Masukเขาคือคุณอาข้างบ้านและคนที่ยื่นมือมาช่วยเธอยามอ่อนแรง เธอ...เด็กสาวจอมซนที่หนีหายไปเสียนาน เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เขาจะต้องกักเก็บเธอไว้ข้างกายตลอดไป -------------------------------------- เหมือนกามเทพเล่นตลกให้เธอต้องมาพัวพันกับคนที่แอบชอบ ทั้งที่รู้ว่าฐานะต่างกันเหลือเกิน แต่เรื่องของหัวใจมันบังคับได้ที่ไหนล่ะ!
Lihat lebih banyak‘ดวงใจของมาโปรด’ เป็นนิยายแนวคุณอากับหลานนอกไส้อีกหนึ่งเรื่อง แต่เรื่องนี้แหวกแนวจากแทบทุกเรื่องที่ปรียาดาได้เขียนมา เพราะเรียกได้ว่าเป็นนิยายรักจริง ๆ
มาโปรดพระเอกในเรื่องนี้หลงรักไพลินสาวน้อยข้างบ้านมานานแล้ว ประจวบเหมาะกับที่เธอเลิกกับแฟนเพราะโดนหักหลัง ทำให้เธอซมซานกลับบ้าน เขาจึงใช้โอกาสนี้ดูแลเธอ ความอบอุ่นอ่อนโยนของคุณอาหนุ่มทำให้หัวใจของสาวน้อยหวั่นไหว เพราะคุณอาเล่นเดินหน้าจีบโดยไม่สนลูกใคร แล้วอย่างนี้เธอจะไม่ละลายภายใต้อ้อมกอดเขาได้อย่างไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไพลินหรือเพลินมาหาคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดของเขา เธอมักจะมาหาเขาเป็นประจำ ทั้งชายหนุ่มเองยังให้คีย์การ์ดสำรองไว้กับเธอเพื่อที่จะได้เข้าออกสะดวก มันแสดงถึงความรักและความเชื่อใจ แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป
ภายในห้องว่างเปล่าไร้ร่องรอยเจ้าของห้อง ที่ปกติจะนั่งดูทีวีหรือเล่นเกมอยู่ที่มุมรับแขก หรือไม่ก็นั่งทำงานตรงโต๊ะข้าง ๆ กัน เธอนึกแปลกใจ แต่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางห้องนอนจึงเดินไปดู ใจยังนึกเป็นห่วงว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเข้านอนเร็ว ทว่าเมื่อเธอเปิดประตูห้องนอน กลับพบภาพที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“นี่มันอะไรกัน!”
บนเตียงนอนปรากฏร่างเปลือยเปล่าของชายหญิงที่รีบผละออกจากกันแทบไม่ทันหลังจากที่ได้ยินเสียงตวาดดังลั่น ชายหนุ่มหน้าเสีย ในขณะที่ฝ่ายหญิงทำทีเป็นยกผ้าห่มขึ้นปิดบังร่างกายตนเอง แต่ใบหน้าดูระรื่นเกินกว่าจะสำนึกผิด ที่แย่ไปกว่านั้น หล่อนคือ แก้วกัลยา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอเอง
“เมธ...ทำไม?” เสียงหวานที่เปล่งออกไปสั่นเครือจวนเจียนจะร้องไห้อยู่รอมร่อม
“เพลิน มันไม่ใช่อย่างที่เพลินคิดนะ” เมธารีบลุกขึ้นจากเตียง คว้าผ้าขนหนูที่ตกอยู่บนพื้นมาปกปิดร่างกายลวก ๆ
ณ วินาทีนั้นหัวหูของไพลินรู้สึกอื้ออึงไปหมด ไม่สามารถที่จะเปล่งคำพูดออกมาได้ รู้สึกว่าทุกคำพูดของเขาเป็นแค่คำโกหก เพราะหลักฐานเห็นกันอยู่คาตา
“เพลิน เมธขอโทษ” เมธาคว้ามือหญิงสาวไปกุม หน้าตาสำนึกผิด แต่ว่าคำขอโทษนั้นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดของไพลินลดลงไปเลย
ในที่สุดน้ำตาที่ฝืนกลั้นไว้ก็พังทลายลงราวกับว่าโลกทั้งใบได้ถล่มลงตรงหน้า เธอหันหลังและวิ่งออกจากห้องของเขาด้วยความเจ็บปวดและเสียใจอย่างถึงที่สุดที่ถูกคนรักกับเพื่อนที่สนิทที่สุดหักหลัง เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่รู้แน่นอนคือ เธอไม่สามารถกลับไปเชื่อใจเมธาได้อีกต่อไป
หลายปีก่อนที่อนันต์จะได้พบกับมุกดา ผู้หญิงที่เขารักและรู้สึกอบอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้ แต่ก่อนหน้านั้น ชีวิตของเขาถูกปกคลุมด้วยเงาอดีตที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขายังอยู่กับโอปอล ความรักครั้งแรกที่เขาคิดว่ามันคือทั้งหมดของชีวิตเมื่อหลายปีก่อน อนันต์ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ทุ่มเทและมุ่งมั่น เขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก แต่วันหนึ่ง เขาได้พบกับโอปอล หญิงสาวที่เข้ามาทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป โอปอลเป็นคนสนุกสนาน มีชีวิตชีวา และเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ทุกคน อนันต์มองเธอจากระยะไกลอยู่นาน จนกระทั่งวันหนึ่ง โอปอลเดินเข้ามาหาเขา“เธอชื่ออนันต์ใช่ไหม?” โอปอลถามด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขาใจเต้นแรง“ใช่...เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?” อนันต์ถามด้วยความแปลกใจ“แน่นอนสิ เธอเป็นคนเดียวที่นั่งอ่านหนังสือตลอดเวลาในห้องสมุด ไม่มีใครไม่รู้จักเธอหรอก” โอปอลหัวเราะเบา ๆ “เราควรจะรู้จักกันไว้บ้างนะ”จากวันนั้นเป็นต้นมา โอปอลเข้ามาในชีวิตของอนันต์อย่างที่เขาไม่เคยคาดคิด พวกเขาเริ่มใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดด้วยกัน หรือการไป
พิธีส่งมอบเครื่องมือทางการแพทย์เสร็จสิ้นท่ามกลางรอยยิ้มดีใจของชาวบ้านในพื้นที่ พ่อเลี้ยงมาโปรดไม่ได้อยากถูกถ่ายรูป แต่ต้องทำเพื่อแสดงให้เห็นว่าทำทุกอย่างโปร่งใส และถือโอกาสนี้อวดไพลิน ภรรยาคนสวยไปพร้อมกัน นอกจากการส่งมอบเครื่องมือการแพทย์แล้ว ยังมีบริการตรวจสุขภาพฟรีอีกด้วย ชาวบ้านทำอาหารมารับประทานร่วมกัน จากงานเล็ก ๆ จึงกลายเป็นงานใหญ่ของหมู่บ้านทันทีแต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีคู่รักแค่คู่เดียว หมออนันต์ก็ขยันส่งสายตาหวานเยิ้มให้มุกดาที่ยืนถ่ายรูปคู่กับคนในครอบครัว ตั้งแต่ประกาศตัวคนรัก อนันต์ก็เดินหน้าเข้ามาสวัสดีพ่อแม่ของมุกดาอย่างเปิดเผย แรก ๆ ทั้งสองก็ตกใจอยู่บ้างไม่คิดว่าระดับเพื่อนพ่อเลี้ยงมาโปรดจะมาสนใจลูกสาวของตน แต่เมื่อเห็นว่าหมออนันต์มีความจริงใจก็ปล่อยให้หนุ่มสาวได้ลองศึกษาดูใจกันส่วนชัย พี่ชายของมุกดา เขาเป็นพี่ชายที่คนทั้งไร่รู้ว่าหวงน้องสาวมากกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อพ่อเลี้ยงมาโปรดเรียกไปพูดคุยให้ยอมเปิดทางให้เพื่อนซี้ก็ต้องจำใจยอมให้น้องสาวคบกับหมอหนุ่ม แต่ก็ยังอยู่ในสายตาของเขา แต่เพราะอายุของชัยน้อยกว่าหมออนันต์ เจอหน้ากันทีไร ชัยก็เป็นฝ่ายยกมือไหว้
“ให้ตายสิ!”มุกดาถอนหายใจยาว แล้วหยิบแว่นตาส่งให้หมออนันต์ ใบหน้ายังดูนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่เป็นไรนะคะคุณหมอ”“ผม...ผมไม่เป็นไร...มะ....เมื่อกี้...คุณมุกเตะผู้ชายคนนั้น...” อนันต์ยังคงอึ้ง สรรหาคำพูดไม่ถูก เขายกมือแตะมุมปากตัวเองที่ยังเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทกเมื่อสักครู่“ก็เขาเริ่มก่อน มุกแค่ป้องกันตัวเอง” เธอทำหน้านิ่ง “กลัวหรือคะ คุณพ่อสอนค่ะ มุกกับพี่ชายเป็นมวยทั้งคู่”อนันต์ส่ายหน้าไปมา รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก แล้วยกมือลูบท้ายทอยแก้เก้อ “อุตส่าห์จะมาช่วยแต่กลายเป็นคนถูกช่วยเสียเอง”“เรื่องแค่นี้มุกจัดการได้ค่ะ” เธอยิ้มดีใจที่เขาไม่ได้กลัวเธอ คนทั้งไร่กลัวเธอทั้งนั้น บางคนยังแซวว่าไม่กล้าเอาเธอเป็นเมียเพราะกลัวท่าจระเข้ฟาดหางของเธอนี่แหละไม่กี่นาทีรปภ.คนเดิมก็กลับมาพร้อมคนอื่น มุกดาสั่งการทันที และให้พนักงานผู้หญิงช่วยประคองโอปอลขึ้น โอปอลเริ่มได้สติเห็นอนันต์กับมุกดายืนคุยกันด้วยท่าทีสนิทสนมเอาใจใส่ น้ำตาก็ไหลออกมาราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง“มันจบแล้วจริง ๆใช่ไหมคะ” เสียงของโอปอลแหบพร่าสั่นสะอื้น เธอเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบในใจดี
เสียงโทรศัพท์มือถือของมุกดาดังขึ้น เธอให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเช็กอินรอบดึกเพราะเครื่องบินดีเลย์เรียบร้อยแล้วจึงล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย“คุณมุกครับ ผม รปภ.ที่ลานจอดรถนะครับ”“ค่ะ มีอะไรคะ”“ผมเห็นลูกค้าวีไอพีของคุณมุกอยู่กับคุณฉัตรภพครับ ท่าทางเมามายแต่เหมือนจะออกไปข้างนอก ผมส่งรูปให้ดูนะครับ”มุกดาขมวดคิ้วทำหน้าเครียดเมื่อเห็นภาพโอโปอลถูกฉัตรภพโอบกอดอย่างกับคนรัก เธอไม่มีหน้าที่ไปก้าวกายเรื่องส่วนตัวของโอปอล แต่ผู้ชายอย่างฉัตรภพไว้ใจไม่ได้ เธอตัดสินใจทันที“ช่วยรั้งไว้หน่อยค่ะ มุกกำลังไป”มุกดาหันไปสั่งงานกับเพื่อนร่วมงานแล้วสาวเท้าเร็ว ๆ เดินไปทางลานจอดรถทันที จึงไม่ทันสังเกตว่ามีชายหนุ่มสวมแว่นตาเพิ่งลงมาจากลิฟต์และยกมือเรียกเธอ เขาได้แต่มองแผ่นหลังเธออย่างงุนงงแล้วสาวเท้าเดินตามไปเมื่อออกมาพ้นอาคาร มุกดาก็เดินเร็ว ๆ จนเกือบจะเป็นวิ่งไปที่ลานจอดรถที่รปภ.แจ้งไว้ เธอเห็นฉัตรภพประคองร่างอ่อนปวกเปียกของโอปอลอยู่ โดยมีรปภ.ประจำลานจอดรถยืนอยู่ใกล้ ๆ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง“คุณโอปอล” มุกดาร้องทักทันที เส





