แชร์

ตอนที่ 118 เนรมิตความสวย

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:36:09

60 1-2

            ตอนที่ 118 เนรมิตความสวย

            ในช่วงเวลานี้ ทั้งหลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยต่างก็ยุ่งหัวหมุนจนแทบไม่ได้พัก

            แม้ว่าธุรกิจชานมไข่มุกจะค่อนข้างไปได้สวยในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พวกเธอก็มีกันแค่สองคนแม่ลูก แม้จะสู้ตายสักแค่ไหน ก็ยังยุ่งเกินกว่าจะรับมือไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่หลินจิงซูเปิดภาคเรียน เวลาในการทำงานของเธอต้องลดทอนลงถึงครึ่งหนึ่ง จนสุดท้ายหมดสิ้นหนทาง ไม่มีทางอื่นให้เลือกชนิดต้องใช้คำว่า ศัตรูในอดีตคือมิตรในวันนี้จริงๆ เธอจำต้องไปขอให้หวังหลิวและภรรยากลับมาช่วยงานเบื้องหลังอีกครั้ง

            แม้จะพูดได้ว่า เวลานี้ต่อให้สองแม่ลูกจะสามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง ทว่าแต่ละหยวนที่ไหลเข้ากระเป๋านั้น ล้วนต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยชนิดเลือดตาแทบกระเด็น!

            แผงรถเข็นขายชานมไข่มุกของอู๋ซิ่วเหลียนได้ปิดตัวลงอย่างถาวรไปแล้ว นับตั้งแต่วันนั้น เธอกับย่าอู๋ก็ไม่ได้มาข้องแวะหรือก่อปัญหาใดๆอีกเลย แม้จะเป็นช่วงเวลาที่แสนเหนื่อยสักหน่อย แต่ทว่าท้ายสุด สองแม่ลูกก็มีวันที่สามารถยิ้มได้อีกครั้ง

            เช้าตรู่ของวันเสาร์ หลินจิงซูพาติงเสวี่ยเหม่ยไปที่ร้านทำผม

            ติงเสวี่ยเหม่ยที่ยังไม่ทันได้ตั้งสติรู้เรื่องรู้ราวอะไร กลับถูกลูกสาวตัวเองจับกดลงนั่งบนเก้าอี้ทำผมภายในร้านท่ามกลางความงุนงงของเธอ หลินจิงซูหันไปยิ้มกับช่างทำผมสาวสวยพร้อมกับบอกไปว่า

            “คุณพี่ค่ะ ช่วยออกแบบทรงผมที่เหมาะกับแม่หนูมากที่สุดให้หน่อยค่ะ ขอสวยๆเลยนะคะ!”

            “ได้เลยค่ะคุณน้อง!”

            ช่างสาวสวยเดินเวียนวนรอบเก้าอี้เพ่งพินิจมองติงเสวี่ยเหม่ย360องศารอบทิศ ดวงตาหรี่แคบลงคล้ายกำลังใช้สมาธิตัดสินใจเรื่องสำคัญ ครู่หนึ่งจึงค่อยพยักหน้ากับตัวเองด้วยความพึงพอใจ แล้วหันไปพูดกับหลินจิงซูว่า

            “รับรองได้เลยค่ะว่าต้องสวยมากแน่ๆ! เห็นโปสเตอร์ดาราสาวบนกำแพงนั่นมั้ยจ๊ะ? เดี๋ยวพี่จะเนรมิตคุณแม่ของหนูให้ออกมาสวยแบบจงฉู่หงในภาพเลยล่ะ! รอชมได้เลยค่ะคุณน้อง!”

             ติงเสวี่ยเหม่ยเริ่มลังเลไม่แน่ใจ เธอเองก็หันไปถามหลินจิงซูเช่นกัน

            “ทำไมจู่ๆต้องพาแม่มาเข้าร้านทำผมด้วยล่ะ? แม่ว่าแม่ไม่เหมาะกับผมทรงนั้นหรอกนะ เปลืองเงินเปล่าๆนะลูก!”

            หลินจิงซูกดไหล่ติงเสวี่ยเหม่ยที่กำลังจะลุกให้นั่งลงอีกครั้ง พร้อมกับพูดเสียงแข็งดุว่า

            “แม่คะ นานแล้วที่หนูอยากพาแม่มาทำผมสักครั้ง! ตั้งแต่หนูจำความได้ ไม่เคยเห็นสักครั้งที่แม่จะมีทรงผมสวยๆไว้อวดใครๆ! แล้วแม่รู้ได้ไงคะว่าตัวเองไม่เหมาะกับผมทรงนั้น? ตอนนี้เงินก็มีแล้ว แค่ค่าทำผมนิดๆหน่อยอย่าตระหนี่นักเลยค่ะ! เงินเป็นทาสเรานะคะ ไม่ใช่เราเป็นทาสเงิน ท่องไว้ค่ะแม่!”

            เธอยังพูดต่ออีกว่า

“แม่ค่ะ ลองนึกดูให้ดีๆนคะะ ขนาดอู๋ซิ่วเหลียนที่หมดเงินตั้งมากมายไปกับเรื่องความสวยความงาม ยังสวยได้แค่เทียบเท่าแม่ที่ไม่เคยแต่งหน้าด้วยซ้ำไป! แล้วถ้าแม่ยอมลงทุนกับเรื่องนี้สักหน่อย บางทีผลลัพธ์อาจจะไม่ลงเอยด้วยการหย่าร้ายก็ได้นะคะ!”

ใช่แล้ว ผลลัพธ์คงไม่ได้จบลงที่หลินชิงอี้หนีไปจากชีวิตของเธอ

ได้ฟังเช่นนั้น ดวงตาคู่สวยของติงเสวี่ยเหม่ยก็ฉายแววเย็นยะเยือกฉับพลัน น้ำเสียงเปล่งดังอย่างเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป

“คุณช่างคะ! ขอสวยๆเลยค่ะ! จะตัดจะดัดหรืออบไอน้ำก็ได้ทั้งนั้น ทำให้สุดฝีมือเลยนะคะ! ฉันพร้อมจ่ายเต็มที่!”

หลินจิงซูยืนกอดอก เผยแสดงรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจออกมา เธอทราบดีว่า เมื่อใดที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ติงเสวี่ยเหม่ยจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคน เป็นคนที่แข็งกร้าวพร้อมกับไฟความโกรธที่ลุกโหมภายในใจ

นับตั้งแต่หลินเสวี่ยปรามาสดูถูกติงเสวี่ยเหม่ยคราวก่อน หลินจิงซูก็หมายมั่นปั้นมือว่า จะต้องเปลี่ยนแปลงแม่ของเธอให้กลายเป็นสาวสวย ชนิดที่ว่าผู้ชายทุกคนจะต้องเหลียวหลังมองเลยทีเดียว!

เปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัด โครงหน้าของติงเสวี่ยเหม่ยกับอู๋ซิ่วเหลียนนั้น ฝ่ายหลังดูเหมือนจะอ่อนด้อยกว่าหลายส่วน แต่จุดเด่นเพียงอย่างเดียวของเธอก็คือ นิสัยดัดจริตออดอ้อนและรู้จักเข้าหาเพศตรงข้ามที่ช่ำชองกว่า ทางด้านติงเสวี่ยเหม่ยนั้น แม้มีพื้นฐานรูปร่างหน้าตาที่ดีกว่ามาก แต่เพราะไม่รู้จักแต่งตัวแต่งหน้าใดๆเลย ทำให้รัศมีความโดดเด่นของเธอถูกอู๋ซิ่วเหลียนกลบเสียมิดชิด

เมื่อทำผมเสร็จแล้ว ความสวยองค์รวมของติงเสวี่ยเหม่ยก็ถูกรังสรรค์พัฒนาไปอีกระดับ ราวกับว่าถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด งดงามขึ้นทันตาเห็น! ติงเสวี่ยเหม่ยในเวลานี้เปรียบดั่งคุณหนูจากวงศ์ตระกูลร่ำรวย แตกต่างจากแม่บ้านที่มีสภาพซอมซ่อดูไม่ได้ในอดีตอย่างสิ้นเชิง หลังจากนั้น หลินจิงซูก็พาแม่ของเธอไปซื้อเครื่องสำอางค์ และจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้งหมด หากทดลองปล่อยเธอไปเดินบนท้องถนนตามลำพัง หลินจิงซูมั่นใจเต็มร้อยว่า ต่อให้เป็นจางหลานหรือป้าผางก็จดจำเธอไม่ได้อย่างแน่นอน!

ตอนนี้จะให้บอกว่า ติงเสวี่ยเหม่ยคือคุณหนูปกขาวลูกผู้ดีจากเมืองหลวงก็ดูจะไม่เกินจริงเลย!

            เห็นว่าหลินจิงซูยังคงใช้เงินจับจ่ายเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ตนไม่หยุด ในฐานะคนเป็นแม่ ติงเสวี่ยเหม่ยแอบรู้สึกไม่ยุติธรรมเล็กน้อย เธอจึงปลีกตัวออกไปซื้อกระโปรงยาวสีขาว และรองเท้าหนังคู่หรูจากแบรนด์ JACOBเพื่อมอบให้กับหลินจิงซูบ้าง

            ขณะที่สองแม่ลูกกำลังเดินซื้อของกันอย่างมีความสุขอยู่บนท้องถนนนั้น ก็เริ่มมีหลายคนหันมามอง และทอดสายตาชื่นชมส่งให้ทั้งสองคนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ ติงเสวี่ยเหม่ยมักรู้สึกเจ็บปวดใจทุกครั้งที่เห็นเงินถูกจับจ่ายออกไปกับสิ่งเหล่านี้ แต่เมื่อเริ่มเห็นปฏิกิริยาที่แปรเปลี่ยนไปของฝูงชนรอบข้าง เธอก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ เพราะรู้สึกถึงความคุ้มค่าของเงินที่ได้ลงทุนไป!

หญิงทั้งสองเดินยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขมาจนถึงหน้าบ้าน กระทั่งวินาทีนั้นเอง ทั้งคู่ก็เผชิญพบกับชายร่างสูงคนหนึ่งกำลังยืนพิงประตูอยู่ตรงหน้า ความสุขตลอดทั้งวันของสองแม่ลูกได้อันตรธานหายวับไปในทันที

ชายคนนั้นคือหลินชิงอี้…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status