Mag-log inตะวันมองคนน้องที่ไม่ยอมตอบเขากลับมาสักคำ ดวงตากลมเอาแต่จดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ทั้งกายเล็กสั่นเทาไปทั้งตัว เขาถือวิสาสะดึงโทรศัพท์มาจากมือน้อง ทันทีที่ดูก็ได้แต่กำโทรศัพท์แน่น กำปั้นหนักทุกลงบนโต๊ะดังลั่นจนชานเค้กและแก้วกาแฟกระทบกันเร้าให้ผู้คนหันมามอง
เขาวางเงินสดจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะเป็นค่าเค้กและเครื่องดื่มทั้งหมด ก่อนจะคว้าแขนแสนรักเดินออกไปโดยที่ไม่รอเพื่อนที่กำลังงุนงงอยู่แต่ไม่ลืมที่จะวิ่งตามเขาออกไป
“มึงจะไปไหนว่ะ?” องศาที่ก้าวขึ้นรถมาเป็นคนสุดท้ายถามอย่างไม่เข้าใจกับท่าทีเร่งรีบ แต่พอตะวันเอ่ยบอกว่าจะไปอัครบวรสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องทำก็มีแค่เตรียมตัว สกายไม่รอช้าที่จะหยิบเอาปืนที่เหน็บหลังออกมาเช็คจำนวนกระสุน
“พี่ตะวันคะ…”
“นั่งเงียบๆ อย่าดื้อ”
เพราะน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเด็ดขาดและทรงอำนาจ แสนรักชะงักลงมองสบตาเพื่อนของเขาคนอื่นก็ไม่มีใครที่คิดจะโต้แย้งเขา เธอก้มหน้าลงอย่างคิดหนักเพราะไม่อยากให้เรื่องบาปลาย ถ้าเธอไม่ถามออกไป ตะวันก็คงไม่รู้แล้วไม่ต้องโกรธขนาดนี้
“ไอ้แมน เตรียมคนไปที่อัครบวร เคลียรอบๆด้วย อย่าให้มีใครมาวุ่นวาย”
เขาพูดกับปลายสายเสียงเรียงราวกับมันเป็นเรื่องปกติในชีวิตเขา ตะวันกดวางสายลงแล้วมองถนนเบื้องหน้าอย่างจดจ่อ เขาอยากไปถึงที่อัครบวรเต็มที อยากรู้ว่ามันจะกล้าได้มากแค่ไหน
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”
“ไม่รู้ดิ แต่ดูจากท่าทีไอตะวัน ยังไงก็เรื่องใหญ่”
สกายตอบดารินที่กระซิบถามด้วยใบหน้าสงสัย ทั้งสามคนเอาแต่จ้องมองตะวันที่นั่งนิ่ง ทั้งสกายทั้งองศาไม่ได้สนใจหรอกว่าจะเป็นเรื่องอะไร แค่ตะวันอยากให้ช่วยจัดการ พวกเขาก็พร้อมเสมอ….
“ตอนไปถึงไม่ว่าพวกนั้นจะพูดอะไร แสนรักไม่ต้องกลัว พี่จะอยู่ข้างแสนรักไม่ไปไหน” เธอพยักหน้าตอบรับประโยคแสนอบอุ่นนั้น ตะวันกอบกุมมือเล็กของน้องเอาไว้แล้วบีบแผ่วเบา เขาอยากให้แสนรักรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้เสมอ
บ้านอัครบวร
รถคันหรูเข้ามาจอดถึงหน้าประตูได้อย่างไม่มีใครขวางกั้น ราวกับคนที่นี่เตรียมตัวไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องมา ตะวันก้าวลงจากรถก่อน เขาเดินอยู่ด้านหน้าแสนรักเสมอเพื่อไม่ให้คนน้องกังวล
สิรินาถก้าวออกมาทั้งมีคนเดินตามมาข้างหลัง ท่าทีถือดีอย่างนั้นทำเอาตะวันรอบขำในลำคอ คนตรงหน้าคงคิดว่าเขารังแกได้ง่าย ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเงิน ไม่มีอัครบวรคอยหนุน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของเขาเป็นคนที่ใครก็ไม่สามารถแตะต้องได้ทั้งสิ้น
“คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าเธอต้องไม่มาคนเดียว ถึงได้เตรียมคนไว้ต้อนรับเต็มเลย” ตะวันเสมองเมื่อได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นของคนหลายสิบคนดังมาจากด้านหลัง เขายิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้สักนิด
“ไอ้อาทิตย์ มึงนี่มันถนัดเรื่องให้ผู้หญิงคอยปกป้องจริงๆ” เขาตะโกนพูดอย่างเย้ยหยัน แม้สิรินาถจะเติยโตมาในครอบครัวร่ำรวยเพียงใด แต่การฝากชีวิตไว้กับผู้ชายที่ปล่อยให้ตัวเองรับหน้าแบบนี้ก็โง่เต็มที
“พี่อาทิตย์เจ็บหนักก็เพราะแกนั่นแหละ!” ตะวันแทบอยากจะหัวเราะออกมา เขาดึงเอากระบอกปืนออกมาจับพลิกดูอย่างใจเย็น และไม่ได้สนใจกระบอกปืนอีกนับสิบที่จ่อมาจากคนของสิรินาถด้วย
“ผัวมึงมันรนหาที่เอง”
“ถ้ายังไม่ขอโทษหรือชดใช้ค่าเสียหายมา ฉันจะให้คนของฉันจัดการกับพวกแก ฉันเตรียมคนมาตั้งเยอะ คงพอให้แสนรักได้สนุกเต็มที่เลย” จากสีหน้าที่แค่นยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป้นบึ้งตึงในทันทีเมื่อสิรินาภเอ่ยชื่อแสนรัก เขาไม่ชอบให้คนทำร้ายน้อง แม้แต่คิดจะทำร้ายก็ไม่ได้ทั้งนั้น
“กูก็เตรียมคนมาตั้งเยอะ คงพอให้เราได้สนุกกันเต็มที่เลย”
สิ้นคำพูดเขารถหรูอีกร่วมสิบคันก็จอดล้อมพื้นที่หน้าบ้านของอัครบวรเอาไว้ ปลายกระบอกปืนจากคนของเขาจ่อไปที่คนของสิรินาถอีกทีอย่างไม่ลังเล ตะวันค่อยๆก้าวเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าอย่างใจเย็น ใช้สายตาเชือดเฉือนมองจนเธออดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังหนี
“ทำไมถอยหนีละ? ไม่อยากสนุกแล้วหรอ?” เสียงของเขาเย็นเยียบเสียจนคนฟังขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว
“แกเป็นใครกันแน่ ไม่ใช่แค่ลูกชายที่อัครบวรเฉดหัวออกไปหรอ!”
“มึงบอกเมียมึงว่าไงว่ะไอ้อาทิตย์”
เขาเบนสายตาไปมองอาทิตย์ที่หลบอยู่หลังประตูจนน้องชายฝาแฝดเขายอมเดินออกมา ตะวันมองเหยียดแล้วกดไกปืนให้ดังขึ้นแต่เสียงโหวกเหวกของแม่เขาที่วิ่งเข้ามาบังอาทิตย์เอาไว้เข้ามาขัดทุกอย่างซะก่อน
“แกจะฆ่าน้องแกได้ลงเพราะผู้หญิงคนเดียวเลยหรือไง จิตใจแกทำด้วยอะไร ห๊ะ!!!!” เขากำปืนในมือแน่นด้วยความโมโห สายตาที่แม่มองเขาอย่างรังเกียจมันยิ่งตอกย้ำว่าตะวันไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอัครบวรเลย
“แม่ควรจะถามลูกชายสุดที่รักของแม่ ว่าจิตใจมันทำด้วยอะไร! ถึงได้ทำกับผู้หญิงคนหนึ่งขนาดนี้”
เขาเค้นคำจนคนเป็นแม่นิ่งเงียบ อาทิตย์ผลักเขาอย่างไม่ได้ตั้งตัวจนเขาเซถลาลงไปจากบันได เป็นแสนรักที่ประคองเขาไว้จากข้างหลัง เขามองสบแววตาแสนหวาดกลัวของน้องก่อนจะลูบหัวเธอแล้วมองเธอนิ่งราวกับต้องการบอกว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
“คนเรามันก็อยู่ได้เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น ตอนนี้แสนรักไม่มีประโยชน์กับเราแล้ว มึงจะอะไรนักหนาว่ะ”
“แสดงว่ามึงก็แต่งงานกับเมียมึงเพราะผลประโยชน์งั้นสิ”
ตะวันย้อนคำที่ทำให้อาทิตยอึกอักอย่างบอกไม่ถูกกลับไป เขามองสิรินาถที่มองอาทิตย์อย่างไม่พอใจก็ได้แต่ขำออกมา ตะวันชอบที่จะได้ดูละครเสแสร้งว่ารักกันของคนที่นี่จริงๆ
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะหนูสิ ตะวัน! แกจะเป็นตัวถ่วงของที่บ้านไปถึงเมื่อไหร่!! ตอนก่อนแกจะไปก็ดีแต่สร้างปัญหา!!! ไม่เคยทำอะไรให้เราภูมิใจสักอย่าง” ตะวันกัดฟันกรอดหับสิ่งที่แม่เขาพูด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบกลับแสนรักก็เดินมาขวางหน้าเขาซะก่อน
“คุณป้าไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ตะวันแบบนี้นะคะ”
“แสนรัก……”
เขาเรียกชื่อน้องแผ่วเบา แสนรักที่แสนจะบอบบาง แต่ก้าวเข้ามาช่วยเขาอย่างไม่ต้องร้องขอเลยแม้สักนิด ตะวันถึงบอกว่าน้องคือคนสำคัญของเขา แสนรักเป็นแสงสว่างของเขาเสมอ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาสามารถปกป้องน้องได้โดยไม่เสียดายอะไรแม้กระทั่งชีวิตที่ไม่มีค่าเลยของเขา
“แกมันจะไปรู้อะไร!”
“แสนรักรู้จักพี่ตะวันดีที่สุดแล้วค่ะ รู้จักดีกว่าทุกคนที่อัครบวรด้วยซ้ำ ที่โปรเจคตอนนั้นล้มเหลวก็ได้พี่ตะวันช่วยรับหน้าแทนทั้งที่พี่อาทิตย์เป็นคนทำพลาด ตอนที่คุณป้าถูกดักทำร้าย พี่ตะวันก็เป็นคนเอาตัวเข้าไปรับมีดให้ ทำไมถึงไม่เห็นความดีของพี่ตะวันเลยละคะ” ตะวันอึ้งไปกับสิ่งที่น้องพูด เขาไม่เคยคิดว่าแสนรักจะจำรายละเอียดทุกอย่างได้ขนาดนี้
“นี่แก….”
“คุณป้าจะว่าหรือเกลียดแสนรักยังไงก็ได้ แต่อย่าพูดกับพี่ตะวันแบบนี้นะคะ”
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปราวกับภาพฝัน จากทารกน้อยตัวแดงเรื่อในอ้อมกอดวันนั้น บัดนี้น้องอคิณเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสองขวบที่เต็มไปด้วยพลังงานและความสดใส ใบหน้าถอดแบบมาจากตะวันราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งดวงตาคมกริบและจมูกโด่งรั้น หากแต่รอยยิ้มหวานหยดและแก้มป่องนั้นกลับได้มาจากแสนรักผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยมคฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงาและเคร่งขรึม บัดนี้ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าเล็กๆที่วิ่งวุ่นไปทั่ว สนามหญ้าหน้าบ้านที่ตะวันเคยสัญญาว่าจะสร้างเป็นสนามเด็กเล่น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเล่นหลากสีสันและบ่อทรายขนาดใหญ่ โดยมีเรือนกระจกหลังงามตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้าง ดอกกุหลาบอังกฤษและลาเวนเดอร์ชูช่อบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณตะวันในชุดลำลองสบายๆสลัดคราบนักธุรกิจพันล้านทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหญ้า คอยระวังหลังให้ลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามปีนป่ายสไลเดอร์อย่างมุ่งมั่น โดยมีแสนรักนั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นจนไม่อาจบรรยายได้“ระวังครับอคิณ ค่อยๆก้าวลูก พ่อประคองอยู่ครับ” เสียงทุ้มของตะวัน
เสียงไซเรนจากรถตำรวจนำขบวนของลูกน้องตะวันดังสนั่นไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืน รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานเข้าสู่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่กฎหมายและสัญชาตญาณจะเอื้ออำนวย ทันทีที่รถจอดสนิทตะวันแทบจะกระโจนลงจากรถก่อนที่คนขับจะดับเครื่องยนต์เสียอีก เขารีบช้อนร่างของแสนรักที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดและชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการที่ปนไปด้วยความลนลานของเขาเอง"หมอ! พยาบาล! ช่วยเมียผมด้วย! เธอปวดท้องมาก!" ตะวันตะโกนก้องโถงโรงพยาบาล จนเจ้าหน้าที่เข็นเตียงรับตัวรุดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แสนรักถูกวางลงบนเตียงเข็น มือเล็กยังคงบีบมือตะวันไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือเขาปูดโปน"พี่ตะวัน... ฮึก... แสนรักปวด... ปวดเหมือนตัวจะแตกเลยค่ะ" เสียงสะอื้นที่ขาดห่วงของเธอทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มบีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ"พี่อยู่ตรงนี้ครับแสนรัก พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น!" ตะวันวิ่งตามเตียงเข็นไปจนถึงหน้าประตูห้องคลอดสีเขียวสะอาดตาที่สลักคำว่า 'เขตหวงห้าม' พยาบาลรีบเข้ามากันตัวเขาไว้"ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เตรียมตัวคุณแม่เสร็จแล้วจะเชิญคุณพ่อเข้าไปข้างในค่ะ"ตะวันยืนนิ่งง
ค่ำคืนที่เงียบสงัดภายในคฤหาสน์ถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์สีนวลตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกราตรีที่แสนรักปลูกไว้ในสวนหลังบ้านโชยเข้ามาถึงระเบียงห้องนอนใหญ่ เวลาผ่านล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน จากวันที่ทราบข่าวดีเรื่องเจ้าตัวเล็ก บัดนี้ครรภ์ของแสนรักแก่ขึ้นจนเห็นความนูนเด่นชัดเจนใต้ชุดนอนผ้าแพรสีหวานตะวันในชุดลำลองกางเกงขายาวตัวเดียว นั่งพิงหัวเตียงกว้างโดยมีแสนรักกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายซบอยู่บนอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับอาวุธ บัดนี้ลูบวนไปบนหน้าท้องกลมโตของภรรยาอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนดุดันกลายเป็นชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความละมุนละไม“ดูสิแสนรัก... เจ้าตัวเล็กเตะพี่อีกแล้ว สงสัยจะอยากออกมาดูโลกเต็มทีแล้วนะครับ” ตะวันกระซิบเสียงทุ้มพลางคลี่ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเคลื่อนไหวจากภายใน แสนรักหัวเราะเบาๆ มือเล็กวางทับบนมือของตะวัน“สงสัยจะเหมือนพ่อเขานะคะ ขยันขยับตัวไม่ยอมอยู่นิ่งเลย พี่ตะวันวางแผนหรือยังคะว่าถ้าเขาออกมาแล้ว พี่จะสอนอะไรเขาเป็นอย่างแรก?”“พี่จะสอนให้เขารู้จักคำว่ารักและปกป้องครับแสนรัก” ตะวันจูบที่ขมับของเธอ“พี่จะสอนให้เขาเป็นสุภาพบุรุษท
พายุความกังวลจากเหตุการณ์สะดุดล้มในวันนั้นถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรักที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อกาลเวลาล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่แปดของการตั้งครรภ์ ร่างกายของแสนรักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตในคฤหาสน์วรโชติเมธีปั่นป่วนไปหมด ไม่ใช่เพราะศัตรูจากภายนอก แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนักที่จู่โจมคุณแม่มือใหม่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้"อึก... แหวะ!"เสียงขย้อนดังก้องออกมาจากห้องน้ำในเช้ามืดวันที่อากาศเย็นสบาย ตะวันที่นอนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งสุดตัว เขาดีดกายลุกขึ้นจากเตียงพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ภาพที่เห็นคือแสนรักในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว นั่งคุกเข่าอยู่ ใบหน้าหวานซีดเผือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจากแรงบีบคั้นของกระเพาะอาหาร"แสนรัก... เป็นยังไงบ้างครับคนดี" ตะวันรีบเข้าไปประคองไหล่บาง มือหนาลูบแผ่นหลังให้เบาๆด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสารจนแทบจะอยากเป็นคนแพ้ท้องแทนเสียเอง"พี่ตะวัน... แสนรัก้หม็น... แสนรักเหม็นกลิ่นสบู่ที่พี่เพิ่งใช้จังเลยค่ะ ฮึก" แสนรักเบือนหน้าหนีพลางปิดจมูก น้ำตาคลอเบ้า"สบู่เหรอ? พี่เพิ่งอาบน้ำมาเมื่อกี้นี้เองนะ..
เช้าวันใหม่ที่คฤหาสน์ดูจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่าแสนรักตั้งครรภ์ได้เกือบ 6 สัปดาห์ ตะวันก็เปลี่ยนร่างจากนักธุรกิจมาดเข้มกลายเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณแม่แบบเต็มตัว เขาแทบจะไม่ยอมให้แสนรักคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"พี่ตะวันคะ... แสนรักแค่จะไปหยิบน้ำส้มในตู้เย็นเองค่ะ ไม่ต้องประคองขนาดนี้ก็ได้" แสนรักเอ่ยกลั้วหัวเราะ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของตะวันเดินขนาบข้าง มือหนึ่งประคองเอว อีกมือเตรียมพร้อมจะคว้าร่างเธอไว้หากเธอสะดุดยอดหญ้าในบ้าน"ไม่ได้ครับแสนรัก หมอบอกว่าช่วงสามเดือนแรกอันตรายมาก ต้องประคบประหงมให้ดีที่สุด" ตะวันพูดด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "แล้วน้ำส้มน่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง แสนรักนั่งเฉยๆบนโซฟานี่แหละ ห้ามลุก ห้ามเดินเยอะ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามวิ่ง เด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?""รับทราบค่ะ" แสนรักทำท่าตะเบ๊ะหยอกล้อ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นที่เห็นเขาเห่อลูกขนาดนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ตะวันสั่งติดตั้งพรมกันลื่นใหม่ทั่วทั้งบ้าน มุมโต๊ะทุกตัวถูกหุ้มด้วยยางกันกระแทกหนาเตอะ จนองศาและสกายที่แวะมาเยี่ยมถึงกับหลุดขำที่เห็นมาเฟียจอมโหดกลายเป็นคนวิตกจ
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากค่ำคืนที่แสนหวานในห้องทำงานวันนั้น บ้านของตะวันดูจะสว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตะวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักธุรกิจสีขาวอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมร่วมกับองศาและสกายเพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานาน เพื่อวางรากฐานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่จะเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ครอบครัวในอนาคตเย็นวันนั้นรถยุโรปคันหรูของตะวันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับรถขององศาและสกายที่ตามมาติดๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปดูไซต์งานก่อสร้างที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตะวันตั้งใจจะสร้างรีสอร์ตระดับไฮเอนด์และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สร้างบ้านพักตากอากาศส่วนตัว**ดารินก้าวลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรัง ทั้งขนมนำเข้าจากต่างประเทศและของฝากติดไม้ติดมือจากเขาใหญ่ เธอเดินนำหน้าพวกหนุ่มๆ เข้าไปในตัวบ้านด้วยความร่าเริงตามสไตล์"แสนรัก! พี่ดารินมาแล้วค่า มีของอร่อยมาฝากเพียบเลยนะ!” เสียงใสของดารินดังก้องไปทั่วโถงบ้านหรูใ
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสของห้องพักฟื้นวีไอพีในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆถูกกลบด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ตรงมุมห้อง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยปลอบประโลมความวุ่นวายในจิตใจให้สงบลงตะวันค่อยๆขย
“แสนรัก! ดูจี้เพชรรูปหยดน้ำอันนี้สิ พี่ว่ามันเข้ากับชุดเดรสสีขาวที่แสนรักใส่มาวันนี้มากเลยนะ” ดารินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสเจื้อยแจ้ว พยายามดึงความสนใจของแสนรักให้จดจ่ออยู่กับตู้กระจกที่ส่องประกายระยิบระยับ แสนรักยิ้มบางๆ พยักหน้าเออออไปตามคำชวน“สวยค่ะพี่ดาริน แต่เราเดินดูมาหลายร้านแล้วนะคะ พี่ยังไม่เห
ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลส่งสัญญาณถึงพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ เช่นเดียวกับคลื่นใต้น้ำที่สิรินาถซุกซ่อนไว้ในใจ ความคั่งแค้นจากการที่ถูกตะวันฉีกหน้ากลางงานแต่งงานจนชื่อเสียงของเธอป่นปี้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามข้อมูลที่ผู้จัดการส่วนตัวพึ่งส่งมา เป็นรายละเอีย
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาอยู่ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วงาน ภายในงานยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองดูสูงค่าอย่างที่สิรินาถคุณหนูของตระกูลที่มีทั้งอำนาจและเงินทองชอบทุกอย่างราวกับถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตยิ่งกว่าครั้งก่อน เพราะนี่คือการแก้ตัวหลังจากที่ง







