LOGINสำหรับเขาอายุไม่ใช่ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องบนเตียง “พอนอนแล้วก็เท่าเทียมกันหมดนั่นแหละ” “ในหัวเฮียคงมีแต่เรื่องแบบนี้สินะ...”
View Moreไหล่เล็กของเพื่อนรักไหวขึ้นหนึ่งครั้ง แล้วสะบัดหน้ากลับมาจดจ่อในสนาม ฉันกับพี่พลอยใสสบตากันโดยไม่พูดอะไรและพากันโฟกัสจุดเดียวกับที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจจากตอนแรกที่ยืนดูแบบชิลๆ กลายเป็นลุ้นระทึกตัวเกร็ง เงินสี่หมื่นเยอะมากนะถ้าจะต้องมาเสียให้ใครก็ไม่รู้โดยใช่เหตุ ฉันเริ่มหนักใจกับความกล้าได้กล้าเสียของเพื่อนตัวดีขึ้นมาแล้วละและแล้วเวลาสำคัญก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วยการนับถอยหลังอีกไม่กี่วินาทีปึง!! เอี๊ยดดดดด…เสียงเบรกลากยาวดังลั่นสนาม“เฮ่ย!!” ชายแปลกหน้านั่นโพล่งออกมาไล่เลี่ยกับเสียงอุทานของเพื่อนสนิท“เชี่ย!...”“เวรแล้วไง” ปิดจบด้วยเสียงพึมพำของพี่พลอยใส ส่วนฉันยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองในตอนที่รถคันที่คาดเดาเข้าเส้นชัยจริงๆ แต่มันผิดจากสิ่งที่คิดไปเยอะพอสมควร เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยที่ดูไม่ปกติเกิดขึ้น รถคันดำที่นำหน้ามาในตอนแรกเครื่องยนต์ติดขัดจนความเร็วลดลงอย่างเห็นได้ชัด รถคู่แข่งจึงตีเสมอได้และทิ้งท้ายด้วยการตบตกข้างทาง ก่อนเหยียบคันเร่งเข้าเส้นชัยและที่คันขาวดูไม่รีบร้อน นั้
หลายวันต่อมา…20:30 น.“กูว่าสนามพี่มึงใหญ่แล้วนะ แต่นี่แม่งโคตร…ใหญ่”ฉันกวาดสายตาไล่สำรวจโดยรอบตามประโยคบอกเล่าของเพื่อนสนิทที่ยื่นหน้ามาตรงกลางระหว่างเบาะคนนั่งกับคนขับ หลังจากรุ่นพี่คนสวยหักพวงมาลัยเลี้ยวผ่านประตูเข้าไปยังสนามแข่งรถชื่อดังซึ่งได้รับการแนะนำมาจากลูกชายคนโตของบ้านเหมบดินทร์ก็ใหญ่จริงนั่นแหละ สมกับคำร่ำลือที่เฮียวาโยบอก“คนเยอะจังวะ” พี่พลอยใสบ่นอุบขณะเคลื่อนรถอย่างเชื่องช้าไปตามทางเพื่อหาที่จอด“วันศุกร์ด้วยล่ะมั่ง” การแสดงความคิดเห็นของอีทิก็มีความเป็นไปได้ แต่ฉันคิดว่าน่าจะมีแมตช์สำคัญร่วมด้วย เพราะตอนนี้อัฒจันทร์ขนาดใหญ่ข้างสนามแทบจะไม่หลงเหลือที่ว่าง ลำพังแค่วันสุดสัปดาห์ไม่น่าจะดึงดูดผู้คนมาได้มากมายขนาดนี้ในที่สุดความพยายามของพวกเราก็สำเร็จ เมื่อเพื่อนรักสังเกตเห็นว่าตรงที่เราขับเลยมาแล้วมีรถออกพอดี“นั่น คันนั้นออก”พอรถถูกถอยเข้าจอดสนิท เราก็รีบพากันลงจากรถและเดินไปตามทางโดยให้เกียรติ
มิเชลถกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นสูง ก่อนจะยืนแขนออกมาให้ผมค่อยๆ เทน้ำใส่เพื่อชำระล้าง แต่มันก็ได้แต่ส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า แล้วเสื้อที่เธอสวมใส่อยู่ก็เลอะไปเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์“ถอดออกเลย เอาเสื้อเฮียไปใส่แทน” ผมเสนอ“แล้วเฮียจะใส่อะไร”“เฮียเป็นผู้ชาย ไม่ใส่ก็ได้ เดี๋ยวแวะซื้ออะไรไปกินที่ห้องเอา” ยังไงก็อยู่แต่ในรถอยู่แล้ว กระจกก็ติดฟิล์มกรองแสงหนาระดับหนึ่ง ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร“แต่ว่า…”“เข้าไปถอดในรถ” ผมแทรกขึ้นพร้อมดึงประตูฝั่งคนนั่งเปิดออก คนได้รับคำสั่งอิดออดนิดหน่อยในตอนที่ผมใช้มือดุนแผ่นหลังเล็กให้เข้าไปในรถ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมอยู่ดี ขวดเปล่าถูกโยนใส่ไว้ตรงที่วางเท้าก่อนผมจะผลักประตูปิดและเดินอ้อมไปนั่งหลังพวงมาลัย“เดี๋ยวค่ะ” มิเชลเอื้อมมาจับมือผมที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเอง “เราว่ามันก็ไม่เป็นไรนะ เรานั่งไปแบบนี้ก็ได้ แป๊บเดียวเอง”ข้อเสนอเธอถูกปัดตกด้วยการที่ผมทำตามความตั้งใจของตัวเอง ไอ้แบบนี้ที่เธอว่า หมายถึงการนั่งเกร็งตัวตรงอยู่ปลา
“เฮีย กลับกันค่ะ”“อีกแป๊บนะ” ผมเหลือกตามองปลายเท้าเจ้าของเสียงหวานที่มาหยุดยืนตรงหน้าได้เพียงเสี้ยววินาที ก็ต้องหลุบลงโฟกัสหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือตามเดิม เนื่องจากเกมรอบสองกำลังเข้าสู่จุดเดือดจนผมไม่สามารถละสายตาหรือทิ้งเพื่อนออกไปกลางคันตอนนี้ได้ นอกจากจะโดนแบนแล้วยังเสี่ยงโดนด่าอีกด้วย“งั้นกินน้ำไหมคะ”“ไม่ครับ เดี๋ยวก็ไปแวะกินข้าวแล้ว”“โอเคค่ะ”เก้าอี้เหล็กสีดำตัวข้างๆ ถูกลากออกจนเกิดเสียงครืด ร่างเล็กหย่อนก้นลงนั่งพร้อมกับหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาไถไปพลางๆ โดยที่ผมยังลอบสังเกตรีแอคชั่นคนรอเป็นระยะทางหางตา ดูเหมือนเธอจะทำความเข้าใจได้เป็นอย่างดี ไม่มีท่าทีไม่พอใจหรือหงุดหงิดอะไร ฉะนั้นผมยังเล่นต่อจนจบเกมได้แบบไร้กังวล“คุยเรื่องอะไรกันบ้าง” ผมเริ่มทำลายความเงียบด้วยประเด็นสำคัญ ระหว่างที่รอการเกิดใหม่ของตัวละครในเกม“ก็…บอกรายละเอียดทั่วไปค่ะ”“เรื่องอะไร ที่ต้องเป็นความลับขนาดนั้น” ผมตั้งคำถามอีกครั้งอย่างตรงไปตรงมา เพราะคำต
“ก็…มีแหละ” คำตอบมีการเว้นช่วงหายใจที่นานกว่าปกติ บ่งบอกถึงความไม่มั่นใจ ไม่สิ…คล้ายกับเขากำลังลังเลทั้งที่มีแค่สองตัวเลือกง่ายๆ ทำไมเขาถึงดูอึกอัก“งั้นลองติดต่อไปหาเขาหน่อยได้ไหม”“น้องจะเอาอะไรไปรักษา หรือว่าจะทำอะไร” เป็น
ฉันไม่แน่ใจว่าเราใช้เวลาเดินดูนิทรรศการครั้งนี้ไปนานเท่าไหร่ แต่คาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งผลลัพธ์ก็ทำให้ฉันได้หนังสือมาถึงห้าเล่มหนา ๆ ทั้งที่ตั้งใจซื้อและหยิบติดมือมาด้วย เฮียไวน์ก็อาสาไปต่อคิวชำระค่าเสียหายทั้งหมดให้อีกเช่นเคย เหมือนทุกครั้งที่เราออกมาด้วยกัน เหตุผลหลักคงเพราะเขาเป็
สุดท้ายฉันเลือกที่จะถือมันค้างไว้แบบนั้น และใช้ช้อนคันเดียวที่มีในการก้มหน้าก้มตาทานอาหารไปแบบเงียบๆ พยายามทำให้ตัวเองหายไปจากตรงนี้ ไม่สบตาใครทั้งนั้น ไม่พูดไม่จา ส่วนสมองก็คิดหาแต่วิธีแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าจนกระทั่งมื้ออาหารจบลงในที่สุด...ผู้หญิงสามคนพากันเดินออกมารอน
เป็นเรื่องปกติที่ช่วงเวลาระหว่างรออาหารจะดึงทุกคนเข้าสู่โลกส่วนตัว หรือไม่ก็…แค่ฉันคนเดียว เพราะสองสาวฝั่งตรงข้ามยังคงพูดคุย ยื่นมือถือให้กันดู และปรึกษาสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย ส่วนเฮียไวน์ก็จดจ่ออยู่กับเกมออนไลน์ที่เขาชื่นชอบ พร้อมสื่อสารผ่านแอร์พอดที่พกติดตัวตลอดเวลาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ