Masuk“กรี๊ดดด!!!”
ยิ่งห้าม เธอก็ยิ่งร้องเสียงดังขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาจึงยืดตัวขึ้นมาแนบริมฝีปากปิดปากเธอเอาไว้ แล้วก็ได้ผล เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูเงียบลงทันที ทว่ากลับมีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงอีกคนดังขึ้นมาแทน
“กรี๊ดดด!!!”
อคิณตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นพยาบาลสาวยืนอยู่ที่ปลายเตียง สายตาของเธอจ้องเขม็งมาที่บางส่วนที่เปิดเผย ชายหนุ่มจึงรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเองไว้จนมิดถึงคอ เขาเคยให้พยาบาลเช็ดตัวให้มาแล้วก็จริง แต่เขาไม่เคยให้ใครเช็ดทุกซอกทุกมุมอย่างที่อมลรดาเคยทำมาก่อน
“อคิณอาละวาดอะไรอีกแล้ว เสียงพยาบาลกรี๊ดดังไปถึงข้างนอกเลย” แพรวาหิ้วตะกร้าอาหารพะรุงพะรังเข้ามาพลางบ่นน้องชายไปด้วย ในขณะเดียวกันสายตาก็มองไปที่อมลรดาซึ่งยืนหน้าแดง ท่าทางเขินอายอยู่ข้างเตียง
“มาถึงก็กล่าวหากันเลยนะพี่แพร วันนี้ผมอยู่อย่างสงบมาก” อคิณบอกกับแพรวา แล้วหันไปถามพยาบาล “เข้ามาทำไม”
“มาวัดไข้ค่ะ” พยาบาลสาวบอกเสียงสั่น พลางยื่นที่วัดไข้แบบดิจิตัลมาที่บริเวณหน้าผากของชายหนุ่มแล้วกดปุ่มให้เครื่องทำงาน “วันนี้ไม่มีไข้แล้ว ฉันขอตัวนะคะ” ว่าแล้วก็รีบวิ่งออกไป
“อคิณไม่ได้อาละวาดแน่นะรดา” แพรวาถามอย่างไม่ไว้ใจน้องชายตัวเองขณะหิ้วตะกร้าอาหารไปวางที่โต๊ะมุมห้อง
“แน่ค่ะ เมื่อกี้ที่พยาบาลร้องก็เพราะตกใจที่เห็น...” หญิงสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดออกมา อคิณเลยช่วยพูดต่อให้เอง
“พยาบาลตกใจที่เห็นผมแก้ผ้าให้รดาเช็ดตัวให้น่ะพี่แพร”
“คุณอคิณ!” อมลรดาเผลอฟาดมือไปที่ต้นแขนของคนปากไว คราวก่อนก็บอกหมอไปทีนึงแล้วว่าจูบเธอ นี่ยังจะมาบอกเรื่องเช็ดตัวกับแพรวาอีก เขาทำอย่างนี้ แล้วเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“นี่แปลว่ารดาตกลงรับงานเป็นพยาบาลพิเศษให้อคิณแล้วใช่มั้ย”
“พี่แพรรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ”
“ทำไมจะไม่รู้ พี่รู้ทุกอย่างนั่นแหละ ยังไงพี่ก็ฝากรดาทำให้น้องชายพี่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมเร็วๆ ก็แล้วกัน”
“รดาจะพยายามค่ะ” อมลรดาตอบรับพลางเดินมาหาแพรวาที่กำลังเอาของออกจากตะกร้า “พี่แพรเอาอะไรมาเยอะแยะคะ”
“อาหารบำรุงคนเสื่อมสมรรถภาพจ้ะ” แพรวาตอบแล้วหัวเราะเบาๆ ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงหน้าตึงขึ้นมาทันที “คิณต้องกินให้หมดทุกอย่างเลยนะ จะได้หายเร็วๆ”
“เยอะขนาดนี้คุณอคิณจะทานหมดเหรอคะ” อมลรดาเห็นของที่กองพะเนินเต็มโต๊ะแล้วนึกห่วงคนที่ตั้งตัวเป็นเจ้านายของเธอ ขืนกินหมดนี่ต้องท้องแตกตายแน่ๆ
“ไม่ได้ให้กินให้หมดในวันเดียวซะหน่อย”
“แล้วมีอะไรบ้างคะ”
“พระเอกเลยก็ต้องเป็นไก่ดำตุ๋นยาจีน คุณแม่ตุ๋นเองตั้งแต่เมื่อวาน”
“แล้วผลไม้พวกนี้ละคะ ช่วยได้เหรอ” หญิงสาวมองผลไม้พื้นๆ ที่แพรวาขนมา ซึ่งมีสับประรด สตรอเบอร์รี่ กล้วยหอม อะโวคาโด แตงโม บลูเบอร์รี่ ทับทิม ซึ่งมีทั้งที่เป็นลูกและที่คั้นมาเป็นน้ำทับทิมสดด้วย
“พี่ไปหาข้อมูลมา มันมีงานวิจัยบอกนะว่า ในสับปะรดจะประกอบไปด้วยฮอร์โมนที่สามารถช่วยกระตุ้นเซ็กซ์ให้กับผู้ชายได้เป็นอย่างดี สตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์ม บลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งการไหลเวียนที่ดีของเลือดนั้นส่งผลไปยังเรื่องการแข็งตัวของอคิณน้อย อะโวคาโดช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนเพศชาย แล้วนี่...ตัวนี้เด็ดสุด” แพรวาหยิบขวดน้ำทับทิมคั้นสดขึ้นมา “น้ำทับทิม งานวิจัยบอกว่า ทับทิมช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิต สามารถช่วยลดความเสื่อมของสมรรถภาพทางเพศแก่ผู้ชาย ไม่ให้ห่อเหี่ยวก่อนวัยอันควร”
“ของแบบนี้มันจะช่วยได้จริงเหรอพี่แพร” อคิณมองผลไม้ที่แสนจะธรรมดาอย่างไม่แน่ใจ
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก





![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

