แชร์

บทที่ 2 เรื่องไม่คาดคิด

ผู้เขียน: องค์หญิงโนเนม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 15:16:05

เพราะความเสียใจ ซูชิงเลยมานั่งร้องไห้อยู่ที่ด้านหน้าโรงเก็บผ้าเก่าหลังโรงงาน โดยมีเฉินเฮ่อนั่งอยู่เป็นเพื่อน หญิงสาวยกขวดเหล้าราคาถูกขึ้นมาดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า เฉินเฮ่อที่เห็นอย่างนั้นจึงยื่นของบางอย่างส่งให้ซูชิง

"กินเสียหน่อยสิ มันเผานี่ยังอุ่นๆ อยู่เลย ฉันซื้อมาให้ เธอยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย ดื่มเหล้าตอนท้องว่างเดี๋ยวได้เมาตายกันพอดี"

เฉินเฮ่อเตือนด้วยความเป็นห่วง ซูชิงเงยหน้ามองเฉินเฮ่อผ่านม่านน้ำตา ก็พบว่าเฉินเฮ่อกำลังยื่นมันเผาที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ มาตรงหน้าของเธอ ซูชิงรับมันเผามากัดกินคำหนึ่ง ก่อนจะโยนทิ้งไปบนพื้น

“รสชาติแย่มาก ฮือ เฮงซวยมาก วันนี้มันวันเฮงซวยอะไร!”

ซูชิงตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เฉินเฮ่อถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ซูชิงเมาจนเสียสติไปแล้วจริงๆ แต่เขาก็เข้าใจ หลินอวี้คือรักแรกของซูชิง การที่ซูชิงจะเสียใจมากขนาดนี้ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

"นายดื่มกับฉันสิ เร็วๆ"

อยู่ๆ ซูชิงก็ยื่นขวดเหล้ามาตรงหน้าเฉินเฮ่อ เฉินเฮ่อส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเอ่ยเตือน

“ฉันไม่ดื่ม ถ้าเมาทั้งคู่จะพากันกลับบ้านยังไง”

“ดื่ม! หรือว่านายก็รังเกียจฉัน ถึงไม่กล้าดื่มเหล้าขวดเดียวกัน!”

“เธอเมาแล้ว เริ่มงี่เง่าแล้วรู้ตัวไหม?”

“ไม่เมา ฮือ ถ้านายไม่ดื่มฉันจะเลิกคบกับนาย!”

เฉินเฮ่อที่จนปัญญาจะทัดทาน จึงยอมรับขวดเหล้าจากซูชิงมาดื่ม เพิ่งดื่มไปได้คำเดียวเขาก็ถึงกับร้อนไปทั้งตัว เหล้าขวดนี้แรงมาก ถึงว่าสิ ซูชิงดื่มไปไม่กี่อึกก็เมาแอ๋ขนาดนี้แล้ว

“เป็นไง รสชาติดีไหม เอามาแบ่งฉันกินด้วย”

ความโศกเศร้าและความรู้สึกไร้ค่าทำให้ซูชิงคว้าเหล้าขาวราคาถูกมาจากเฉินเฮ่อและยกขึ้นดื่มอีกหลายอึก อีกทั้งยังบังคับให้เฉินเฮ่อดื่มเข้าไปอีกจนหมด ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แผดเผาลำคอทำให้สติสัมปชัญญะของคนทั้งสองเริ่มพร่าเลือน

เฉินเฮ่อพยายามตั้งสติ แต่เพราะดื่มไปมาก ทำให้เขาเองก็เริ่มทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

“ชิงชิงพอเถอะ เธอดื่มเข้าไปมากแล้ว เอาขวดเหล้ามานี่”

“ไม่! ฉันจะดื่มต่อ อาเฮ่อ นายเอาขวดเหล้าคืนมานะ!”

เฉินเฮ่อพยายามห้ามปรามซูชิง แต่ในนาทีที่ร่างกายสัมผัสกัน เฉินเฮ่อก็ถึงกับชะงักไปในทันที เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่วูบไหว ความรักที่เก็บกดมานานหลายปีของชายหนุ่มพลันระเบิดออกมา เขาค่อยๆ ยื่นมือไปประคองใบหน้าของซูชิงเอาไว้

“ชิงชิง ฉันรักเธอ”

ซูชิงเองก็เมามายจนไร้สติไปแล้วเช่นกัน เธอฟังประโยคที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดไม่ชัดเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวพยายามผลักเฉินเฮ่อออก แต่ตอนนี้เฉินเฮ่อไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป เขาดึงตัวเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม ซูชิงพยายามผลักเขาออก แต่แรงที่น้อยนิดของเธอกลับไม่อาจต่อต้านเขาได้ ความผิดพลาดที่เกิดจากความเมามายและการตัดสินใจเพียงชั่ววูบจึงได้เกิดขึ้น

ยามเช้าของวันต่อมา ซูชิงก็สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงด่าทอและเสียงพูดคุยของผู้คนดังขึ้นไม่ไกลนัก ทันทีที่เธอลืมตาขึ้นมาก็แทบเสียสติ เมื่อพบว่าเธอและเฉินเฮ่อกำลังนอนกอดกันอยู่ในโรงเก็บผ้าเก่าในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดหลุ่ย สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่สภาพอันน่าอัปยศของซูชิงและเฉินเฮ่ออย่างดูแคลน เฉินเฮ่อเมื่อได้สติกลับคืนมา จึงรีบหาผ้ามาคลุมตัวของซูชิงเอาไว้

"ให้ตายเถอะ ฉันก็นึกว่าเธอจะเป็นหญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์ สุดท้ายก็แอบมามั่วสุมกับผู้ชายอยู่ที่ด้านหลังโรงงานเสียได้ จะว่าไปพวกเธอก็เหมาะสมกันดีนี่นา!"

พนักงานชายคนหนึ่งเอ่ยกับซูชิงอย่างดูถูก เหล่าคนงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างมองซูชิงและเฉินเฮ่อด้วยแววตาดูแคลนและยังเอ่ยวาจาถากถางพวกเขาสองคนอย่างไม่ไว้หน้าอีกด้วย

ซูชิงอับอายมาก เธอผละออกจากเฉินเฮ่อและคิดจะหนีกลับบ้าน แต่กลับก้าวขาไม่ออก หญิงสาวยืนตัวสั่นเทาเพราะทำอะไรไม่ถูก ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบย่ำจนจมดิน ในยุค 80 การถูกตราหน้าว่า "ทำผิดจารีต" คือจุดจบของอนาคต เธอจะไม่มีวันเชิดหน้าชูตาในโรงงานหรือหมู่บ้านได้อีก

ทว่าในวินาทีนั้น เฉินเฮ่อกลับก้าวออกมาข้างหน้า เขาใช้แผ่นหลังกว้างบดบังสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นเอาไว้ แล้วประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

"ซูชิงคือภรรยาของผม! เรากำลังจะแต่งงานกัน ใครที่กล้าพูดจาล่วงเกินเธออีกแม้แต่คำเดียว ผมจะไม่ไว้หน้าทั้งนั้น!"

ซูชิงมองแผ่นหลังที่เปื้อนคราบน้ำมันของเฉินเฮ่อด้วยความรู้สึกที่สับสนเกินจะพรรณนา เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก และยังไม่รู้ว่าจะบอกพ่อกับแม่อย่างไรดี ซูชิงยกมือขึ้นปิดหน้าพลางร้องไห้โฮ ส่วนคนงานที่มามุงดูเหตุการณ์เมื่อชมเรื่องสนุกพอแล้วก็จากไปทันที แต่ยังไม่วายเอ่ยกระซิบกระซาบกันไม่หยุด

ด้านหัวหน้าหลินที่เห็นเหตุการณ์จึงเรียกคนทั้งสองไปคุยทันที อย่างไรเสียทั้งเฉินเฮ่อและซูชิงก็ทำงานที่นี่มานานและยังไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย แม้เธอจะไม่ชอบใจที่ซูชิงใฝ่สูงมาชอบหลินอวี้ แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้าหลินก็ยังแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้

“เอาล่ะ พวกเธอทำผิดกฎผิดจารีตกันก็จริง แต่โรงงานเรามีกฏว่าหากไม่ได้เป็นชู้กันหรือทำผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรงก็จะไม่ทำโทษถึงขั้นไล่ออก แต่จะจดบันทึกพฤติกรรมเอาไว้ พวกเธอสองคนคงรู้ใช่ไหม หากว่าถูกจดบันทึกพฤติกรรมแล้ว จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานคงยาก ต่อไปพวกเธอคงต้องเหนื่อยสักหน่อย และถ้าครั้งหน้าพวกเธอยังกล้าทำเรื่องขายหน้าอีก ฉันคงต้องพิจารณาไล่พวกเธอออกจากโรงงานแล้ว”

เฉินเฮ่อและซูชิงพยักหน้ารับคำอย่างจนใจ เมื่อคนทั้งสองจากไปแล้ว หัวหน้าหลินก็รู้สึกดีใจมาก ซูชิงเสียตัวให้เฉินเฮ่อไปแล้ว ต่อไปก็คงจะมาล่อลวงหลินอวี้ของหล่อนไม่ได้อีกต่อไป แบบนี้ก็นับว่าดีที่สุดแล้ว!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 6-1 ซื้อรองเท้าให้ภรรยา

    หลังจากที่กินอิ่มแล้ว สองสามีภรรยาก็เข้านอนอย่างรวดเร็ว อาจเพราะระยะนี้ทำงานหนักซูชิงจึงนอนหลับสนิทมากกว่าที่ผ่านมาจวบจนถึงเช้ามืดของวันต่อมา เมื่อซูชิงลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเฉินเฮ่ออีกตามเคย หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ทันทีว่าเฉินเฮ่อคงจะออกไปทำงานแบกของที่ตลาดมืดเหมือนเช่นทุกวัน ซูชิงรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเตือนเขาอย่างไรดีซูชิงส่ายหน้าไล่ความคิดเหล่านี้ออกไป ก่อนจะลุกไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมาต้มข้าวต้ม ก็เหมือนเช่นทุกวันเธอแบ่งข้าวต้มให้พ่อแม่ด้วย และแบ่งเอาไว้ให้แม่สามีด้วยเช่นกัน วันนี้เธอยังคงเข้ากะบ่ายเหมือนเมื่อวานจึงมีเวลาทำอะไรมากขึ้น จึงถือโอกาสนี้เย็บซ่อมรองเท้าที่ขาดเสียเลยแต่รออยู่นานเฉินเฮ่อก็ยังไม่กลับมาเสียที ซูชิงรู้สึกเป็นกังวล เธอจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังตลาดมืด เธอเดินตามหาเขาจนทั่ว หญิงสาวเดินไปที่ร้านข้าวสารทุกร้านเพื่อตามหาเฉินเฮ่อ เมื่อสอบถามกับเถ้าแก่ร้านก็ได้ความว่าเฉินเฮ่อทำงานเสร็จตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ซูชิงยิ่งกระวนกระวายใจเข้าไปใหญ่ เธอเดินตามหาเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 5-2 ค่ากับข้าว

    พูดจบซูชิงก็ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าและป้อนให้เฉินเฮ่ออย่างตั้งใจ เมื่อเขากินอิ่มแล้วเธอก็พาเขาไปลางานกับหัวหน้าหลิน หัวหน้าหลินที่เห็นว่าเฉินเฮ่อป่วยจริงๆ จึงยอมให้ลาป่วยได้ ซูชิงไม่ได้บอกหัวหน้าหลินว่าที่เฉินเฮ่อป่วยเพราะไปแบกข้าวสาร เธอรู้ดีว่าการที่ไปรับงานเสริมนอกเวลานั้นเท่ากับผิดกฎ หากหัวหน้าหลินทราบเฉินเฮ่อจะต้องลำบากอย่างแน่นอนวันนี้ซูชิงรับหน้าที่ปั่นจักรยานพาเฉินเฮ่อกลับบ้าน ทันทีที่กลับมาถึงแม่ของเฉินเฮ่อก็รีบเข้ามาดูอาการบุตรชาย เมื่อรู้ว่าเขาป่วยเธอก็ปวดใจมาก ส่วนพ่อแม่ของซูชิงก็รีบไปต้มน้ำแกงบำรุงร้อนๆ มาให้ลูกเขยดื่ม“หนูจะไปตลาดสักหน่อยซื้อของสดมาไว้ทำอาหาร ฝากทุกคนดูแลอาเฮ่อก่อนนะคะ แล้วหนูจะรีบกลับมา”เอ่ยจบเธอก็ไปที่ตลาดทันที เมื่อมาถึงตลาดซูชิงก็เดินถือถุงตาข่ายสีเขียวหม่นไปตามทางเดินแคบๆ ในตลาดเสรี ตลาดแห่งนี้คือตลาดที่ชาวนาได้รับอนุญาตให้นำผลผลิตที่เหลือจากเกณฑ์ของรัฐมาวางขายเอง ข้อดีของตลาดแห่งนี้ก็คือของสดกว่า และไม่ต้องใช้คูปองในการซื้อของบางอย่าง แต่ราคาอาจจะสูงกว่ารัฐกำหนดเล็กน้อย แต่ก็สะดวกสบายกว่าเยอะ ซูชิงมักจะมาที่นี่บ่อยครั้ง บางทีหากต้องใช้คูปองแลกของเธอก็จ

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 5-1 ค่ากับข้าว

    เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว แม่ของเฉินเฮ่อก็รีบบอกให้ลูกชายและลูกสะใภ้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีแล้วรีบมาดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ด้วย ซูชิงยิ้มให้แม่สามีอย่างอ่อนโยน ตั้งแต่เธอแต่งเข้าบ้านมา แม่สามีไม่เคยทำให้เธอลำบากใจเลยสักครั้ง อีกทั้งยังไม่เคยก้าวก่ายเรื่องระหว่างเธอและเฉินเฮ่อเลยแม้แต่นิดเดียว“แม่ทำอาหารมื้อเย็นเอาไว้แล้ว ก่อนพวกลูกจะกลับมา พ่อแม่ของชิงชิงก็แบ่งกับข้าวมาให้อีกจานหนึ่ง กินให้อิ่มล่ะ แม่จะไปนอนพักแล้ววันนี้เย็บผ้าทั้งวัน ปวดหลังไปหมดแล้ว”“หนูไปส่งค่ะแม่”แม่ของเฉินเฮ่อประหลาดใจอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าซูชิงเข้ามาช่วยประคอง เดิมทีเธอคิดว่าคงจะต้องรับมือกับลูกสะใภ้ผู้นี้ยาก เพราะซูชิงไม่ได้อยากแต่งงานกับเฉินเฮ่อ เรื่องนี้เธอเองก็รู้ แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่านอกจากซูชิงจะไม่อาละวาดแล้ว ยังดีกับเธอมากซูชิงประคองแม่สามีมานอนที่เตียงและยังห่มผ้าให้อย่างใส่ใจ“ต่อไปแม่ไม่ต้องทำอาหารให้พวกเราแล้วนะคะ หนูกับอาเฮ่อจะทำกินกันเอง เพราะแม่ต้องเย็บผ้าส่งลูกค้าก็เหนื่อยพอแล้ว แม่ควรพักให้มาก”“จ้ะ”เมื่อเห็นว่าแม่สามีรับคำอย่างว่าง่าย ซูชิงก็วางใจลงได้ แม่ของเธอและแม่ของเฉินเฮ่อนั้นมีอาชีพเดียวก

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 4 อาหารเช้า

    แม้เมื่อคืนจะนอนดึกมากแค่ไหน แต่ซูชิงก็ยังติดนิสัยตื่นเช้าอยู่ดี แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็ไม่พบเฉินเฮ่อแล้ว เธอรีบลุกจากเตียงก่อนจะเดินไปคว้าหยิบกะละมังเคลือบสีขาวลายดอกโบตั๋นขึ้นมาแล้วเดินออกไปที่ห้องน้ำสาธารณะ ก่อนไปเธอยังมองเข้าไปที่ห้องนอนมารดาเฉินเฮ่อ พบว่ายังปิดไฟอยู่คาดว่าคนคงยังไม่ตื่นนอน เธอจึงทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็กลับเข้าบ้าน เมื่อเดินเข้ามาในบ้านซูชิงก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยมาเตะจมูก ตอนนี้บนโต๊ะอาหารมีถ้วยโจ๊กข้าวโอ๊ตใส่น้ำตาลทรายแดง และนมถั่วเหลืองหนึ่งถุงวางอยู่ ในยุคสมัยที่เงินทองหาได้ยากลำบาก อาหารสองอย่างนี้ถือเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับกรรมกรชั้นแรงงานอย่างพวกเธอ ซูชิงมีสีหน้าครุ่นคิดเป็นจังหวะเดียวกันที่เฉินเฮ่อกลับเข้ามาพอดี วันนี้ชายหนุ่มสวมเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงผ้าเนื้อหยาบ ในมือยังถือกระติกน้ำร้อนติดมือเข้ามาด้วย“เธอตื่นแล้วเหรอ หิวหรือยัง รีบกินข้าวเช้าก่อนไปทำงานเถอะ”"นายเอาเงินจากไหนมาซื้ออาหารพวกนี้ ราคามันไม่ได้ถูกเลยนะ?"เธอถามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ตั้งแต่เล็กจนโตน้อยมากที่เธอจะได้กินอาหารพวกนี้ อย่างมากแค่หมั่

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 3-2 สัญญาหนึ่งปี

    เมื่อตกลงทุกอย่างได้แล้ว ทั้งสองครอบครัวจึงจัดงานแต่งงานให้กับคนทั้งสองอย่างเรียบง่าย ไม่มีขบวนรถเก๋งสีดำที่ข้าราชการชั้นสูงนิยมใช้ ไม่มีเกี้ยวแดงแปดคนหามตามประเพณีโบราณ มีเพียง เฉินเฮ่อ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กำลังยืนรอซูชิงอยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรับหญิงสาวไปจดทะเบียนสมรสด้วยกัน"ซูชิง ฉันมารับเธอแล้ว"เสียงของชายหนุ่มสั่นพร่าด้วยความประหม่า ซูชิงเดินออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เพราะไม่มีเงินซื้อชุดเจ้าสาวสวยๆ เธอจึงสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดาเท่านั้น หญิงสาวก้าวขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานของเฉินเฮ่ออย่างไม่รีบไม่ร้อน เธอไม่ได้กอดเอวเขาเพียงใช้มือจับเบาะจักรยานเอาไว้เท่านั้น เฉินเฮ่อเองก็ไม่ถือสา ชายหนุ่มออกแรงถีบจักรยานไปตามถนนลูกรังที่ขรุขระ บังคับแฮนด์ให้มั่นคงที่สุดเท่าที่แรงกายจะทำได้ เพื่อให้คนข้างหลังนั่งอย่างสบายที่สุดเมื่อคืนนี้เขาลงมือขัดจักรยานคันเก่าจนเงาวับ อีกทั้งยังหาริบบิ้นสีแดงมาผูกเอาไว้ที่แฮนด์รถเพื่อเป็นสัญลักษณ์มงคลอีกด้วย คนทั้งสองปั่นจักรยานไปตามทางเรื่อยๆ ตลอดทางที่ขี่ผ่านคนในหมู่บ้านและโรงงาน ก็จะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแว่วมาเป็นระยะ"ดูสิ ดอกไม้แสนสวยประจำโรง

  • เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982   บทที่ 3-1 สัญญาหนึ่งปี

    ข่าวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นระหว่างเฉินเฮ่อและซูฉิงเปรียบดั่งไฟลามทุ่งที่แผดเผาชื่อเสียงของเธอจนมอดไหม้ คนในโรงงานต่างพากันนินทาด้วยความคะนองปาก เรื่องราวบานปลายจนมาถึงหูของผู้คนในหมู่บ้าน คนพวกนั้นบ้างก็ว่าเธอ "ใจง่าย" บ้างก็เย้ยหยันว่าคนสวยอย่างเธอท้ายที่สุดก็ตกเป็นของ "ช่างเครื่องกระจอกๆ" อย่าง เฉินเฮ่อ แทนที่จะมีวาสนาเป็นสะใภ้ของคนที่มีฐานะทันทีที่พ่อแม่ของซูชิงทราบเรื่องก็ลมแทบจับ แม้จะชอบที่เฉินเฮ่อเป็นคนขยัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ของซูชิงจะทนเห็นพวกเขาทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ได้ ซ้ำร้ายยังมีคนเห็นเหตุการณ์มากหน้าหลายตา ผู้คนเอามาเล่ากันปากต่อปากอย่างสนุกสนาน สร้างความอับอายให้กับบ้านตระกูลซูไม่น้อยตั้งแต่เกิดเรื่องซูชิงก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เธอไม่ออกไปทำงานและยื่นหนังสือขอลาพักเพราะล้มป่วยมาสองสามวันแล้ว ข้าวปลาก็กินได้น้อยลง เฉินเฮ่อมาขอพบเธอก็ไม่ยอมพบหน้าเขาหญิงสาวไม่ได้โกรธเฉินเฮ่อ แต่เธอโกรธตัวเองมากกว่า เธอไม่ควรไปดื่มเหล้าจนเมามายแบบนั้น แล้วยังชวนเฉินเฮ่อดื่มด้วย ชายหญิงสองคนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุรามาอยู่ด้วยกันในที่เปลี่ยวร้างย่อมเกิดเรื่องน่าอายขึ้นตอนนี้ซูชิงมืดแปด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status