเรียนจบช้ากว่าเพื่อนถึงสองปีด้วยปัญหาครอบครัวที่รุมเร้าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเรียนจบแม่จับได้ว่าพ่อมีคนอื่น มีลูกสาวที่อายุน้อยกว่าเธอแค่สองปีแอบเลี้ยงดูกันมาอย่างลับๆ มาตลอด พอรู้เรื่องพ่อก็ไปอยู่กับทางนั้น ส่วนแม่ซึมเศร้าหนักทำร้ายตัวเองถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลตอนนั้นมะเหมียวคิดจะไม่เรียนต่อแล้วย้ายกลับมาอยู่กับแม่เลยด้วยซ้ำ แต่แม่ก็ฮึบรักษาตัวจนหายดี แล้วบอกให้เธอกลับไปเรียนให้จบพร้อมกำชับว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับพี่มัดหมี่เป็นอันขาด
Baca selengkapnya
บทที่ 3 เรื่องเข้าใจผิด
คือว่านะ...ตอนได้ยินว่าคะนิ้งจะให้คนมารับแต่เช้าก็พอทำใจแล้วแหละว่าต้องตื่นเช้ากว่าปกติ แต่ไม่คิดว่าจะเช้าขนาดนี้!!หกโมงเช้ามะเหมียวนั่งอยู่ในสตูดิโอเสริมสวยครบวงจรของเพื่อนสนิทซึ่งเพิ่งเปิดเมื่อไม่นานมานี้และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย ว่ากันว่าที่นี่นั้นจองคิวยากมากๆ ลูกค้าวอล์กอินไม่มีทางได้ใช้บริการหากไม่มีการจองล่วงหน้าก่อน ด้วยคะนิ้งให้ความสำคัญกับช่างและพนักงานในร้านเป็นหลัก มีช่วงเวลาพักและรับงานที่เป็นระบบทำให้งานออกมาดีและพนักงานมีสุขภาพใจที่แข็งแรง แต่วันนี้มะเหมียวได้รับสิทธิเป็นลูกค้า VVIP สามารถแทรกทุกคิวเข้ามานั่งทำสวยโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียวแต่เมื่อวานเมากลับบ้านไปก็นอนยาวตั้งแต่ห้าทุ่มคิดว่าตัวเองคงตื่นมาอย่างสดชื่น เปล่าเลย ตอนนี้มะเหมียวกำลังนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจก ปล่อยให้ช่างดึงหน้าดึงผมดึงเล็บไปตามยถากรรม“เอาดีๆ สวยๆ เลยนะคะพี่ วันนี้เพื่อนหนูจะได้แต่งงาน บันไดลงจากคานทองฝากความหวังไว้ที่มือพี่ๆ แล้วนะคะ”เจ้าของร้านพูดเสียงดี๊ด๊า คนที่ตื่นเต้นที่สุดในวันนี้ไม่พ้นคะนิ้ง ทั้งสีผมสีเล็บหรือแม้แต่ชุดก็เตรียมเอาไว้เสร็จสรรพชุดที่คะนิ้งเตรียมเอาไว้เป็นเก
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ปฏิเสธ
พยายามแล้วนะ พยายามที่จะลืมเรื่องของเด็กคนนั้นแล้วหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อไปดูตัวให้จบๆ ไป แต่พอมานั่งอยู่ในรถ มองวิวรอบข้างที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเส้นทาง หัวใจที่ว้าวุ่นก็ทำให้มะเหมียวแทบจะไม่อยากไปแล้วหรือว่าจะโทร.ไปยกเลิกเลยดี เธอควรจะไปเจอเขาจริงๆ ไหม เกิดว่าไปเจอแล้วถูกเขาปฏิเสธอีกรอบมันจะเป็นอะไรที่กระอักกระอ่วนเกินไปหรือเปล่าเฮ้อ...มีแต่เรื่องให้คิดมากเกินไปหมด“ฉันส่งแค่นี้นะ ระหว่างนี้ก็ถ่ายรูปรายงานด้วย โอเคไหม?”รู้ตัวอีกทีรถก็มาจอดที่ริมฟุตบาทหน้าคาเฟ่น่ารักๆ ร้านหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านของคะนิ้งมากนัด แต่แทนที่มะเหมียวจะรีบลงจากรถ กลับเอาแต่นั่งนิ่งจนเพื่อนอดถามไม่ได้“มีอะไรไหมวะ”“มี...แก ฉันไม่อยากไปแล้วอะ โทรไปบอกเขาว่าไม่ว่างแล้วดีไหม”ทั้งที่เตรียมตัวมาถึงขนาดนี้แต่กลับมาป๊อดเอาหน้างานเสียได้ ทำไงได้ก็เธอไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวเขานี่นา ต่อให้พวกเขาอาจจะเลิกกันไปแล้วก็เถอะ แล้วคิดดูนะว่าชมมุกน่ะโปรไฟล์ดีขนาดไหน ตอนที่มะเหมียวยังเรียนม.ต้นอยู่ทางนั้นก็เรียนป.โทแล้ว หน้าที่การงานก็ดี เป็นถึง CEO สาวที่บริหารค่ายในเครือของภาคินทร์อีกต่างหาก เทียบกับเด็กที่จบนิเทศน์
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ที่จริงแล้ว...
เพราะอะไรกันนะ...ทั้งที่ปฏิเสธไปแล้วแท้ๆ แต่จิตใจกลับว้าวุ่นบอกไม่ถูก มะเหมียวกลับบ้านโดยมีคะนิ้งมาส่ง ตลอดทางเอาแต่คิดมากเรื่องนั้นจนถึงบ้าน แต่พอเดินขึ้นบ้านมาเจอแม่นั่งรอที่ห้องนั่งเล่นความคิดพวกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัด“อ้าว น้องเหมียวกลับมาแล้วเหรอลูก”ผู้เป็นแม่ทักทายด้วยรอยยิ้ม ทว่าลูกสาวอย่างมะเหมียวกลับกระอักกระอ่วนบอกไม่ถูก เธอรู้ว่าแม่กำลังคาดหวังเรื่องแต่งงานของเธอกับภาคินทร์มากๆ เพราะเรื่องของพ่อทำให้จิตใจของแม่ไม่มั่นคง เลยคิดอยากให้ลูกสาวคนเล็กมีคู่ครองที่ดีสามารถดูแลเธอได้แต่แม่จะเสียใจไหม...ถ้าหากว่าเธอตัดสินใจไม่แต่งงานกับเขา“แม่นั่งรอหนูอยู่เหรอคะ แล้วนี่กินข้าวหรือยัง”เธอออกไปตั้งแต่เช้า กว่าจะไปกินข้าวดูหนังกับคะนิ้งเสร็จก็ค่ำมืด ไม่คิดว่าแม่จะนั่งรอเพราะนี่ก็ใกล้เวลานอนของแม่แล้ว“กินแล้วลูก แล้วนี่หนูกินข้าวมาหรือยัง ไปดูตัวกับเฮียมาเป็นไงบ้าง”แววตาที่คาดหวังของแม่ทำให้มะเหมียวพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะบอกแม่ยังไงดีว่ามันคงไม่เกิดขึ้นแล้วแม่เจอความผิดหวังมามาก ไม่รู้เลยว่าแม่จะรับความจริงได้ไหม“แม่คะ...”“หนูหิวไหมลูก เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวให้ เอ๊ะ! แต่กินกั
Baca selengkapnya
บทที่ 6 คิริน
ในที่สุดเราก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง เฮียมารับมะเหมียวที่บ้านแต่ไม่ได้เจอแม่ เพราะเธอเลือกนัดเขาเวลาที่แม่ออกไปข้างนอกด้วยไม่อยากให้แม่เจ็บช้ำน้ำใจมากกว่าเดิม แต่พอภาคินทร์ถามเธอก็บอกไปแค่ว่าแม่ไม่สบายเท่านั้นซึ่งเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเฮ้อ...ทำไมชีวิตต้องยุ่งยากขนาดนี้ด้วยแต่พอขึ้นมาบนรถ เธอคิดว่าตัวเองคงจะสบายใจกว่านี้เพราะเคลียร์เรื่องแต่งงานกับเขาไปได้แล้ว แต่มาลองคิดๆ ดู เรื่องนี้มันไม่เหมือนเธอเป็นคนปฏิเสธเขาเลยสักนิดในทางกลับกัน วันนั้นที่เธอบอกว่าจะไม่แต่งงานแล้วเขารีบตอบรับก็คงไม่อยากแต่งกับเธอเป็นทุนเดิม มันทำให้เธอคิดอยู่ทั้งคืนว่าหรือจริงๆ แล้วเขาอาจจะยังไม่ลืมเรื่องพวกนั้น เรื่องที่เธอเคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้เมื่อก่อนจะว่าอายก็อาย จะว่ารู้สึกผิดก็รู้สึกผิด เธอยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษเขาดีๆ ด้วยซ้ำ แม้แต่วันนั้นก็เกือบวางมวยกันไป“เอ่อ...คือว่า”มะเหมียวพูดทำลายความเงียบขึ้นมา ในขณะที่ภาคินทร์กำลังตั้งใจขับรถเลยไม่ได้หันมามองแต่ก็ส่งเสียงตอบกลับ“อือ ว่าไง”เขาดูสงบขึ้นมากจริงๆ ผิดไปจากเฮียคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก เมื่อก่อนอย่าว่าแต่คุยกันดีๆ เจอหน้ากันเมื่อไรเขาเป็นต้องชักสีหน้าใส
Baca selengkapnya
บทที่ 7 คิยินมะมีพ่อ
แม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่ในที่สุดมะเหมียวก็ต้องขึ้นรถมากับเขาแต่โดยดี เธอนั่งหน้าหงิกมาตลอดทางไม่พูดไม่จา ในขณะที่คิรินเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องนั่นนี่ไปตามประสาเด็ก“เมื่อกี้นะคิยินชนพี่คนฉวยแล้วก็ล้มเจ็บมากเยย แต่ปะป๊าบอกว่าเป็นผู้ชายห้ามย้องไห้ คิยินก็เลยไม่ย้องเยยคับ”“ดีแล้วที่ไม่ร้องไห้ ลูกผู้ชายนี่เนอะ”“ช่ายๆ แล้วพี่คนฉวยล่ะคับ ย้องไห้ไหม?”คำถามถูกยิงใส่คนที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้ มะเหมียวทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงกับสถานการณ์นี้ดี เด็กคนนี้ดูชอบเธอมากๆ ถึงขั้นชวนคุยทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เธอยังคงเข้าใจว่าภาคินทร์คือพ่อของคิรินเลยกระดากปากนิดหน่อยที่จะเล่นกับเขาอย่างสนิทสนม“อ่า...ไม่ร้องค่ะ พี่โตแล้ว”“อันที่จริงจะเรียกว่าพี่คนสวยก็ไม่ได้เนอะ ต้องเรียกว่า ป้า มากกว่า”คำว่า ป้า ที่ภาคินทร์พูดออกมาทำให้เธอหันไปมองค้อนใส่เขาทันที“หนูอายุมากกว่าเด็กคนนี้แค่ไม่กี่ปี แล้วก็อายุน้อยกว่าเฮียด้วย จะเป็นป้าได้ไงคะ ปากไม่ดี”“ก็จะแต่งงานกับเฮียไม่ใช่หรือไง ถ้าแต่งงานกันก็จะเป็นพี่สะใภ้ของพ่อคิริน เรียกป้าก็ถูกแล้ว”“แต่งงานอะไร หนูไม่ได้บอกว่าจะตกลงซะหน่อย!” มะเหมียวเถียงกลับเส
Baca selengkapnya
บทที่ 8 อีกมุมหนึ่ง
รู้ตัวอีกทีก็ตอบรับการหมั้นมาอย่างงงๆ มะเหมียวแชทไปเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนยังไม่เชื่อเลย ก็แหงล่ะ เมื่อก่อนเฮียรังเกียจเธออย่างกับอะไรดี อย่าว่าแต่เรื่องแต่งงาน แค่มองหน้าเขายังไม่อยากมองด้วยซ้ำKanink : แกแน่ใจนะว่าเขาพูดแบบนั้นจริงๆ ไม่ได้หลอกให้แกดีใจเก้อแล้วมาหักอกทีหลังอะข้อความที่คะนิ้งพิมพ์มาติดอยู่ในใจมะเหมียวมาสองชั่วโมงกว่าแล้ว อันที่จริงเธอก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับเพื่อน เมื่อก่อนเขาไม่ใช่แบบนี้เลยสักนิด ทั้งเย็นชา ปากร้าย แล้วก็เมินเฉยกับการที่เพื่อนเขาล้อเลียนเธออยู่บ่อยๆแล้วแค่นั้นไม่พอ อยู่ๆ เขาจะให้เธอไปเป็นเลขาเขา เลขาเนี่ยนะ? เธอไม่ได้เรียนด้านนั้นมาสักหน่อยจะให้เธอไปเป็นทำไม เธอลองหาข้อมูลเลขาคนปัจจุบันของเขาแล้วพบว่าเธอคือ แพทตี้ พัทจิรา คนที่ได้รับคำชมออกสื่อบ่อยๆ ว่าเป็นเลขาตัวอย่าง ออกงานกับเจ้านายไม่เคยตายไมค์ตายกล้อง เนี้ยบนิ้งตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่เคยหลุดเลยสักครั้ง เทียบกับเธอที่ออกจากบ้านหวีผมยังขี้เกียจ จะเอาอะไรไปทำงานแทนได้แต่ตอนนี้จะโทรหาเพื่อนไปปรึกษาก็ไม่ได้เพราะมือถือเสียไปตั้งแต่วันนั้นยังไม่มีโอกาสไปซื้อใหม่ ทำได้แค่ส่งข้อความไปหาซึ่งส่งไปทีกว่าเพื่อนจ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ขอจีบ
โรลส์-รอยซ์คันหรูพาเธอมายังห้างปลายทางที่เธอตั้งใจมาเก็บโปรเจกต์อย่างที่บอกเขาเอาไว้ วันนี้เป็นวันที่สามของการเริ่มโปรเจกต์ซึ่งจากสถิติแล้วน้องๆ มักจะมากันวันนี้มากที่สุด ในตารางงานเองก็ว่างวันนี้ด้วยจึงมีโอกาสสูงมากที่จะได้เจอ เพียงแต่เวลาจะตรงกันไหมก็เท่านั้น“ขากลับแวะซื้อของฝากให้แม่เราด้วยดีไหม”ระหว่างที่เดินออกจากลานจอดรถภาคินทร์ก็ชวนคุยไม่หยุด มะเหมียวแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงของเขา เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยพูดเท่าไร ติดขี้เกียจเลยด้วยซ้ำ เทียบกับคามินทร์และนาวินทร์ น้องชายฝาแฝดของเขาทั้งสองคนแล้วสองคนนั้นยังพูดมากกว่าอ้อ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือขี้เกียจแค่กับเธอ แต่กับคนอื่นก็ปกติแต่วันนี้เขากลับดูช่างพูดผิดปกติ แปลกจนไม่น่าไว้ใจ“ก็แล้วแต่เฮียเลยค่ะ”“แล้วนี่หนูอยากไปไหนไหม กินข้าวก่อนหรือไปซื้อมือถือเลยดี”สรรพนามที่ไม่คุ้นเคยทำให้เท้าที่กำลังก้าวตามเขาหยุดชะงัก ส่วนเขาพอเห็นว่าเธอไม่เดินตามก็หันมาเลิกคิ้วถามอย่างงงๆ“มีอะไรหรือเปล่า?”“เฮีย...ไม่ได้สมองเสื่อม หรือว่าโดนอะไรกระแทกหัวมาใช่ไหมคะ”พูดพร้อมใช้สายตาสำรวจเขาไปด้วย ตั้งแต่วันที่เจอกันวันแรกแล้วรู้สึกว
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ทำคะแนน
เหอะ ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะทำอะไรพวกนี้เขาเดินตามน้องเข้าร้านนั้นออกร้านนี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ มองมะเหมียวที่ยิ้มร่าตอนเข้าไปในคาเฟ่ที่มีหน้าเด็กในสังกัดเขาเต็มไปหมด ความสดใสของเธอแทบจะทำให้สีสันในร้านไม่มีความหมายเธอสดใสได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดมองเธอมาก่อน ไม่ว่าเจอหน้ากันเมื่อไรเป็นอันต้องหงุดหงิดใส่กันทุกครั้ง แต่เวลาผ่านไปเขาก็เริ่มตกผลึกได้ สิ่งที่ทำเอาไว้เมื่อก่อนกับน้องมันก็เกินไปหน่อยจริงๆเขาแค่...อยากชดเชยในสิ่งที่ตัวเองเคยทำ เขาไม่ได้มีความคิดที่จะล้มเลิกการแต่งงานในครั้งนี้อยู่แล้ว น้องเองก็เคยชอบเขามากๆ มาก่อน อยากให้ความทรงจำไม่ดีพวกนั้นเป็นแค่เรื่องในอดีตแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ อย่างน้อยๆ ได้ขอโทษ ได้ทำอะไรเป็นการชดใช้กับความนิสัยไม่ดีของตัวเองบ้างก็ยังดีแต่ถามว่าเขาชอบน้องไหม...ตอนนี้มันก็คงตอบยาก เพราะเราเพิ่งจะกลับมาเจอกันได้ไม่กี่วัน“สวัสดีค่า รับอะไรดีคะ?”คาเฟ่แรกที่น้องพาเขามาเป็นธีมไดโนเสาร์ที่ดุร้ายที่สุดในภาพจำของคนอย่างไทแรนโนซอรัส มีทั้งภาพการ์ตูนหลากหลายสไตล์จากฝีมือแฟนคลับวาดให้ศิลปิน แล้วก็ภาพของทีเร็กซ์ เด็กในสังกัดเขาเองแปะอยู่ทั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status