Masukแม่ทัพไร้พ่ายอย่างเขา ต้องแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมายกับเจ้าสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ที่อยู่ตรงหน้าข้านี่คือสิ่งใด ''เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยินน้อยหายไปขอรับ''
Lihat lebih banyakณ หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากชานเมืองนัก เสียงร้องไห้ของหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่อยู่ต่อหน้ากองเพลิงที่กำลังเผาร่างของพี่ชายทำให้ทุกคนต่างสงสารเป็นอย่างมาก
พวงแสดเป็นน้องสาวของนายสดที่เพิ่งเสียชีวิตไป ครอบครัวเธอไม่เหลือใครนอกจากพี่ชาย เมื่อเขาได้เสียชีวิตไปเธอเองก็หมดที่พึ่ง
“ไม่เป็นไรนะพวงแสด เอ็งไปอยู่กับพวกข้าก็ได้” ตรีวางมือที่ไหล่เพื่อปลอบใจเธอ เพราะตอนนี้แพงแสดไม่เหลือใครแล้ว และเขาก็เคยเปรยกับนายสดเอาไว้ว่าอยากให้เธอไปเป็นน้องสะใภ้
‘ตรี’ เป็นผู้มีพระคุณของนายสดที่สนิทสนมกัน แล้วยังเป็นเจ้าหนี้ที่พี่ชายกู้เงินมารักษาตัวอีกด้วย
โชคดีที่ครอบครัวของเขาเห็นใจไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร
หลังเสร็จสิ้นงานศพวันสุดท้าย ช่วงบ่ายแก่ๆ ค่อนเย็นพวงแสดก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของตรีตามที่เขาเสนอความช่วยเหลือ เพราะผู้หญิงตัวคนเดียวจะอยู่บ้านเก่าๆ ท้ายหมู่บ้านก็ดูไม่น่าปลอดภัย
ในบ้านหลังนี้นอกจากตรีที่เป็นพ่อหม้าย ก็ยังมี ‘ทศ’ น้องเมียของตรีที่เขาอยากให้แต่งงานกับเธอ และมี ‘ขนุน’ ลูกสาวของตรีที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน
“ตอนนี้เอ็งนอนห้องนังขนุนไปก่อนนะ เดี๋ยวให้ทิ้งช่วงงานศพพี่ชายเอ็งไปก่อนค่อยผูกข้อไม้ข้อมือแต่งงานกับทศมัน” ชายวัยสี่สิบห้าบอกด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นกับว่าที่น้องสะใภ้
“จ้ะลุง”
“ให้นอนห้องฉันเลยก็ได้นะพี่ตรี ฉันไม่ติด” ทศพูดแล้วมองพวงแสดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ทำให้หญิงสาวต้องรีบหลบสายตาด้วยความเอียงอาย
“น้าทศ พี่พวงแสดเขาเป็นผู้หญิงนะ” ขนุนรีบออกโรงปกป้องว่าที่น้าสะใภ้
“น้าแค่ล้อเล่น เอ็งนี่ก็จริงจัง แค่อยากให้พวงแสดยิ้มได้บ้าง” ทศพูดแล้วยิ้มอย่างมีความนัย ในเมื่ออีกฝ่ายต้องแต่งงานกับเขาอยู่แล้วก็ไม่อยากรอช้า
ชายหนุ่มทั้งหมู่บ้านต่างก็อยากได้พวงแสดไปเป็นภรรยาทั้งนั้น หากไม่ใช่เพราะตรีช่วยพูดกับพี่ชายเธอให้มีหรือว่าเขาจะได้เธอมาครอบครองง่ายดายขนาดนี้
“ฉันเริ่มทำใจเรื่องพ่อได้แล้วจ้ะน้าทศ”
“จะแต่งงานกันอยู่แล้ว เอ็งเรียกพี่ทศจะดีกว่า” เขาบอกเสียงนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของตั้งแต่ยังไม่ตบแต่ง
“จ้ะ พี่ทศ” พวงแสดเรียกชื่อนั้นด้วยความเอียงอาย แล้วโดยขนุนดึงแขนให้ตามไปที่ห้อง
“พี่พวงแสดเอาของมาเก็บก่อนจ้ะ เดี๋ยวฉันพาไปดูห้อง” ขนุนบอกแล้วพาเธอไปดูห้องนอนของตน
ห้องขนุนอยู่ชั้นบนตรงข้ามกับห้องของบิดา ส่วนห้องของทศอยู่ชั้นล่างติดกับห้องครัว
“ต่อไปนี้งานบ้านทุกอย่างพี่จะขอทำทั้งหมด ขนุนตั้งใจเรียนก็พอ พี่อยากทำอะไรตอบแทนบ้าง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและฟังดูเศร้าในน้ำเสียง
“ไม่เป็นไรค่ะพี่พวงแสด เราช่วยกันทำดีกว่า” ขนุนบอกด้วยความเกรงใจ
เมื่อเก็บของออกจากกระเป๋าแล้ว สองสาวก็ลงไปที่ชั้นล่าง แล้วเดินไปนั่งคุยกับชายต่างวัยทั้งสองที่นั่งคุยกันอยู่
“ขนุนเอ็งไปซื้อของในตลาดกับพ่อ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน วันนี้ซื้อกับข้าวถุงมากินก็แล้วกันจะได้ไม่เสียเวลา” ตรีบอกลูกสาวเมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วแต่ยังไม่มีอาหารเย็น
“จ้ะ พ่อ” สาวน้อยวัยสิบหกรับปากแล้วรีบตามบิดาไปที่รถ
หลังจากนั้นในบ้านหลังนี้จึงเหลือแค่เธอและทศอยู่ด้วยกันตามลำพัง ทำให้หญิงสาววัยยี่สิบประหม่าเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ต้องไปเก็บเถ้ากระดูกแต่เช้า เดี๋ยวพี่พาไปนะ” ทศรับอาสาทำเพื่อพ่อตาเป็นครั้งสุดท้าย
“จ้ะ” เธอรับปากว่าที่สามีแล้วยิ้มให้เขา
“พี่อยากปลอบใจพวงแสด แต่ไม่รู้วิธีไหน นอกจาก...”
“นอกจากวิธีไหนเหรอจ๊ะ” เธอถามด้วยความสงสัย แม้พอจะรู้อยู่บ้างว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักมีวิธีหลอกล่อแต่ก็อยากรู้ว่าเขาจะใช้วิธีไหนกับตน
“สองคนนั้นน่าจะไปตลาดนานพอดู งั้นเราไปในห้องพี่ไหม พี่อยากปลอบใจพวงแสดตามลำพังในห้องพี่” เขาถามอย่างมีความหมาย
“มันจะดีเหรอจ๊ะ พวงแสดเข้าไปในห้องพี่ทศสองต่อสองมันจะดูไม่งามเอา” เธอบ่ายเบี่ยงเล็กน้อย
“มาเถอะ เดี๋ยวเราก็แต่งงานกันแล้ว มันไม่มีอะไรเสียหายหรอก” เขาพูดเสียงพร่าแล้วลุกขึ้นจูงมือพวงแสดเข้าไปในห้องส่วนตัวของตน
เธอเดินตามเขาไปด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้น หัวใจสั่นไหว แค่คิดว่าจะต้องโดนอะไรก็เกิดความกระสันและร้อนวูบวาบกึ่งกายสาว
“เตรียมพร้อมรับการปลอบใจจากพี่นะ” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ ดันร่างหญิงสาวนอนหงายไปที่เตียง
มือหนาถอดเสื้อและบราลูกไม้ออกไปเพื่อชื่นชมเรือนร่างที่สวยสะพรั่ง มองหน้าอกที่อวบอิ่มเท่าลูกส้มโอผลเล็กด้วยสายตาที่กลัดมัน แล้วถอดกางเกงของเธอออกไปเผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีหวานที่ละลานตา
เขาแยกเข่าเธอออกกว้างแล้วใช้ปลายนิ้วลากไปตามรอยแยกที่ปิดสนิท เขี่ยตรงเม็ดเกสรลับที่ถูกกลีบกุหลาบห่อหุ้มไว้จนมีน้ำหวานซึมออกมาตามรอยแยก จากนั้นก็ออกแรงที่ปลายนิ้วบดขยี้เม็ดเต่งตึงนั้นต่อ
“อ๊าส์ พี่ทศ พวงแสดรู้สึกแปลกๆ อ๊าส์” พวงแสดครางเสียงหลง
“มันเรียกว่าเสียว พวงแสดกำลังเสียว” เขาพูดเสียงแหบพร่า มุดหน้าลงกับเนินสวาทแล้วใช้ปลายลิ้นปรนเปรอความสุขให้กับเธอ
“อ๊าส์ พี่ทศขา อย่าเลีย ซี๊ด มันสกปรก อ๊าส์” เธอครางเสียงหลงห้ามเขาแต่กลับแอ่นสะโพกสูงรับปลายลิ้นที่ละเลงลงมา
ทศลองถอนปลายลิ้นออกไปแล้วพรมจูบที่รอบๆ ต้นขาแทน ทำให้หญิงสาวร้องตามอย่างเสียดาย
“หยุดทำไมจ้ะ พวงแสดกำลังเสียวเลย”
“เอ็งบอกว่าอย่าเลียไม่ใช่เหรอ” เขาเงยหน้าตอบแล้วยกยิ้มอย่างชอบใจที่ได้แกล้งให้เธอต้องการเขามากขึ้น
“เลียมาเถอะจ้ะ ลิ้นของพี่ทศทำให้พวงแสดเสียวเหลือเกิน” เธอร้องขอเขา
ทศยิ้มกริ่ม มุดหน้าตวัดปลายลิ้นรัวเร็วอวดความช่ำชองของตนจนหญิงสาวทนไม่ไหว
“ซี๊ด อ๊าส์ พี่ทศขา เสียว อ๊าส์ เสียว” เธอร้องครางเสียงกระเส่า สะโพกบางแอ่นขึ้นหาใบหน้าของเขาด้วยความกระสัน
ทศกระดกลิ้นรัวเร็วแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือบดคลึงที่เม็ดเสียวไปด้วยในขณะที่เคลื่อนปลายลิ้นเข้าไปไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง
พวงแสดไม่เคยเจอประสบการณ์ที่เร่าร้อนและเสียวซ่านมากขนาดนี้ มันดีกว่าตอนที่เธอแอบถูกับกิ่งไม้ยามลับตาคนเป็นไหนๆ มิน่าเล่าใครๆ ก็อยากมีสามีเป็นเพราะมันดีอย่างนี้นี่เอง
“อ๊าส์ ไม่ไหวแล้ว ซี๊ด” ในที่สุดหญิงสาวก็ทนต่อความเพลิดเพลินนี้ไม่ไหว ถึงปลายทางแห่งความสุขสมไปด้วยปลายลิ้นของว่าที่สามีในอนาคตอย่างมีความสุข
“ปลอบใจเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ” เธอถามเสียงหอบเพราะความตื่นเต้นที่เพิ่งผ่านพ้นไป
“ยัง นี่แค่เริ่ม” ทศยิ้มกริ่มแล้วใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำสวาทที่ติดรอบริมฝีปากออกไป มองทรวงอกงามที่กระเพื่อมอย่างไม่วางตา
---------------------
ตงเฟยหลง กุมมือเรียวของภรรยาตัวน้อยแล้วพาเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ เขารินสุราใสจอกให้นางและเขาก่อนที่จะคล้องแขนกันดื่มสุราจนหมดจอก นางยิ้มหวานให้เขา แล้วเดินเข้ามานั่งบนตักแกร่ง มือเรียวยกขึ้นมากอดรอบคอของคนตัวโตไว้ เขาจึงกอดรอบเอวบางไว้หลวม ๆ " ขอบคุณเจ้าค่ะ แต่ .... ว่า..ท่านพี่ ลงทุนมากมายขนาดนี้จะขออะไรหรือเจ้าคะ " นางมองสบตาคมแล้วเอ่ยถามออกมาตามตรงอย่างไม่อ้อมค้อม เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของนาง " พี่ขอ เจ้าตัวเล็กเพิ่มอีกซักสองคนได้ไหม " " แค่นี้ยังไม่พออีกหรือเจ้าคะ " " ยัง..... มีเยอะ ๆ สิถึงจะดี " " แต่ว่า " " เจ้าสัญญากับพี่แล้วนะ " เขาไม่รอให้นางเอ่ยจบ แล้วช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้มไว้พาเดินไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว จ้าวฟางลู่ นางรู้ว่าหากคุณสามีของนางเขาตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วต้องสำเร็จทุกประการ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ แน่ นางจึงทำได้แค่ยอมตามใจเขาเท่านั้น ตงเฟยหลง มองเด็กน้อยวัยสี
จ้าวฟางลู่มองหน้าอาเต๋อ ที่ยืนทำหน้าตาไม่สู้ดีนัก แล้วจึงเดินกลับเข้าเรือนของตนเองไปเตรียมตัวไปงานแต่งของพี่รอง นางเดินวนไปวนมาอย่างคุ้นคิด ว่าสามีของนางจะไปไหนได้ งานแต่งพี่รองก็ใกล้จะเริ่มแล้วนะ " เจียวซิน ท่านแม่ทัพกลับมาหรือยัง " " ยังเลยเจ้าค่ะ ฮูหยิน " " แล้วเสี่ยวเป่ากับอิ่งเอ๋อหล่ะ แต่งตัวเสร็จหรือยัง " " เสร็จแล้วเจ้าค่ะ " " ข้าจะร่วงหน้าไปก่อน เจ้าไปบอกห้าวชวนหากท่านแม่ทัพกลับมาแล้วให้เขารีบตามไปด้วยนะ " " เจ้าค่ะ " จ้าวฟางลู่ นางส่องกระจกอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อยของชุดที่ใส่ ชุดสีน้ำเงินเข้มที่ช่วยขับผิวของนางให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นางแต่งหน้าบาง ๆ แต่ยังเลือกเครื่องประดับไม่ได้เลย มือหนากอดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง เขาเกิยคางบนไหล่มนแล้วคลอเคลียอยู่กับซอกคอขาวผ่องของภรรยาตัวน้อย บอกตามตรงเขาไม่ชอบให้นางออกงานสังคมเท่าไหร่นัก เพราะไม่ชอบเวลาที่มีบุรุษอื่นม
บุรุษทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างจนใจ เมื่อเจอคำถามของนาง " ลู่เอ๋อ แต่ไม่ไม่เหมือนกันนะ " ท่านแม่ทัพยังคงพยายามที่จะอธิบายต่อ แต่นางก็ไม่ได้สนใจฟังเขาสักเท่าไหร่นัก " แต่ที่นางส่งคนมารอบทำร้ายข้าจะไม่เกินไปหน่อยหรอเจ้าคะ....ข้าว่าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ ๆ " " เราจะไปลงโทษนางเอง...และจะให้นางมาขอโทษเจ้าด้วยดีไหม " ฮ่องเต้ ยังคงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางยิ้มรับแล้วหันไปมองเจียวซิน ที่เดินเข้ามานางสบตากับสาวใช้คนสนิทอย่างรู้กัน แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ " คงไม่ต้องแล้วหละเจ้าค่ะ......องค์หญิงคงได้รับบทเรียนมากพอแล้ว " ทุกคนหันมามองหน้านางด้วยความสงสัย แต่ก็ยังไม่ทันมีใครได้ถามอะไร กงกงคนสนิทของฝ่าบาทก็เข้ามาเสียก่อน " ทูลฝ่าบาท ที่ตำหนักขององค์หญิงเหยาจีเกิดเรื่องแล้วพะยะค่ะ " เมื่อกงกงเอ่ยจบ บุรุษทั้งสามคนก็หันมามองหน้านางทันที จ้าวฟางลู่จึงยิ้มบาง ๆ ให้พวกเขาแทนคำตอบ
จ้าวฟางลู่ กอดอกยืนมองชายชุดดำสี่คนที่ถูกจับได้ นางควงมีดในมือเล่น แล้วเดินวนรอบ ๆ ตัวพวกมัน " ใครส่งพวกเจ้ามาหรือ " นางเอ่ยถามคนเหล่านี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไร " หึ...ที่นี่เป็นถึงจวนแม่ทัพผู้เก่งกาจ เหตุใดจึงให้สตรีออกหน้าได้ น่าขายหน้าเสียจริง ไอ้แม่ทัพนั่น มัวไปมุดหัว อยู่ที่ไหนล่ะ" หนึ่งในพวกมันเอ่ยขึ้นทำให้ จ้าวฟางลู่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของคนผู้นั้น " สตรีแล้วอย่างไร.....หรือเจ้าว่าข้าไม่น่ากลัวหรือ...." นางมองคนผู้นั้นด้วยความเฉยเมย แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ แถมยังมาพูดเหยียดหยามสามีของนางอีก แบบนี้คงอยากจะลองดี " ได้....หากถามดี ๆ เจ้าไม่ชอบ เดี๋ยวข้าจัดให้......เด็ก ๆ " พอสิ้นเสียงของนาง คนของนางสองคนก็เดินเข้ามาพร้อมกับหีบใบหนึ่ง พวกเขาหยิบมีขนาดเล็กไล่เรียงตามลำดับไปถึงใหญ่มาก ออกจากหีบมาวางเรียงรายตรงหน้านาง ชายชุดดำทั้งสี่คนมองมีดขนาดต่าง ๆ อย่างตื่นตระหนก จ้าวฟางลู่นางหยิบมีดออกมาควงเล่นตรงหน้าพวกเขา
จ้าวฟางลู่ ยืนมองเงาสะท้อนในกระจก อย่างพอใจนางแต่งตัวเรียบง่ายแต่ดูสง่างาม ' แค่นี้ก็พอมั้ง ' " งามมากเลยเจ้าค่ะฮูหยิน " เจียวซิน เอ่ยชมและมองนายหญิงของนางด้วยรอยยิ้ม หากจะบอกว่าฮูหยินยังเป็นสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนก็คงไม่มีใครสงสัยอะไรเป็
หยางหลี่เวย มองดูบ่าวรับใช้ขนของขึ้นรถม้า เตรียมเดินทางเข้าเมืองหลวง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะย้ายไปจัดงานแต่งที่เมืองหลวงแทน " เวยเวย " ร่างบางหันไปมองตามเสียงเรียก แล้วส่งยิ้มหวานให้บุรุษหน้าหวานที่กำลังเดินมาหานาง หลายวันมานี้เขาอาการดีข
จ้าวเฟยหลิง ลืมตาตื่นขึ้นมาในความมืด มีเพียงแค่แสงสว่างจากเทียนเล่มเดียวบนหัวเตียง เพียงแค่เขาขยับตัวเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่ท้องก็เล่นงานเขาทันที จนต้องนิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด " เจ็บแล้วยังจะทำเป็นเก่งอีกนะ " เมื่อมีเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นข้างเตียง ไม่ต้องห
จ้าวเฟยหลิง เดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ เขามองไปยังคนรักที่ตอนนี้ถูก เฉินเสียวอู่จับตัวไว้ ด้วยความห่วงใย " ฆ่ามัน " เมื่อสิ้นคำสั่ง ลูกน้องนับสิบคนก็ตรงเข้าไปหา จ้าวเฟยหลิงทันที " ไม่...หยุดนะ ...อย่าทำอะไรเค้านะ ..... ปล่อยข้












Ulasan-ulasan