ANMELDEN“ฝ่าบาทเคยรู้หรือไม่ว่าก่อนเข้าวัง หม่อมฉันเคยขี่ม้าและฝึกธนู”
คำถามนั้นทำให้พ
ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จขึ้นประทับบนบัลลังก์มังกร พระพักตร์สงบนิ่งจนยากคาดเดาพระอารมณ์ หลังพระองค์ประทับได้ไม่นาน เสียงขันทีหน้าท้องพระโรงก็ดังขึ้นอีกครั้ง“ฮองเฮาเหนียงเหนียงเสด็จ”ขุนนางจำนวนมากเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ ตามธรรมเนียม ฮองเฮาไม่ควรปรากฏในท้องพระโรงระหว่างการประชุมราชการ เว้นแต่จะมีเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่ง หรือได้รับพระราชานุญาตเป็นกรณีพิเศษซีฮันก้าวเข้ามาในฉลองพระองค์สีแดงเข้มปักลายหงส์ทอง นางไม่ได้สวมเครื่องประดับมากมาย มีเพียงมงกุฎฮองเฮาและปิ่นทองรูปหงส์หนึ่งชิ้น ท่วงท่าสง่างามและมั่นคงจนเสียงกระซิบทั้งหมดเงียบลงในทันที นางเดินมาหยุดตรงกลางท้องพระโรงแล้วถวายพระพร“ถวายพระพรฝ่าบาท”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนาง“ลุกขึ้นเถิด”ซีฮันลุกขึ้นและเดินไปยืนทางด้านขวาของบัลลังก์ ตามตำแหน่งที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าขุนนางหลายคนมองภาพนั้นด้วยความไม่สบายใจฮ่องเต้ไม่ได้เพียงอนุญาตให้ฮองเฮาเข้าร่วมประชุม แต่ยังให้นางยืนใกล้บัลลังก์ในฐานะผู้ร่วมเปิดเผยคดีต่อหน้าราชสำนักทั้งหมดเสนาบดีใหญ่เข่อ
คำยอมรับนั้นทำให้กำแพงในใจซีฮันสั่นไหวอีกครั้ง นางไม่ต้องการคำขอโทษที่สวยงาม ไม่ต้องการให้พระองค์อ้างว่ารักซีฮันมาตลอดแต่เพียงไม่รู้ตัว เพราะนั่นจะเป็นการโกหกทั้งนางและหญิงผู้จากไป สิ่งที่นางต้องการคือความจริง และฮ่องเต้กำลังมอบความจริงให้ แม้มันจะทำให้พระองค์ดูเป็นสามีที่เย็นชาและบกพร่องก็ตาม“หม่อมฉันไม่ใช่ซีฮันคนเดิมอีกแล้ว”นางกล่าวเบา ๆ พระเนตรของฮ่องเต้ไหววูบ“เรารู้ว่าเจ้าเปลี่ยนไปมาก”“บางสิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจย้อนกลับได้ ต่อให้พระองค์ทรงสำนึก คนที่เคยต้องการให้พระองค์มองอาจไม่อยู่รอแล้ว”ถ้อยคำนั้นมีความหมายลึกกว่าที่พระองค์เข้าใจ ซีฮันคนเดิมอาจเคยรอให้สามีเสด็จมาเยี่ยม เคยรอคำถามว่าอาการเป็นอย่างไร เคยรอให้พระองค์สังเกตว่ารอยยิ้มของนางจางลงทุกวัน แต่สุดท้ายหญิงผู้นั้นก็หายไป เหลือเพียงวิญญาณจากอีกโลกเข้ามาใช้ร่างแทน ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางอย่างเจ็บปวด“เรารู้ว่าไม่อาจแก้ไขสิ่งที่ผ่านมา”“เพคะ”“และไม่อาจขอให้เจ้าลืมเพียงเพราะวันนี้เราบอกว่าเสียใจ”
“ฝ่าบาทเคยรู้หรือไม่ว่าก่อนเข้าวัง หม่อมฉันเคยขี่ม้าและฝึกธนู”คำถามนั้นทำให้พระองค์นิ่งไป “เราเคยได้ยินจากคนตระกูลซี”“เคยเห็นด้วยพระเนตรหรือไม่เพคะ”“ไม่เคย”“ก่อนอภิเษก ฝ่าบาทเคยสนทนากับหม่อมฉันกี่ครั้ง”ฮ่องเต้ขมวดพระขนงเล็กน้อย ราวกับไม่เข้าใจว่าคำถามนี้กำลังนำไปสู่ที่ใด“ไม่กี่ครั้ง”“ทรงจำได้หรือไม่ว่าเราพูดเรื่องใดกัน”พระองค์เงียบ ความเงียบนั้นคือคำตอบ ซีฮันหลุบตาลง“หลังแต่งงาน ฝ่าบาทเคยสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดหญิงสาวจากตระกูลนักรบจึงล้มป่วยจนแทบลุกจากเตียงไม่ได้”“หมอหลวงบอกว่าเจ้าอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก”“แล้วพระองค์ก็ทรงเชื่อ”“เวลานั้นไม่มีเหตุผลให้สงสัยหมอหลวง”“หรือไม่มีเหตุผลให้สนใจหม่อมฉันมากพอ”คำถามตรงไปตรงมาทำให้บรรยากาศภายในห้องหยุดนิ่ง ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนาง สีพระพักตร์ค่อย ๆ เคร่งขรึม“เจ้ากำลังกล่าวโทษเรา”
ระหว่างรอผลการสอบสวน ซีฮันกลับไปยังตำหนักหงส์พร้อมจดหมายสำเนาสามฉบับนางนั่งอยู่หน้าโต๊ะยาว อ่านถ้อยคำบนกระดาษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ข้อความจะมีเพียงไม่กี่บรรทัด แต่เบื้องหลังกลับซ่อนช่วงชีวิตอันยาวนานของเจ้าของร่างเดิมสมุนไพรที่ทำให้อ่อนแรง คำสั่งให้ลดการพบญาติฝ่ายนอก คำแนะนำให้งดอ่านหนังสือและเอกสาร การทูลซ้ำ ๆ ว่าฮองเฮามีร่างกายบอบบางโดยกำเนิด ทุกสิ่งทำให้หญิงสาวผู้เคยขี่ม้าและฝึกยิงธนูกลายเป็นคนที่หวาดกลัวแม้กระทั่งการก้าวออกจากตำหนักสิ่งที่ทำให้ซีฮันรู้สึกหนักใจที่สุดไม่ใช่เพียงความโหดร้ายของตระกูลเข่อ แต่คือคำถามว่าตลอดเวลานั้น ฮ่องเต้เคยสังเกตเห็นความผิดปกติบ้างหรือไม่ พระองค์เคยเห็นซีฮันคนเดิมก่อนเข้าวังหรือไม่ เคยรู้หรือไม่ว่านางเคยแข็งแรง เคยถามหรือไม่ว่าเหตุใดหลังอภิเษกเพียงไม่กี่ปี ฮองเฮาจึงเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม หรือในสายพระเนตรของพระองค์ ซีฮันเป็นเพียงสตรีที่ได้รับเลือกให้มานั่งบนตำแหน่งฮองเฮา ไม่ได้มีความสำคัญพอให้ทรงใส่ใจตั้งแต่แรก“เหนียงเหนียงทรงอ่านมาหลายรอบแล้วเพคะ”ซินจางเฟยกล่าวอย่างเป็นห่วงวันนี้บาดแผ
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผนผังบนโต๊ะ“จึงตัดเสบียง ทำลายผลงาน และโยนความผิดให้พวกเขา”“เพคะ”“แล้วเงินที่ยักยอกไปส่วนหนึ่งถูกใช้เลี้ยงค่ายลับ”“จากหลักฐานตอนนี้เป็นไปได้สูงเพคะ แต่ยังต้องยืนยันจำนวนทหารและผู้บังคับบัญชา”พระองค์หันไปสั่งหัวหน้าองครักษ์“ส่งคนไปตรวจโกดังที่เมืองชิงเหอทันที ห้ามใช้กำลังจากพื้นที่นั้น ให้ส่งทหารจากเมืองข้างเคียงซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเข่อ”“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”“จับเจียงเต๋อและผู้ดูแลโกดังทั้งหมดเป็น ๆ”“พ่ะย่ะค่ะ”“ส่วนค่ายลับ ห้ามบุกโดยไม่รู้กำลังแน่ชัด ส่งหน่วยลาดตระเวนไปก่อน”หัวหน้าองครักษ์รับคำแล้วถอยออกไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่คนอื่นเริ่มแยกเอกสารตามหมวดหมู่ ซีฮันจึงเดินไปตรวจหีบใบสุดท้ายซึ่งยังมีของอยู่ก้นหีบไม่มากนัก ใต้สมุดบัญชีชุดหนึ่งมีห่อผ้าเก่า นางเปิดออกและพบกล่องไม้เล็ก ๆ ภายในไม่ใช่บัญชีเสบียง แต่เป็นจดหมายหลายฉบับ จ่าหน้าถึงหมอหลวงผู้เคยรักษาฮองเฮาในอดีต
แม้จะคาดไว้อยู่แล้วว่าตระกูลเข่อมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อชื่อของคนในจวนปรากฏตรงกับที่ดินซึ่งใช้ซ่อนเสบียง ทุกอย่างก็เริ่มชัดเจนจนปฏิเสธได้ยากเจ้าหน้าที่สภาตรวจราชการกล่าว“แต่เพียงชื่อผู้ถือครองที่ดินยังไม่อาจพิสูจน์ว่าเสบียงถูกนำเข้าไปในโกดังนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ถูกต้อง”ซีฮันตอบ“จึงต้องดูสิ่งนี้”นางเปิดสมุดอีกเล่มหนึ่ง เป็นบันทึกของทหารผู้ติดตามขบวนเสบียงโดยลับ เขียนวันและเวลาที่รถบางส่วนแยกออกจากขบวนหลัก พร้อมจำนวนม้า คนขับ และเครื่องหมายบนล้อรถ ทุกครั้ง รถที่แยกออกไปจะเดินทางเข้าสู่เมืองชิงเหอในเวลากลางคืน จากนั้นกลับออกมาก่อนรุ่งสาง โดยบรรทุกกระสอบชุดใหม่ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเดิม หัวหน้าองครักษ์หยิบกระสอบตัวอย่างที่นำมาจากชายแดนขึ้นมาเปิด ด้านบนเป็นข้าวสารธรรมดา แต่เมื่อเทออกจนถึงครึ่งถุง กลับพบทราย เมล็ดหญ้า และเศษหินขนาดเล็กปะปนอยู่จำนวนมาก ฮ่องเต้ทอดพระเนตรสิ่งเหล่านั้นด้วยพระพักตร์มืดครึ้ม“ทหารชายแดนกินของเช่นนี้หรือ”เจ้าหน้าที่ก้มศีรษะ“จากรายงานหลายฉบับ มีทห
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม
พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป
“พระนางอาจต้องการกำลังใจ นี่อาจเป็นอาการของผู้กำลังเรียกร้องหากำลังใจก็เป็นได้”พอได้ยินหมอหลวงกล่าวเช่นนั้นขันทีตงเปียนก็ทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนดวงตาฉายประกายนึกได้“เช่นนั้นแล้วข้าต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”“ด้วยเหตุผลอันใด ในเมื่อท่านก็รู้นี่ว่า...”“พระองค์อาจทรงเบื่อหน่ายและไม่สนพระทัยฮองเฮา แต่ในเ
ราชวงศ์ชิง รัชสมัยองค์จักรพรรดิเฉียนหลง เสียงร้องโหยหวนสลับกับกรีดแหลมดังมาจากตำหนักใหญ่อันเป็นที่ประทับของฮองเฮาซีฮัน พระอัครมเหสีเอกแห่งเฉียนหลงฮ่องเต้ในยามวิกาลที่รอบ ๆ มีนางสนมนั่งคอยเฝ้าและเหล่าทหารยามยืนนิ่งราวรูปปั้น ห่างจากตำหนักใหญ่ของฮองเฮาเป็นรั้วตำหนักเล็กลดหลั่นกันไปของม







