Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 1 เลือดใหม่

Share

จิตมารลวงรัก
จิตมารลวงรัก
Author: Charuda Singsathon

ตอนที่ 1 เลือดใหม่

last update publish date: 2026-04-02 13:22:25

ตอนที่ 1 เลือดใหม่

ท่ามกลางความสลัวรางของยามอรุณรุ่ง สายหมอกหนาทึบสีขาวหม่นเข้าปกคลุมไปทั่วทุกอณูของหุบเขาเทียนหมิง ความเย็นเยียบแทรกซึมผ่านชั้นบรรยากาศ ราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่งอยู่ภายใต้ความเงียบงัน ทันใดนั้น เสียงระฆังโบราณที่หล่อจากสำริดเนื้อดีก็ดังกังวานขึ้นจากใจกลางสำนัก เสียงของมันหนักแน่น ทรงพลัง และก้องสะท้อนไปตามหน้าผาสูงชันที่รายล้อม คลื่นเสียงนั้นไม่ใช่เพียงแค่สัญญาณบอกเวลา แต่มันเปรียบเสมือนการปลุกวิญญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน

วันนี้คือวันสำคัญ... วันที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสำนักเทียนหมิงจะถูกจารึกด้วยหยาดเลือด มันคือวันคัดเลือกศิษย์ใหม่ที่จัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบหลายปี

ลานหินกว้างเบื้องล่างของสำนักที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับพันที่ยืนเบียดเสียดจนแน่นขนัด ชายหนุ่มและหญิงสาวจากทั่วทุกสารทิศ ต่างเดินทางรอนแรมข้ามเขาลูกแล้วลูกเล่าเพื่อมาหยุดยืนอยู่ตรงนี้ แววตาของพวกเขาแต่ละคนล้วนฉายชัดถึงความปรารถนาที่แตกต่างกันออกไป

บางคนยืนตัวตรงด้วยท่วงท่าทะนงตน พวกเขามาที่นี่เพื่อไขว่คว้า "อำนาจ" และวิชาความรู้ที่จะทำให้ตนอยู่เหนือผู้อื่น บางคนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นที่สลักลึกในอก ดวงตาสั่นระริกด้วยไฟแห่งการ "ล้างแค้น" ที่แผดเผาใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และยังมีอีกหลายคน... ที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง พวกเขาเพียงแค่อยากมี "ชีวิตรอด" ในโลกภายนอกที่แสนโหดร้ายและเต็มไปด้วยการเข่นฆ่า

แต่สิ่งที่น่าเวทนาที่สุดคือ... ไม่มีใครในที่แห่งนี้ล่วงรู้ความจริงเลยว่า กำแพงสูงตระหง่านของสำนักเทียนหมิงไม่ใช่สถานที่สำหรับบ่มเพาะ "มนุษย์" แต่มันคือเบ้าหลอมสำหรับสร้าง "เขี้ยวเล็บ" และ "เครื่องมือสังหาร" ที่ไร้หัวใจต่างหาก

บนแท่นหินยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือลานกว้าง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีดำสนิทดุจขนนกกาพิฆาตยืนอยู่อย่างเงียบงัน ลมภูเขาพัดพากระพือชายเสื้อของนางให้พริ้วไหวไปตามแรงลม หลินเยว่ซิน ทอดสายตาเย็นชาลงไปยังฝูงชนเบื้องล่าง ใบหน้าของนางงดงามราวกับรูปสลักจากหยกชั้นเลิศ ทว่ากลับไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ผิวที่ขาวซีดตัดกับชุดสีเข้มทำให้ดูราวกับเทพธิดาแห่งความตาย

สำหรับนางแล้ว มนุษย์ที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่เบื้องล่างนั้น ไม่ได้ดูแตกต่างไปจากศพที่ยังคงหายใจได้เพียงชั่วคราว นางมองเห็นความตายที่รออยู่เบื้องหน้าของพวกเขาอย่างชัดเจน

"เริ่มได้"

น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของชายชราผู้หนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของนาง แม้จะเป็นเพียงคำพูดเรียบง่ายเพียงคำเดียว แต่มันกลับทรงพลังมหาศาลจนบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปในทันที ความกดอากาศดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน

สิ้นคำสั่งนั้น เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความตระหนกตกใจก็ดังระงมขึ้นแทบจะพร้อมกัน พื้นดินที่เคยสงบนิ่งพลันกลายเป็นสนามนองเลือดอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ฆ่ากันเอง... คนที่เหลือรอดเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ผ่านประตูสำนัก"

คำประกาศนั้นเรียบง่ายสั้นกุด แต่มันแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิตจนไม่มีใครกล้าขัดขืน หรืออาจจะพูดให้ถูกก็คือ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดได้ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว คนที่เมื่อครู่ยังยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ สนทนากันอย่างมิตรไมตรี กลับต้องหันคมดาบและอาวุธเข้าหากันอย่างไร้ความปรานี

กลิ่นคาวเลือดเริ่มคละคลุ้งในอากาศ เสียงโลหะปะทะกัน และเสียงร้องขอชีวิตที่แสนโหยหวนดังระงมไปทั่วหุบเขา เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหินสีเทา หลินเยว่ซินมองดูภาพการเข่นฆ่าอันโกลาหลนั้นด้วยดวงตาที่สงบนิ่ง นางไม่แม้แต่จะกระพริบตาหรือแสดงความหวั่นไหว เพราะนี่คือ "บททดสอบ" ชุดเดียวกับที่นางเคยผ่านมันมาด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาเมื่อหลายปีก่อน มันคือความจริงอันเจ็บปวดที่กำหนดว่า... ใครคือผู้ที่มีสิทธิ์จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกใบนี้

ทว่า ท่ามกลางทะเลเลือดที่กำลังคลุ้มคลั่ง สายตาของนางกลับไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของคนผู้หนึ่ง

เขาเป็นชายหนุ่มในชุดผ้าป่านเรียบง่ายดูธรรมดายิ่งนัก เขายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของการสังหารที่วุ่นวาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาดูโดดเด่นออกมาคือท่าทีที่ "สงบนิ่ง" จนน่าประหลาด เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือ ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกเหมือนคนอื่นๆ ดวงตาของเขานิ่งเรียบดุจผิวน้ำในสระน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้น

มันไม่ใช่ความกลัวจนทำอะไรไม่ถูก และไม่ใช่ความลังเลใจ... แต่มันคือ "การรอจังหวะ"

ในชั่วพริบตาที่คู่ต่อสู้พุ่งเข้าใส่ เงาร่างของเขาก็เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ รวดเร็ว เฉียบคม และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือเขาสังหารได้อย่างไร้เสียง ศัตรูตรงหน้าล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เลือดสีเข้มไหลซึมออกจากรอยแผลที่ถูกตัดตรงเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคออย่างแม่นยำ

หนึ่งคน... สองคน... สามคน...

เขาไม่ได้ต่อสู้ด้วยอารมณ์บ้าคลั่งหรือความสะใจ แต่เขาเลือกที่จะฆ่าเฉพาะ "คนที่จำเป็นต้องฆ่า" เพื่อเปิดทางให้ตัวเองเท่านั้น ทุกท่วงท่าดูลื่นไหลและมีประสิทธิภาพสูงสุดราวกับมัจจุราชที่กำลังร่ายรำ

หลินเยว่ซินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาที่เคยว่างเปล่าพลันประกายความสนใจออกมาวูบหนึ่ง

"น่าสนใจ..." เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่ได้ยินเพียงลำพัง

ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มผู้นั้นกลับเงยหน้าขึ้นมาในจังหวะที่นับว่าประจวบเหมาะอย่างยิ่ง สายตาของทั้งสองประสานกันกลางอากาศเหนือสนามนองเลือดที่เต็มไปด้วยซากศพ เพียงชั่วครู่ที่สบตากัน แต่มันกลับให้ความรู้สึกเนิ่นนานราวกับกาลเวลาได้หยุดหมุนลง

ดวงตาของเขาเย็นเยียบและลึกซึ้ง ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นความตายหรือความเจ็บปวดที่จะสามารถทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอนได้ และนั่นคือสิ่งที่ "ผิดปกติ" ที่สุดในสายตาของหลินเยว่ซิน

เพราะในสถานที่แห่งนี้... คนที่ไม่รู้จักความกลัว มักจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดเสมอ

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เกือบจะมองไม่เห็นหากไม่สังเกตให้ดี แต่นางเห็นมันอย่างชัดเจน รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูถูกและไม่ได้ถ่อมตน แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่รู้ชะตากรรมของตนเองเป็นอย่างดี

และไม่รู้เพราะเหตุใด... หัวใจที่เคยเย็นชาราวกับน้ำแข็งและสงบนิ่งมาตลอดหลายปีของหลินเยว่ซิน กลับกระตุกวูบแผ่วเบาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ชื่อของเจ้า?"

เสียงของนางดังขึ้นจากบนแท่นหินสูง แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับดังกังวานและเปี่ยมด้วยอำนาจจนทำให้เสียงฆ่าฟันรอบข้างดูเบาบางลง ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังจะปลิดชีพคู่ต่อสู้คนสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงกับพื้นหินที่นองไปด้วยเลือดอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ท่วงท่าของเขาดูสุขุมเป็นอย่างยิ่ง

"เซียวหาน... ขอรับ"

น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบไร้รอยสั่นพร่า ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อสตรีผู้ทรงอำนาจเบื้องหน้า ทว่าในความเรียบเฉยนั้น กลับซ่อนบางสิ่งเอาไว้ลึกเกินกว่าที่ผู้ใดจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

หลินเยว่ซินจ้องมองเขานิ่งอยู่เป็นนาน ดวงตาคู่สวยพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยนั้น ก่อนที่นางจะตัดสินใจสะบัดชายเสื้อแล้วหันหลังกลับอย่างสง่างาม

"ให้ผ่าน"

คำสั่งสั้นๆ เพียงสองคำ แต่มันคือ "คำพิพากษา" สูงสุดสำหรับผู้ที่ยังมีลมหายใจอยู่ในลานแห่งนั้น

เมื่อสิ้นเสียงประกาศ เสียงการต่อสู้ที่เคยดังระงมก็ค่อยๆ ซาลง ผู้ที่รอดชีวิตเพียงหยิบมือถูกนำตัวออกไปเพื่อทำพิธีรับเข้าสำนักในฐานะ "ศิษย์ใหม่" ส่วนร่างที่ไร้วิญญาณนับร้อย... กลับถูกลากทิ้งไปอย่างไร้ค่าราวกับเศษขยะตามทางน้ำตกหลังเขา

ลานกว้างกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าในความเงียบนั้น กลับแฝงไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำที่เริ่มก่อตัวขึ้น บางสิ่งบาง

อย่างที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้อีกต่อไป

หลินเยว่ซินยืนอยู่บนระเบียงสูงของตำหนัก สายตาของนางยังคงทอดมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มชื่อเซียวหานที่กำลังเดินหายเข้าไปในเงามืดของสำนัก โดยที่นางไม่ล่วงรู้เลยว่า...

ชายหนุ่มที่มีแววตาเย็นเยียบผู้นั้น คือ "ศัตรู" ที่ถูกส่งมาด้วยจุดประสงค์เดียวเท่านั้น

นั่นคือการทำลายสำนักเทียนหมิงให้สิ้นซาก... รวมถึงการทำลายตัวนางเองด้วยเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status