เข้าสู่ระบบฮ่องเต้ถาม “แล้วเหตุใดบัญชีทางการจึงระบุว่าของถึงครบ”
เจ้าหน้าที่กรมคลังมองตรา
ซีฮันโยนสมุดสองเล่มข้ามกองไฟ ตงเปียนรับไว้ได้ แต่เมื่อจะโยนม้วนสุดท้าย เพดานด้านข้างก็พังลงมาอีกส่วน นางต้องกระโดดหลบ เศษไม้ร่วงขวางทางจนมองไม่เห็นคนฝั่งตรงข้าม ควันดำหนาทึบทำให้หายใจลำบาก ซีฮันก้มต่ำ คลานไปยังผนังด้านเหนือ หวังหาช่องระบายอากาศตามที่ผู้ดูแลบอก แต่ไฟได้ลามถึงโครงไม้รอบห้องแล้ว เสียงตะโกนจากภายนอกดังขึ้นไกล ๆ นางจำพระสุรเสียงนั้นได้ทันที“ซีฮัน!”ฮ่องเต้มาถึงแล้ว นางพยายามตอบ แต่ควันทำให้ไอจนไม่มีเสียง ด้านนอก ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จมาถึงพร้อมทหารรักษาพระองค์ เมื่อเห็นหอเอกสารถูกไฟกลืน พระพักตร์ก็เปลี่ยนทันที“ฮองเฮาอยู่ที่ใด”หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง “ยังอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ ทางขึ้นถูกไฟตัดขาด”พระองค์คว้าผ้าชุบน้ำจากทหาร “เปิดทาง”หัวหน้าองครักษ์รีบขวาง “ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปมิได้ อาคารกำลังจะถล่มพ่ะย่ะค่ะ”“นางยังอยู่ข้างใน!”ฮ่องเต้ผลักเขาออกและก้าวไปทางประตู แต่เสียงแตกสนั่นดังขึ้นจากชั้นบนเสียก่อน หลังคาด้านหนึ่งทรุดตัว ทหารทั้งหมดร้องเตือนและ
นางหันไปยังเจ้าหน้าที่ “มีบัญชีสำเนาหรือไม่”“น่าจะอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ เป็นทะเบียนกลางของเอกสารลับทั้งหมด”ซีฮันตัดสินใจขึ้นไปทันที ตงเปียนตามหลังอย่างกังวล“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากพบสิ่งผิดปกติให้เสด็จออกทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”“เราพบเอกสารหาย ไม่ใช่คนร้าย”“แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้พระองค์พบ”ซีฮันหยุดชั่วครู่ คำเตือนนั้นมีเหตุผล ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะกระทบพื้นก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงคนตะโกน“จับเขาไว้!”เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายขึ้นทันที หัวหน้าองครักษ์หันไปสั่ง“คุ้มครองฮองเฮา!”องครักษ์สองนายยืนปิดทางบันได ขณะที่อีกกลุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง ซีฮันก้าวไปชะโงกมองผ่านราวไม้ เห็นชายในชุดคนส่งน้ำผลักทหารออกแล้ววิ่งไปทางประตูหลัง เขาถือไหดินเผาใบหนึ่งไว้ในมือก่อนจะถูกจับ ชายผู้นั้นขว้างไหเข้าใส่กองเอกสารข้างผนัง ไหแตกกระจาย ของเหลวที่มีกลิ่นฉุนไหลกระจายไปทั่วพื้น ตงเปียนร้องขึ้น“น้ำมัน!”
ซีฮันกล่าวเสริม“ตรวจคนส่งน้ำ คนครัว และช่างซ่อมทั้งหมดด้วย คนของตระกูลเข่ออาจมิได้สวมชุดขุนนางหรือองครักษ์”ตงเปียนรับคำแล้วรีบออกไป ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง“คืนนี้เจ้าไม่ต้องไปหอเอกสาร”ซีฮันเลิกคิ้ว“เหตุใดเพคะ”“เพราะอาจเป็นกับดัก”“ยิ่งเป็นกับดัก หม่อมฉันยิ่งควรเห็นด้วยตนเองว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายสิ่งใด”“เราไม่ได้ขาดเจ้าหน้าที่”“แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไร”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“แล้วเจ้ารู้หรือ”“ยังไม่รู้ทั้งหมดเพคะ แต่หม่อมฉันรู้เส้นทางของคดีนี้ตั้งแต่เสบียงหายไปจนถึงการวางยาร่างเดิม บางครั้งเอกสารที่ดูไม่เกี่ยวข้องอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด”พระองค์เงียบไปซีฮันจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะเริ่มมองหม่อมฉันให้ดีตั้งแต่วันนี้ เช่นนั้นก็ควรทรงเห็นว่าหม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะยอมนั่งรออยู่ในตำหนัก ขณะที่หลักฐานกำลังตกอยู่ในอันตราย”ฮ่องเต้ถอนพระทั
ฮ่องเต้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงเชื่อว่าจับกระหม่อมแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เข่อหยวนฉิงยิ้ม “บางเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในมือคนคนเดียว บางเอกสาร ต่อให้ค้นทั้งจวนก็ไม่มีวันพบ”หัวหน้าองครักษ์เข้าจับแขนเขา ชายชราไม่ขัดขืน เพียงหันมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย“เหนียงเหนียงทรงชนะในท้องพระโรงวันนี้ แต่หากเอกสารชิ้นนั้นถูกเปิดเผย ผู้ที่พังทลายอาจไม่ใช่ตระกูลเข่อเพียงฝ่ายเดียว”ซีฮันก้าวเข้ามา “เอกสารอะไร”เข่อหยวนฉิงหัวเราะโดยไม่ตอบ องครักษ์จึงลากตัวเขาออกจากท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อประตูใหญ่ปิดลง ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จับผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อทั้งหมด บางคนถูกควบคุมตัวในทันที บางคนถูกถอดตราประจำตำแหน่ง และบางคนถูกสั่งห้ามออกจากจวนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด การประชุมใหญ่จบลงด้วยความโกลาหล แต่ซีฮันกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ นางยืนมองเอกสารบนโต๊ะ ความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของเข่อหยวน
พระองค์พยักหน้าให้หัวหน้าองครักษ์ ชายผู้นั้นก้าวออกมาและถวายรายงาน“หน่วยลาดตระเวนพบค่ายจริงพ่ะย่ะค่ะ มีทหารประมาณสองพันสามร้อยนาย อาวุธครบมือ และมีเสบียงประทับตราคลังหลวงอยู่ภายใน”เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วท้องพระโรง“ผู้บัญชาการค่ายคือใคร” ฮ่องเต้ถาม“ชายชื่อเข่ออวี้ เป็นญาติห่าง ๆ ของท่านเสนาบดีใหญ่ และเคยถูกแจ้งว่าเสียชีวิตในสงครามเมื่อห้าปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหันไปมองเข่อหยวนฉิง“คนตายกลับมีชีวิตและคุมทหารสองพันคน เจ้ายังจะบอกว่าไม่รู้หรือ”เข่อหยวนฉิงกำแผ่นป้ายงาช้างแน่น“ตระกูลเข่อมีสมาชิกมากมาย กระหม่อมไม่อาจรับผิดชอบการกระทำของทุกคน”“แต่เงินที่ใช้เลี้ยงค่ายมาจากบัญชีของคนดูแลทรัพย์สินจวนเจ้า”“คนผู้นั้นอาจทรยศ”“ตราผ่านทางเป็นตราส่วนตัวของเจ้า”“อาจถูกปลอม”“คำสั่งขนเสบียงเขียนด้วยรหัสที่ใช้ในจวนเจ้า”“ผู้ใดในจวนก็รู้รหัสได้”เขายังคงปฏิเสธทุ
ฮ่องเต้ถาม “แล้วเหตุใดบัญชีทางการจึงระบุว่าของถึงครบ”เจ้าหน้าที่กรมคลังมองตราประทับบนเอกสาร“เพราะมีการใช้ตราของหน่วยทหารปลายทางประทับรับแทนพ่ะย่ะค่ะ”ตงเปียนนำตราปลอมหลายชิ้นออกจากหีบ วางลงบนถาดทอง เจ้าหน้าที่กรมพิธีการตรวจดูอย่างละเอียด“ตราเหล่านี้เลียนแบบตราทหารหลายกองได้เกือบสมบูรณ์ แม้รายละเอียดตรงขอบจะแตกต่างเล็กน้อย แต่หากไม่ตรวจเทียบกับตราจริงย่อมดูไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันกล่าว“ช่างผู้แกะตราสารภาพว่าได้รับคำสั่งผ่านรองเสนาบดีกรมพิธีการ”สายตาทุกคู่หันไปยังรองเสนาบดีผู้นั้น ชายวัยกลางคนหน้าซีดลง เขารีบคุกเข่า“กระหม่อมถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยสั่งให้ผู้ใดแกะตราทหาร”“นำพยานเข้ามา”สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ องครักษ์ก็นำชายชราคนหนึ่งเข้าท้องพระโรง เขาคือช่างแกะตราที่ถูกจับก่อนหลบหนี ชายชราคุกเข่าลง ตัวสั่นเทา“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท”ฮ่องเต้ตรัส “ผู้ใดสั่งเจ้าแกะตรา”ช่างแกะตราชี้ไปยังรอ
ตงเปียนรีบห้ามฮองเฮาที่คว้ามืดเล่มเดิมขึ้นมาและดึงพระเกษาทำท่าจะตัดทิ้ง ลิลลี่หยุดชะงักและเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของขันทีหนุ่ม“ทำไมข้าตัดผมไม่ได้ นี่รู้หรือเปล่าว่าตอนอยู่ศตวรรษที่21 ข้าให้ช่างหั่นผมจนสั้นเลยนะ”“พระองค์จะทรงทำเช่นนั้นมิได้ การตัดพระเกษาออกนั่นหมายถึงการไว้ทุกข์เมื่อฮ่องเต้สวรรคต หาก
“หม่อมฉันดีใจที่พระองค์ยังทรงความจำดีอยู่ เรื่องนี้หลงลืมมิได้อย่างเด็ดขาดเลยนะเพคะ”“เรื่องแม่ยายกับลูกสะใภ้ ยุคสมัยไหนก็ไม่ต่างกันหรอกนะ...โอเค...ฉัน...เอ๊ย...ข้าจะไม่ขัดเจ้าละ”ตงเปียนเลิกคิ้ว “โอเค...คืออะไรหรือเพคะ”“แปลว่าตกลง...เจ้าจะเอาไปพูดก็ได้นะ”“เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะขอเล่าต่อว่าพระองค์เ
เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฮองเฮาทำให้ขันทีหนุ่มซึ่งตอนนี้เหงื่อกาฬซึมไปทั่วถึงกับลอบถอนใจ เขาคลานเข้าไปและคุกเข่าลงข้าง ๆ พระอัครมเหสี ลิลลี่ในร่างของสตรีผู้สูงศักดิ์กว่าผู้ใดในแผ่นดินแห่งยุคราชวงศ์ชิงก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง น้ำตาของเธอเหือดแห้ง นัยน์ตาฉายประกายกล้าขึ้น ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้
“บอกมาสิเคไนน์ว่าเรื่องที่ฉันรู้มาเป็นความจริง”“เรื่องอะไรลิลลี่...นี่คุณพูดเรื่องอะไรอยู่”“เมื่อคืนคุณพานางแบบจากยอร์ชผับไปกกที่คอนโดใช่มั้ย”“บ้าน่า! ผมจะทำเรื่องแบบนั้นทำไม”“คุณทำมันบ่อย ฉันรู้ว่าคุณทำมาหลายหนแล้ว ไหนรับปากกับฉันว่าจะเลิก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงพวกนั้น บอกว่าจะมีฉันคนเดียว”







