เข้าสู่ระบบเสียงล้อรถยนต์เบรกบดเสียดสีกับพื้นถนน ทั้งเสียงรถบิกไบก์ที่ไถลออกจากเจ้าของไปกระแทกกับฟุตพาท เสียงดังจนคนแถวนั้นต่างตกใจ รีบพากันเข้ามามุงดู รถขับผ่านไปผ่านมาจอดชะลอเป็นแถว
ยอดตองรู้สึกมึนหัว พอขยับตัว ความเจ็บก็วิ่งไปที่แขนขวาทันที ดีที่หัวเขายังใส่หมวกกันน็อก ไม่อย่างนั้นคงได้น็อกจริง ๆ แน่
เจ้าโดนใจรถบิกไบก์ลูกชายสุดรักของเขานอนแอ้งแม้งอยู่ถัดไป สายตาเริ่มมัว หัวเริ่มมึน ได้ยินเสียงคนเรียกใกล้ ๆ พยายามหรี่ตามองผ่านกระจกหมวก เห็นเพียงร่างบางรางเลือนของใครบางคนเดินตรงมาเรียกเขา ก่อนที่ยอดตองจะหมดสติไป
“คุณคะ ได้ยินฉันไหม ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ พี่คะ ช่วยเรียกรถพยาบาลให้หน่อยค่ะ พี่คะพี่ ช่วยเรียกรถพยาบาลทีค่ะ”
มาลย์ตกใจ เธอตัวสั่นเหมือนลูกนก พอรู้ว่าขับรถชนคน เธอรีบลงจากรถมาดูคนเจ็บทันที เธอไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ตอนขับมามองแล้วมองอีก เห็นว่าไม่มีรถ อยู่ ๆ ดันมีมอเตอร์ไซค์ขับมาตรงหน้า เท้าแตะเหยียบเบรกไว้ก็ไม่ทันแล้ว
เธอประหม่าหรือสะเพร่าจนทำให้คนอื่นเจ็บตัว หญิงสาวโทษตัวเอง มือไม้สั่นไปหมด พอลงรถมาเห็นคนเจ็บนอนอยู่ หัวยังใส่หมวกกันน็อก มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขาดูจากรุ่นแล้ว ราคาน่าจะสูงพอ ๆ กับรถกระบะเธอหรืออาจสูงกว่า
ตั้งสติได้ มาลย์รีบขอให้คนแถวนั้นช่วยเรียกรถพยาบาล ทั้งเธอเองก็โทร.หาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หญิงสาวสีหน้าซีดเผือดตกใจไม่หาย กลัวคนเจ็บจะเป็นอะไรไป เธอจะทำอย่างไรดี
รอไม่นาน รถโรงพยาบาลก็มา เสียงไซเรนดังมาแต่ไกลเพื่อขอทางบนถนนมารับคนเจ็บฉุกเฉิน ด้านคนเจ็บ เขานิ่งไป มีพลเมืองดีช่วยเปิดกระจกหมวกกันน็อกออกให้ หวังให้เขาได้รับอากาศ ไม่มีใครกล้าถอด กลัวไปแตะตัวแล้วโดนจุดสำคัญ รอให้ทีมช่วยเหลือมาก่อน
มาลย์ยืนมองคนเจ็บไม่ห่าง เธอกลัวเขาจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ มองเขาผ่านหมวกกันน็อกเหมือนจะคุ้นหน้าอยู่บ้าง แต่นึกไม่ออก รถพยาบาลมาถึง ทีมกู้ภัยช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น พอทีมกู้ภัยชายคนหนึ่งถอดหมวกออก หญิงสาวเบิกตากว้าง
“ยะ ยอดตอง ยอดตองได้ยินไหม ได้ยินไหม อย่าเป็นอะไรไปนะ” มาลย์รีบเรียกชื่อเขาทันทีเมื่อเห็นหน้าคนเจ็บชัด ๆ ถึงว่าทำไมเธอถึงคุ้นหน้าเขา
ยอดตองถูกส่งตัวมาห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใกล้ ๆ ทันที ภายนอกเขาเจ็บหนัก แขนขวาร้าวต้องใส่เฝือก บนศีรษะมุมขวาเย็บไปสามเข็ม น่าจะเกิดจากการกระแทกกับหมวกกันน็อก นี่ขนาดมีหมวก ถ้าไม่ใส่ ไม่อยากคิดสภาพ เข่าขวาถลอก
ช่วงเอวน่าจะเคล็ดเพราะมีรอยช้ำเขียวรอบตัวเป็นวงกว้างช่วงลำตัว พยาบาลพันผ้าก๊อซไว้รอบเอวและช่วงอก หมอตรวจอย่างละเอียดจนแน่ใจว่าคนเจ็บไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่านี้ แต่คงต้องรอดูอาการหลังจากฟื้นอีกที
ก่อนหน้านี้ยอดตองเป็นคนเจ็บอุบัติเหตุฉุกเฉิน ไม่มีญาติ แถมยังหมดสติ
พยาบาลพยายามใช้นิ้วมือคนไข้สแกนโทรศัพท์ก่อนจะโทร.หาเบอร์แรกที่โชว์ในบันทึกการโทร.เพื่อติดต่อหาญาติคนไข้
ซึ่งเป็นธาร เพื่อนสนิทหนึ่งในห้าคน ธารรีบมาโรงพยาบาลด้วยความเร็วทั้งร้อนใจเป็นห่วงเพื่อน จัดการห้องพักค่ารักษาให้ยอดตองก่อนทั้งหมด คนเจ็บยังอยู่ในห้องฉุกเฉินและยังไม่ได้สติ
ธารถามถึงอาการเพื่อน หมอแจ้งเพียงว่ายอดตองเจ็บแค่ภายนอกเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รอให้เจ้าตัวฟื้นก่อน ถึงจะตรวจดูอาการทั้งภายนอกและภายในอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งยังแจ้งว่าคนเจ็บน่าจะหลับยาว ไม่น่าเกินสี่ถึงหกชั่วโมงก็น่าจะรู้สึกตัว ธารคุยกับหมอเสร็จ บุรุษพยาบาลย้ายยอดตองออกจากห้องฉุกเฉินขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนห้องพักฟื้น
ธารเดินข้างเตียงเพื่อนตลอด เขาเองก็ร้อนใจ ตกใจ เป็นห่วง แล้วนี่น้องสาวเพื่อนเขารู้เรื่องหรือยัง ถ้ารู้แล้ว เธอจะตกใจมากแค่ไหนนะ คิดหนักในอกทั้งทำสีหน้าคิดไม่ตก ไม่รู้ห่วงใครมากกว่ากันระหว่างน้องเพื่อนกับเพื่อน นึกได้รีบส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มแชตเพื่อส่งข่าว
ด้านมาลย์ เธอไม่ได้ตามยอดตองไปที่โรงพยาบาลเพราะต้องเคลียร์เรื่องรถ รถกระบะเธอที่ขนต้นกุหลาบเต็มท้ายไม่เสียหายอะไรเลย ทั้งรถ ทั้งต้นไม้
แต่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เขาพังยับ ประกันรถยอดตองเข้าเคลมทันที ไวกว่าประกันรถเธอด้วยซ้ำ ประกันทั้งสองฝ่ายคุยกัน มาลย์จะรับผิดชอบทุกอย่างทั้งเรื่องรถและคน
เธอยังตกใจไม่หายทั้งเป็นห่วงคนเจ็บ ป่านนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ได้ เธอฝากนามบัตรของตัวเองไว้กับพยาบาล ถ้ามีอะไรฉุกเฉินให้โทร.หาได้เลยทันที พยาบาลไม่ได้โทร.มา น่าจะไม่มีอะไร
มาลย์รู้จักยอดตองเพราะเตเต้เพื่อนสนิทกลุ่มเธอเป็นนักกีฬาบาสทีมเดียวกันกับยอดตอง เธอไม่ได้สนิทกับเขา แค่พอรู้จักว่าเป็นใคร ยอดตองทักทายเธอบ้าง เธอเองไม่เคยทักเขาก่อน ทำเพียงยิ้มให้เวลาที่มีสถานการณ์ต้องเจอหน้ากันเท่านั้น
ตอนพิเศษ 4พอเธอคลอดลูกและมีระยะเวลาที่สามารถให้ยอดตองรักเธอแรง ๆ ได้ เขาก็ทำปกติ แต่พอคุยกันว่าน่าจะมีอีกสักคน คุณพ่อลูกหนึ่งก็ทำเหมือนรอบแรกคือเอาทุกหยาดหยดในตัวเขาใส่เข้ามาในตัวเธอ ค้างไว้อยู่นานและไม่พาไปอาบน้ำ หลังเสร็จกิจ คนเป็นพ่อบอก ‘นี่นับสอง’ มาลย์เริ่มชิน คนที่สองง่ายหน่อย แต่ตัวใหญ่เหมือนเดิม ลูกชายอีกแล้ว ทั้งคู่ไม่ติดว่าลูกเป็นเพศไหน แต่ลึก ๆ ในใจอยากได้ผู้หญิงสักคนยอดตองทำทุกวิธี ค้นเน็ตหาข้อมูลวิธีทำลูกสาว ทานอาหารเสริม ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งดูแลแม่พันธุ์เมียรักดีกว่าตัวเองเป็นเท่าตัว พอเขาบอกขออีกคน แต่มาลย์ยังไม่พร้อม ลูกทั้งสองคนยังเล็กมาก เขากลับบอกคนสุดท้ายปิดอู่ พอเธออนุญาตอย่างช่วยไม่ได้ เพราะพ่อยอดมุ่งมั่นตั้งใจเหลือเกิน ถึงเวลาเขาใส่ไม่ยั้ง ทำเอาหมดแรงทั้งคู่ ไม่วายยังบอกหลังเสร็จสุขสมเช่นเคย ‘นับสามลูกสาวพ่อตองกับแม่มาลย์มาแน่’ไม่นาน ผลออกมาจนลูกคลอด มาลย์แทบไม่อยากจะเชื่อ ลูกสาวจริง ๆ เธอคลอดเองคนนี้เพราะท้องสามเริ่มชิน อุ้มท้องครบเก้าเดือน น้องเป็นผู้หญิง ตัวไม่ใหญ่มาก ตอนคลอดเจ็บที่สุดเท่าที่เคยเจ็บมา ยอดตองอยู่ข้างตลอด คนร้องไห้ยังเป็นเขาเ
ตอนพิเศษ 3พอยอดตองเร่งจังหวะสุดท้าย มาลย์ถึงกับต้องส่ายหน้า ตัวเธอขยับขึ้นลงด้วยแรงโหมกระแทกกระทั้นเข้าลึก ยอดตองรับรู้ถึงโพรงนุ่มที่ตอดรัดถี่รัวจนเขาจะขาด ก่อนที่ทั้งคู่จะเกร็งกระตุกพร้อมกัน คนตัวโตยังจับสะโพกเธอตอกอัดดอกสุดท้ายจนมิดลำ ค้างไว้อยู่แบบนั้นนานหลายนาที มาลย์กระตุกซ้ำ ๆ ทั้งที่มีเขาอยู่ในตัวเธอ จนอาการเกร็งเริ่มดีขึ้น ยอดตองไม่ยอมผละถอย ยังแช่ตัวเขาไว้ในตัวเธอ “ตองคะ”“ครับ” “จะอยู่แบบนี้เหรอ”มาลย์ถามเขาออกไปเมื่อยอดตองยังนิ่งอยู่ ไม่ยอมขยับ เธอเริ่มอึดอัดเหมือนจะฉีก“แป๊บหนึ่งครับ รีดน้ำแป๊บ”“ตองจะมารีดน้ำอะไรนานขนาดนี้ พอแล้ว ถอยไปเลย มาลย์จุก”ได้ยินว่าเมียจุก คนรักเมียรีบถอนตัวออกทันทีพรวดเดียวหลุด ตัวเธอถึงกับกระตุกไปหนึ่งที เวลาเลยวันใหม่จวนจะเช้าแล้ว เธอกับเขายังไม่ได้นอน แต่เหมือนมาลย์จะได้งีบหลับไปช่วงยอดตองซอยไม่แรงมากเธอเหนื่อยจนหลับตอนคนตัวโตบรรเลงบทรัก แล้วตื่นมาใหม่เมื่อเขากระตุ้นด้วยห้วงอารมณ์จนเสร็จสุขสมทั้งสองฝ่าย นี่สินะที่ยอดตองชอบพูด ‘นอนเลย เราทำเอง’ เขาทำจริง ๆยอดตองลุกจากเตียง หยิบริโมตลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เย็นลง จัดท่าทางให้มาลย์นอ
ตอนพิเศษ 2“ว่างั้นแหละ”แฝดพี่เห็นด้วยอย่างมาก ดูจากผลงานแล้ว วัดนี้เหมือนจะปลุกเสกไม่ถึง เพราะมันไม่ได้ผล“ใช้ไม่ได้ทั้งกลุ่ม เราต่างหากที่เจ๋ง” บาร์เสริมทับมาอีกคน ซึ่งเพื่อนเขาแต่ละคนมาเป็นคู่ เครื่องรางที่ว่าขลังมันจะไปสู้ความคลั่งรัก ความจริงจังจริงใจของพวกเขาได้อย่างไร แต่ละคนมุ่งมั่นตั้งใจกว่าสิ่งอื่นใดก็เรื่องเมียเนี่ยแหละยอดตองยังนึกด่าเพื่อนในใจ กลับเป็นมาลย์เสียเองที่ดึงมือเขาให้หันหน้ามาทางเธอ มือเล็กข้างหนึ่งจับลำคอแกร่งให้โน้มลงมาหาแล้วประกบริมฝีปากลงแผ่วเบา เสียงคนโห่แซวดังอีกรอบ กาบี้ทำท่ากรี๊ดกร๊าดอย่างคนไม่ยอม ไม่สามารถตัดใจให้ขาดได้ทั้งที่ตนมีหนุ่มหล่อล่ำนั่งข้าง ส่วนแสนดีและเตเต้ฉีกยิ้มอย่างยินดีให้เพื่อนของพวกเขา สองมือจับกันแน่นยอดตองพอได้สติ คว้าเอวบางเข้าหา จูบตอบแนบลงแผ่วเบา ไม่นานเขาถึงได้ผละออก ยังยื่นจมูกแตะลงหน้าผากมนอย่างรักใคร่และหวงแหน“รักครับเมีย”มาลย์ฉีกยิ้มขำให้กับคำพูดห่าม ๆ ของคนตรงหน้า ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ก่อนจะหันไปทางแขกพร้อมขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดี หลังจากเสร็จพิธีแต่งงานเรียบง่าย แขกในงานรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งงานเลี้ยงปาร์ตี้ตอนเย
ตอนพิเศษ 1 หลังจากยอดตองขอมาลย์แต่งงานในวันฉลองรับปริญญาของทั้งคู่ที่สวนกุหลาบ ผ่านมาสามเดือน งานแต่งถูกจัดขึ้นใหญ่โตที่ไร่กุหลาบมาลย์ นวารา แขกมาร่วมแสดงความยินดีกันล้นหลาม ส่วนมากเป็นญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย รวมถึงกลุ่มเพื่อนของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากันครบงานแต่งงานจัดขึ้นตอนเย็น เพราะยอดตองกับมาลย์ปรึกษาคุยกันก่อนหน้าว่าหมั้นไปแล้ว จริง ๆ ยอดตองอยากจัดหมั้นอีกรอบให้คนรักของเขาดี ๆ แต่มาลย์กลับไม่คิดแบบนั้น “ไม่ต้องจัดงานหมั้นอีกรอบนะคะตอง ช่วงเช้าทำบุญไหว้พระก็พอ ไปจบที่งานเลี้ยงตอนเย็นเลย ดีไหม” “แต่ตอง...” ว่าที่เจ้าบ่าวพูดไม่ทันจบ ว่าที่เจ้าสาวพูดขัดขึ้นเสียก่อน“แค่มีตอง มาลย์ก็พอใจแล้ว”คนโดนอ้อนใจเหลวไปแล้ว ยอดตองฉีกยิ้มออกมาพร้อมยกมือจับลูบข้างแก้มเมียของเขา “มักน้อยจังเลยนะ”มาลย์จับมือคนรักที่เขาชอบลูบแก้มลูบตัวแตะเธอเหลือเกิน“มักน้อยที่ไหน มีตองเราก็มักมากแล้ว”ยอดตองยิ้มกว้างกว่าเดิมให้กับเธอ นานทีปีหน แม่คุณจะหยอดมุกใส่กัน“อย่ามาอ้อน อยากท้องก่อนแต่งไหม” จากลูบไล้แปรเปลี่ยนเป็นจับบิดแก้มนิ่มเบามือด้วยความมันเขี้ยว เบาจนคนโดนบิดไม่รู้สึกเจ็บสักนิด ได้แต่ยิ้มขำให้เขา“อี
“มาลย์เหนื่อยไหม” เสียงนุ่มทุ้มน่าฟังของคนข้าง ๆ ทำเอาใจเธอยังคงคันยุบยิบกับเขาเสมอ“ตองล่ะ เหนื่อยไหม” ยอดตองมองหน้าคนรัก ยิ้มทั้งตาทั้งปากส่งให้เธอ “เหนื่อย แต่ทนได้ ขอแค่มีมาลย์อยู่ตรงนี้ข้าง ๆ เรา” ได้ยินแบบนั้น ทำเอาคนฟังรู้สึกเขินมานิด“มาลย์ก็เหมือนกัน ขอแค่มีตองอยู่ตรงนี้ มาลย์ก็ไม่เหนื่อยและไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” จู่ ๆ ยอดตองก็ลุกออกจากชิงช้ามานั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ขาข้างหนึ่งชันขึ้นเท้าแขน ยื่นมาจับมือเธอไว้ทั้งสองข้าง“งั้นตองขออยู่ตรงนี้ข้างมาลย์ รักและดูแลมาลย์ตลอดไปได้ไหม”เธอฉีกยิ้มกว้าง ก้มหน้าลงด้วยความเขิน พอเงยหน้าจะสบตากับเขา กลับมีแหวนอยู่ตรงหน้า หืม แหวนเธอ เขาเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเธอจะถามออกไปก็ต้องชะงัก“แต่งงาน แต่งงานกับตองได้ไหม”เสียงชายหนุ่มติดสั่นน้อย ๆ ใบหน้ายังยิ้มหวานให้กับเธอ มาลย์กำลังจะตอบเขาอยู่แล้ว แต่กลับได้ยินเสียงหยุกหยิกจากหลังพุ่มไม้ “วินมึงยืนดี ๆ ดิ๊”“ไอ้แฝดนี่มดมันกัด ขยับไปหน่อยไอ้บาร์”“อย่าผลัก เดี๋ยวล้ม”“ไอ้ธารเหยียบเท้ากู”“เงียบ ๆ ดิ๊”เสียงหยุกหยิกไม่ใช่แค่ไม้พุ่มนี้ ยังมีอีกหลายพุ่มที่ขยับ พอยอดตองกระแอม ไฟทั่วบริเวณก็สว่างโร่
ยอดตองอาบน้ำให้ทั้งเขาและเธอจนเสร็จ อุ้มร่างบางออกจากห้องน้ำ ทั้งที่เนื้อตัวเปลือยเปล่า ตัวเธอแดงไปทั้งตัว ยิ่งจุดนั้นไม่ต้องพูดถึง อยากจะดึงทึ้งหัวตัวเองเสียจริง กับเธอเขาพยายามแล้วที่จะไม่บ้าพลังขนาดนั้น มันอดไม่ได้ เธอเองก็สู้เขากลับ แค่ไม่ถึกทนเท่าเขาแค่นั้นเองยอดตองเช็ดตัวเธอจนแห้งดี ทั้งหาชุดนอนมาสวมใส่ให้ ก็ชุดที่มาลย์หาไว้นั่นแหละ ยังอุตส่าห์เป่าผมให้อีก มาลย์พอนั่งได้ แต่โอนเอนจนเขาต้องให้พิงตัวเอาไว้ เป่าผมอยู่นานกว่าจะแห้ง อุ้มหญิงสาวไปนอนที่เตียงมาลย์กึ่งหลับกึ่งตื่น แต่จะไปทางหลับมากกว่า เธอไม่หือไม่อือ ตัวอ่อนปวกเปียก ยอดตองวางร่างนุ่มนิ่มลงบนเตียงกว้าง ห่มผ้าให้ เขาเข้าไปเก็บเศษซากที่ทำไว้ในห้องน้ำ เก็บเข้าที่จนสะอาด กลับมานอน สอดแขนแกร่งรองคอให้คนหลับ รั้งตัวเธอมาอยู่ในอ้อมอก จมูกโด่งจดจูบซับกลุ่มผม ทั้งแก้มนวลและหน้าผากมนอย่างรักใคร่ “รักจังเลย แม่คู่หมั้นกรณีของยอดตอง” มาลย์ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ ขยับเข้าหาคนตัวโต ยอดตองยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหลับไปพร้อมกับเธอ มาลย์ตื่นสายในรอบหลายเดือน เธอแทบขยับไม่ได้ หนักกว่าครั้งแรกด้วย เจอของจริงมันเป็นอย่างนี้เองสินะ ไม่น่าไปทำต
หลังทานข้าวจ่ายเงินเสร็จสรรพ เต้เป็นคนจ่ายไปก่อน เดี๋ยวจะเคลียร์กันทีหลัง มาลย์บอกว่าส่วนของยอดตอง เธอจะเป็นคนจ่าย ชายหนุ่มบอกไม่เป็นอะไร เธอยังยืนยันคำเดิม เขาถึงไม่พูดอะไรอีก ข้าวมื้อเดียวมันจะไปพออะไร คนโลภคิดในใจ“ตองมายังไง” เต้ถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากร้านอาหาร“นั่งแกร๊บคาร
เวลาเที่ยงกว่ามาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ
รุ่นน้องที่เห็นเธอต่างพากันยกมือไหว้ทักทาย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาลย์เองรับไหว้บ้าง ก้มหน้ายิ้มให้บ้าง ใครจะไม่รู้จักพี่มาลย์สาวบริหารการตลาด เธอสวย เธอเก่ง และเธอหยิ่งกว่าใคร คนไม่รู้จักเธอคิดแบบนั้น แต่คนรู้จักเธอคิดกลับกัน เธอสวย เธอบ้า เธอซ่า และไม่ยอมใครส่วนเรื่องที่ค
“นี่เบอร์เรา มีอะไรก็โทร.มานะ” ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งทำไมมันเหมือนฉากในละครที่พระเอกกับนางเอกกำลังจีบกันเลยนะ หญิงสาวรู้สึกใจกระตุกแปลก ๆ“อะ... โอเค มีอะไรเราจะโทร.หา”มาลย์พูดผ่านโทรศัพท์ออกไปกับคนตรงหน้า ฉีกยิ้มให้เขา แล้วบอกขอตัวกลับจริง ๆมาลย์เดินออกมาปิดประตูห







