เข้าสู่ระบบหนึ่งสัปดาห์ต่อมา…
ร่างบางระหงในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนท่าทางทะมัดทะแมงยืนมองธรณีประตูด้วยความลังเลอยู่มากพอสมควร มือบางกระชับกระเป๋าเป้ใบเล็กกะทัดรัดที่สะพายติดหลังเหมือนเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่แล้วก้าวพ้นประตูบ้านในที่สุด
หลังจากยืนลังเลอยู่ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้
“จะไปกันได้หรือยังละลูก บ่ายนี้แม่มีนัดกับป้าสุดานะ...ถ้าหนูมัวแต่โยเยอยู่แบบนี้ก็สายกันพอดี”
แสนเสน่ห์เอ่ยกับบุตรสาวแกมอ่อนใจ
“ค่า ๆ กำลังจะไปแล้วค่า”
แสนหลงขานรับเสียงเขียว ก่อนจะกระโดดขึ้นรถด้วยท่าทีขึงขัง พอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของพี่สาวและมารดาก็อดมองแรงแกมบ่นไม่ได้
“หลงไม่เคยไปโลกมนุษย์ตนเดียวนี่! มันก็ต้องให้เวลาทำใจบ้างสิ”
“ก็พี่เห็นเธออวดไปทั่ว ว่าตัวเองสบายกว่าใครเพราะได้ไปผจญภัยบนโลกมนุษย์ คุยฟุ้งเป็นคุ้งเป็นแควว่าตัวเองเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้” แสนรักว่ายิ้ม ๆ พลางขับรถไปตามทางที่คดเคี้ยวของภูเขาด้วยความชำนาญ ก่อนจะเลี้ยวเข้าอุโมงค์ยักษ์ที่ตัดผ่านใจกลางภูเขา “บอกว่าตัวเองรู้จักโลกมนุษย์ดีพอ ๆ กับโลกบรรพกาล แต่พอถึงเวลาต้องเดินทาง...ให้ก้าวขาออกจากบ้านยังทำไม่ได้เลย”
“เชอะ! ตอนพี่รักก็ร้องไห้บอกไม่อยากไปเหมือนกันละน่า”
ยักษิณีน้องเล็กสวนกลับเสียงขึ้นจมูก เริ่มใจเสียที่ต้องเดินทางไกลเพียงลำพัง
“อืม แม่ก็จำได้ว่ารักร้องไห้อยู่ตั้งสามวันสามคืน”
“ท่านแม่!”
แสนรักแหวเสียงเขียว ขัดเขินขึ้นมาเฉย ๆ เมื่อนึกถึงสมัยก่อนตอนที่ตัวเองถูกบังคับให้ต้องออกเดินทาง เพราะเมื่อเทียบกับเธอที่เกาะเสากลางบ้านไว้แน่นไม่ยอมปล่อยจนท่านพ่อต้องลากไปพร้อมเสาแล้ว...แสนหลงที่ยืนลังเลอยู่หน้าประตูบ้านแค่สองสามชั่วโมง ก็นับว่าจิตใจเข้มแข็งกว่าเธอมากนัก
แต่เธอขอไม่นับน้องสาวตนรองที่เดินชิล ๆ เข้าป่าไปด้วยตัวเองนะ...ความจิตแข็งของรายนั้น เธอขอไม่ออกความเห็นก็แล้วกัน!
“เห็นไหมละ! หลงไม่ได้ร้องห่มร้องไห้แบบพี่รักสักหน่อย” แสนหลงเถียงแบบไม่เต็มเสียงนัก เพราะเหมือนกำลังใจจะตกหายตามระยะทางที่รถแล่นผ่าน “...แค่นี้หลงก็เก่งมากแล้วเนอะท่านแม่เนอะ”
“จ้ะ เพราะแค่ลูกไม่เกาะประตูบ้านเป็นตุ๊กแกแม่ก็ดีใจมากแล้ว”
“...”
ชั่วโมงเศษหลังรถวิ่งตัดผ่านอุโมงค์ในช่องเขา เส้นทางเบื้องหน้าก็กลับคืนสู่แสงสว่างอีกครั้ง แสนรักหักพวงมาลัยรถไปยังเส้นทางเรียบชายป่าเขียวขจี สองข้างทางเต็มไปด้วยเหล่าสรรพสัตว์มากมายเดินไปมาอย่างไม่เกรงกลัวรถยนต์ที่ควักไขว่ อาจเป็นทุกตารางนิ้วของโลกบรรพกาลมีการร่ายมนตราไว้ ว่าห้ามทำร้ายหรือพรากชีวิตสัตว์ในเขตป่าสงวนก็เป็นได้ พวกมันจึงไม่กลัวที่จะเดินเพ่นพ่านไปมาบนท้องถนน
ไม่กี่นาทีที่รถยนต์แล่นตัดผ่านป่า สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงคล้ายกับสถานีรถไฟก็ปรากฏให้เห็นแก่สายตา…มันคือสถานีขนส่งมวลชนต่างมิติระหว่างโลกบรรพกาลและโลกมนุษย์!
แสนหลงใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงไปกับการรายงานตัวและยื่นวีซ่าเพื่อขอเข้าไปท่องเที่ยวในโลกมนุษย์อย่างถูกกฎหมาย เพราะเธอต้องใช้บัตรประชาชนให้เหมือนกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ก่อนจะได้รับตั๋วจากเจ้าหน้าที่พร้อมคำอวยพรในการเดินทางครั้งแรก
“ได้ตั๋วอะไรมาละ?” แสนรักเอ่ยถามน้องสาวด้วยท่าทีตื่นเต้น เพราะเธอเองก็ไม่เคยใช้บริการระบบขนส่งมวลชนระหว่างสองโลกเช่นกัน
“...ตั๋วรถไฟ”
“ดีจัง พี่ยังไม่เคยนั่งรถไฟไปโลกมนุษย์เลยนะ”
“ไม่เห็นจะดีเลย! หลงนึกว่าท่านแม่กับพี่รักจะขับรถไปส่งที่โลกมนุษย์เหมือนตอนไปกินข้าวกันวันนั้นซะอีก...”
แสนหลงบ่นพึมพำ ตอนแรกก็นึกว่ามารดากับพี่สาวพาเธอมารายงานตัวและยื่นวีซ่าเฉย ๆ
ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะถูกปล่อยลอยแพให้ต้องออกผจญภัยตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขาข้ามประตูกั้นระหว่างสองโลก!
“ไม่ได้หรอกลูก กฎก็ต้องเป็นกฎ...ตอนพี่รักก็นั่งกอดเสาอยู่ข้างขนส่งนี่ละ ไม่ต้องคิดมากไปหรอก”
“ท่านแม่!”
ยักษิณีสาวผู้นั่งกอดเสาที่หยิบติดมือมาจากบ้านแหวเสียงสูง
“ก็แม่พูดความจริง ทุกวันนี้เพื่อนแม่ที่ทำงานอยู่ขนส่งยังแซ็วทุกครั้งที่เจอหน้ากันอยู่เลย”
“...”
“หลงไม่ไปแล้วได้ไหมท่านแม่?”
แสนหลงบอกเสียงเครือ เริ่มไม่อยากออกจากบ้านมากขึ้นทุกที
“ไม่ไปก็ได้”
“จริงเหรอ?”
“อืม”
ผู้เป็นแม่ว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหวานหยดที่ชวนให้รู้สึกสยองขวัญขึ้นมาเสียเฉย ๆ
“แต่ลูกต้องกลับไปเรียนต่อให้จบเกรดสิบสองนะ”
“...”
แสนหลงเม้มปากแน่น ก่อนจะถอนใจแล้วโบกมือให้มารดากับพี่สาวอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลือร่องรอยความอาวรณ์เหมือนนาทีก่อนหน้า
“หลงไปก่อนนะแม่ ไปก่อนนะพี่รัก...รถไฟจะออกแล้ว”
“...”
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







