แชร์

ตอนที่ 163 โกหกต่อหน้าแม่

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:53:11

82 2-2

            ตอนที่ 163 โกหกต่อหน้าแม่

            “ก่อนหน้านี้ ผมไปบ้านเช่าที่คุณกับป้าติงเคยพักอาศัยอยู่ แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว ผมก็เลยไปหาป้าจางหลาน จนได้รู้เรื่องที่คุณกับป้าติงมาที่นี่”

            จู้หยานอธิบาย

            หลินจิงซูอดที่จะทึ่งไม่ได้ จู้หยานนับว่าหัวไวไม่ใช่น้อย ถึงกับคิดได้ว่าควรไปสอบถามจากใครจึงจะบังเกิดประสิทธิผลสูงสุด!

            ทว่าอย่างไร คนฉลาดเช่นนี้กลับโง่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงกับนั่งรถไฟถ่อมาจากเมืองหลวงเพื่อมาผิงเฉิง เพียงเพราะโทรศัพท์สายเดียวนี่นะ?

            นึกได้เช่นนั้น หลินจิงซูก็แอบรู้สึกสะเทือนใจเล็กๆ เพราะทั้งหมดนี้มีเธอเป็นต้นเหตุ

            แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ทำให้ได้รู้ว่า ยังมีใครสักคนบนโลกที่เป็นห่วงเป็นใยเธอมากขนาดนี้

            หลินจิงซูพาจู้หยานเข้าไปภายในบ้านผู้เฒ่าติง

            ติงเสวี่ยเหม่ยเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้ว และกำลังร้อนใจเป็นห่วงลูกสาว ระหว่างใส่รองเท้าเตรียมจะเดินออกไปถามไถ่จากชาวบ้าน ก็บังเอิญมองเห็นอีกฝ่ายเดินกลับมาพร้อมกับจู้หยานพอดี

            “สวัสดีครับป้าติง”

            จู้หยานโค้งคำนับพร้อมเอ่ยทักทายติงเสวี่ยเหม่ยอย่างสุภาพ

            “จะ-จู้หยาน?”

            เห็นจู้หยานปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับทำสีหน้าประหลาดใจทันที

            “ไปไงมาไงถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะจ๊ะ?”

            จู้หยานกำลังจะปริปากตอบ แต่ทว่ากลับถูกหลินจิงซูพูดแทรกขัดขึ้นทันควัน

            “เจ้าสาหร่ายมันคิดถึงหนูมากค่ะแม่ จู้หยานก็เลยต้องนั่งรถไฟจากเมืองหลวง เพื่อพามันมาหาหนูถึงที่นี่ คืนนี้หนูขอใช้วัตถุดิบในครัวทำอาหารแมวให้มันกินหน่อยนะคะแม่”

            รู้ว่าตนเองถูกแอบอ้าง เจ้าสาหร่ายก็เบิกตากว้างจ้องมองด้วยความงุนงง และทำท่าทางคล้ายกับกำลังชี้อุ้งเท้าใส่หน้าตนเอง พร้อมกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

            “เมี้ยว?”

            “แม่คะ ดูสิ เจ้าสาหร่ายมันยอมรับแล้ว”

             “เมี้ยว? เมี้ยว เมี้ยว??”

            ติงเสวี่ยเหม่ยพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ พร้อมกับพูดยิ้มๆว่า

            “เอาล่ะ เข้ามาข้างในกันก่อนสิ มัวแต่ยืนท่ามกลางลมหนาวแบบนี้ ประเดี๋ยวก็เป็นหวัดกันพอดี อ่อ ว่าแต่…นี่ลูกเห็นลุงกับป้าบ้างรึเปล่าจ๊ะ? เห็นออกไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เช้าตรู่? ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย หรือจะแอบหนีกันไปอีกแล้ว?”

            หลินจิงซูเอ่ยตอบอย่างไร้กังวล

            “แม่คะ สบายใจได้ ถ้าสองคนนั้นยังกล้าหนีอีก ครั้งนี้คนของลูกพี่เฉินไม่มีทางปล่อยไว้แน่ เป็นถึงนักทวงหนี้มืออาชีพ เรื่องง่ายๆแบบนี้พวกมันไม่ปล่อยให้พลาดได้หรอกค่ะ”

            สีหน้าของติงเสวี่ยเหม่ยฉายแววกังวลไม่เปลี่ยนแปลง เธอต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นจู้หยานที่ยืนอยู่ข้างเคียงกันอีกคน คำพูดทั้งหมดจึงถูกกลืนลงลำคอฉับพลัน

            “เข้ามาในบ้านก่อนเถอะจ้ะ จู้หยาน วันนี้ป้าไม่ทันได้เตรียมอาหารโปรดของเราไว้ให้ ขอเป็นพรุ่งนี้แทนนะจ๊ะ เดี๋ยวป้าจะทำให้กินสุดฝีมือเลย!”

            จู้หยานกล่าวขอบคุณเชื่อฟังเธอทุกประการ และเดินติดตามหลินจิงซูเข้าไปด้านในตัวบ้าน

            หลังจากที่ทั้งสามกลับเข้าบ้าน ระหว่างที่ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังยกอาหารในครัวมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะ หลินจิงซูก็แอบหยิบโฉนดบ้านยัดใส่มือผู้เป็นแม่อย่างเงียบๆ

            “แม่คะ ไม่ต้องถามว่าหนูเอาคืนมาได้ยังไง แค่รู้ไว้ว่าบ้านหลังนี้ปลอดภัยแล้วก็พอค่ะ!”

            “นี่มัน…”

            สองมือของติงเสวี่ยเหม่ยสั่นระริกเกินควบคุม กางเปิดโฉนดบ้านขึ้นดูต่อหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “ซูซู ไหนว่าโฉนดบ้านหลังนี้อยู่กับลูกพี่เฉินอะไรนั่นไม่ใช่เหรอ?”

            “ใช่ค่ะ วันนี้หนูไปไถ่คืนมาแล้ว”

            “แม่ว่าต้องมีลับลมคมใน! บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าลูกเอามันกลับมาได้ยังไง? ไม่งั้นก็อดข้าวมื้อนี้ไป!”

            ตอนนี้หลินจิงซูหิวข้าวจนไส้กริ่วแล้ว เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องโกหกไปว่า

            “หนูไปบอกกับลูกพี่เฉินคนนั้นว่า หนูมีญาติเป็นตำรวจอยู่ที่สถานีตำรวจผิงเฉิง เขาน่าจะกลัวถูกตำรวจสืบค้นประวัติล่ะค่ะแม่ ก็เลยยอมคืนโฉนดบ้านหลังนี้มาง่ายๆ”

            “ห๊ะ? แล้วลูกไปมีญาติเป็นตำรวจตั้งแต่ตอนไหนกัน?”

            ติงเสวี่ยเหม่ยถามสวนกลับไปทันที

            “แม่ลืมไปแล้วเหรอคะ สามีของป้าจางเป็นตำรวจอยู่ในสังกัดเขตผิงเฉิง!”

            “อ่า! จริงด้วย! ดูสมองแม่คนนี้สิ ลืมไปได้ยังไงว่าเหล่าโจวเป็นตำรวจ! แต่เดี๋ยวก่อนนะ คนพวกนั้นยอมคืนโฉนดบ้านง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ? แล้วเงินกว่า30,000หยวนที่ป้ากับลุงเป็นหนี้อยู่ล่ะ?”

            “นั่นมันเป็นปัญหาของคนพวกเขาสองคน ก็ปล่อยให้แก้ไขกันเองสิคะ เรื่องมันยาวค่ะ หนูหิวข้าวไม่ไหวแล้ว รีบไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะแม่!”

            หลินจิงซูยกสองมือขึ้นผลักดันแผ่นหลังเร่งให้ผู้เป็นแม่ออกจากครัวไปโดยไว

            “เดี๋ยวก่อนสิ เล่าให้แม่ฟังก่อนได้มั้ย แค่นิดเดียวก็…”

            เสียงพูดของหลินจิงซูดังขัดขึ้น ตัดจังหวะคำพูดของติงเสวี่ยเหม่ยฉับพลัน

            “วันนี้ทั้งวัน หนูกัดฟันเสี่ยงไปคุยกับลูกพี่เฉินพื่อทวงโฉนดบ้านคืนให้รู้ดำรู้แดงเ แค่นี้หนูก็กระดากปากอับอายเกินกว่าจะเล่าแล้ว แม่คะ เอาเป็นว่ามันไม่ได้เกิดเรื่องอะไรแย่ๆขึ้นกับหนูแน่นอน ส่วนที่ว่าทำไมถึงได้โฉนดใบนี้คืนมา นั่นเป็นเพราะบ่อนไพ่กระจอกแห่งนี้เป็นบ่อนถูกกฎหมาย กิจกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายใน ล้วนต้องดำเนินไปตามที่ข้อกฏหมายกำหนดไว้ และหนี้สินจำนวน30,000หยวนนี้ ก็ล้วนเกิดจากฝีมือของลุงกับป้าเท่านั้น ส่วนชื่อเจ้าของโฉนดใบนี้กลับเป็นชื่อของคุณตาที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วย คนของบ่อนจึงไม่มีสิทธิ์ยึดทรัพย์นี้ไปเป็นของตนได้ สุดท้ายก็ต้องจำยอมคืนให้ตามกฎหมาย ก็เท่านี้ล่ะค่ะ”

            คำอธิบายที่หลินจิงซูแต่งขึ้นมาฟังดูแล้วเข้าท่าไม่น้อย ทำให้ติงเสวี่ยเหม่ยเชื่ออย่างสนิทใจ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก แล้วจึงพูดขึ้นว่า

            “ก็จริงตามนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นผลกรรมที่ป้ากับลุงของลูกสร้างขึ้นกันเอง แล้วจะไปให้คนอื่นรับแทนได้ยังไงใช่มั้ย? แต่เมื่อวานลูกบอกเองไม่ใช่เหรอว่า อยากจะถอนเงินเก็บของเราไปช่วยไถ่หนี้แทนสองคนนั้น? ไม่ใช่ว่ากำลังโกหกอะไรแม่อยู่นะ?”

            “ตอนแรกก็คิดอย่างนั้นค่ะ แต่พอหนูบอกว่ามีญาติเป็นตำรวจ คนพวกนั้นก็ไม่กล้าพูดถึงเรื่องเงินอีกเลย”

            ได้ยินเช่นนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็อดที่จะนึกเสียใจต่อความผิดพลาดก่อนหน้านี้ไม่ได้

            “จริงเหรอนี่? ถ้ารู้ว่าทำแบบนี้ได้ แม่คงอ้างชื่อเหล่าโจวตั้งแต่แรกแล้ว ปัญหาทุกอย่างจะได้คลี่คลายลง”

             เห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยปักใจเชื่อเช่นนั้นจริงๆ หลินจิงซูก็แอบโล่งอก

            ปัญหาที่ต้องเผชิญยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง นั่นก็คือการเดิมพันในวันพรุ่งนี้

            จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่รู้เลยว่า จะงัดแผนการไหนออกมารับมือดี?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status