เข้าสู่ระบบเซียวเยว่ฉีสัมผัสกล้ามเนื้อบนหน้าท้องของเขาอย่างพอใจ เขาไม่ได้มีดีเพียงหน้าตา แต่รูปร่างก็นับได้ว่าสมบูรณ์แบบไปทุกสัดส่วน มังกรของเขายามพร้อมออกรบก็ยิ่งใหญ่เสียจนนางใจสั่น เขารีบจับมือของนางเอาไว้
“สตรีไร้ยางอายเจ้าคิดจะทำอะไร!” เขาเอ่ยเสียงดุดัน แต่ว่าเซียวเยว่ฉีตีมึนไม่ใส่ใจคำพูดร้าย ๆ ของเขา นางล้วงเข้าไปจับมังกรของเขา ก่อนจะขยับขึ้นลงอย่างช้า ๆ คิดจะมายุ่งกับคนเช่นหม่อมฉันพระองค์คิดผิดแล้ว การเดิมพันครั้งนี้หม่อมฉันทุ่มสุดตัว และหม่อมฉันจะต้องเป็นฝ่ายชนะ เซียวเยว่ฉีนึกกระหยิ่มยิ้มเยาะอยู่ในใจ “หม่อมฉันมีฤดูแต่ว่าจะจัดการให้พระองค์ได้นอนสบายขึ้นเพคะ” เอ่ยจบนางก็ไม่รอช้ารีบก้มลงไปปรนเปรอให้เขาอย่างเอาใจ ทันทีที่ลิ้นของนางสัมผัสบนหัวมังกร เขาถึงกับสะดุ้งด้วยความเสียวซ่าน ลิ้นของนางช่างร้ายกาจเหลือเกิน ไม่นานเขาปลดปล่อยออกมา แต่ว่าเยว่ฉีกลับกลืนลงท้องไปจนหมด “นอนกันเถอะเพคะ” เยว่ฉีดึงผ้าห่มมาคลุมให้เขาและตัวนาง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนและหลับไป รุ่ยอ๋องยังคงนอนลืมตาอยู่ในความมืด ความอบอุ่นค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาจึงหันไปดึงร่างของนางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน เยว่ฉีจึงยกแขนมากอดตอบเขาอย่างไม่เกี่ยงงอน เขาจึงเผลอยิ้มออกมา...ที่จริงนางก็น่ารักดี จวนตระกูลเหลียง วันนี้เป็นวันครบรอบ 40 ปีของเหลียงฮูหยิน อาหารที่สั่งมาเพื่อเลี้ยงแขกในงาน มาจากโรงเตี๊ยมเมฆาเคียงฟ้า ส่วนการแสดงในวันนี้เหลียงฮูหยินจ้างมาสามคณะ เพื่อที่แขกเหรื่อจะได้ไม่เบื่อจนเกินไป บรรดาตระกูลต่าง ๆ รีบขนบุตรสาวออกงานกันอย่างล้นหลาม เพราะไม่บ่อยนักที่จะมีงานพบปะสังสรรค์เช่นนี้ เหลียงฮูหยินเป็นฮูหยินตราตั้งเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนทั่วเมืองหลวง แขกเหรื่อที่มางานจึงมากเป็นพิเศษ กลุ่มคนของราชวงศ์ก็มาร่วมงานกันไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิง องค์ชาย ท่านอ๋องหรือแม้แต่ไท่จื่อเจิ้งหลิวหยางต่างก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน พนักงานจากโรงเตี๊ยมเมฆาเคียงฟ้าทำงานกันอย่างขะมักเขม้นและเป็นมืออาชีพ จากการสอนงานจากเซียวเยว่ฉี จุดของอาหารทำขึ้นมาอย่างสวยงาม แขกเหรื่อจะเดินมาตักอาหารด้วยตนเอง ส่วนโต๊ะของราชวงศ์จะมีพนักงานนำเอาไปถวายให้ที่โต๊ะ อาหารในวันนี้มีเป็ดย่าง กระเพาะปลา ผัดหมี่ซั่ว เปาะเปี๊ยะทอด ติ่มซำ ของหวานก็จะมีผลไม้และบัวลอยสามสี แขกเหรื่อที่มาในงานล้วนแต่งกายกันอย่างงดงาม บรรดาคุณหนูคุณชาย ต่างก็แต่งมาเพื่ออวดโฉมกันและกัน และเพื่อให้เป็นที่ต้องตาต้องใจตระกูลต่าง ๆ รวมไปถึงเหล่าเชื้อพระวงศ์ เหลียงฮูหยินยืนต้อนรับแขกเหรื่ออยู่ตรงทางเข้าจวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ขอให้มีความสุขมาก ๆ เหลียงฮูหยิน ขอให้อายุยืนยาวสุขภาพแข็งแรง” ไท่จื่อเจิ้งหลิวหยางมอบของขวัญให้เหลียงฮูหยินพร้อมกับอวยพร “ขอบพระทัยเพคะ” แขกเหรื่อที่เข้ามาได้มอบของขวัญและกล่าวอวยพรให้เหลียงฮูหยิน จากนั้นก็เข้าไปนั่งตามโต๊ะที่ทางงานจัดเตรียมเอาไว้ให้ พนักงานได้เดินถือถาดเครื่องดื่มเพื่อไว้บริการ แขกที่มาต่างประทับใจในการจัดงานแบบนี้มาก คิดเอาไว้ว่าจะทำแบบนี้บ้าง “ตระกูลเซียวได้ถูกเชิญหรือไม่” รุ่ยอ๋องที่จริงรู้อยู่แล้วว่าพวกนางจะมาร่วมงาน เพราะนางเป็นคนบอกเขาเอง แต่ที่เขาถามก็เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้พวกเขารู้ว่า เขาแอบไปหานางแทบทุกคืน “พวกนางก็ต้องมาดูแลงานอยู่แล้ว เพราะอาหารเลี้ยงแขกในวันนี้ถูกสั่งมาจากโรงเตี๊ยมเมฆาเคียงฟ้า” เฉินอ๋องเอ่ยตอบออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขาจะให้รุ่ยอ๋องรู้ไม่ได้ว่า เขาแอบไปค้างกับเซียวเยว่ซื่อทุกคืน แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึง เมื่อสี่สาวตระกูลเซียวก้าวเข้ามายังประตูหน้าจวน วันนี้เซียวเยว่ฉีต้องการโฆษณาใบหน้าที่งดงามเพราะใช้เครื่องสำอางที่นางทำขึ้น พวกนางใช้มาได้เดือนกว่าแล้ว ยามนี้ผิวหน้าใสกระจ่าง เมื่อตบด้วยแป้งรองพื้นเพียงบางเบาก็ทำให้งดงามมากยิ่งขึ้น ทรงผมพวกนางก็ปล่อยยาวรวบครึ่งศีรษะแล้วปักปิ่น ยามนี้พวกนางราวกับเทพเซียนเลยทีเดียว รุ่ยอ๋องเจิ้งเลี่ยงรุ่ย เฉินอ๋องเจิ้งหลี่เจี๋ย เหลียงซีฮัน หานฮุ่ยหมิง ต่างกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ สตรีไร้ยางอาย! ตั้งใจแต่งกายมายั่วยวนบุรุษเป็นแน่ มันน่ากดให้จมเตียงนัก! หวังเจียเฉิง หลิวฮุ่ยเจียง มู่เลี่ยงซิ่ว มองอดีตฮูหยินตาค้าง พวกนางงดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ แล้วนั่นยัยปีศาจเซียวเยว่ฉี ไม่คิดว่าจะงดงามโดดเด่นถึงเพียงนี้ “คารวะเหลียงฮูหยิน ขอให้อายุยืนยาวสุขภาพแข็งแรงเจ้าค่ะ” เซียวเยว่ฉียืนของขวัญให้เหลียงฮูหยินพร้อมกับอวยพร “ขอบใจมากนะ อาหารวันนี้ถูกใจข้ามาก ซุ้มอาหารก็จัดได้อย่างงดงาม” “ขอบคุณเหลียงฮูหยินที่ใช้บริการจากโรงเตี๊ยมของเราเจ้าค่ะ” เซียวเยว่ฉีเอ่ยจบ นางและน้องสาวอีกสามคนก็ตรงไปยังซุ้มของอาหาร เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย เมื่อเห็นทุกอย่างเป็นปกติดี ก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ “ท่านผู้จัดการข้าฝากด้วยนะเจ้าค่ะ” “ขอรับ” “คุณหนูใหญ่เซียว” เสียงเรียกดังขึ้นมา ทำให้เซียวเยว่ฉีต้องหันไปมอง ก่อนจะรีบถวายทำความเคารพ “ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ” “ไม่ต้องมากพิธี ไม่รู้ว่าพวกเจ้ามีสูตรลับอะไรใบหน้าถึงงดงามเปล่งปลั่งได้ถึงเพียงนี้ เจ้าพอจะแนะนำข้าบ้างได้หรือไม่?” เยว่ฉีได้โอกาสจึงรีบเอ่ยออกมาทันที “ทูลองค์หญิง อีกไม่ช้าครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางจะถูกนำออกมาขายเพคะ หม่อมฉันคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง และทดลองใช้เองและให้น้องสาวลองใช้ด้วยเพคะ” องค์หญิงเจิ้งอวิ๋นเซียงได้ฟังดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ นางจะมีสินค้าออกมาขายเร็ว ๆ นี้ ดีจริง ๆ ถ้าเช่นนั้นนางจะต้องรีบจองเอาไว้ก่อน “ข้าขอจองล่วงหน้า 5 ชุด” “ได้เพคะ”บรรดาคุณหนูต่างจับคู่กัน แล้วคุยกันว่าใครจะเป็นคนปิดตาและใครจะเป็นคนถูกแต่งหน้า จึงได้มาทั้งหมด 10 คู่ คนของเยว่ฉีนำโต๊ะที่มีอุปกรณ์แต่งหน้ามาตั้ง 10 โต๊ะ เยว่ฉีอธิบายให้คนที่ปิดตาฟังว่า ให้มองและจดจำอุปกรณ์แต่งหน้า ว่าวางไว้ตรงจุดใดและมีอะไรบ้าง ทุกคนจะได้เลือกหยิบใช้ได้ถูกเก้าอี้ 10 ตัวถูกนำมาวางให้คนที่ถูกแต่งหน้าได้นั่ง จากนั้นเยว่ฉี เยว่ซื่อ เยว่ชิง เยว่ฟาง ก็มาช่วยกันใช้ผ้าปิดตาให้กับคนที่จะแต่งหน้า“คนที่ให้แต่งหน้าสามารถบอกคนที่ปิดตาได้นะเจ้าคะ” เยว่ฉีบอกคนที่นั่งรอบนเก้าอี้ “เวลาหนึ่งก้านธูปทุกคนเริ่มแต่งได้เจ้าค่ะ”ทั้งเสียงเชียร์และเสียงให้กำลังใจดังขึ้นมา คนที่ปิดตาในคราแรกเหมือนจะจดจำได้ว่าอุปกรณ์แต่งหน้ามีอะไรบ้าง แต่ว่าพอเริ่มขึ้นมาจริง ๆ กลับลืมจนหมดสิ้น คราวนี้เริ่มสะเปะสะปะหยิบจับของขึ้นมา ก็ไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งใดองค์หญิงที่เลือกที่จะเป็นคนแต่งหน้าให้กับฮองเฮา หยิบดินสอเขียนคิ้วขึ้นมา นางพยายามสัมผัสไปที่ใบหน้าของฮองเฮา ใช้มือข้างซ้ายจับไปคิ้วเพื่อให้มั่นใจว่า มือข้างขวาจะวาดไม่ผิดตำแหน่งแน่ แต่พอวาดลงไปจริง ๆ นางกลับวาดเหนือคิ้วไปไกลทุกคนต่างหัวเราะกันออกมาอย่า
ตำหนักฮองเฮายามนี้เปิดตำหนักจัดงานเลี้ยงการดื่มชายามบ่าย โดยฮ่องเฮาได้เชิญเหล่าคุณหนูและคุณชายมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ส่วนองค์หญิงเจิ้งอวิ๋นเซียง นางเชิญคุณหนูตระกูลเซียวมาร่วมงานด้วยตัวเอง และแน่นอนว่าเมื่อมีพวกนางมาร่วมงาน สี่บุรุษจอมเสเพล ย่อมต้องเข้าร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน และเมื่อมี 4 จอมเสเพลเข้าร่วมงาน ไหนเลยจะขาดฮ่องเต้และองค์ไท่จื่อ ที่พร้อมจะเข้างานด้วยเช่นกัน จากงานจิบชายามบ่ายดูเหมือนจะกลายเป็นจิบชายามเย็นไปเสียแล้ว เพราะเหล่าบุรุษต่างตบมือเข้าร่วมงานกันอย่างมากมาย ทำเอาฮองเฮารู้สึกปวดพระเศียรขึ้นมาทันที เหตุใดช่วงนี้ฮ่องเต้ทำตัวคล้ายกับสี่บุรุษจอมเสเพลเข้าไปทุกที หากว่าพวกเขาเข้าร่วม แน่นอนว่าคงจะไม่จิบชา แต่จะเปลี่ยนเป็นจิบสุราแทนเป็นแน่ “ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงประกาศของขันทีดังขึ้นจนแสบแก้วหู ทุกคนต่างลุกขึ้นทำความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็เป็นฮองเฮาและเหล่าพระสนม ต่อด้วยองค์ไท่จื่อและไท่จื่่อเฟยที่เดินเข้างานมา ต่อด้วยองค์หญิงเจิ้งอวิ๋นเซียง รุ่ยอ๋อง เฉินอ๋อง และบรรดาองค์หญิง องค์ชาย ที่ผ่านพ้นวันปักปิ่นมาแล้วจึงสามารถเข้ารวมงานได้องค์หญิงเจิ้งอวิ๋นเซียงตรงมา
วันต่อมาผู้ตรวจการหน้ากากเหล็กก็ได้เข้าจับกุมเจิ้งอ๋องและคนของเขาเพื่อไปไต่สวน บางคนที่ทนการทรมานไม่ได้ก็ยอมสารภาพความจริงออกมา บางคนที่ยังพอทนความเจ็บปวดได้ก็ยังปากแข็งกันต่อไปผู้ตรวจการหน้ากากเหล็กนำคนอีกจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นโรงตีเหล็กที่ทำขึ้นในป่าทึบไกลออกไป เมื่อไปถึงก็พบลังไม้ที่ใส่อาวุธเอาไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นผู้ตรวจการหน้ากากเหล็กยังไปตรวจสอบคลังเก็บเกลือเถื่อนและยังไปตรวจสอบ จวนที่เก็บสตรีเอาไว้เพื่อส่งออกไปยังต่างแคว้น ซึ่งพอไปตรวจค้นก็พบสตรีหลายสิบคนที่ถูกขังเอาไว้ ทุกคนให้การสารภาพว่า ทำงานให้กับเจิ้งอ๋อง เมื่อมีคนสารภาพและยังมีหลักฐานอย่างแน่นหนา เจิ้งอ๋องจึงไม่อาจปฏิเสธข้อกล่าวหาได้ เขาจึงรอเพียงคำตัดสินจากฮ่องเต้ที่จะประกาศลงมาเพียงเท่านั้น ซึ่งเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่า การค้าอาวุธเถื่อนให้กับต่างแคว้นมีโทษสถานใด ยามนี้เขาจึงทำได้เพียงนั่งนิ่ง แล้วหลับตาลงอย่างสงบเพราะทุกอย่างมันจบแล้วและก็เป็นจริงตามที่คาดไว้พระราชโองการประกาศลงมา เจิ้งอ๋องตัดสินประหารชีวิตรวมถึงคนที่มีส่วนรู้เห็นถูกประหารชีวิตทั้งหมด ส่วนเซียวอี้เฉินมีส่วนรู้เห็นในการสังหาร
ผ่านไปสองสัปดาห์ทหารของทางการที่ลงไปสำรวจพื้นที่ เพื่อตามหาศพของทุกคนที่ตกหน้าผา แต่ก็ไร้วี่แววไม่พบเจอศพแต่อย่างใด ทางการจึงยกเลิกการตามหาและเดินทางกลับเมืองหลวงเซียวอี้เฉินเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก เขาให้คนช่วยกันค้นหาตราประจำตระกูลหรือป้ายคำสั่งของตระกูลเซียวสายหลัก แต่ว่าหาอย่างไรก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่านางเอาไปเก็บซ่อนเอาไว้ตรงที่ใดเขากลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจออกมานั่งดื่มกับสหายที่ร้านแห่งหนึ่ง“นางปีศาจเยว่ฉี ขนาดนางไม่อยู่แล้วยังทิ้งความร้ายกาจเอาไว้เบื้องหลัง โรงเตี๊ยมนางยกให้ฮ่องเต้ เจ้าคิดดูสิ…ข้าที่เป็นอาของนางแท้ ๆ นางกลับไม่คิดจะยกให้ หากว่านางยังไม่ตายข้าก็จะฆ่าให้นางตาย” เขาเอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ ดวงตาแดงก่ำเพราะฤทธิ์สุราและความโกรธแค้น“หลานสาวของเจ้าคนนี้มันร้ายจริง ๆ เขียนพินัยกรรมยกสมบัติให้พ่อสามีที่เป็นถึงฮ่องเต้ แทนที่จะนึกถึงคนในครอบครัวก่อน กลับเห็นพ่อสามีดีกว่า สมควรตกหน้าผาตายแล้ว”“งานก่อสร้างที่ทำรายได้มากที่สุด มีหัวหน้าสามคน พวกเขาบอกว่า…ถึงข้าจะเป็นตระกูลเชียวสายรอง แต่หากไม่มีป้ายคำสั่ง พวกเขาก็ไม่อาจเชื่อฟังและทำตามคำสั่งได้” สหายของอี้เฉินพอได้ฟัง
“นายท่านเซียวให้เกียรติมาเยี่ยมเยือนร้านของข้า คงอยากจะซื้อเครื่องสำอางไปฝากฮูหยินใช่หรือไม่ขอรับ” ชายชราจื้อลู่เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างอัธยาศัยดี แต่ว่าเซียวอี้เฉินหน้าตึงเปรี๊ยะรู้สึกผิดหวังและเสียหน้าอย่างแรง นี่มันเกิดอะไรขึ้น! “นี่ข้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือ นี่มันไม่ใช่ร้านของหลานสาวข้ารึ?”ชายชราจื้อลู่มองเซียวอี้เฉินที่กำลังหัวเสียเพราะผิดหวังอย่างขบขันในใจ “ข้ากับคุณหนูใหญ่ทำกิจการร่วมกัน แบ่งผลประโยชน์กันคนละครึ่ง และมีการทำสัญญาและลงนามอย่างถูกต้อง หากคุณหนูใหญ่ถึงแก่เคราะห์กรรม ผลประโยชน์อีกครึ่งจะตกไปเป็นของน้องสาวของคุณหนูใหญ่ แต่หากน้องสาวของคุณหนูใหญ่ถึงแก่เคราะห์กรรมเช่นกัน ข้าจะเป็นผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียวขอรับ” เมื่อเซียวอี้เฉินได้ฟังก็ยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน “ถ้าเช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านจะไม่คิดกำจัดพวกนางเพื่อรับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว”ชายชราจื้อลู่ยังคงยิ้มออกมาอย่างใจเย็น “ข้าพร้อมให้ทางการตรวจสอบขอรับ แต่ว่าทุกอย่างมีลายลักษณ์อักษรเป็นหลักฐานชัดเจน คุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง คุณสามและคุณหนูสี่ ต่างลงนามอย่างพร้อมใจที่จะยกกิจการให้ข้าทั้งหมด หากว่าพวก
เยว่ฉี เยว่ซื่อ เยว่ชิง เยว่ฟาง ช่วยกันทำอาหารจากนั้นก็ยกมาตั้งตรงระเบียง พวกเขาช่วยกันจุดโคมไฟแล้วนำไปห้อยตามมุมต่าง ๆ เพราะเริ่มจะใกล้มืดค่ำแล้ว และดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ฝนคงจะตก เพราะท้องฟ้าเริ่มตั้งเค้าเมฆหมอกมืดครึ้ม โชคดีที่เยว่ฉีเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี นางให้อู่จิ้งและอู่หานเดินทางนำหน้ามาก่อน โดยพวกเขาควบรถม้าบรรทุกของ ที่เยว่ฉีได้ซื้อและจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้ามาไว้ที่นี่ หากว่าคืนนี้ฝนตกและอากาศหนาวเย็น พวกเขาก็ไม่ต้องทนนอนหนาว เพราะนางเตรียมผ้าห่มผืนหนาเอามาไว้ที่นี่ด้วยนอกจากนั้นยังมีเสื้อผ้าที่นางนำมา ซึ่งเป็นเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไปที่ชาวบ้านนิยมสวมใส่ ซึ่งมีทั้งของพวกเขาและของพวกนาง อีกทั้งมีขององครักษ์เพราะทุกคนจะต้องเปลี่ยนการแต่งกายมาเป็นชาวบ้านธรรมดา รุ่ยอ๋อง เฉินอ๋อง ซีฮัน ฮุ่ยหมิง ยังคงต้องกลับไปเมืองหลวง เพราะว่าพวกเขายังมีอีกหน้าที่หนึ่งคือ ผู้ตรวจการหน้ากากเหล็ก พวกเขาสวมใส่หน้ากากในเวลาที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ ผู้คนโดยทั่วไปจึงไม่รู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขานั้นเป็นใครเมื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำกันเสร็จทุกคนก็พากันมานั่งที่ห้องโถง โดยมีลู่หลิง ลู่หมิง และองครัก







