ANMELDENตะวันมองคนน้องที่ไม่ยอมตอบเขากลับมาสักคำ ดวงตากลมเอาแต่จดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ทั้งกายเล็กสั่นเทาไปทั้งตัว เขาถือวิสาสะดึงโทรศัพท์มาจากมือน้อง ทันทีที่ดูก็ได้แต่กำโทรศัพท์แน่น กำปั้นหนักทุกลงบนโต๊ะดังลั่นจนชานเค้กและแก้วกาแฟกระทบกันเร้าให้ผู้คนหันมามอง
เขาวางเงินสดจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะเป็นค่าเค้กและเครื่องดื่มทั้งหมด ก่อนจะคว้าแขนแสนรักเดินออกไปโดยที่ไม่รอเพื่อนที่กำลังงุนงงอยู่แต่ไม่ลืมที่จะวิ่งตามเขาออกไป
“มึงจะไปไหนว่ะ?” องศาที่ก้าวขึ้นรถมาเป็นคนสุดท้ายถามอย่างไม่เข้าใจกับท่าทีเร่งรีบ แต่พอตะวันเอ่ยบอกว่าจะไปอัครบวรสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องทำก็มีแค่เตรียมตัว สกายไม่รอช้าที่จะหยิบเอาปืนที่เหน็บหลังออกมาเช็คจำนวนกระสุน
“พี่ตะวันคะ…”
“นั่งเงียบๆ อย่าดื้อ”
เพราะน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเด็ดขาดและทรงอำนาจ แสนรักชะงักลงมองสบตาเพื่อนของเขาคนอื่นก็ไม่มีใครที่คิดจะโต้แย้งเขา เธอก้มหน้าลงอย่างคิดหนักเพราะไม่อยากให้เรื่องบาปลาย ถ้าเธอไม่ถามออกไป ตะวันก็คงไม่รู้แล้วไม่ต้องโกรธขนาดนี้
“ไอ้แมน เตรียมคนไปที่อัครบวร เคลียรอบๆด้วย อย่าให้มีใครมาวุ่นวาย”
เขาพูดกับปลายสายเสียงเรียงราวกับมันเป็นเรื่องปกติในชีวิตเขา ตะวันกดวางสายลงแล้วมองถนนเบื้องหน้าอย่างจดจ่อ เขาอยากไปถึงที่อัครบวรเต็มที อยากรู้ว่ามันจะกล้าได้มากแค่ไหน
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”
“ไม่รู้ดิ แต่ดูจากท่าทีไอตะวัน ยังไงก็เรื่องใหญ่”
สกายตอบดารินที่กระซิบถามด้วยใบหน้าสงสัย ทั้งสามคนเอาแต่จ้องมองตะวันที่นั่งนิ่ง ทั้งสกายทั้งองศาไม่ได้สนใจหรอกว่าจะเป็นเรื่องอะไร แค่ตะวันอยากให้ช่วยจัดการ พวกเขาก็พร้อมเสมอ….
“ตอนไปถึงไม่ว่าพวกนั้นจะพูดอะไร แสนรักไม่ต้องกลัว พี่จะอยู่ข้างแสนรักไม่ไปไหน” เธอพยักหน้าตอบรับประโยคแสนอบอุ่นนั้น ตะวันกอบกุมมือเล็กของน้องเอาไว้แล้วบีบแผ่วเบา เขาอยากให้แสนรักรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้เสมอ
บ้านอัครบวร
รถคันหรูเข้ามาจอดถึงหน้าประตูได้อย่างไม่มีใครขวางกั้น ราวกับคนที่นี่เตรียมตัวไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องมา ตะวันก้าวลงจากรถก่อน เขาเดินอยู่ด้านหน้าแสนรักเสมอเพื่อไม่ให้คนน้องกังวล
สิรินาถก้าวออกมาทั้งมีคนเดินตามมาข้างหลัง ท่าทีถือดีอย่างนั้นทำเอาตะวันรอบขำในลำคอ คนตรงหน้าคงคิดว่าเขารังแกได้ง่าย ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเงิน ไม่มีอัครบวรคอยหนุน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของเขาเป็นคนที่ใครก็ไม่สามารถแตะต้องได้ทั้งสิ้น
“คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าเธอต้องไม่มาคนเดียว ถึงได้เตรียมคนไว้ต้อนรับเต็มเลย” ตะวันเสมองเมื่อได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นของคนหลายสิบคนดังมาจากด้านหลัง เขายิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้สักนิด
“ไอ้อาทิตย์ มึงนี่มันถนัดเรื่องให้ผู้หญิงคอยปกป้องจริงๆ” เขาตะโกนพูดอย่างเย้ยหยัน แม้สิรินาถจะเติยโตมาในครอบครัวร่ำรวยเพียงใด แต่การฝากชีวิตไว้กับผู้ชายที่ปล่อยให้ตัวเองรับหน้าแบบนี้ก็โง่เต็มที
“พี่อาทิตย์เจ็บหนักก็เพราะแกนั่นแหละ!” ตะวันแทบอยากจะหัวเราะออกมา เขาดึงเอากระบอกปืนออกมาจับพลิกดูอย่างใจเย็น และไม่ได้สนใจกระบอกปืนอีกนับสิบที่จ่อมาจากคนของสิรินาถด้วย
“ผัวมึงมันรนหาที่เอง”
“ถ้ายังไม่ขอโทษหรือชดใช้ค่าเสียหายมา ฉันจะให้คนของฉันจัดการกับพวกแก ฉันเตรียมคนมาตั้งเยอะ คงพอให้แสนรักได้สนุกเต็มที่เลย” จากสีหน้าที่แค่นยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป้นบึ้งตึงในทันทีเมื่อสิรินาภเอ่ยชื่อแสนรัก เขาไม่ชอบให้คนทำร้ายน้อง แม้แต่คิดจะทำร้ายก็ไม่ได้ทั้งนั้น
“กูก็เตรียมคนมาตั้งเยอะ คงพอให้เราได้สนุกกันเต็มที่เลย”
สิ้นคำพูดเขารถหรูอีกร่วมสิบคันก็จอดล้อมพื้นที่หน้าบ้านของอัครบวรเอาไว้ ปลายกระบอกปืนจากคนของเขาจ่อไปที่คนของสิรินาถอีกทีอย่างไม่ลังเล ตะวันค่อยๆก้าวเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าอย่างใจเย็น ใช้สายตาเชือดเฉือนมองจนเธออดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังหนี
“ทำไมถอยหนีละ? ไม่อยากสนุกแล้วหรอ?” เสียงของเขาเย็นเยียบเสียจนคนฟังขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว
“แกเป็นใครกันแน่ ไม่ใช่แค่ลูกชายที่อัครบวรเฉดหัวออกไปหรอ!”
“มึงบอกเมียมึงว่าไงว่ะไอ้อาทิตย์”
เขาเบนสายตาไปมองอาทิตย์ที่หลบอยู่หลังประตูจนน้องชายฝาแฝดเขายอมเดินออกมา ตะวันมองเหยียดแล้วกดไกปืนให้ดังขึ้นแต่เสียงโหวกเหวกของแม่เขาที่วิ่งเข้ามาบังอาทิตย์เอาไว้เข้ามาขัดทุกอย่างซะก่อน
“แกจะฆ่าน้องแกได้ลงเพราะผู้หญิงคนเดียวเลยหรือไง จิตใจแกทำด้วยอะไร ห๊ะ!!!!” เขากำปืนในมือแน่นด้วยความโมโห สายตาที่แม่มองเขาอย่างรังเกียจมันยิ่งตอกย้ำว่าตะวันไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอัครบวรเลย
“แม่ควรจะถามลูกชายสุดที่รักของแม่ ว่าจิตใจมันทำด้วยอะไร! ถึงได้ทำกับผู้หญิงคนหนึ่งขนาดนี้”
เขาเค้นคำจนคนเป็นแม่นิ่งเงียบ อาทิตย์ผลักเขาอย่างไม่ได้ตั้งตัวจนเขาเซถลาลงไปจากบันได เป็นแสนรักที่ประคองเขาไว้จากข้างหลัง เขามองสบแววตาแสนหวาดกลัวของน้องก่อนจะลูบหัวเธอแล้วมองเธอนิ่งราวกับต้องการบอกว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
“คนเรามันก็อยู่ได้เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น ตอนนี้แสนรักไม่มีประโยชน์กับเราแล้ว มึงจะอะไรนักหนาว่ะ”
“แสดงว่ามึงก็แต่งงานกับเมียมึงเพราะผลประโยชน์งั้นสิ”
ตะวันย้อนคำที่ทำให้อาทิตยอึกอักอย่างบอกไม่ถูกกลับไป เขามองสิรินาถที่มองอาทิตย์อย่างไม่พอใจก็ได้แต่ขำออกมา ตะวันชอบที่จะได้ดูละครเสแสร้งว่ารักกันของคนที่นี่จริงๆ
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะหนูสิ ตะวัน! แกจะเป็นตัวถ่วงของที่บ้านไปถึงเมื่อไหร่!! ตอนก่อนแกจะไปก็ดีแต่สร้างปัญหา!!! ไม่เคยทำอะไรให้เราภูมิใจสักอย่าง” ตะวันกัดฟันกรอดหับสิ่งที่แม่เขาพูด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบกลับแสนรักก็เดินมาขวางหน้าเขาซะก่อน
“คุณป้าไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ตะวันแบบนี้นะคะ”
“แสนรัก……”
เขาเรียกชื่อน้องแผ่วเบา แสนรักที่แสนจะบอบบาง แต่ก้าวเข้ามาช่วยเขาอย่างไม่ต้องร้องขอเลยแม้สักนิด ตะวันถึงบอกว่าน้องคือคนสำคัญของเขา แสนรักเป็นแสงสว่างของเขาเสมอ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาสามารถปกป้องน้องได้โดยไม่เสียดายอะไรแม้กระทั่งชีวิตที่ไม่มีค่าเลยของเขา
“แกมันจะไปรู้อะไร!”
“แสนรักรู้จักพี่ตะวันดีที่สุดแล้วค่ะ รู้จักดีกว่าทุกคนที่อัครบวรด้วยซ้ำ ที่โปรเจคตอนนั้นล้มเหลวก็ได้พี่ตะวันช่วยรับหน้าแทนทั้งที่พี่อาทิตย์เป็นคนทำพลาด ตอนที่คุณป้าถูกดักทำร้าย พี่ตะวันก็เป็นคนเอาตัวเข้าไปรับมีดให้ ทำไมถึงไม่เห็นความดีของพี่ตะวันเลยละคะ” ตะวันอึ้งไปกับสิ่งที่น้องพูด เขาไม่เคยคิดว่าแสนรักจะจำรายละเอียดทุกอย่างได้ขนาดนี้
“นี่แก….”
“คุณป้าจะว่าหรือเกลียดแสนรักยังไงก็ได้ แต่อย่าพูดกับพี่ตะวันแบบนี้นะคะ”
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







