LOGINหลับอยู่ดีๆตื่นมาอีกทีทะลุมิติมาอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว เมื่อไม่มีทางไปจึงจำใจต้องแต่งงานเป็นภรรยาเจ้าของร้านขายของชำที่แทบไม่มีลูกค้า งานนี้เห็นทีเจ้าแม่การตลาดต้องออกโรง ทำให้ร้านขายของชำทรุดโทรม เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านให้ได้
View MoreCapítulo 1
La vida nunca fue un cuento de hadas; para mí, siempre tuvo el sabor amargo del café quemado y el olor a moho de las paredes de nuestra casa. Mi madre se fue cuando yo era pequeña, dejándome solo recuerdos borrosos de un perfume dulce y la carga de ser la única barrera entre mi padre y el fondo del abismo. Él no era un puerto seguro; era el ancla que me arrastraba hacia la oscuridad. — ¡No entiendes, muchacha! ¡Hice lo que pude! —su grito rebotó en las paredes descascaradas, interrumpiendo mi llanto silencioso—. Eres una malagradecida de m****a. — ¿Lo que pudiste? ¡Me vendiste! —mi voz salió entrecortada, pero cargada de un desprecio que ya no podía ocultar—. ¡Soy tu hija! ¿Cómo pudiste hacerme esto? ¿Qué clase de hombre eres? Él se acercó, el aliento exhalando el alcohol barato de siempre, y me sujetó el brazo con fuerza. Gemí de dolor. — Te crié desde que eras una cosita insignificante. Te di techo, te di comida. ¡Eres mi propiedad, ¿entiendes?! Y ahora, por fin, vas a servir para algo: vas a pagar las deudas que tú misma ayudaste a acumular viviendo a mi costa. — ¡Eres un monstruo, un gusano! —grité, empujándolo con todas las fuerzas que me quedaban, pero las palabras parecían no surtir efecto en ese cadáver de hombre al que un día llamé padre. — No me importa —escupió las palabras, los ojos turbios de alcohol—. Ahora eres propiedad de Dominic Cesari Rossi. --- El viaje fue un borrón de lágrimas hasta que el coche se detuvo frente a unos portones de hierro macizo. Cuando los portones se abrieron, lo que vi no fue una casa, sino una fortaleza de lujo y opresión. La mansión se erguía contra el cielo, imponente, con columnas de mármol y jardines impecablemente podados. Hombres armados patrullaban cada centímetro, sus ojos fríos recorriendo el perímetro. El hombre que me recogió salió del coche. Era una montaña de músculos, con el pelo corto, casi rapado en los laterales, y ojos de un gris tan frío como el cañón del arma que llevaba en la funda. — Espera en la sala. Y no intentes ninguna gracia —su voz fue un trueno bajo y desprovisto de emoción. Me dejaron en un salón vasto, donde el silencio solo era interrumpido por el tictac de un reloj antiguo. Pronto, una chica de apariencia leve y sonrisa radiante apareció, rompiendo el clima tenso. — ¡Hola! Soy Lilian. Te voy a mostrar dónde vas a quedarte. Mientras subíamos la escalera de madera noble, ella señaló una puerta doble de roble al final del pasillo. — Esa es la oficina de Dominic. Regla número uno: nunca, bajo ninguna circunstancia, entres ahí sin que te llamen. — ¿Quién es él exactamente? —pregunté, sintiendo un escalofrío. — El señor Dominic lo asumió todo muy joven —explicó Lilian, bajando la voz—. El cartel rival aniquiló a su familia… padres, hermana… tuvo que convertirse en lo que es para sobrevivir. — ¿Y tú… lo quieres? —la miré, curiosa por tanta devoción. Lilian soltó una risita, negando con la cabeza. — ¡Dios me libre! Lo veo como un hermano mayor gruñón. Mi corazón ya tiene dueño… —miró por la ventana, donde el hombre que me había traído revisaba el perímetro—. Es Gonzalo. Es rudo, pero me encanta su forma de ser. Me dejó en la habitación. Yo estaba exhausta, el alma hecha trizas. Me acosté en la cama inmensa y el cansancio me venció.ปี 1985 มินิมาร์ทต้าเฉินได้ย้ายไปขายชั่วคราวในที่ดินที่ซื้อใหม่ ในส่วนของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเฉินเซียนที่ดินแปลงข้างๆ ยาวลงไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าจะทำเป็นร้านขายเครื่องเรือน แต่ตอนนี้ย้ายของที่มินิมาร์ทมาขายชั่วคราวในระหว่างที่กำลังก่อสร้าง ‘ต้าเฉินซูเปอร์มาร์เก็ต’ด้านหลังของที่ดินเป็นส่วนของโรงงานและโกดังเก็บสินค้า ที่ตอนนี้มีช่างไม้จำนวนสิบคน ยังไม่เปิดขายหน้าร้านอย่างเป็นทางการ เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมารับทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ตามสั่งจนไม่มีเวลาผลิตขายการก่อสร้างต้าเฉินซูเปอร์มาร์เก็ตน่าจะใช้เวลาอีกสี่เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ในระหว่างนี้หลี่หยุนฟางดูแลที่ร้านเต็มตัวและคอยอบรมความรู้ใหม่ๆ ให้พนักงานอยู่เสมอยิ่งร้านพัฒนามาเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เธอก็อดภูมิใจในตัวเองไม่ได้ มองย้อนไปเมื่อเก้าปีที่แล้วเธอยังนั่งปัดฝุ่นสินค้าในร้านชำอยู่เลยสามปีก่อนพวกตนกลับไปที่หมู่บ้านเดิมในเมืองซีหยวนเขตฝั่งผู่ซี เพื่อร่วมงานแต่งงานของเจียงหมิง ที่นั่นยังไม่ได้รับการพัฒนาเทียบเท่าเขตที่ตนอยู่ด้วยซ้ำรถยี่ห้อหรูที่นั่งกลับไปพร้อมกับเสื้อผ้าที่ทันสมัยและเครื่องประดับราคาแพง ทำให้ชาวบ้านที
โรงงานไม้ของเฉินเซียนมีคนในเมืองนั้นมาสมัครงานช่างไม้ หยวนคังพอมีฝีมืออยู่บ้างเฉินเซียนจึงรับมาช่วยงานดูก่อนเฉินเซียนและลูกมือของเขาช่วยกันทำชุดโต๊ะและเก้าอี้เอาไว้เตรียมขาย ขณะที่หน้าร้านยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยใช้ไม้ของตนที่ตัดเอาไว้ตอนปรับปรุงพื้นที่ และขอซื้อต่อจากเจ้าของที่ดินที่กำลังปรับปรุงที่ดินบริเวณใกล้เคียงในราคาถูก เพราะดีกว่าขนเอาไปทิ้งที่อื่นโต๊ะไม้ที่หลี่หยุนฟางช่วยออกแบบดูแปลกตาและทันสมัย โต๊ะอาหารแบบมีแป้นหมุนตรงกลางแปลกใหม่สำหรับผู้คนแถบนี้มาก เพียงทำตัวอย่างออกมาชุดเดียวยังไม่ทันขัดไม้และลงเงาด้วยซ้ำ คนที่มาซื้อของที่มินิมาร์ทเดินผ่านไปเห็นก็ถึงกับสั่งจองทันทีเฉินเซียนจึงได้โอกาส เสนอลิ้นชักไม้ ชั้นวางของ เตียง และตู้เสื้อผ้าแบบเข้าชุด ทำให้ลูกค้าเศรษฐีที่กำลังวางแผนสร้างบ้านพักในแถบนี้ตัดสินใจที่จะให้เขาทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้แก่บ้านทั้งหลัง เพราะนิยมงานไม้มากกว่างานของต่างชาติกิจการมินิมาร์ทก็ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ จนต้องสั่งสินค้าให้มาส่งที่ร้านทุกๆ สามวันเพราะสินค้าแทบไม่พอต่อความต้องการจากเงินเก็บที่มีหลักหมื่น เพิ่มเป็นหลักแสนเพียงระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน
กระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้เด็กถูกมัดไว้บนหลังคารถ เจียงหมิงและยายของเขายืนรอส่งครอบครัวสกุลเฉินอยู่ที่หน้าบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และซาบซึ้งในบุญคุณที่มอบให้“ผมจะดูแลบ้านสกุลเฉินให้ดี และจะทำให้ร้านขายงานไม้ของผมเจริญรุ่งเรือง หาเงินจ่ายค่าเช่าให้เถ้าแก่ตรงตามเวลาอย่างแน่นอน”“เอาเงินส่วนนั้นใจให้แม่ยายฉันเถอะ ถ้าเธอมาถามนายก็ให้เธอได้เลยไม่ต้องส่งให้ฉัน แต่หากเธอไม่กล้ามาเอานายก็เก็บเอาไว้ ถ้าตอนไหนได้ผ่านมาเมืองนี้ฉันจะแวะมาหา”“ครับเถ้าแก่” เจียงหมิงรับปากด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ เฉินอ้ายเฟยเดินเข้าไปกอดขา แล้วดึงชายเสื้อให้เจียงหมิงอุ้มขึ้นไปเขาอุ้มเด็กชายตัวน้อยที่ช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ มือน้อยๆ นั้นวางที่แก้มแล้วเช็ดน้ำตาให้“ไม่ร้องนะอาหมิง” เสียงเล็กๆ ที่พูดไม่ค่อยชัดนั้นพยายามปลอบใจชายหน้าดุจนเขายิ้มออกมา“แล้วพบกันใหม่นะครับนายน้อย” เจียงหมิงวางเด็กชายลง จากนั้นก็เปิดประตูรถส่งคุณชายตัวน้อยขึ้นรถไป ในขณะที่หลี่หยุนฟางอุ้มลูกน้อยวัยสี่เดือนเอาไว้แล้วยิ้มลาเขากับยายจางจินเองก็เดินมาส่งโจวชิงหลิน พร้อมกับขนมให้เอาไว้กินระหว่างทาง“คุณนายเฉินขอ
ข้าวของในร้านของร้านขายของชำสกุลเฉินเริ่มร่อยหรอลงไป แต่ก็ไม่มีการซื้อเข้ามาเพิ่ม หลายคนต่างพูดถึงเรื่องนี้ในวงกว้างแม้โจวชิงหลินจะพยายามบอกว่าขายของเพื่อเตรียมจะย้ายบ้านแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ และคิดว่าบ้านสกุลเฉินนั้นกำลังตกอับไม่มีเงินซื้อของเข้ามาขายในร้านบ้างก็เชื่อว่าอีกฝ่ายจะย้ายเพื่อหนีหนี้ หากมีเงินเก็บจริง ทำไมบ้านหลังเก่าทรุดโทรมแห่งนี้ถึงไม่ได้รับการต่อเติมให้ดูดี ยิ่งคำพูดออกมาจากปากแม่หม้ายกู่สองแม่ลูก ก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านเริ่มพูดถึงเรื่องนี้อย่างหนาหูเฉินเซียนและเจียงหมิง ในช่วงนี้พวกเขาก็ไม่รับทำงานไม้ เดินทางออกไปตั้งแต่เช้าและกลับมาตอนเย็นแทบจะทุกวันเพื่อดูแลงานก่อสร้าง แต่ชาวบ้านกลับมองว่าทั้งสองออกไปหางานทำที่อื่นเพราะว่างานไม้นั้นไม่สามารถขายออกได้แล้ว“อยากรีบไปแล้ว เมื่อไหร่เราจะได้ไปจากที่นี่เสียที” โจชิงหมิงพูดด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความอึดอัด เธอยังใจไม่แข็งพอที่จะรับฟังคำนินทาจากพวกเพื่อนบ้านเหล่านั้นแม้ลูกสะใภ้และลูกชายจะปลอบใจอยู่บ่อยครั้งว่าที่ใหม่นั้นจะดีกว่าที่เดิม แต่เธอยังไม่เห็นกับตา มันจะจริงเท็จแค่ไหนก็ไม่รู้รู้แต่ว่าเงินในบัญชีของบ้านนั้นถูกใช้


















reviews