ANMELDENท้องฟ้าเหนือคาบสมุทรมาเก๊าถูกฉาบด้วยสีม่วงอมส้มยามอาทิตย์ตก กลิ่นอายของน้ำเค็มจากทะเลจีนใต้พัดพาเอาความชุ่มชื้นเข้าสู่ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสผสมผสานกับความทันสมัยของตึกสูงระฟ้า บนดาดฟ้าของโรงแรมหรูระดับหกดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ตะวันยืนทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เบื้องหลังใบหน้าอันเรียบเฉยนั้น เขากำลังแบกรับความตึงเครียดจากธุรกิจด้านมืดที่กำลังสั่นคลอน เส้นทางการค้าอาวุธที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องกำลังถูกแทรกแซงโดยกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลเจ้าถิ่น ซึ่งนั่นคือเหตุผลหลักที่เขาต้องบินด่วนมายังมาเก๊าเพื่อสะสางปัญหาให้สิ้นซาก
แต่ทว่า... ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ความผิดพลาดที่เขาเคยทิ้งแสนรักไว้ลำพังที่เมืองไทยจนเกิดเหตุการณ์เฉียดตายนั้นยังคงสลักลึกเป็นตราบาปในใจ เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเด็ดขาด
“พี่ตะวันคะ ดูนั่นสิคะ! แสงไฟจากหอคอยมาเก๊าสวยมากเลยค่ะ”
เสียงหวานใสของแสนรักที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้ประกายตาที่แข็งกร้าวของตะวันมลายหายไปทันที เขารีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นชายหนุ่มที่แสนอ่อนโยน ก่อนจะหันไปหาคนน้องที่อยู่ในชุดเดรสชีฟองสีขาวพริ้วไหว
“ชอบไหม? พี่บอกแล้วว่ามาเก๊าตอนกลางคืนสวยที่สุด” ตะวันเดินเข้าไปสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง วางคางลงบนไหล่บางอย่างออดอ้อน
“ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะที่พามาพักผ่อน แสนรักรู้สึกเหมือนได้มาชาร์จแบตจริงๆ หลังจากที่ต้องนอนโรงพยาบาลมานาน” แสนรักพิงศีรษะเข้ากับอกกว้าง โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ความโรแมนติกนี้ ตะวันได้วางเครือข่ายบอดี้การ์ดในชุดนอกเครื่องแบบไว้แทบทุกตารางนิ้วของโรงแรม
ภายในห้องโถงหรูหราของกาสิโนระดับโลกที่เชื่อมต่อกับที่พัก สกายและ องศากำลังยืนคุยกันด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่สายตากลับลอบสำรวจความเคลื่อนไหวรอบกายอยู่ตลอดเวลา พวกเขามาที่นี่เพื่อช่วยตะวันเจรจากับหุ้นส่วนสีเทาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่หน้าที่หลักในตอนนี้คือการเป็นกำแพงมนุษย์ที่มองไม่เห็นให้แก่หัวใจของเพื่อน
“ไอ้ตะวันมันรอบคอบขึ้นเยอะนะ ถึงขั้นพาแสนรักมาด้วยแบบนี้” สกายเปรยขึ้นพลางจิบไวน์แดงในมือ
“มันคงเข็ดแล้วล่ะสิ ถ้าแสนรักเป็นอะไรไปอีกรอบ มีหวังมันเผาโกดังที่มาเก๊าทิ้งแน่” องศาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปมอง ดารินที่กำลังลากแสนรักไปดูตู้โชว์เครื่องประดับแบรนด์เนมอย่างตื่นเต้น
“แสนรัก! ดูสร้อยเส้นนั้นสิ เพชรน้ำงามมากเลยนะ ถ้าเกิดว่ามีใครบางคนซื้อให้ละก็นะ….” ดารินพูดเจื้อยแจ้ว พลางหัวเราะร่วนอย่างมีความสุข ดารินถูกพามาด้วยเพื่อให้แสนรักไม่รู้สึกเหงา และเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้แสนรักสงสัยในภารกิจลับของตะวัน ความสดใสของดารินคือเกราะกำบังชั้นยอดที่ทำให้แสนรักเชื่อสนิทใจว่านี่คือการมาท่องเที่ยวเพื่อเฉลิมฉลองการหายป่วยของเธอจริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ตะวันจัดแจงให้ทุกคนออกไปเที่ยวชมย่านประวัติศาสตร์ เซนาโด สแควร์ (Senado Square) พื้นที่ทางเท้าที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกเป็นรูปลอนคลื่นสลับสีขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์
ตะวันเดินจูงมือแสนรักลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มีตึกเก่าสีพาสเทลตั้งเรียงราย แสงแดดอุ่นๆยามเช้าส่องกระทบใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มละไมยามมองดูร้านค้าขายทาร์ตไข่และของที่ระลึก
“พี่ตะวันคะ ทาร์ตไข่เจ้านี้น่ากินจังเลยค่ะ แสนรักซื้อไปฝากสกายกับองศาด้วยได้ไหมคะ?” แสนรักหยุดอยู่ที่หน้าร้านเล็กๆ ที่มีควันพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่น
“ตามใจเลย แต่ต้องกินเองก่อนนะ คำแรกต้องเป็นแสนรักของพี่ก่อน” ตะวันหยิบทาร์ตไข่สีเหลืองทองขึ้นมาป้อนเธออย่างเอาใจ แสนรักเคี้ยวตุ่ยๆ ด้วยความอร่อยจนแก้มป่อง ทำให้ตะวันอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปกดจูบที่แก้มเนียนนั้นเบาๆ
“พะ พี่ตะวันทำอะไรคะ อายคนอื่นเขานะ” เธอประท้วงเขินๆ แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี โดยไม่รู้เลยว่าลับหลังภาพความหวานนั้น สกายและองศาเดินตามหลังอยู่ห่างๆ ในลักษณะนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ในกระเป๋าเสื้อของพวกเขามีเครื่องสื่อสารที่เชื่อมต่อกับแมน ซึ่งกำลังคุมสถานการณ์อยู่ที่ห้องนิรภัยของโรงแรม
“เขต A เคลียร์ครับนาย ไม่มีหนอนบ่อนไส้ตามมา” เสียงแมนรายงานผ่านหูฟังขนาดจิ๋วที่ตะวันใส่ไว้ ตะวันไม่ได้ตอบรับด้วยเสียง เขาเพียงแต่กระชับอ้อมกอดที่เอวแสนรักให้แน่นขึ้น ท่าทางของเขาดูเหมือนชายหนุ่มที่คลั่งรัก แต่สัญชาตญาณเสือร้ายในตัวเขากำลังตื่นตัวเต็มที่ เขาพาเธอเดินชมซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul's) เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้เธอฟังด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ราวกับว่าเขาไม่ได้มีความลับดำมืดใดๆ ปกปิดอยู่เลย
ตกเย็นตะวันพาทุกคนไปล่องเรือที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงภายในโรงแรม สายน้ำจำลองสีฟ้าครามส่องประกายวิบวับใต้แสงจากเพดานที่วาดเป็นรูปท้องฟ้ายามเย็น
“พี่ดารินดูนั่นสิคะ คนพายเรือเขาร้องเพลงด้วย” แสนรักชี้ให้ดารินดูด้วยความตื่นเต้น
“เพลงเพราะมาก บรรยากาศแบบนี้มันน่ามีหนุ่มหล่อมาด้วยจริงๆ นะเนี่ย” ดารินแกล้งแซว ทำให้ทั้งสกายและองศาหัวเราะออกมาพร้อมกัน
หลังจากการล่องเรือสิ้นสุดลง ตะวันก็พาทุกคนไปทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม โต๊ะอาหารถูกจัดวางในมุมที่เป็นส่วนตัวที่สุด เห็นวิวโคไท สตริป (Cotai Strip) ที่เต็มไปด้วยแสงสีของกาสิโนและโรงแรมที่ดูคล้ายกับลาสเวกัสแห่งเอเชีย
บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูเลิศรส ทั้งกุ้งมังกรอบเนย เป็ดปักกิ่ง และไวน์ขาวรสเลิศ บทสนทนาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ สกายเล่าเรื่องวีรกรรมสมัยเรียนของตะวันให้แสนรักฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนองศาก็คอยเติมไวน์และชวนดารินทะเลาะกันเบาๆ เป็นสีสัน
“แสนรัก...” ตะวันเรียกเสียงแผ่วในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจอาหาร ก่อนที่แสนรักหันมามองเขาทั้งเลิ่กคิ้วตั้งคำถาม
“คะ? มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ตะวัน?” ตะวันเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้ใต้โต๊ะ บีบเบาๆ อย่างสื่อความหมาย
“พี่ดีใจนะที่แสนรักมากับพี่ที่นี่ มาเก๊าครั้งนี้มันมีความหมายกับพี่มาก เพราะมันมีแสนรักอยู่ด้วย”
“แสนรักก็ขอบคุณนะคะ ที่พาแสนรักมาด้วย แสนรักมีความสุขมากเลยค่ะ แสนรักรู้ว่าพี่ตะวันจะดูแลแสนรักได้ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลมากนะคะ” คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจของแสนรักทำให้หัวใจของตะวันสั่นไหวเล็กน้อย เขารู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายมีความลับ แต่เขาก็สัญญากับตัวเองว่า เขาจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความเชื่อใจนี้ไว้ให้นานที่สุด เขาจะกันเธอออกจากโลกที่สกปรกและอันตรายของเขา ให้เธอได้เห็นเพียงด้านที่สวยงามและสว่างไสวเหมือนแสงไฟของมาเก๊าในค่ำคืนนี้
เมื่อกลับถึงห้องพักที่กว้างขวางปูด้วยพรมกำมะหยี่หนานุ่ม แสนรักที่เหนื่อยจากการเที่ยวมาทั้งวันก็หลับไปแทบจะทันทีที่หัวถึงหมอน ตะวันจัดแจงห่มผ้าให้เธออย่างเบามือ จูบลาที่หน้าผากก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง ก่อนจะไปที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นสกายและองศายืนรออยู่แล้ว สีหน้าของทั้งคู่กลับมาเคร่งเครียดไร้ซึ่งรอยยิ้มเหมือนตอนอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“พรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้าที่ท่าเรือประมง ฝ่ายนั้นนัดเจรจา พวกมันดูเหมือนจะไม่พอใจที่เราเอาแสนรักมาด้วย มันคงคิดว่าเราไม่ได้ตั้งใจมาจัดการปัญหา ต่พาสาวมาเที่ยวมากกว่าละมั้ง” องศารายงานเสียงต่ำแล้วหัวเราะ
“ก็ให้พวกมันคิดไป ยิ่งพวกมันคิดว่ากูมาเพื่อพักผ่อน พวกมันยิ่งจะตายใจ แมนมึงเตรียมกำลังไว้พร้อมหรือยัง?” ตะวันพูดพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีขาวลอยล่องไปในอากาศ
“พร้อมครับนาย”
“พรุ่งนี้รินกับน้องแสนรักจะไปชอปปิ้งที่ห้างใหญ่ มึงคงต้องวางคนไว้รอบห้าง ส่วนพวกเราจะไปที่ท่าเรือ” สกายกล่าวสรุปแผนการ ตะวันพยักหน้าช้าๆ เขามองผ่านกระจกเข้าไปเห็นร่างของแสนรักที่หลับใหลอยู่ในห้องพักที่ปลอดภัยที่สุด
“อย่าให้ความลับนี้รั่วไหลไปถึงหูแสนรักเด็ดขาด มาเก๊าครั้งนี้ต้องจบลงด้วยความทรงจำที่สวยงามของแสนรักเท่านั้น... ส่วนเรื่องเลือดและการหักหลัง ให้มันจบลงที่มือของกูก็พอ”
ตะวันสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ลมทะเลที่พัดมาปะทะผิวหน้าเริ่มเย็นเยือกขึ้นเรื่อยๆ แสงสีของมาเก๊ายังคงสว่างจ้า แต่ภายใต้แสงเหล่านั้น สงครามแย่งชิงอำนาจในโลกสีเทากำลังจะเริ่มต้นขึ้น ตะวันกำหมัดแน่น เขาจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องโลกสีขาวของแสนรักไว้ แม้ว่าเขาจะต้องย้อมโลกของคนอื่นให้กลายเป็นสีเลือดก็ตาม
ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว แสงเทียนสั่นไหววูบวาบประดับบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษที่ อาทิตย์สั่งให้จัดเตรียมขึ้น เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแสนรักในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่จงใจให้ดูเหมือนเทพบุตรที่สุดเท่าที่จะทำได้"แสนรัก... ในเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว พี่อยากให้เรามีพันธสัญญาที่มั่นคงกว่าเดิม" อาทิตย์เอ่ยเสียงนุ่มพลางหยิบกล่องแหวนเพชรเม็ดโตออกมาวางบนโต๊ะ "แต่งงานกับพี่นะ..."แสนรักจ้องมองกล่องแหวนนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะอาเจียน มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงตากลมมองแหวนในนิ้วที่ตะวันใส่ให้ ทุกอย่างยิ่งยืนยันกับเธอชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตะวัน เธอแอบชำเลืองมองนาฬิกาที่ผนัง... อีกเพียงสิบนาทีเท่านั้น"พี่ตะวันคะ... แสนรักขอเวลาคิดแป๊บนึงได้ไหมคะ" เธอพยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ"คิดอะไรอีกล่ะ!?" แววตาของอาทิตย์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด บรรยากาศตรงรั้วหลังคฤหาสน์ องศาและสกายในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทกำลังซุ่มรอสัญญาณจากคนของตะวันที่ซ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งก็คือป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่ที่แอบตัดวงจรไฟฟ้าในจุดอับสายตาตามคำแนะนำของสกายผ่านโทรศัพท์ที่
แสงของวันใหม่ไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่มันกลับขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของบ้านที่เคยอบอุ่น ดารินตื่นขึ้นมาด้วยอาการล้าเต็มที เธอแสร้งทำเป็นไอและเดินกระย่องกระแย่งออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อสำรวจสถานการณ์ โดยมีแสนรักเดินประคองอยู่ข้างๆไม่ห่างที่ห้องอาหารอาทิตย์ในคราบของตะวันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำจากการไม่ได้นอน แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เมื่อเห็นดารินยังคงเดินนัวเนียอยู่กับแสนรัก เขาก็กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง!"ริน... เราว่าอาการรินดูไม่ดีเลยนะ" อาทิตย์พูดเสียงเย็น"เราเรียกให้คนขับรถเตรียมรถไว้แล้ว เดี๋ยวจะให้ไปส่งรินที่โรงพยาบาลส่วนตัว จะได้ให้หมอตรวจละเอียด""ไม่เป็นไรตะวัน... เราเริ่มดีขึ้นแล้ว แค่ยังมึนๆ" ดารินแสร้งปาดเหงื่อที่หน้าผาก"เราอยากพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ให้น้องแสนรักดูแลน่ะดีที่สุด หมอที่ไหนก็ไม่รู้ใจเท่าน้องแสนรักหรอก"อาทิตย์ลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง"เราไม่ได้ถามความสมัครใจ! นี่มันบ้านเรา และเราเห็นว่ารินควรไปโรงพยาบาล แสนรัก... เธอขึ้นไปเก็บของให้ดารินเดี๋ยวนี้!""พี่ตะวันคะ... ทำไมต้องรุนแรงขนา
ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอรัก บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขัง อาทิตย์ในคราบของตะวันยืนจ้องมองแสนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าการกลับมาครั้งนี้จะได้รับความปรนนิบัติและการตอบรับอย่างเร่าร้อนแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม"แสนรัก พี่บอกให้มานี่ไง จะถอยหนีพี่ทำไม?" อาทิตย์ก้าวเดินเข้าหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มมีความกระด้างที่ปิดไม่มิด"พี่ตะวัน... แสนรักรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ วันนี้แสนรักเพลียมากจริงๆ" แสนรักตอบพลางขยับตัวไปจนชิดขอบเตียง มือของเธอกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น สัมผัสที่เย็นชารวมถึงแววตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายนั้นทำให้เธอหวาดกลัวจนแทบหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ตะวันที่แสนอบอุ่นคนเดิมแน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพูดออกมา"ไม่สบายงั้นเหรอ? หรือว่าพอพี่ไม่อยู่ ใจเธอก็เปลี่ยนไปหาคนอื่นแล้ว!" อาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของแสนรักไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัว"โอ๊ย! พี่ตะวัน แสนรักเจ็บค่ะ ปล่อยแสนรักนะ!" แสนรักพยายามดิ้นรน แรงบีบที่ข้อมือของเขามันรุนแรงและป่าเถื่อนจนเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่อาทิตย์จะโน้มตัวลงมาใช้กำลังข่มเหงเธอ เสียง
หยาดฝนยามบ่ายเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นสอดรับกับความกังวลใจของแสนรักที่เพิ่มทวีคูณ เธอพยายามต่อสายหาตะวันนับสิบครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณที่บอกว่า "ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้""พี่ตะวัน... ทำไมเงียบไปแบบนี้คะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางกำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ในขณะที่ความวุ่นวายใจกำลังถึงขีดสุด เสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ด ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกับตะวันราวกับพิมพ์เดียวปรากฏสู่สายตา"พี่ตะวัน!" แสนรักรีบวิ่งลงไปรับที่หน้าประตูโถงด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้ ร่างกายของเธอกลับหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติอาทิตย์ในคราบของพี่ชายฝาแฝดยืนอยู่ตรงนั้น เขาส่งยิ้มบางๆให้เธอ ยิ้มที่ดูเผินๆเหมือนตะวันทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบราวกับก้นมหาสมุทรที่ไม่มีแสงส่องถึง"พี่กลับมาแล้วครับแสนรัก... ขอโทษทีที่ติดต่อไม่ได้ พอดีเครื่องมีปัญหานิดหน่อยน่ะ" เสียงของเขาถูกปรับโทนให้ทุ้มต่ำและหนักแน่นเลียนแบบพี่ชายได้อย่างไร้ที่ติ อาทิตย์ก
แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมายังรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินลำยักษ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่มาเก๊า บนเครื่องนั้นมีตะวัน ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกพะวักพะวน แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นเรื่องงานที่สำคัญระดับพันล้าน แต่ใจของเขากลับทิ้งไว้ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ทิ้งไว้กับผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจเขาสะบัดไล่ความกังวลออกไปจากหัวพลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ทุกอย่างยังปกติดี กล้องวงจรปิดทุกตัวทำงานได้ไร้ที่ติ และเขาก็สั่งกำชับองศากับสกายให้คอยเวียนเข้าไปดูแสนรักทุกเย็น‘ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเอง’ ตะวันบอกตัวเองแบบนั้น แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนบางอย่างที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ภายในคฤหาสน์แสนรักที่ยืนส่งรถของตะวันที่แล่นพ้นรั้วบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธอทันทีที่เขาไม่อยู่ เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว แม้จะมีเหล่าแม่บ้านและคนของเขาอยู่ด้วยก็ตาม"คุณแสนรักคะ มีพัสดุมาส่งค่ะ" ป้าอุ่นแม่บ้านเก่าแก่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพี
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของ ตะวัน และแสนรักที่หยั่งรากลึกลงในใจของกันและกัน ภายในคฤหาสน์มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารที่แสนรักตั้งใจเข้าครัวทำเอง ตะวันในชุดลำลองเนื้อดีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารสายตาก็จดจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์แต่หูกลับคอยฟังเสียงกุกกักจากในครัวอย่างเพลิดเพลิน"พี่ตะวันคะ ลองชิมข้าวต้มปลากะพงสูตรใหม่ของแสนรักดูหน่อยค่ะ" แสนรักเดินออกมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของขิงและหอมเจียวตะวันวางหนังสือพิมพ์ลงทันที เขามองดูคนน้องที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าวันแรกที่เขาพามาที่นี่ ใบหน้าที่เคยอมทุกข์บัดนี้กลับสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย แสนรักทำอะไรพี่ก็กินได้ทั้งนั้นแหละ แต่ขยันทำขนาดนี้ พี่ว่าพี่ต้องขยายชุดสูทเพิ่มแล้วนะ" เขารับถ้วยมาวางตรงหน้า"พี่ตะวันก็พูดเกินไปค่ะ แสนรักแค่อยากดูแลพี่ ตอบแทนที่ทำให้แสนรักรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง" เธอสบตาเขาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนตะวันจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวไว้"มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"ในข







