ฮูหยินแม่ทัพใหญ่..สายลุย

ฮูหยินแม่ทัพใหญ่..สายลุย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-05-28
โดย:  กระต่ายหยกยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
8
5 การให้คะแนน. 5 ความคิดเห็น
62บท
15.5Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

แม่ทัพไร้พ่ายอย่างเขา ต้องแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมายกับเจ้าสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ที่อยู่ตรงหน้าข้านี่คือสิ่งใด ''เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยินน้อยหายไปขอรับ''

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1 จุดเริ่มต้น

“우쭈쭈.”

“먹어, 언니, 왜 안 먹어?”

어두컴컴한 밀실에서 온몸이 상처투성이가 된 온사가 숨죽인 채 바닥에 엎드려 있었다. 그녀의 몸에 있는 쇠사슬이 서로 부딪히는 소리를 내며 그녀의 목과 사지를 묶어 빠져나갈 수 없게 했다.

그녀의 앞에는 노란색 옷를 입고 있는 소녀가 개 먹이를 들고 개를 놀리는 것처럼 그녀를 놀리고 있었다.

웃을 때 보조개가 예쁘게 생기는 이 소녀는 그녀의 여동생 온모였다.

온모는 뒤에 있던 시녀에게 불쾌하다는 듯 말했다.

“이거 봐, 우리 언니 진짜 쓸데없다니까? 개로도 못 쓰겠어. 이 몸이 직접 먹여주는데도 감히 안 받아먹잖아.”

시녀는 곧장 앞으로 가 바닥에 있던 사람을 걷어찼다.

차인 사람이 힘겨운 소리를 내자, 그제야 시녀는 온모를 달랬다.

“아가씨, 그러지 마세요. 이 개가 아직도 자기가 국공부 정실 딸이라고 생각할지도 모르지 않습니까.”

온모는 피식 웃으며 말했다.

“온사가 정실 딸은 무슨, 아버지랑 오라버니들도 다 모르는 사람이라는데, 개로 써주는 것도 얘한텐 영광이지.”

“불쌍한게 눈치도 없어.”

온모는 차가운 말 한마디를 던지고 온사의 손을 있는 힘껏 짓이겼다.

너무 세게 밟은 탓에 손가락뼈에서 우두둑 소리가 났고, 온사는 고통스러운 듯 흐느꼈다.

“온사, 내가 마지막 기회 한 번 더 줄게, 그 옥패 내놔.”

“흐…… 흐흐……”

이미 정신이 조금 희미해진 온사는 이 말을 듣고 나서야 힘겹게 반응했다.

그녀는 힘없는 웃음을 내뱉고 말했다.

“온모, 너 헛된 희망 가지지 마……”

옥패는 어머니가 그녀에게 물려준 유일한 물건이었다. 죽는 한이 있더라도 그녀는 절대 온모에게 빼앗기지 않을 것이다.

“멍청한 것, 네가 죽고 싶어서 환장했구나!”

온모는 눈에서 불을 뿜을 것처럼 화를 냈다.

마침 이때, 밖에 있던 누군가에 의해 밀실의 문이 열리고, 실루엣 몇 개가 밀실로 들어왔다.

온모는 그들을 돌아보고 급히 개 사료를 시녀의 품에 숨기며, 마치 마술이라도 부린 듯 순식간에 순수하고 귀여운 얼굴로 바뀌더니 기뻐하며 그들에게 달려갔다.

“아버지, 오라버니들!”

“여긴 어떻게 오셨어요?”

그들은 명나라 진국공과 그의 아들들이었다.

진국공은 워낙 키도 크고 인물이 출중했다.

그의 아들 4명 역시 그대로 물려받아 모두 키와 몸집도 크고, 외모도 아주 뛰어났다.

진국공의 성격도 조금씩은 닮아, 다들 차갑고 사악한 표정을 짓고 있었다.

하지만 유일하게 예외일 때도 있었다. 온모가 부드럽고 나긋나긋한 목소리로 그들을 부르면 차갑고 매정해 보이는 이들의 얼굴에도 생기가 돌았다.

둘째 오라버니 온자신은 경멸하는 눈으로 바닥에 있던 온사를 흘끗 본 뒤 입을 열었다.

“막내야, 어때? 얘가 훔쳐 간 옥패는 돌려받았어?”

훔친 게 아니야!

그녀는 훔치지 않았다.

그건 애초에 그녀의 옥패였다.

“휴, 아니요.”

온모는 굉장히 실망한 듯한 말투로 한숨을 쉬며 억울하다는 듯 말했다.

“어머니가 물려준 유일한 물건이고, 저한테 제일 중요한 물건인 거 알면서도 제가 아무리 부탁해도 안 돌려줘요.”

“저 이제 진짜 어떻게 해야 할지 모르겠어요.”

온모는 말끝에 마치 곧 울기라도 할 듯, 목소리가 떨렸다.

듣고 있던 온자신 일행은 마음이 너무 아팠다.

“온사, 정말 실망스럽구나!”

온자신이 화를 냈다.

입구 쪽에 서있던 셋째 오라보니 온자월도 순식간에 얼굴이 굳어지며 날카롭게 빛나는 검을 뽑아 들었다.

“이렇게 고집을 부리는 이상, 손을 자르고, 자를 때마다 한 번씩 물어보자. 계속 말하지 않으면 손과 발을 모두 베어버릴 게야. 감히 우리 막내 물건을 훔치다니. 네 뼈도 네 입만큼 고집스러운지 보자고!”

“손을 자를 필요는 없어.”

이때, 큰오라버니 온장온이 차가운 목소리로 말했다.

“누군가 온사가 잡혀오기 전에 급하게 뭔가를 삼키는 걸 봤다고 했어.”

온사는 순간 가슴이 철렁 내려앉아 당황한 눈빛이 역력했다.

온자신 일행은 이 모습을 보자 문득 깨달았다.

온자신은 화를 내며 말했다.

“온사 너 미쳤어? 차라리 옥패를 삼키는 한이 있더라도 막내한테 돌려주지 않겠다는 거야?!”

갑자기 온사의 눈에 광기가 돌았다.

기왕 다 들킨 거, 이제 숨길 것도 없었다.

“하하…… 그래요, 나 미쳤어요!”

“온모가 날 이 꼴로 만들고, 우리 어머니가 마지막으로 나한테 물려준 걸 빼앗으려고 하는데 안 미치고 배기겠어요?”

흥분한 온사가 쇠사슬을 잡아끌자, 쇠사슬 소리와 그녀의 목소리가 밀실에 울려 퍼졌다.

“이제 두 가지 선택지 밖에 없어요. 포기할래요? 아니면 내 배를 가를래요?”

항상 차가운 눈으로 조용히 지켜보던 넷째 오라버니 온옥지를 포함한 온자신 일행은 안색이 어두워졌다.

그들은 무의식적으로 그들의 아버지, 즉 진국공 온권승을 바라보았다.

이럴 때 결정을 내릴 수 있는 유일한 사람이었다.

온모는 어두운 기색이 스치더니 입을 삐죽거리며 딱 한마디를 했다.

“아버지, 저 어머니 보고 싶어요.”

그 순간 온사는 온권승의 얼굴에 나타난 미세한 변화를 보았다.

그녀는 그녀가 졌다는 것을 깨달았다.

온권승은 한숨을 내쉬며 말했다.

“온사, 네 오라버니들을 탓하지 말거라. 탓하려면 날 탓해.”

“만약 다음 생에 네가 다시 온씨 가문의 딸로 태어난다면, 온씨 가문이 제대로 보상해 줄 테니.”

온사는 웃는 것 같기도, 우는 것 같기도 한 얼굴로 마치 미친 것 같기도, 정신이 나간 것 같기도 했다.

그녀의 두 눈에서 눈물이 서서히 흘러내렸다.

“아니요, 다음 생에는 절대 온씨 가문 여식으로 태어나지 않을 겁니다!”

얼음장 같이 차가운 검이 온사의 배를 찌르고, 그녀의 마지막 숨이 밀실에서 사라져 가는 순간, 갑자기 진작 그녀의 몸과 하나가 된 옥패에서 빛이 나며 그녀의 몸 안에서 눈부신 빛을 뿜어냈다.

------

명나라, 76년.

초여름.

진국공 저택.

오늘 진국공 저택은 아주 떠들썩했다.

경성의 모든 사람들은 진국공의 두 여식이 함께 성년식을 진행한다는 것을 알고 있었다.

이때 저택 안, 안방.

“아, 안 돼……”

침대 위, 15살의 한 소녀가 마치 무서운 꿈이라도 꾼 듯 떨리는 목소리로 소리쳤다.

곧이어 그녀는 두려움이 가득한 두 눈을 번쩍 뜨고 비명을 지르더니 급히 침대에서 일어나 무의식적으로 손을 뻗어 무언가를 막았다.

“아!”

하지만 상상했던 배를 가르는 통증은 느껴지지 않았다.

온사는 한참 후에야 두려움에 떨며 조심스럽게 눈을 떴다.

이제 보니, 주위가 이상하다는 것을 느꼈다. 그 밀실이 아니었다.

아버지와 큰오라버니, 그리고 온모 일행도 없었다.

그저 고요한 방에 있는 거라곤 익숙한 장식품들뿐이었다.

온사는 두려움에 가득 찬 머리로 한참을 생각하다가 여기가 어딘지 겨우 생각해냈다.

“여기 옛날 내 방이잖아?”

그녀가 아직 국공 저택에서 부모님과 오라버니들의 사랑을 받을 때 지내던 그 방이었다.

“아니, 내가 왜 여기에 있지?!”

드디어 깨달은 온사는 놀라서 침대에서 벌떡 일어나 비틀거리며 바닥에 넘어졌다.

“어떻게 이럴 수가 있어? 나 왜 여기로 돌아온 거야?!”

그녀는 재빨리 도망가려 했다.

아버지와 오라버니들에게 잡힐 수 없었다.

만약 잡힌다면 그녀는 죽은 목숨이었다.

하지만 그녀가 입구에 도착하기도 전에 갑자기 밖에서 문 두드리는 소리가 들렸다.

똑똑.

“아가씨, 언제까지 주무시려고 그러세요. 오늘 아가씨와 막내 아가씨의 성년식 날이잖아요. 늦으시고 제가 안 깨웠다고 하시면 안 돼요.”

온사의 귀에 시녀의 거침없는 목소리가 들려오자, 문을 열려고 손을 뻗었던 온사가 깜짝 놀라 손을 내렸다.

그 말에 그녀는 움직임을 서서히 멈추고 멍한 얼굴을 했다.

“서…… 성년식?”
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เนื้อเรื่องก็สนุกนะคะ แต่คำผิดเยอะมากกกกก แล้วก็ใช้คำประเภท ..ร่างบางอย่างนั้น ร่างหนาอย่างนี้ ปากบาง มือหนา อะไรประมาณนี้มากจนเกินไปมันเลยแลดูขัดๆ
2025-07-19 18:25:09
3
0
Kom Kom
Kom Kom
รอมาอัพอยู่นะคะ 2/06/68
2025-06-03 17:29:17
1
0
Kom Kom
Kom Kom
สนุกมาก กระชับไม่ยืด...ภาคต่อของ จ้าวเฟยเทียยังไม่ลงรึค่ะ รออ่านอยู่น๊าาา
2025-05-20 17:02:47
4
0
Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-07-19 00:59:49
0
0
Nina Fahsai
Nina Fahsai
พล็อตเรื่องใช้ได้ การเดินเรื่องดี แต่ที่ทนไม่ได้คือสะกดคำผิดๆตลอด ตอนแรกพยายามไม่ติด คิดว่าอาจจะพิมพ์ผิด ทนอ่านไปก็คิดว่าคนเขียนอ่อนภาษาไทยมากๆ สะกดผิดด้วพยัญชนะที่แป้นห่างกันมาก จึงเชื่อได้ว่าเพราะเขียนภาษาไทยไม่ถูกจริงๆ พวกแอ็พอย่างเวิร์ดมันตรวจทานให้ได้นะ เอากลับไปศึกษาใหมให้ดีก่อนเอามาลงเถอะ
2025-06-25 00:55:54
0
0
62
1 จุดเริ่มต้น
เย่หวังหลิน ทหารสาวสวยมีดีกรีเป็นถึงหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับพิเศษของกองทับบก "ความรักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน"นี่คือคติประจำใจของเธอเพราะเหตุนี้เธอจึงไม่เคยมีแฟนกับเขาสักที แต่ใจลึกๆแล้วก็หลังจะได้เจอรักแท้กับเขาสักครั้ง เหมือนโชคชะตาชอบเล่นตลกกับเธอชะจริงหลังจากภารกิจสุดจบลง ตื่นมาอีกทีก็อยู่ในร่างฮูหยินของท่านแม่ทัพใหญ่ผู้แสนเย็นชาซะงั้น ยังไม่เคยมีแฟน แต่ดันข้ามภพมามีสามีเลยจะข้ามขั้นไปไหนเนี่ย โอ๊ยยยย ทหารสาวอย่างเธอจะรอดพ้นสายตาท่านแม่ทัพหน้าตายนั้นได้กี่วันกัน ส่วนเขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของภาคเหนือผู้ไม่เคยพ้ายแพ้ใคร ลงสนามรบ ครั้งใดเมื่อครั้นฝ่ายศัตรูได้ยินชื่อ ตงเฟยหลง นั้นต่างอกสั่นขวัญหายกันไปหมด จนได้รับสมญานามว่าเป็นแม่ทัพไร้พ่าย เขาที่ไม่เคยหวั่นไหวกับสตรีใดมาก่อนแม้พวกนางจะมีรูปโฉมงดงามมากเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อต้องแต่งงานตามคำหมั้นสัญญาของผู้ใหญ่แล้วนั้นก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร จะมีก็แต่ว่าผู้คนต่างกล่าวขานว่าฮูหยินของเขานั้นเรียบร้อยอ่อนหวาน พูดเพราะเชื่อฟังเหมือนดั่งนกน้อยในกรงทอง แต่ที่เห็นอยู่ตรงหน้าเข
อ่านเพิ่มเติม
2 ข้ามภพ
แสงแห่งรุ่งอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาพายในห้อง ร่างบางภายใต้ผ้าห่มผืนบางมือเรียวควาญหาบางอย่าง แต่กับเจอเพียงความว่างเปล่าคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแต่เปลือกตายังปิดสนิดอยู่ ใครกันจะกล้ามายุ่งกับตุ๊กตาหมีตัวโปรดของเธอ ก็ในเมื่อเธออยู่คนเดียว หรือว่าเจ้าหมีน้อยจะตกเตียงแล้วนะ หลังทำภารกิจสำเร็จ พวกเธอจะได้รับสิทธิพิเศษในการพักผ่อนหนึ่งวัน ก่อนจะเริ่มทำภารกิจใหม่ เพราะฉะนั้นก็ขอนอนต่ออีกนิดก็แล้วกันแต่คงนอนไม่หลับถ้าไม่ได้กอดเจ้าหมีน้อย คงต้องลงไปเอาเจ้าหมีน้อยขึ้นมานอนกอดซะแล้ว คิดได้ดังนั้น 'เย่หวังหลิน' จึงจำต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้น สิ่งแรกที่มองเห็นคือม้านมุ้งสีขาวทรงสี่เหลี่ยผ้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยนี้ไม่ใช่ห้องเธอ หรือว่าเมื่อคืนเธอจะเข้าห้องผิด แต่เมื่อนึกถึงภาระกิจสุดท้ายที่ได้รับหลังจากกดระเบิดแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง ' เธอตายแล้วสินะ หรือที่นี่จะเป็นโลกวิญญาณ ' หวังหลินมองไปรอบตัวด้วยความสงสัย จึงเดินสำรวจไปทั่วห้องล้วนมีแต่สิ่งของแปลกตามากมาย หยั่งกับอยู่ในซีรีย์จีนโบราณที่เธอชอบดูเลย ไม่ทันไรก็มีเสียงเหมือนม
อ่านเพิ่มเติม
3 ร่างใหม่
" มาแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน " เจียวซิน เดินนำหน้าสาวใช้เข้ามาในห้องพร้อมนำอาหารวางบนโต๊ะจัดจานให้เรียบร้อย " เชิญเจ้าคะ " " อืม " รับคำ แล้วหวังหลินจึงเดินเข้ามานั่งลงตรงที่ เจียวซินจัดเตรียมไว้ให้ ' อืม กินก่อนแล้วกัน ยังไง กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง ' ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเธอถึงรู้ จักสาวน้อยคนนี้ เพราะเป็นความทรงจําของ เจ้าของร่างเดิม ทั้งคนในครอบครัว กิจวัตรประจำวัน การเย็บปักถักร้อย การร่ายรำ เล่นเครื่องดนตรีทุกประเภท การทำอาหาร ทุกอย่างที่ จ้าวฟางลู่ เคยทำ เยหวังหลินก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เจ้าของร่างนี้มีนามว่า ' จ้าวฟางลู่ ' เป็นบุตรตรีคนเล็กของท่านเจ้ากรมยุติธรรม ของแคว้นเหลียง อันเจริญรุ่งเรือง ' จ้าวเฟยเหยียน ' มีฮูหยินเพียงคนเดียวซึ่งได้จากไปตั้งแต่คลอดคุณหนูเล็ก แต่นั้นมาท่านเจ้ากรมก็ไม่มีฮูหยินรองไม่รับอนุ มีบุตรธิดาแค่ สามคน คุณชายใหญ่ อายุ 23 ' จ้าวเฟยเทียน ' รองเจ้ากรมยุติธรรม ผู้เที่ยงตรง เย็นชา พูดน้อย เก่งทั้งบุ๋นและบู้ ทนงองอาจ เป็นที่หมายปองของสตรีทั่วหล้า คุณชายรอง อายุ 21 ' จ้าวเฟยหลิง '
อ่านเพิ่มเติม
4 เจ้าฟางลู่คนใหม่
ข้าแต่งเข้ามาที่จวนของท่านแม่ทัพได้ร่วมสองเดือนแล้ว มีภาระหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบภาย ในจวนมากมาย รวมถึงการตรวจบัญชีรายรับ รายจ่ายของจวนทั้งหมด เพราะที่จวนแห่งนี้มีเพียงข้ากับท่านแม่ทัพเพียงสองคน ส่วนท่านโหวกับฮูหยินจะอยู่ที่อีกจวนและจะไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับจวนท่านแม่ทัพมากนัก นาน ๆ ทีถึงจะมาเยี่ยมเยียน วันนี้ข้าจึงอยากออกไปเดินเล่นที่ตลาด สักหน่อย " เจียวซิน มาช่วยข้าเปลี่ยนชุดหน่อย ข้าจะออกไปข้างนอก " " ได้เจ้าค่ะฮูหยิน " เหมือนเจียวซินจะดูแปลกใจและทำหน้างง ๆ แต่ก็เดินมาช่วยข้าเปลี่ยนชุดอยู่ดี ' ไม่ต้อง งงไปยังมีอีกเยอะ ' " ฮูหยินท่านจะสวมชุดไหนเจ้าคะ " " เออ เดี๋ยวข้าเลือกเองดีกว่านะ " ก็ชุดที่นางถือมามีแต่ สีขาว สีชมพู สีครีม ลายดอกโบตั๋น ' โอ๊ย ..ถ้าขืนใส่นะคงมีผีเสื้อบินมาเกาะเต็มตัวแน่เลย ขอผ่านค่ะ ' เจียวซินเห็นข้าค้นตู้อยู่นานก็เริ่มสงสัย " ฮูหยิน ท่านหาอะไรเจ้าค่ะ ชุดที่ข้าเลือกมาคือชุดโปรดของท่านทั้งนั้นเลยนะเจ้าค่ะ ฮูหยิน ''
อ่านเพิ่มเติม
5 พบหน้าสามี
จ้าวฟางลู่ ยืนหมุนตัวไปมาเพื่อที่หน้ากระจก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ก็ได้เลวาเริ่มปฏิบัติการ " ไปกันเถอะซินเอ๋อ " นางมองมาที่ข้าอย่างกับคนแปลกหน้า ' ตะลึงในความสวยของพี่หรอค่ะน้อง ' ถึงชาติที่แล้วจะปฏิบัติภารกิจบ่อย แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าสังคมเธอก็จัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม งดงามไม่แพ้ลูกคุณหนูในเมือง หรืออาจจะสวยกว่าพวกนางซะด้วยซ้ำ คนที่ไม่จะรู้จักคงคิดว่าเธอเป็นลูกสาวของนายพลสักคนมากกว่า ที่จะเป็นทหาร ไม่ต้องรอให้ ซินเอ๋อขานตอบ ฟางลู่จึงเดินออกจากห้องมาก่อน ตามองตรงไปข้างหน้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย หลังตั้งตรง ก้าวเท้าอย่างมั่นคงสง่างาม ' ต้องไปขออนุญาติคุณสามีก่อนสินะถึงจะไปได้ ' " รอด้วยเจ้าคะฮูหยิน " ดูเหมือนซินเอ๋อจะพึ่งไดสติ วิ่งตามหลังนายสาวอย่างไม่รักษากิริยา ห้องตำรา ท่านแม่ทัพใหญ่ ' ตงเฟยหลง ' กำลังนั่งอ่านรายงานของกองทัพทมิฬ มีเรื่องเกี่ยวกับการซ่องสุมกำลังของ โจรภูเขา เขาคงต้องนำเรื่องนี้เข้าประชุมในราชสำนักโดยด่วน " อาเต๋อ เตรียมรถม้าเข้าวังหลวง " "....." ห้าวชวน เห็น อาเต๋อ ที่มัวแต่เหม่อมอง ฮูหยินน้อยนางสวมชุดสีเข้มต่างจากทุกวัน ผมที่เกล้าขึ้นอ
อ่านเพิ่มเติม
6 แค่ละครฉากหนึ่ง
เมื่อรถม้าเคลื่อนเข้าใกล้ตลาด เสียงพ่อค้าแม่ค้าที่ร้องเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน มีเสียงของบุรุษและสตรีวัยใสกำลังคุยหยอกเย้ากัน และมีเสียงของเด็ก ๆ ดังเจี๊ยวจ๊าวผ่านเข้ามาในรถม้า จ้าวหาลู่ เปิดผ้าม่านขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูบรรยากาศข้างทาง มีร้านค้า ขายของเกลือบ ทุกประเภทมากมายตั้งเรียงรายเต็มทั่วทั้งสองฝั่งของถนนสายนี้ บรรยากาศคึกคักสมกับเป็นเมืองที่เจริญแล้ว ลมสายหนึ่งพัดมาแผ่วเบาพัดพาเอากลิ่นอาหารอันหอมหวนน่าลิ้มลองชวนให้น้ำลายสอ นางเผลอสูดอากาศเข้าเต็มปอด และเผลอกลืน น้ำลายลงคอ สายตาสอดส่องถึงต้นตอของกลิ่น ไม่นานก็พบเป็นเหลาอาหารขนาดใหญ่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งบุรุษ และสตรี รวมถึงขุนนางน้อยใหญ่มากมาย ที่พาครอบครัวมาทานอาหาร ข้าง ๆ มีร้านน้ำชาขนาดปานกลางที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบชา รอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าสวย ' คงต้องขอชิมอาหารเลิศรสของที่นี่ซักหน่อยแล้วละ ' การกระทำต่าง ๆ ของนางอยู่ในสายตาของใครอีกคนตลอดเวลา เขากลัวว่าน้ำลายนางจะย้วยลงมาซะก่อนจึงสั่งให้หยุดรถ " หยุดรถ " เป็นท่านแม่ทัพที่สั่งหยุดรถม้า ' นี่ท่านแอบอ่านใจข้างั้นหรอถึง ได้รู้ว่าข้าอยากลงตรงนี้ ' " อะ.
อ่านเพิ่มเติม
7 เที่ยวตลาด
อาหารขึ้นชื่อสามสี่อย่างถูกยกเข้ามาวางบนโต๊ะ ส่งกลิ่นหอมเป็นอย่างมากแถมการจัดจานก็สวยงาม ตามด้วยน้ำชาและขนมขึ้นชื่อ ของเหลาอาหาร ' เทียนฝู ' เป็นเหลาอารที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเหลียงเลยก็ว่าได้ จ้าวฟางลู่ กวาดตามองอาหารตรงหน้าด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม จึงเรียก เจียวซิน และอาเต๋อ ให้มานั้ง กินด้วยกัน " ซินเอ๋อ อาเต๋อ มานั่งสิ " " เอ่อ " เจียวซิน " แต่ว่า " อาเต๋อ " ถ้าพวกเจ้าไม่กิน ข้าก็จะไม่กิน งั้นก็ไปกันเถอะ " พูดจบนางทำท่าทางเหมือจะลุกขึ้นยืน " นั่งแล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ " พวกเขาตอบรับแล้วรีบนั่งลงเกือบจะทันที นางจึงยิ้มน้อย ๆ อย่างพอใจ ' ก็ถ้าจะข้ากินคนเดียวข้าคงกินไม่ลงหรอก ' พวกนางนั่งทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเเละพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ได้สนใจคนรอบข้างว่าจะมองพวกนางเช่นไร คนส่วนใหญ่ล้วนชื่นชมนาง มองภายนอกนางนั้นรูปโฉมงดงามกิริยามารยาท เหมือนฮูหยินน้อยของจวนสกุลใหญ่ซักจวน แต่นางกับเอ่ยปากชักชวนสาวใช้แล้วผู้ติดตามให้ร่วมโต๊ะอาหารด้วย น้อยคนนักที่งามทั้งกายทั้งใจแบบนี้ เมื่อออกจากเหลาอาหารแล้วพวกนางก็ตรงไปร้านขายผ้า ' ฝ่านอิ่น ' เป็นร้านที่มีผ้าเนื้อดีมากมายราคาก็
อ่านเพิ่มเติม
8 มังกรขาวเจ้าเล่ห์
ณ วังหลวง ในท้องพระโรง ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เป็นดั่งลูกรักของพระเจ้ารูปงามราวเทพบุตร ยามออกสึกสงครามก็ทรงทรงองค์อาจ นาม 'หลี่หมิงหลง ' พระองค์ทรงตัดสินปัญหาต่าง ๆ อย่างมีเหตุมีผล ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ราษฎร ถึง พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานก็ทรงเป็นที่รักของราษฎร และเป็นที่เคารพ ของขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนัก พวกขุนนางผู้มิภัคดีถูกกำจัดไปทีละคน จนเกือบจะหมดแล้ว ซึ่งปัญหาใหญ่ในตอนนี้คือพวกขุนนางน้อยใหญ่ต่างอยากให้เขาทรงแต่งตั้งฮองเฮา เสียที ซึ่งเขาเองก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาหลายคราแล้ว เมื่อการถกปัญหาต่าง ๆ จบลงขุนนางน้อยใหญ่ก็ทยอยเดินออกไปจากท้องพระโรงจนเกือบหมด " แม่ทัพตง เชิญเจ้าอยู่คุยเป็นเพื่อนเจิ่นก่อนซักหน่อย " ห้องเต้ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ " พะย่ะค่ะผ่าบาท " ตงเฟยหลง ยืนรอขุนนางออกไปหมดก่อนเดินเข้าไปยืนตรงหน้าผ่าบาท " เรื่องโจรภูเขา เป็นอย่างไรบ้าง " " กระหม่อมให้รองแม่ทัพ มู่เฉิน ไปสืบแล้วพะย่ะค่ะ " ฮ่องเต้ทรงได้ฟังคำพูดอันห่างเหินของสหายรัก ก็ทำหน้าขัดใจเล็กน้อย ' นี่เจ้าแม่ทัพหน้าตาย เจ้าจะไม่เหลือ ความเป็นเพื่อนให้ข้าเลยหรืออย่างไรกัน ' " พ
อ่านเพิ่มเติม
9 กุนซือหน้าหยก
' ในที่สุดข้าก็ออกแบบอาวุธลับสำเร็จแล้ว ' จ้าวฟางลู่ มองแผ่นกระดาษในมือด้วยรอยยิ้ม แล้วพับเก็บในชองจดหมาย หลายวันมานี้นางมัวยุ่งอยู่กับการออกแบบอาวุธลับและจัดการบันชีต่าง ๆ ของจวน " ซินเอ๋อ " " มีอะไรหรือเจ้าคะฮูหยิน " เจียวซินเดินเข้ามาหานายหญิงที่กำลังนั่งทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง " เจ้านำจดหมายนี้แอบไปส่งที่ร้านตีเหล็ก ' เมิ่งฉี ' ให้ข้าที ยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี" " เจ้าค่ะ " เจียวซิน ทำท่าทางแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รับคำแล้วจากไปทันที " ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ท่านแม่ทัพให้มาเชิญไปชิมชาที่ศาลา สระบัวเจ้าค่ะ " นางพยักหน้ารับ " ได้....เจ้ารอเดี๋ยว " ว่าแล้วนางก็จัดเก็บสมุดบัญชีต่าง ๆ ให้เรียบร้อย " ไปกันเถอะ " พูดจบก็เดินนำสาวใช้ออกไป ศาลาสระบัว บุรุษคนแรกสวมอาภรณ์สีขาวราวหิมะ ใบหน้างดงามยิมแย้มอย่างอารมณ์ดี รูปร่างสูงผิวขาวเนียนในมือถือพัดสีขาวสลักลายนกยูงสีดำโบกไปมาเบา ๆ คือ กุนซือหน้าหยกแห่งกองทัพทมิฬ บุรุษคนที่สองสวมอาภรณ์สีดำ ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ เหมือนรูปปั้นที่มีลมหายใจ จ้าวฟางลู่เดินเข้ามาใกล้บุคคลทั้งสองแล้วกล่าวทักทาย
อ่านเพิ่มเติม
10 รองแม่ทัพ ( มู่เฉิน )
" ไหนขอพี่ดูหน่อย " จ้าวฟางลู่ ยื่นมือให้พี่รองของนาง จับดูชีพจร " ชีพจรปกติดี และดูเหมือนจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ถ้าท่านพ่อกับพี่ใหญ่รู้ต้องดีใจมากแน่ " " ดังนั้นข้าก็ฝึกวรยุทธได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ " นางถามพี่รองด้วยความดีใจ เค้าพยักหน้ารับน้อย ๆ ท่านแม่ทัพบังเอิญมองเห็นแววตาเป็นประกายซุกซนของนางเข้า ' มิน่าละ หลายวันมานี้เจ้าดูเปลี่ยนไปมาก เป็นเพราะหายป่วยแล้วนั่น เอง แต่เป็นแบบนี้ก็ดี แล้ว น่ารักดี ' เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตุดี ๆ ก็จะมองไม่เห็น แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของกุนซือหน้าหยกไปได้ " ดังนั้นท่านแม่ทัพ รบกวนท่านช่วยสอน วรยุทธนางด้วยแล้วกัน " " ทำไมเจ้าไม่สอนเองละ " เค้าไม่ตอบท่านแม่ทัพแต่หันกลับไปพูดกับน้องสาวแทน " ไม่ใช่พี่ไม่อยากสอนเจ้า แต่พี่ต้องไปช่วยท่านราชครูคัดเลือกบัณฑิตใหม่ต่างหากเล้า " " นายน้อยขอรับ รองแม่ทัพมู่ มาขอพบขอรับ " ห้าวชวน เดินเข้ามารายงาน ทำให้การสนทนาต้องหยุดชะงักลง " พาเขาไปรอที่ห้องตำรา " " ขอรับนายน้อย " ห้าวชวน รับคำแล้วเดินออกไป " มู่เฉิน ก็มาที่นี่บ่อย เขากับเจ้าก็เคยเจอกันแล้วหลายครั้ง ถ้าให้เขาสอนก็คงไม่ใช่เรื่
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status