เข้าสู่ระบบ59 2-2
ตอนที่ 117 เปิดร้านในตัวเมือง
หลังจากเชิญตัวย่าอู๋และอู๋ซิ่วเหลียนออกไปแล้ว ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูก็ได้เจ้าหน้าที่โจวอาสาเดินออกไปส่ง
เจ้าหน้าที่โจวเงยหน้าขึ้นมองหลินจิงซู และแสร้งทำเป็นนับนิ้วพูดติดตลกว่า
“เอ…ลองนับดูสิว่าลุงเจอเราที่สถานีตำรวจกี่ครั้งแล้วนะ?”
หลินจิงซูหน้าแดงเล็กน้อยเพราะความเก้อเขิน
“ลุงโจวคะ หนูต้องขอขอบคุณมากจริงๆสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งลุงโจวแล้วก็ป้าจาง ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีพระคุณต่อชีวิตของเราสองแม่ลูก จากนี้ไปไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะตั้งใจสอนพิเศษให้หานน้อยเป็นอย่างดี เพื่อตอบแทนบุญคุณของพวกคุณทั้งสองค่ะ!”
เจ้าหน้าที่โจวโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย เขายิ้มและพูดอีกว่า
“อย่าให้หานน้อยได้ยินสิ่งที่เราพูดเมื่อครู่เชียวนะ ระยะนี้เราไม่ค่อยได้ไปสอนหนังสือหานน้อยที่บ้านใช่มั้ยล่ะ? แต่วันไหนได้ไปก็สั่งการบ้านไว้ซะเยอะเลย วันนั้นหานน้อยปั่นการบ้านเสร็จไม่ทัน ก็เลยถูกแม่จางใช้ไม้ขนไก่ฟาดก้นไปหลายทีเลยล่ะ! หานน้อยถึงกับร้องไห้โวยวายใหญ่ บอกว่าไม่อยากให้พี่สาวจิงซูมาหาอีกแล้ว เพราะกลัวจะโดนไม้ขนไก่ฟาดเข้าอีก! ฮ่าฮ่าๆ จางหลานได้จับไม้ขนไก่ฉันใด ก็เสมือนจอมยุทธ์ได้ใช้กระบี่ฉันนั้น! ขนาดลุงเองยังเคยลิ้มรสไม้ขนไก่ของเธอเลยล่ะ!”
หลินจิงซูได้ยินแบบนั้นกลับรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“อ่า…ถ้าหนูไปหาคราวหน้า หานน้อยจะไม่ลำบากใจแย่เหรอคะ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เรื่องนั้นเราอย่าห่วงไปเลย! เด็กคนนั้นจะเป็นยังไงไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญกว่าก็คือทำยังไงให้จางหลานอารมณ์ดีมากๆ เผื่อลุงจะได้อานิสงค์มีเงินค่าบุหรี่เพิ่มขึ้นบ้าง!”
หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยต่างหัวเราะร่วน รู้สึกครื้นเครงไปกับมุขตลกของเจ้าหน้าที่โจว
“เออ..ว่าแต่ เราตัดสินใจจะทำธุรกิจนี้ต่อมั้ย? ตอนนี้ในตัวเมืองผิงเฉิงมีร้านขายชานมไข่มุกผุดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ดเลยล่ะ”
ไม่ว่าจะพยายามคิดหาเหตุผลอย่างไร เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เหตุใดหลินจิงซูจึงตัดสินใจขายสูตรชานมให้คนนอก?
แม้การขายสูตรแบบนี้จะสามารถทำเงินก้อนโตได้ในระยะสั้น แต่ทว่าสิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ พวกเธอจะไม่สามารถประกอบธุรกิจประเภทนี้ให้ดีเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
ส่วนต่างรายได้ที่ขาดหายไปจากการขายในอนาคต หากลองนำมาคำนวณดีๆอาจจะขาดทุนด้วยซ้ำไป พูดง่ายๆก็คือ นี่อาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องในระยะยาว
“ซูซู ลูกลองอธิบายแผนธุรกิจในอนาคตของเราให้ลุงโจวฟังดูสิ”
ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็เพิ่งได้ทราบถึงแผนการเดินหมากของหลิงจิงซูเมื่อไม่นานมานี้เช่นกัน วินาทีที่ได้ฟังนั้น กระทั่งคนเป็นแม่อย่างเธอยังคาดไม่ถึงว่า ลูกสาวของตนจะใจใหญ่ได้ถึงเพียงนี้!
เงินทุนปัจจุบันที่มีในมือของพวกเธอสองแม่ลูกนั้น โดยรวมก็ประมาณ20,000หยวน และหลินจิงซูก็ต้องการทุ่มเงินทั้งหมดที่มีเพื่อไปเปิดร้านค้าในตัวเมืองหลักของมณฑล
แน่นอนว่า ติงเสวี่ยเหม่ยในเวลานี้ย่อมไม่ลังเลเช่นกัน เธอพร้อมที่จะสนับสนุนการตัดสินใจของลูกสาวชนิดทุ่มสุดตัว!
“ลุงโจวค่ะ ถ้ากลับไปบ้านวันนี้ ลุงลองคุยกับป้าจางให้หน่อยได้ไหมค่ะว่า หนูอยากจะร่วมลงทุนกับป้าจางเปิดร้านค้าสักแห่งในตัวเมืองผิงเฉิง ป้าจางจะตกลงรึเปล่าคะ?”
หลินจิงซูเอ่ยบอก
ในเมื่อจางหลานมีความคิดที่จะเริ่มสร้างธุรกิจในต่างประเทศอยู่แล้ว ทำไมไม่ลองเจียดเงินสักก้อนหนึ่งมาลงทุนกับหลินจิงซูดูล่ะ? ที่เหลือก็แค่รอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายว่าจะกล้าพอหรือไม่?
“โอ้? นี่เราคิดจะเปิดร้านในตัวเมืองงั้นเหรอ?”
เจ้าหน้าที่โจวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ สายตาคู่นั้นจ้องมองหลินจิงซูอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แม้เขาจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ติดต่อพูดคุยกับหลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยมากเท่าที่ควร แต่ทุกวันหลังกลับถึงบ้าน เขามักจะได้ยินจางหลานพูดถึงสองแม่ลูกคู่นี้อยู่เป็นประจำ จนรับรู้ได้ว่าไม่เพียงแค่เรื่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลิน ล้วนแล้วแต่มีหลินจิงซูคอยคุมเชิงอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น!
คนที่สามารถอ่านสถานการณ์ในอนาคตได้เฉียบขาดตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งกว่ายาก!
เจ้าหน้าที่โจวพยักหน้าให้สัญญา
“เดี๋ยวลุงจะลองไปคุยเรื่องนี้ให้ แต่ขอถามอะไรสักข้อจะได้มั้ย เรื่องแผนไปเปิดร้านค้าในตัวเมืองนั่นน่ะเป็นความคิดของเราเอง หรือเป็นเพราะถูกอู๋ซิ่วเหลียนกับย่าอู๋กดดันจนต้องหนีไปจากที่นี่?”
หลินจิงซูยิ้มกล่าว
“นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจของหนูกับแม่ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ”
ต่อให้คนอย่างย่าอู๋และอู๋ซิ่วเหลียนจะไม่มาก่อกวนสร้างปัญหาให้ แต่สักวันหนึ่ง ร้านชานมไข่มุกของเธอก็จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ประเภทนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี หลินจิงซูรู้ดีว่า อาศัยเพียงแค่การเปิดขายชานมไข่มุก คงไม่สามารถเลี้ยงเธอไปได้ทั้งชีวิต ตราบใดที่เธอไม่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ ไม่ช้าก็เร็ว ธุรกิจนี้ก็จะต้องปิดตัวลงอยู่ดี
เป็นเวลานี้เองที่เจ้าหน้าที่โจวเริ่มแสดงความคิดในมุมมองส่วนตัวของตน
“ลุงเชื่อในศักยภาพของเรานะ แต่การจะเปิดเป็นร้านค้ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเหมือนรถเข็นขายของแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เรายังเลือกที่จะเปิดร้านในตัวเมืองอีก การแข่งขันที่นั่นค่อนข้างสูงมาก ลุงกับป้าขอเวลาคิดใคร่ครวญเรื่องนี้หน่อยนะ หวังว่าเราคงจะเข้าใจ”
หลินจิงซูพยักหน้าแสดงถึงความเข้าใจในจุดนี้ดี
“หนูเข้าใจค่ะ เพราะหนูเองก็ไม่ได้จะคาดคั้นรีบเอาคำตอบเหมือนกัน”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







