Share

บทที่ 9

Author: cutie jub
last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-23 21:49:01

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้น เป็นข้อความจากเลขาฯ ของ คุณย่า ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิการกุศล!

เรียนเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลในเย็นวันนี้ เพื่อแสดงความเข้มแข็งหลังประสบอุบัติเหตุ

นี่แหละคือโอกาสทองของฉัน! งานของคุณย่า พ่อไม่มีทางห้ามได้เด็ดขาด

“พี่โรม! หนูจะต้องออกไปจากบ้านในเย็นนี้ให้ได้!” ฉันเรียกร้องพี่ชายอย่างจริงจัง

“จะมืดแล้ว พ่อคงไม่ให้ไปหรอก” พี่โรมกำลังนั่งอยู่บนโซฟา กำลังเถียงกับฉันด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ

“หนูจะไปงานเลี้ยงการกุศลของมูลนิธิคุณย่าค่ะ! พ่อไม่ได้ห้ามไปงานกุศล! หนูแค่ต้องการบำบัดจิตใจที่บอบช้ำจาก อาการเห็นภาพหลอนและฟั่นเฟื่อน ที่คุณไคเป็นต้นเหตุค่ะ!” ฉันเสนออย่างแนบเนียน

โรมมองท่าทาง อินโนเซนต์ที่น่าขนลุกของฉัน แล้วก็ยอมแพ้ในที่สุด

“ก็ได้ๆ แต่เธอห้ามทำตัวแปลกๆ ห้ามไปแอบพบไอ้ไค และห้ามสร้างเรื่องวุ่นวายโดยเด็ดขาด!”

ขอโทษนะพี่โรม แต่ข้อสุดท้ายหนูรับปากไม่ได้จริงๆ ค่ะ!

“โอเค!” ตอบรับไปก่อน

งานเลี้ยงการกุศลที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเย็นวันศุกร์เต็มไปด้วยนักธุรกิจและเหล่าเซเลบผู้ใจบุญ ฉันสวมชุดราตรีสีขาวเรียบง่ายที่โรมเป็นคนเลือกให้ เพื่อให้ดูเป็น คุณหนูที่เพิ่งประสบเคราะห์กรรมมามากกว่า คุณหนูวีนแตก

สิ่งแรกที่ฉันทำคือเดินเข้าไปทักทายคุณย่าของตระกูลวรโชติ ซึ่งกำลังยืนรับแขกอยู่

“คุณย่าขา” ฉันเดินเข้าไปจับมือคุณย่าอย่างนอบน้อมพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอ่อนล้า

คุณย่ามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร “โอ๊ย! โมเน่! มาได้ยังไงลูก! ย่าดีใจมากที่เห็นหนูออกมา” ท่านลูบหลังฉันเบาๆ “ย่าได้ยินเรื่องอุบัติเหตุของหนู... ไม่เป็นไรนะลูก..”

“มีหลง ๆ ลืม ๆ บ้างแต่ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ”

“มาด้วยเหรอตาโรม”

“น้องสาวป่วยก็ต้องมาสิครับคุณย่า”

การแสดงบท หลานสาวผู้บริสุทธิ์ที่ความจำเสื่อม ของฉันประสบความสำเร็จอย่างงดงาม คุณย่าดูรักและสงสารฉันมากขึ้นไปอีก ทำให้ฉันรู้สึกผิดนิดหน่อย... แต่เพื่อความอยู่รอด!

เป้าหมายของฉันคือ ไค ซึ่งวันนี้ต้องขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์เรื่องการบริจาคเพื่อโครงการพลังงานใหม่ของบริษัทเขา ไคมาในชุดทักซิโด้สีดำที่ทำให้เขาดูหล่อเหลาและน่าเชื่อถือจนน่าหงุดหงิด

หล่อ แต่ประสาท

ฉันยืนรออยู่มุมห้องอย่างสงบเสงี่ยม จนกระทั่งไคเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับไมโครโฟนในมือ ทันทีที่เขาเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ ฉันก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เวทีที่สุดเท่าที่ทำได้

“...และด้วยเงินสนับสนุนจำนวนนี้ เรามั่นใจว่าโครงการพลังงานสะอาดของเราจะประสบความสำเร็จและยั่งยืน...” ไคกล่าวอย่างหนักแน่นและสง่างาม

ปึ้ก!

ฉันจงใจชนกับพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่กำลังถือถาดว่างอยู่เบาๆ เพื่อให้ดูเป็นอุบัติเหตุ) แต่แทนที่จะขอโทษ ฉันกลับรีบคว้าขวดซอสช็อกโกแลตที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ แล้วทำท่าเหมือนกำลังตื่นตระหนกสุดขีด

“กรี๊ดดดด! งู!” ฉันตะโกนเสียงหลง พร้อมกับชี้ไปยังไมโครโฟนที่ไคกำลังถืออยู่ด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด

งานเลี้ยงเงียบกริบในทันที ทุกคนมองมาที่ฉันด้วยความตกตะลึง ไคมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล แต่เขาไม่สามารถละจากสุนทรพจน์กลางคันได้

“โมเน่! เธอทำอะไรน่ะ!” โรมกระซิบอย่างตื่นตระหนกจากด้านหลัง

ฉันไม่สนใจ แต่กลับรีบวิ่งไปที่เวทีด้วยความรวดเร็ว แล้วบีบขวดซอสช็อกโกแลตที่อยู่ในมือ ใส่ไมโครโฟน เพื่อหวังจะ 'ฆ่างู' ตัวนั้น

ฟรืดดดด!

ช็อกโกแลตเหลวไหลเยิ้มไปทั่วไมโครโฟนและไหลลงมาโดนมือของไคเล็กน้อย ไคเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะถอยห่างจากไมโครโฟนที่เต็มไปด้วยซอสทันที

“นั่น...มันไม่ใช่งูครับ” ไคพยายามควบคุมเสียงตัวเอง แต่น้ำเสียงก็สั่นอย่างเห็นได้ชัด

“หนู... หนูขอโทษค่ะ!” ฉันหันไปหาไคด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างที่สุด “หนูนึกว่ามันคืองูค่ะ! งูสีดำตัวใหญ่! ฮือ! พี่โรม คุณย่า” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือราวกับเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์จริงๆ

“โมเน่!” โรมรีบวิ่งเข้ามาหาฉันด้วยใบหน้าซีดเผือด แต่ก็ยังพยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ

“โมเน่เป็นอะไรรึเปล่าลูก” คุณย่ารีบเข้ามาดูฉันอย่างเป็นห่วงและเต็มไปด้วยความสงสาร

ผู้คนเริ่มซุบซิบกันทันที

“นั่นลูกสาวคุณรัชตะนี่นา... ได้ยินว่าความจำเสื่อมแล้วอาการหนัก”

“น่าสงสารจัง... ขนาดไคเป็นคู่หมั้นยังต้องเจออะไรแบบนี้”

“บริษัทไคคงต้องคิดหนักเรื่องความสัมพันธ์กับตระกูลนี้แล้วนะ”

ฉันแอบมองคนที่ยืนอยู่กลางลานแล้วยิ้มก่อนจะขยับปากโดยไม่ออกเสียง

ถอนหมั้น

ไคจ้องฉันเขม็ง ดวงตาของเขาลุกเป็นไฟ แต่เขาไม่สามารถด่าฉันออกสื่อได้ เพราะการทำแบบนั้นเท่ากับเป็นการโจมตีคนป่วยทางจิตและจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาย่ำแย่ลงไปอีก!

“หนูขอโทษค่ะ หนูรู้สึกไม่ค่อยดีเลย... หนูขอกลับบ้านนะคะ” ฉันใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับ อาการป่วย ของฉัน รีบดึงโรมให้พาฉันออกไปทันที โดยทิ้งให้ไคต้องรับผิดชอบสถานการณ์ทั้งหมดบนเวทีที่เปื้อนซอสช็อกโกแลต

เอาวะ อายยังดีกว่าตาย

To be continued

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 26

    โมเน่นิ่งไปชั่วครู่ ใจหวิวขึ้นมาแปลก ๆ กับคำพูดนั้น เธอรู้สึกอบอุ่นในอกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยตลอดที่อยู่ในร่างนี้ เธอเดินตามไคเข้ารถอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้ความรู้สึกในใจค่อย ๆ ตกตะกอนไปตลอดทางเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ ไคจูงมือเธอเดินขึ้นห้องด้วยสีหน้าพึงพอใจ แสงไฟในโถงบันไดสลัวรางส่องกระทบใบหน้าทั้งสองขณะเดินขึ้นไปด้วยกัน เขาต้อนเธอเข้ามุมกำแพงข้างประตูห้องนอน มือทั้งสองยันอยู่ข้างศีรษะเธอ"วันนี้ทำดีมากเลยนะ หมูเน่" เขากระซิบใกล้ใบหู น้ำเสียงต่ำทุ้มเต็มไปด้วยความพอใจ "รางวัลของเด็กดีที่ช่วยเล่นละครให้พี่วันนี้ คือการที่พี่จะดูแลเธอ...ทั้งคืน"โมเน่รู้สึกใจเต้นรัวจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง ริมฝีปากอ้าจะเถียงกลับแต่ไม่มีคำไหนหลุดออกมาได้เลยสักคำ มีเพียงแสงไฟในห้องที่ค่อย ๆ ถูกปิดลงพร้อมกับประตูที่ปิดสนิทตามหลัง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันของค่ำคืนที่รอคอยอยู่เบื้องหลังประตูบานนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น โมเน่ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกเพลีย ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอเหลือบมองไคที่ยังหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าคมเข้มที่ยามหลับดูอ่อนโยนกว่ายามตื่นมากนัก เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะร

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 25

    "หนูจะต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอคะ" โมเน่บ่นพึมพำขณะยืนหน้ากระจกบานใหญ่ มองชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่คนใช้ช่วยกันแต่งตัวให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมถูกจัดทรงสวยหรู หน้าตาแต่งแต้มให้ดูอ่อนหวานผิดจากที่เธอคุ้นชิน กระโปรงบานเบาสะบัดตามจังหวะที่เธอขยับตัวไปมาอย่างไม่สบายใจ"สวยแล้ว เธอต้องไปกินข้าวที่บ้านพ่อแม่ฉันวันนี้" ไคยืนพิงกรอบประตูมองเธออย่างพอใจ สายตาส่องประกายชื่นชมจนโมเน่ต้องหันหนีเพราะเขินจนหน้าร้อนวูบ"ทำไมต้องแต่งขนาดนี้ด้วยล่ะคะ กินข้าวแค่มื้อเดียวเอง" เธอเอ่ยพลางดึงชายกระโปรงเบา ๆ ด้วยความอึดอัด ไม่คุ้นเคยกับชุดที่หรูหราขนาดนี้เลยสักนิด"เพราะเธอเป็นคู่หมั้นของฉันไง" เขาตอบง่าย ๆ พร้อมยื่นมือมาให้เธอจับ นิ้วเรียวของเธอวางลงบนฝ่ามือกว้างของเขาอย่างไม่มีทางเลือกระหว่างทางไปคฤหาสน์วรโชติใหญ่ โมเน่นั่งนิ่งอยู่ในรถ มองวิวข้างทางที่ผ่านไปเรื่อย ๆ ใจคิดถึงสิ่งที่จะต้องเผชิญข้างหน้า เธอไม่รู้เลยว่าวันนี้จะมีอะไรรอเธออยู่บ้างทว่าเมื่อเดินเข้าไปในห้องอาหารของคฤหาสน์วรโชติใหญ่ สิ่งแรกที่โมเน่เห็นทำเอาใบหน้าเธอเปลี่ยนสีทันที เพราะมีอริณนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว ในชุดทำงานเรียบร้อยเหมือนเช

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 24

    ไคหัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนจะถอยออกไปอย่างใจเย็น "รู้ตัวแล้วสินะว่าใครจะแพ้เกมนี้ก่อนกัน" เขาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องทำงานไปต่อประชุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งเสียงหัวเราะแผ่วเบาไว้ข้างหลังโมเน่ยืนนิ่งอึ้งอยู่หน้าห้อง มือกำผ้าเช็ดตัวแน่น หน้าแดงจนร้อนวูบไปทั้งใบหน้า เธอรีบเดินหนีขึ้นห้องด้วยฝีเท้าเร็วผิดปกติ ปิดประตูดังปัง แล้วทรุดตัวลงนั่งพิงประตูอยู่อย่างนั้น หัวใจยังคงเต้นแรงไม่หยุด'ไอ้บ้าเอ๊ย มันไม่กลัวสายตาคนในที่ประชุมเลยเหรอ!' เธอคิดในใจพลางเอามือทั้งสองปิดหน้าที่ยังคงร้อนผ่าวอยู่คืนต่อมา เธอลองใหม่อีกครั้ง คราวนี้แอบย่องเข้าไปในห้องทำงานตอนไคกำลังตรวจเอกสารสำคัญ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าเขาที่กำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสารสูงเป็นตั้ง เธอนั่งลงตักเขาแบบไม่ขออนุญาต แขนโอบรอบคอ ทำหน้าเหมือนแมวเหมียวขอความรัก"พี่ไก่คะ เบื่องานแล้ว มาเล่นกับหนูดีกว่า" เธอกระซิบข้างหูพลางเป่าลมหายใจเบา ๆ ตามสูตรในนิยายที่เคยอ่านมา มือเรียวเล่นอยู่ที่ปกเสื้อของเขาอย่างเป็นธรรมชาติไควางปากกาลงอย่างสงบ มือหนึ่งโอบเอวเธอไว้แน่น อีกมือลูบผมที่ยังหอมกลิ

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 23

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้เข้ามาตกกระทบใบหน้า โมเน่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ และอีกสิ่งหนึ่งที่หนักอึ้งกว่านั้นคือความรู้สึกผิดที่ก่อตัวอยู่เต็มอกเธอนอนขดตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มองเพดานห้องนอนที่คุ้นตาไปหมดแล้ว ภาพเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวทีละฉากราวกับหนังที่เล่นซ้ำไม่มีวันจบ สายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาทางระเบียง เสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ อ้อมแขนที่รัดแน่นจนหนีไม่หลุด และริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดทับลงมาอย่างไม่ยอมปล่อยเธอเอามือทั้งสองข้างทาบหน้าตัวเองแล้วกรี๊ดลั่นอยู่ในใจ กลิ้งตัวไปมาบนที่นอนจนผ้าห่มพันกันยุ่งเหยิง'ไม่นะ ไม่ ๆๆๆ นี่มันไม่ใช่แผนที่วางไว้เลยสักนิด!'โมเน่พยายามนึกทบทวนเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาปลอบใจตัวเอง เธอเคยเรียนมาว่าตอนหวาดกลัวใกล้ตายหรือตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาปริมาณมาก และสารตัวนี้เองที่มักทำให้สมองสับสนระหว่างความกลัวกับความตื่นเต้นทางอารมณ์อื่น ๆ ใช่แล้ว มันคือ "อุบัติเหตุ" ล้วน ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับใจเธอสักนิดเดียวเธอพยักหน้ากับตัวเองอย่างมั่นใจในทฤษฎีที่คิดขึ้นมาเอง ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเ

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 22 nc 3/3

    เขาคำรามต่ำก่อนจะรูดซิปลงปลดกางเกงทิ้งไป ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าปรากฏโฉมทุกสัดส่วน ความเป็นชายขนาดยักษ์เด้งทะลักออกมาอย่างทรงพลังทั้งยาวใหญ่และหนา เส้นเลือดปูดโปนตามความยาว ส่วนปลายบานแดงฉ่ำมันวาวเยิ้ม โมเน่เหมือนถูกกระชากสติกลับมาดวงตาเธอเบิกกว้างอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตสั่นระริกจับจ้องความยิ่งใหญ่ตรงหน้าในหัวประมวลผลวุ่นวายจนเผลอคิดพิเรนทร์ ‘คนเขียนนิยายเรื่องนี้ใส่เลขผิดหรือเปล่าเนี่ย?! ใหญ่ขนาดนี้ฉันได้ตายคาเตียงแน่ๆ’ร่างเล็กพยายามถดตัวหนีจนแผ่นหลังชนหัวเตียง แต่ไคกลับคว้าข้อเท้าเธอไว้แล้วลากกลับมาอยู่ใต้ร่างอย่างง่ายดาย เขาโน้มตัวลงมาทับจนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุและขนาดอันน่าเกรงขามที่บดเบียดอยู่ตรงหน้าขา"เป็นอะไร..." ไคหัวเราะทุ้มในลำคอ เมื่อเห็นท่าทีช็อกสุดขีดของสาวน้อยใต้ร่าง เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนส่วนหัวที่ฉ่ำวาวเฉียดกรายร่องนุ่มที่เปียกชุ่ม"พี่ไก่ ไม่เอา! มันใหญ่ไป ฉันไม่ไหวหรอก!""ทำไมจะไม่ไหว ยังไม่ได้ลองเลย" ไคกระซิบข้างหู เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม "ปากเธอยังด่าฉันแซ่บขนาดนั้น มาดูสิ้ว่าปากล่างจะแซ่บขนาดไหน""ไอ้คนลามก! ปล่อยนะ!""หึ ด่าสิ ด่าอี

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 21 nc 2/3

    "ไม่! ปล่อยฉันนะ!" โมเน่แผดเสียงพลางปัดป้องพัลวัน เธอพยายามจะรวบสาบเสื้อเข้าหากันและปัดมือใหญ่ของเขาออกไป แต่พละกำลังของตัวเองกลับน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับเขา ไคใช้มือเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองของเธอไว้แน่นแล้วกดลงกับเตียงนุ่ม"พี่ไก่! ไอ้คนบ้า! ปล่อย!" โมเน่ดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าไคกลับใช้นิ้วหนาแกะกระดุมเสื้อเธอออกอย่างใจเย็นและยั่วเย้าเม็ดแรกหลุดออก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ขึ้นสีระเรื่อ เม็ดที่สองและสามตามมาติดๆ แม้โมเน่จะบิดกายหนีและพยายามจะหุบไหล่เพื่อปกปิดเพียงใด ไคก็จัดการกระชากอาภรณ์ที่เปียกชื้นนั้นให้พ้นทางจนทรงเสน่ห์อวบอิ่มเด้งออกมาสู้สายตาอย่างโจ่งแจ้งไคกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเขาแผดเผาจนโมเน่รู้สึกร้อนไปทั้งตัว เขาโน้มหน้าลงประทับจูบบนรอยแดงเก่าที่เขาเคยฝากไว้ ลิ้นร้อนชื้นวนเวียนปลุกเร้าจนร่างบางสะท้านเฮือก ความพยศในตอนแรกเริ่มมลายกลายเป็นความซ่านสยิว"สวยชิบ ถ้ามีของดีก็น่าจะเอามาอวดกันแต่แรกสิ"“หยุดเถอะ ขอร้อง” โมเน่กัดริมฝีปากมองไคที่จัดการสลัดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายทิ้งไป ไคหยุดชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่สั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างอย่างห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status