LOGINน่านน้ำกระโดดลงจากเตียง สภาพหัวหูฟูฟ่อง เสื้อนอนยับยู่ยี่ ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวจากอาการแฮงก์ตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอับอายขั้นสุด เขารับความจริงข้อนี้ไม่ได้! เขาไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้คนทั้งมหาลัยมองเขาเป็นแมวยั่วสวาท ของไอ้เพื่อนหน้านิ่งนั่น!
ชายหนุ่มกระทืบเท้าตึงตังเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าตรงไปยังโซนห้องครัวที่อยู่เชื่อมกับห้องนั่งเล่น กลิ่นหอมของเบคอนทอดและไข่ดาวเนยลอยเตะจมูกมาแต่ไกล แต่ความหิวไม่อาจสยบความเกรี้ยวกราดในใจของเขาได้ในเวลานี้
ที่เคาน์เตอร์ครัวขุนเขารูมเมตตัวดี ต้นเหตุของความวินาศสันตะโรทั้งหมด กำลังยืนหันหลังทำอาหารเช้าอยู่อย่างสบายอารมณ์ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมเพียงเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่ขับเน้นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อแขนที่ขยับเขยื้อนตามจังหวะการทำอาหาร ท่อนล่างสวมกางเกงวอร์มสีเทาสบาย ๆ และที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคือมันสวมผ้ากันเปื้อนสีดำทับเอาไว้ด้วย! ภาพความลงตัวระหว่างความดิบเถื่อนของรอยสักที่คอและออร่าพ่อบ้านที่แสนจะอบอุ่นนี้ ถ้าสาว ๆ หรือพวกรับในทวิตเตอร์มาเห็น คงได้กรี๊ดจนสลบคาจอแน่ ๆ
แต่สำหรับน่านน้ำตอนนี้ ภาพตรงหน้ามันคือภาพของซาตานในคราบพ่อบ้านชัด ๆ!
“ไอ้ขุน!” น่านน้ำแผดเสียงเรียกชื่อเพื่อนสนิทลั่นห้อง ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปกระแทกฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนอย่างแรง ปัง! ขุนเขาที่กำลังใช้ตะหลิวพลิกไข่ดาวในกระทะอย่างใจเย็น ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที เขาไม่ได้สะดุ้งตกใจกับเสียงตวาดหรือเสียงทุบโต๊ะเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ปิดเตาแก๊ส ค่อย ๆ ตักไข่ดาวและเบคอนใส่จานกระเบื้องสีขาวอย่างประณีต ก่อนจะวางกระทะลงในซิงค์ล้างจาน
จากนั้นขุนเขาจึงค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองเพื่อนสนิทที่กำลังยืนหอบแฮ่ก ๆ หน้าแดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก นัยน์ตาคมกริบสีนิลกวาดมองสภาพหัวฟู ๆ และชุดนอนยับ ๆ ของน่านน้ำตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเลิกคิ้วเข้มขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงตั้งคำถาม โดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
“มึงไม่ต้องมาทำหน้าซื่อตาใสเลยนะไอ้เหี้ยขุน! มึงเห็น ทวิตเตอร์หรือยัง! มึงเห็นแฮชแท็กบ้าบอนั่นไหม! #แมวของขุนเขา คืออะไรวะ! ใครเป็นแมวมึง! แล้วไอ้รูปเวรนั่นอีก มึงไปทำหน้าตาดุ ๆ โอบเอวกูแน่นขนาดนั้นทำไม! มึงรู้ไหมว่าตอนนี้คนทั้งมหาลัยเขาคิดว่ากูเป็น เป็น...” น่านน้ำชี้หน้าด่ากราด
ทว่าจู่ ๆ ก็พูดไม่ออก เพราะคำว่าเมียมึงมันจุกอยู่ที่คอหอย
ขุนเขายังคงยืนนิ่ง แผ่นหลังกว้างพิงกับขอบซิงค์ล้างจาน สองแขนแกร่งยกขึ้นกอดอก ท่าทางผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาจ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังเต้นเร่า ๆ เป็นเจ้าเข้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเพียงนิดเดียว นิดเดียวจริง ๆ จนถ้าไม่สังเกตก็แทบจะไม่เห็น
“เป็นอะไร?” ขุนเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความยียวนกวนประสาทอย่างถึงที่สุด
“ก็เป็น เป็นรับให้มึงไงโว้ยยยย! มึงดูสภาพกูในรูปดิ! กูดูเหมือนแมวน้อยที่รอให้มึงขย้ำเลย! เสียชาติเกิดรุกอย่างกูหมด! กูอุตส่าห์สักปีกนกอินทรี โชว์ความแมน โชว์กล้ามหน้าอก แต่คนกลับมองว่ามันเป็นรอยประทับตราของมึง! มึงทำลายภาพลักษณ์รุกตัวพ่อของกูย่อยยับไม่มีชิ้นดี!” น่านน้ำแหกปากลั่นทนเก็บอาการไม่ไหวอีกต่อไป
น่านน้ำร่ายยาวเป็นชุด หอบหายใจแฮก ๆ จ้องหน้าขุนเขาอย่างเอาเรื่อง หวังจะเห็นเพื่อนสนิทรู้สึกผิด หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงท่าทีเดือดร้อนที่ถูกจับจิ้นกับผู้ชายด้วยกันบ้าง
ทว่าสิ่งที่น่านน้ำได้รับกลับมา มีเพียงความเงียบงัน
ขุนเขายืนมองน่านน้ำเงียบ ๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายโวยวายจนพอใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองสรีระของคนที่กำลังประกาศปาว ๆ ว่าตัวเองเป็นรุก พลางมองไหล่ที่แคบกว่าเขา มองเอวที่บางจนเขาสามารถใช้แขนข้างเดียวรวบได้มิด มองผิวขาวเนียนละเอียดที่ไม่มีร่องรอยของการออกกำลังกายหนัก ๆ และมองใบหน้าหวาน ๆ ที่มีลักยิ้มบุ๋มลงไปตอนที่กำลังเถียงคอเป็นเอ็น
ริมฝีปากหยักลึกของขุนเขาขยับยิ้มคราวนี้เป็นรอยยิ้มมุมปากที่ชัดเจนและเต็มไปด้วยความสมเพชปนเอ็นดู
“แล้วมึงเดือดร้อนอะไร?” ขุนเขาพูดขึ้นมาเรียบ ๆ น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่มันกลับก้องกังวานในโสตประสาทของน่านน้ำ
“จะไม่ให้กูเดือดร้อนได้ไง! กูเป็นรุก! กูต้องเป็นคนเสียบเว้ย ไม่ใช่คนโดนเสียบ! รูปนั้นมันทำให้สาว ๆ และรับตัวน้อย ๆ ของกูหนีกระเจิงหมด ใครจะกล้ามาคบกับกูในเมื่อเขาคิดว่ากูมีผัวเป็นไอ้มาเฟียหน้าโหดอย่างมึง!” น่านน้ำเถียงคอเป็นเอ็น มือเรียวกำหมัดแน่นทุบลงบนเคาน์เตอร์อีกครั้ง
ขุนเขาถอนหายใจยาว ๆ คล้ายจะรำคาญความดื้อด้านของคนตรงหน้า เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าประชิดเคาน์เตอร์หินอ่อนจนห่างจากน่านน้ำเพียงแค่คืบเดียว ออร่าความกดดันและความสูงที่เหนือกว่าทำให้น่านน้ำต้องเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
ขุนเขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยรอยสักเถาวัลย์หนามลงมาใกล้ นัยน์ตาสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีที่กำลังสั่นไหวของน่านน้ำ สายตาของขุนเขามันช่างเย็นชา หนักแน่น และมีอำนาจทะลุทะลวงจนน่านน้ำรู้สึกเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้กับที่
ก่อนที่ขุนเขาจะเอื้อนเอ่ยประโยคชี้ชะตา ประโยคสั้น ๆ ที่เป็นดั่งดาบซามูไรฟันฉับลงกลางหน้าผาก ฟาดฟันความมโนของน่านน้ำจนขาดสะบั้นไม่มีชิ้นดี!
“ก็มึงตัวแค่นี้จะไปรุกใครได้” น้ำเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า และเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างโจ่งแจ้ง ประโยคนั้นดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัวของน่านน้ำราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
ตัวแค่นี้จะไป รุกใครได้ รุกใครได้ รุกใครได้
น่านน้ำอ้าปากค้าง วิญญาณหลุดออกจากร่างไปเป็นครั้งที่สองของวัน คำด่าทอเป็นหมื่นเป็นแสนคำจุกอยู่ที่คอหอย เขาอยากจะกระโดดบีบคอไอ้เพื่อนเวรนี่ให้ตายคามือ อยากจะเถียงว่าเขาตัวตั้งร้อยเจ็ดสิบเจ็ด! อยากจะเถียงว่าเขามีกล้ามท้องนะโว้ย! แต่เมื่อยืนเทียบกับอกแกร่ง ๆ ที่หนากว่าเขาสองเท่าของขุนเขาแล้ว คำพูดเหล่านั้นมันช่างไร้น้ำหนักเสียเหลือเกิน
ใบหน้าหวานเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวคล้ำ สลับกับสีขาวซีด ความโกรธแค้นทะลุปรอทจนเลือดขึ้นหน้า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่คิดไปเองถูกเหยียบย่ำจมดินด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหน้าตาตายด้านของไอ้เพื่อนสนิท!
“ไอ้ ไอ้ขุน! มึงดูถูกกูเกินไปแล้วนะ! มึงคอยดู! คอยดูกูไว้ให้ดีเลย! กูจะพิสูจน์ให้มึงและไอ้พวกบ้าในทวิตเตอร์เห็น ว่าน่านน้ำคนนี้คือรุกตัวจริง!” น่านน้ำชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่หน้าขุนเขา หอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม
น่านน้ำพยายามยืดอกขึ้นทำหน้าขึงขังที่สุดในชีวิต ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงกึกก้องราวกับแม่ทัพสั่งลุยศึก
“กู-จะ-หา-แฟน!” น่านน้ำเน้นย้ำทีละคำชัด ๆ
“กูจะไปจีบเด็กหนุ่มน่ารัก ๆ เอวบาง ๆ ตัวเล็ก ๆ มาเป็นแฟน! กูจะควงน้องเขาไปเดินเย้ยทั่วคณะ! กูจะโชว์ความแมน กูจะเทกแคร์ กูจะเป็นป๋า! กูจะลบไอ้แฮชแท็กบ้าบอนั่นทิ้งด้วยการเปิดตัวแฟนใหม่ที่น่ารักที่สุดในมหาลัย! มึงคอยดูกูไว้เลยไอ้ภูเขาน้ำแข็ง มึงจะต้องกราบตีนขอโทษที่สบประมาทความเป็นรุกของกู!”
ประกาศกร้าวจบ น่านน้ำก็สะบัดหน้าพรืด เดินกระทืบเท้าตึงตังกลับเข้าห้องนอนไปพร้อมกับปิดประตูกระแทกดังปัง! ทิ้งไว้เพียงรังสีความแค้นที่คุกรุ่นอยู่ในอากาศ
ภายในห้องครัวที่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ขุนเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม เขามองตามแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินฮึดฮัดจากไป สายตาคมกริบที่เคยดูแคลนเมื่อครู่ บัดนี้กลับทอประกายบางอย่างที่ล้ำลึกและมืดมิดยิ่งกว่าเดิม
มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนอยู่ในกำมืออย่างสูญเปล่า
จะหาแฟนเหรอ
หึ
ขุนเขาแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาหันกลับไปหยิบจานไข่ดาวและเบคอนที่เตรียมไว้ เดินไปวางลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและเริ่มจัดการกับอาหารเช้าของตัวเองอย่างใจเย็น
“ก็ลองดูสิ ถ้ามึงคิดว่ามึงจะหาใครมาแทนที่กูได้ ก็ลองดู น่านน้ำ” ขุนเขาพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นและแฝงไปด้วยความอันตรายขั้นสุด เพราะเขาตั้งปณิธานไว้แล้วว่า ไม่ว่าไอ้ลูกแมวตัวนี้จะไปจีบใคร หรือมีใครกล้ามาจีบมัน เขาจะใช้ทุกวิถีทางพังมันให้ราบเป็นหน้ากลอง!
และท้ายที่สุดแฮชแท็ก #แมวของขุนเขา จะต้องไม่ใช่แค่เรื่องมโนในโซเชียล แต่มันจะต้องกลายเป็นความจริง
“ขะ ขอโทษครับพี่! ผมไม่ได้ตั้งใจมองทาง ขอโทษจริง ๆ ครับ!” นักศึกษาคนนั้นรีบหันมาผงกหัวขอโทษขอโพยหน้าตาตื่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งพญามัจจุราชของขุนเขาที่จ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง เด็กหนุ่มก็หน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้ปลก ๆ แล้ววิ่งหนีตามกลุ่มเพื่อนไปอย่างรวดเร็วเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที แต่วินาทีที่ยาวนานที่สุด กลับเป็นวินาทีที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น น่านน้ำเบิกตากว้างค้างอยู่ท่าเดิม ร่างกายแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนสนิท อะดรีนาลีนที่สูบฉีดพลุ่งพล่านจากความตกใจเมื่อครู่ กำลังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอกแผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้างของขุนเขา สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อยืดบาง ๆ และที่สำคัญที่สุด เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและสม่ำเสมอของคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังกลิ่นหอมสปอร์ตราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และฟีโรโมนดิบ ๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของขุนเขา ลอยกรุ่นเตะจมูกเข้าอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่อวลอยู่ในอากาศรอบตัวเขา กลิ่นที่ทำให
“โอ๊ยยยยยยย! ทำไมชีวิตของไอ้น่านน้ำคนนี้มันถึงได้รันทดบัดซบขนาดนี้วะ! ฟ้าไม่ยุติธรรม! สวรรค์กลั่นแกล้ง! โลกใบนี้มันช่างโหดร้ายกับรุกตัวพ่ออย่างกูเกินไปแล้ว!”เสียงโวยวายโอดครวญดังก้องไปตลอดทางเดินฟุตบาทริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย ร่างโปร่งบางของน่านน้ำในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ลายทางที่อุตส่าห์ตั้งใจแต่งมาหล่อเต็มพิกัด บัดนี้กำลังเดินเตะฝุ่นเตะก้อนหินริมทางอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ไหล่ที่เคยตั้งตรงอย่างสง่าผ่าเผยลู่ตกลงจนดูคล้ายกับลูกหมาเปียกฝนที่เพิ่งโดนเจ้าของทิ้ง ใบหน้าหวานที่เคยมั่นใจนักมั่นใจหนาหงิกงอเป็นม้าหมากรุก ริมฝีปากบางขมุบขมิบบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดหย่อนมาตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากร้านคาเฟ่บิงซูภาพความฝันที่จะได้มีแฟนน้องปีหนึ่งหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มควงแขนเดินเล่นในมหาวิทยาลัย พังทลายแหลกละเอียดเป็นผุยผง ลอยหายไปกับสายลมพร้อมกับแผ่นหลังของน้องพาสเทล ที่ใส่เกียร์หมาสับขาวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงข้ออ้างระดับตำนานเรื่องปวดท้องกะทันหันและหมาที่บ้านป่วยหนัก หมาป่วยบ้าบออะไรกัน! เด็กปีหนึ่งอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยเขาห้ามเลี้ยงสัตว์โว้ย! ข้ออ้างห่วยแตกแบบนี้เด็กอนุบาลยั
แกรกเสียงขูดช้อนโลหะกับก้นถ้วยกระเบื้องดังลากยาวบาดแก้วหู ดังมาจากฝั่งของขุนเขา มันเป็นเสียงที่ฟังดูน่าขนลุกและเต็มไปด้วยการคุกคาม พาสเทลสะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟฟ้าช็อก ตวัดสายตาไปมองก็พบว่าขุนเขากำลังกดปลายช้อนลงกับถ้วยเปล่าอย่างแรงจนข้อนิ้วขาวซีด นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มองที่ช้อน แต่มันจ้องเขม็งทะลุทะลวงมาที่ดวงตาของพาสเทลโดยตรง!ดวงตาของขุนเขามืดมิดราวกับหลุมดำ แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าฟัน มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งสารเตือนภัยระดับสูงสุด ถ้ามึงยอมให้มันจับหน้ามึงมือมึงขาดแน่“ไม่เป็นไรครับพี่น่าน! พาสเทลเช็ดเองได้ครับ!” พาสเทลรีบผงะถอยหลังหนีมือของน่านน้ำอย่างรวดเร็วจนหลังกระแทกพนักเก้าอี้ คว้ากระดาษทิชชูมาเช็ดปากตัวเองอย่างลนลาน มือไม้สั่นไปหมดจนเช็ดเปรอะเปื้อนยิ่งกว่าเดิม น่านน้ำชะงักมือค้างกลางอากาศ กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงทำไมจู่ ๆ น้องพาสเทลถึงปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้นวะ?หรือว่าเขาจะรุกหนักเกินไปจนน้องตั้งรับไม่ทัน?สงสัยต้องค่อยเป็นค่อยไปซะแล้วสิไอ้น่านน้ำเอ๊ย“อ่า โอเคครับ ๆ เช็ดเองก็ได้ เอ่อ น้องพาสเทลนั่งทานไปก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเ
ร้านคาเฟ่บิงซูสไตล์เกาหลีชื่อดังหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งปกติแล้วมักจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศสดใสของวัยรุ่น เสียงเพลง K-pop จังหวะสนุกสนาน และกลิ่นหอมหวานของนมข้นหวานผสมสตรอว์เบอร์รี บัดนี้กลับมีมวลอากาศบางอย่างที่หนักอึ้งและเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมอยู่บริเวณโต๊ะมุมสุดของร้าน คล้ายกับมีเมฆฝนทึบแสงลอยตัวอยู่เฉพาะจุด ท่ามกลางการตกแต่งร้านด้วยโทนสีชมพูพาสเทลและตุ๊กตาหมีขนฟู“พี่น่านน้ำ เอ่อ พี่คนนี้เขา”เสียงหวาน ๆ ของ “น้องพาสเทล” เฟรชชี่ปีหนึ่งหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่สุกใสราวกับลูกกวางน้อย บัดนี้กำลังเบิกกว้างและสั่นระริกขณะช้อนสายตาขึ้นมองสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ที่นั่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่ฝั่งตรงข้าม น่านน้ำผู้ซึ่งวันนี้จัดเต็มด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ลายทางที่เขาคิดเอาเองว่าใส่แล้วดูเป็นโอปป้าสายรุกยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะผายมือไปทางเพื่อนสนิทหน้าตายที่นั่งกอดอกอยู่ข้าง ๆ“อ๋อ ไม่ต้องตกใจไปครับน้องพาสเทล นี่ไอ้ขุนเขาเพื่อนสนิทพี่เอง วันนี้มันว่างจัดไม่มีอะไรทำ พี่เลยลากมันมาเป็น เอ่อ เป็นเพื่อนช่วยคุมเชิงน่ะครับ ถือซะว่าม
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องพักทันทีที่น่านน้ำยื่นคำขาด ขุนเขาจ้องหน้าน่านน้ำเขม็ง นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ไปด้วยรังสีความไม่พอใจอย่างรุนแรง กรามคมสันขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน บรรยากาศรอบตัวเริ่มลดต่ำลงจนน่าอึดอัดให้เขาไปช่วยไอ้ลูกแมวตัวนี้จีบคนอื่นเนี่ยนะ?ฝันไปเถอะ!แค่ได้ยินชื่อไอ้เด็กพาสเทลอะไรนั่นเขาก็อยากจะเดินไปหักคอทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด!“ไม่-มี-ทาง เรื่องไร้สาระ กูไม่ทำ” ขุนเขากดเสียงต่ำ เน้นทีละคำอย่างชัดเจนและเด็ดขาด“แต่มึงต้องทำ! มึงเป็นต้นเหตุนะโว้ย! มึงเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราหน่อยดิวะ กูขอร้องล่ะ ช่วยกูจีบน้องพาสเทลหน่อย นะ ๆ ๆ ๆ ไอ้ขุนเพื่อนรัก” น่านน้ำไม่ยอมแพ้ กระชากแขนเสื้อของขุนเขาอย่างแรง“กูบอกว่าไม่ อย่ามางี่เง่า น่านน้ำ เลิกมโนว่าตัวเองเป็นรุกแล้วอยู่เงียบ ๆ ไปซะ” ขุนเขาสะบัดแขนออกอย่างไม่ไยดี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ออร่าความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนน่านน้ำต้องเผลอก้าวถอยหลัง คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยบวกกับคำด่าที่แทงใจดำ ทำเอาน่านน้ำปรี๊ดแตกขั้นสุด ความน้อยใจและความโกรธตีรวนขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่ชอบ ใช้ไม้แข็งก็ไม่สะเทือน มันก็ต้องเจอกับไพ่ตายที่เขาเพิ่งนึ
หน้าจอสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดส่องแสงสว่างวาบสะท้อนกับใบหน้าหวานที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปม น่านน้ำนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนนุ่มฟู สองขากระดิกไปมากลางอากาศอย่างคนร้อนรน นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างพิมพ์ข้อความยุกยิก ๆ ลงบนแป้นพิมพ์ทัชสกรีน ก่อนจะกดลบ แล้วก็พิมพ์ใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วดวงตาเรียวรีจ้องเขม็งไปยังรูปโปรไฟล์ในแอปพลิเคชันสีเขียวของเป้าหมายหมายเลขหนึ่ง “น้องพาสเทล”น้องพาสเทลคือเด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เจ้าของฉายานางฟ้าแห่งตึกศิลป์ รูปลักษณ์ของน้องเรียกได้ว่าตรงสเปกของน่านน้ำทุกกระเบียดนิ้ว ผิวขาวจัดจนแทบจะเรืองแสงได้ แก้มยุ้ย ๆ สีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมโตสุกใสเหมือนลูกกวางน้อย รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม แถมยังชอบใส่เสื้อสเวตเตอร์สีพาสเทลโอเวอร์ไซซ์ที่ดูนุ่มนิ่มไปหมดทั้งตัว ในสายตาของคนที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นรุกตัวพ่ออย่างน่านน้ำ น้องพาสเทลคือสุดยอดของแรร์ไอเทมสายรับที่เขาจะต้องคว้ามาควงแขนเพื่อลบคำสบประมาทและกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนจากไอ้แฮชแท็ก #แมวของขุนเขา ให้จงได้! แต่ทว่าปฏิบัติการล่าเหยื่อครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่หมูอย่างที่คิดน่านน้ำสุดหล่อ:







