เข้าสู่ระบบรอยยิ้มที่แสนจะดีใจของเด็กน้อยวัยหกขวบปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมิล เธอยื่นมือไปรับตุ๊กตาที่ท่านแม่ส่งให้ด้วยความสุข “ท่านแม่ ตุ๊กตานี้ช่างงดงาม” สายลมจากฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านตัวเธอและลูกน้อยไป เมลรู้ดีว่าร่างกายของเธอกำลังย่ำแย่ราวกับใบไม้ที่กำลังจะปลิดปลิวด้านนอก เธอจะไม่เห็นรอยยิ้มที่แสนจะงดงามนี้อีกแล้ว พอคิดถึงความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นจากการจากลา ในหัวใจก็มิอาจจะกลั้นน้ำตาออกมาได้อีก “ท่านแม่ ท่านร้องไห้งั้นหรือคะ?” เมลดึงเด็กน้อยที่ประดุจแก้วตาดวงใจเข้ามาโอบกอด “แม่เพียงดีใจมิล แม่ดีใจที่เห็นลูกชอบตุ๊กตาที่แม่ทำ….” ฤดูใบไม้ผลิได้ผ่านพ้นไป ผ่านมาจนถึงฤดูหนาว หิมะที่โปรยปรายลงมาพัดพาเอาความหนาวเหน็บมาสู่จิตใจของเด็กน้อย “ข้ามิอาจจะเลี้ยงเด็กที่มิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของแมรี่ได้!!” “ท่านจะทำเช่นนี้กับข้ามิได้!! มิลมีสัญญาหมั้นหมายกับริชแมนแล้ว!!” เธอพยายาม พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะให้ลูกสาวของเธอได้มีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลริชแมน เพื่อที่มิลจะได้เติบโตอยู่ที่แมรี่ต่อไป… “ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!! เจ้ากล้าดูถูกข้า!! ดูถูกแมรี่!!” คำด่าทอต่างๆ ของท่านพ่อกำลังซึมซาบเข้ามาในจิตใจของเด็กน้อย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชายผู้นั้นก็ไม่อนุญาตให้เธอเรียกเขาว่าท่านพ่ออีก… แถมสายคนอื่นๆ ในคฤหาสน์ต่างก็มองมาที่มิลาด้าเปลี่ยนไป… แต่ไม่เป็นไร เพราะเธอคิดว่าเธออยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้อื่น ขอเพียงเธอมีท่านแม่คนเดียวก็พอ “มิล ลูกต้องเรียนให้เยอะ เราจะต้องมีความรู้ หากวันหนึ่งคนรักของลูกหมดรักในตัวลูก อย่างน้อยที่สุดเจ้าก็ยังมีความสามารถ ริชแมนมีธุรกิจที่ดีมาก แต่พวกเขาไม่อาจบริหารให้มันออกมาประสบความสำเร็จ หากลูกเข้าไปเป็นเคาน์เตสลูกต้องเปลี่ยนตระกลูนั้นให้เป็นของลูก มาซาคู่หมั้นของลูกแม่เคยเห็นมาแล้ว เขาเป็นเด็กหนุ่มที่เรียบร้อยและอ่อนโยน แม่เชื่อเหลือเกินว่าหากเจ้าเอาใจเขาสักหน่อย เขาจะรักและยอมมอบสิทธิ์ทุกอย่างในริชแมนให้เจ้าดูแลแน่นอน!!” “เหตุใดข้าถึงครอบครองริชแมน….” “มิลลูกรัก เจ้าเห็นชีวิตของแม่ตอนนี้รึเปล่า เราอยู่ที่นี่อย่างไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี หากว่าเจ้าไม่มีสัญญาหมั้นกับริชแมนพวกเขาคงจะสั่งฆ่าเราไปแล้ว!! เจ้าเห็นชีวิตที่แสนจะเจ็บปวดของแม่ไหม?” เพราะความรัก…มันไม่มีอยู่จริงงั้นหรือ? ท่านพ่อหมดรักท่านแม่แล้ว ก็เลยทอดทิ้งพวกเรา เช่นนั้นจะมีความรักไปทำไม ในเมื่อมันเจ็บปวดถึงเพียงนี้ ทุกงานเลี้ยงที่แมรี่จัดขึ้นมา มิลาด้าไม่เคยได้เข้าไปร่วมงาน เธอทำได้เพียงแค่รอพี่สาวคนใช้เอาขนมมาให้เท่านั้น สายตาของมิลลาด้ามองไปเห็นครอบครัวที่กำลังเดินมา ชายที่แลดูสูงวัยอุ้มเด็กชายตัวน้อยขึ้นหอมและกอดอย่างรักใคร่ ส่วนสตรีที่ดูงดงามอุ้มเด็กแรกเกิดเอาไว้แนบอก เกิดคำถามในใจของมิลาด้ามากมายว่าในตอนที่เธอยังเป็นเด็ก ท่านพ่อเคยอุ้มเธอเช่นนี้รึเปล่า “ยินดีต้องรับครับเคาน์เคนเนดี้ เชิญด้านในก่อน…” พ่อของเธอเดินออกมาต้อนรับครอบครัวนั้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เคนเนดี้งั้นหรือ? ดูอบอุ่นจังเลยนะ มิลาด้ายกยิ้ม ชายและหญิงสองคนนั้นดูเป็นคนใจดี ครอบครัวของพวกเขาจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ เลย “คุณหนูรีบเข้าไปด้านในเถอะค่ะ เดี๋ยวนายท่านมาเห็นเราจะถูกทำโทษได้” มิลาด้าพยักหน้า เธอเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงให้เชื่อฟังและเจียมตัว เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถเรียกร้องหรือว่าดื้อได้ เหมือนเช่นเด็กคนอื่น เพราะว่าเธอมีเพียงท่านแม่คนเดียว และท่านแม่ในตอนนี้ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะลุกออกจากเตียง…. ฤดูหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง มิลาด้าวัยสิบขวบทรุดลงที่ข้างเตียง ความหนาวเหน็บที่ผิวกายยังไม่เท่าความเหน็บหนาวในหัวใจของเธอ “มิล อย่าร้องไห้เลยลูกรัก เจ้าจะต้องเติบโตขึ้นมาอย่างมีเกียรติ เป็นเคาน์เตสที่งดงามและเฉลียวฉลาดของริชแมน…” เสียงของท่านแม่นั้นแผ่วเบาจนเธอแทบจะไม่ได้ยิน… “แล้วทำลายเคนเนดี้ลงซะ!! ให้สาสมกับที่เคาน์เคนเนดี้ทำกับแม่ ให้สาสม..กับที่เขาทอดทิ้งเราสองแม่ลูกให้มีสภาพเช่นนี้!!” เสียงสุดท้ายที่แผ่วเบาของท่านแม่ มันสลักลึกลงไปในจิตใจของมิลาด้า…เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของท่านแม่และความเจ็บปวดของตัวเธอเอง… เคนเนดี้มีครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น พวกเขามีลูกที่แสนจะน่ารักถึงสองคน…แล้วเธอล่ะ? เธอกับท่านแม่ต้องเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเจ็บปวดของแมรี่ ทุกคนที่แมรี่นำความโกรธและเกลียดมาลงที่เธอและท่านแม่!! แต่เคาน์เคนเนดี้กลับมาความสุข ทั้งที่เขาคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด! เหตุใด ถึงยังสามารถทำใจให้มีความสุขได้ คนสารเลวพวกนั้น!!! เธอจะทำลายทั้งหมดเอง!! หลังจากท่านแม่สิ้นใจ เธอก็ทนอยู่ที่แมรี่อีกสี่ปี สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเธอก็คือตุ๊กตาที่ท่านแม่เป็นคนทำ ของแทนใจสิ่งเดียวที่ท่านแม่หลงเหลือเอาไว้ให้ มิลาด้ายกยิ้ม ตอนนี้เธอกำลังอยู่บนรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ริชแมน เธอกอดตุ๊กตาตัวนั้นเอาไว้แนบอก… พอมาถึงที่ริชแมนทุกคนที่นี่ต้อนรับเธออย่างอบอุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาซา คู่หมั้นของเธอ เขาดูเป็นเด็กชายที่อ่อนโยนอย่างที่ท่านแม่กล่าวเอาไว้จริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของมิลาด้าสั่นไหวก็คือเอซ เขาคือน้องชายของมาซา ที่เขาดึงดูดสายตาของมิลาด้าก็เพราะว่าหน้าตาของเขามันเหมือนกับตุ๊กตาในมือของเธอ เขางดงามจนมิลาด้าไม่อาจจะละสายตาไปได้เลย…เธอพยายามข่มใจแล้วแต่ก็ทำไม่ได้!! เธออยากโอบกอดเขา..เพราะราวกับว่าเขาคือสิ่งของแทนใจจากท่านแม่ หากว่าเธอกอดเขาจริงๆ มันจะเหมือนอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของท่านแม่ไหมนะ? เมื่อห้ามความอยากในจิตใจของตัวเองไม่ได้ มิลาด้าก็จำเป็นที่จะต้องวางแผนการ…เริ่มต้นทำลายเคาน์และเคาน์เตสริชแมน เพราะว่าเธอมั่นใจว่าเธอสามารถควบคุมมาซาได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องทำลายเขา… มิลาด้าก้าวขาเข้ามาในทุกกิจการของริชแมนเต็มตัว เธอจะเป็นคนคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับหุ้นส่วนและการลงทุนของริชแมนด้วยตัวเธอเอง และความเก่งกาจของมิลาด้า ก็ได้ไปเข้าตาดยุคแม็คซิมัส เธอคิดว่าเขาคือหมากตัวสำคัญในกระดานของเธอจึงได้ยอมมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเขา และงานแรกที่ให้เขาทำก็คือการสร้างอุบัติเหตุให้กับเคาน์และเคาน์เตสเคนเนดี้ มิลาด้าคิดว่าหากเคนเนดี้ไร้เสาหลักไป เด็กน้อยทั้งสองคนนั่นก็จะพังทลายลง..และนั่นก็คือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นเพราะว่าพวกเขามีความสุขกันมามากเกินพอแล้ว… เธอพยายามจะเข้าหาเอซแต่ไม่เป็นผลเลย เพราะเขาตั้งกำแพงเอาไว้สูงมากทีเดียว หรือว่าเธอต้องจัดการมาซา… หากว่าไม่มีมาซาแล้ว เอซก็จะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล พอถึงตอนนั้นเด็กชายที่ไร้เดียงสาผู้นี้ก็จะต้องพึ่งพาเธอ..และเขาจะรักเธอได้ไม่ยาก ใช่ ใช่แล้วการกำจัดมาซาคือทางเลือกที่ดีที่สุด ทว่าไม่ใช่แบบนั้น… ไม่เป็นไปตามที่เธอคิด เพราะเอซยังไม่ยอมรักเธอ อีกทั้งเขายังทำท่าเย็นชาใส่เธออีก!! แต่ไม่ว่าเขาจะทำยังไงเราก็ไม่อาจหนีพ้นกันไปได้ เพราะริชแมนอยู่ในกำมือของเธอ และเขาก็รักริชแมนมาก บางทีเอซอาจจะต้องการเวลา หากมีเวลาให้เขาคิดมากกว่านี้เขาอาจจะยอมรักเธอ และให้เธอกอดเขา อ้อมกอดที่เธอรอคอยมาอย่างยาวนาน… มิลาด้ายกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เธอยกยิ้มอย่างสมเพชให้ตัวเอง ก่อนจะเควี้ยงแก้วไวน์ลงไปที่พื้นข้างๆ ที่เบลล่านั่งอยู่ “อ่า เสียของชะมัด!! เจ้าควรเอามาให้ข้าดื่มสิ!!” “เหอะ! จะตายอยู่แล้วยังปากดี” เบลล่าถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย “เหตุใดต้องจับข้ามา…” มิลาด้าลุกขึ้น เธอมองไปที่เบลล่าและคิร่า “เพราะว่าเจ้าทั้งสองคน แย่งความสุขไปจากข้า!!” เบลล่าหัวเราะ “มิลาด้า ต่อให้ไม่มีข้า เขาก็ไม่รักเจ้า เอซไม่มีทางรักเจ้าหรอก!!” มิลาด้าชักดาบออกมาก่อนที่เธอจะเดินไปหาเบลล่า แล้วแทงไปที่ท้องของคิร่าอย่างแรง “ฉึก!!” “!!!” “หึ..เปลี่ยนสีหน้าแล้วสินะเบลล่า นึกว่าเจ้าจะทำหน้าอวดดีไปได้ตลอด…วางใจเถิดที่ข้าแทงนางก็เพราะอยากฆ่านางเดี๋ยวข้าก็จะแทงเจ้าด้วยเช่นกัน….” เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นออกมาตามแรงดึงดาบของมิลาด้า เธอดึงดาบออกมาก่อนจะยกไปจ่อที่คอของคิร่าแทน “….เจ้าไม่สมควรจะเกิดมาด้วยซ้ำ พ่อของเจ้าก็เป็นเพียงแค่ผู้ชายที่มักมากคนหนึ่ง” ที่ท้องของคิร่ามันไม่เจ็บเลย แต่เธอรู้สึกชาแทน คิร่าพยายามที่จะไม่ก้มไปมองเลือดที่กำลังไหลออกมา มือของเธอถูกมัดเอาไว้ด้านหลัง…นี่เธอจะมาจบชีวิตตรงนี้จริงๆ งั้นหรือ!! ไม่ได้ เธอไม่ยอม!! “ข้ารู้แล้วนะคะ ว่าท่านเป็นพี่สาวของข้า!! มิลาด้ามองที่คิร่าอย่างตกใจ “ข้ารู้มาตลอดเพราะท่านพ่อบอกข้า ข้าและท่านพี่โคลด์อยากไปหาท่านพี่มาตลอด แต่เพราะท่านคือเคาน์เตสริชแมนที่แสนจะร่ำรวย พวกเราสองพี่น้องก็เลยไม่กล้าไปหาท่านพี่….” เบลล่ามองที่คิร่า น้ำเสียงที่เอ่ยมานั้นสั่นเครือเพราะความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลอีกทั้งตอนนี้เลือดของคิร่ามันไหลออกมาอย่างน่ากลัว… โกหก!! คิร่ากำลังโกหกเพราะว่าเธอกำลังถ่วงเวลา เบลล่าเม้มปากแน่น!! อาเชอร์ทำอะไรอยู่กันนะ!! เหตุใดถึงมาช้านัก!!
เลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







