เข้าสู่ระบบ118 2-2
ตอนที่ 235 การกลับมาของชายหัวโล้น (2)
“ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว! นายรีบหนีไปก่อนเลย!”
ทั้งสองวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในตรอกลึก หลินจิงซูหน้ามืดเพราะหมดแรงจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว และดันวิ่งสะดุดก้อนหินบนพื้นจนล้มหน้าคะมำทิ่มอยู่กับพื้นแบบนั้น
เวลาไม่รอท่า ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาตอบโต้ใดๆกันสักคำ เสี้ยววินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าโกลาหลของพรรคพวกชายหัวโล้นก็ดังกระหึ่มขึ้นจากเบื้องหลัง
“เหนื่อยแล้วเหรอ? ไอ้พวกลูกหมา!”
แม้ปากจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่พรรคพวกของชายหัวโล้นที่วิ่งมาถึง ต่างก็พากันก้มหน้าหายใจหอบกันแทบทุกคนเช่นกัน
จู้หยานกวาดตามองรอบทิศ นับว่าโชคยังดีที่ตรอกแห่งนี้ไม่มีทางตัน
เหตุการณ์ในครั้งนั้นที่ชายหัวโล้นถูกจู้หยานซ้อมซะน่วมหมดสภาพ เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ยังตราตรึงอยู่ภายในใจของเขามาจวบจนทุกวันนี้!
และในที่สุดสวรรค์ก็ให้โอกาสเขา! ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีเฉินเฉวียนเย่อยู่ด้วยในตอนนี้ เขาย่อมจะต้มยำทำแกงอะไรกับไอ้เด็กเวรสองตัวนี้ยังไงก็ได้!!
“กระทืบพวกมันทั้งคู่!”
ชายหัวโล้นร้องตะโกนสั่งการ และลูกน้องกลุ่มหนึ่งที่อยู่ด้านหลังก็พุ่งทะยานเข้าจู่โจมโดยพร้อมเพรียงกัน
หนึ่งประกายแสงสีเงินโฉบเฉี่ยว หนึ่งอึดใจถัดมาก็ปรากฏเสียงกรีดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
“บัดซบ!! ไอ้หนุ่มนั่นมันมีมีด!!”
ในมือของจู้หยานเวลานี้ หลินจิงซูเห็นมีดสั้นคมกริบปรากฏอยู่ ปลายแหลมฉาบเปื้อนด้วยเลือดสีแดงแวววาว แต่ทุกอากัปกิริยาของเขายังคงดูเฉยเมยราวกับนี่เป็นเรื่องปกติ
“รีบหนีไปซะ!”
น้ำเสียงของจู้หยานไม่ดังและไม่เบา แต่กลับกระแทกใจหลินจิงซูเข้าอย่างจัง
“พูดได้กินใจเหลือเกินนะพ่อพระเอก? แต่วันนี้จะไม่มีใครหนีรอดไปได้ทั้งนั้นล่ะ!”
ชายหัวโล้นหยิบมีดพับข้างเอวขึ้นมา เหวี่ยงตวัดเปิดคมเตรียมตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว
“ตายซะ!”
เสียงต่อสู้กันอย่างโกลาหลดังสนั่นไปทั่วทั้งตรอกแห่งนั้น…
…….
เฉินเฉวียนเย่ที่กำลังทำธุระร่วมกับพี่น้องของเขาอยู่ข้างนอก แต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
“แก…แกพูดอีกทีซิ?”
หลังจากรู้ว่าเสียงปลายสายคือใคร สีหน้าท่าทางของเขาก็แปรเปลี่ยนไปในทันที เขากัดฟันกรอดพูดต่อไปว่า
“ถ้าแกกล้าแตะต้องพวกเขาแม้แต่เส้นผม ฉันจะบดขยี้แกให้สิ้นซากเลย ไม่เชื่อก็คอยดู!”
“ฉันจะให้เวลาแกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ถ้ามาสายล่ะก็ เด็กๆของแกได้เลือดหมดตัวตายก่อนแน่!!”
เสียงชายหัวโล้นเปล่งดังไร้ซึ่งความปราณีใดๆ
หลังจากวางสายไปแล้ว เฉินเฉวียนเย่ก็ร้องสบถดังขึ้นอย่างสุดจะทนว่า ‘ไอ้สารเลว’ จากนั้น จึงรีบวิ่งขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งจนมิดมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายทันที
“จู้หยาน! อดทนไว้ก่อนนะ! อย่าหลับตา! อย่าหลับตาเด็ดขาดนะ!!”
หลินจิงซูน้ำตาร่วงหยด พร้อมกับร้องเรียกชื่อจู้หยานด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด เธอกลัวเหลือเกินว่า เขาจะไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง
สีหน้าของจู้หยานเริ่มไม่สู้ดีแล้วเช่นกัน บริเวณหัวไหล่ของเขาถูกแทงจนธารเลือดไหลอาบชุ่มไปกว่าครึ่งร่าง
คนเรานั้นหากตกสู่สภาวะเสียเลือดมากเกินไป เมื่อใดที่หลับตาลงแล้ว ก็ยากนักที่จะได้สติฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
หลินจิงซูที่มีชีวิตอยู่มากว่าหลายทศวรรษย่อมทราบดีว่า แม้อาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ของจู้หยานจะไม่ได้สาหัสถึงชีวิต แต่ก็นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก หากปล่อยให้มีการเสียเลือดมากจนเกินไป และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
จู้หยานพยายามจะยกมือชูขึ้น แต่ด้วยสภาวะที่เสียเลือดมากเกินไป สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้จึงค่อนข้างอ่อนแรง จนไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆได้เลย
“อย่า…อย่าร้องไห้ ผมไม่..ไม่ตายหรอก”
ทั้งที่หายใจรวยรินขนาดนี้แท้ๆ แต่เขาก็ยังมีเวลามาปลอบประโลมเธอ
แต่ยิ่งได้ยินน้ำเสียงสั่นเทาของเขามากเท่าไหร่ หลินจิงซูก็ยิ่งปล่อยโฮร่ำไห้หนักขึ้นเท่านั้น ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเองแท้ๆ หากไม่ใช่เพราะเธอ จู้หยานก็คงไม่ต้องถูกลากให้มาพัวพันกับเรื่องราวความบาดหมางระหว่างเธอกับชายหัวโล้นอย่างแน่นอน
“ฉันจะฆ่าแก!!!”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงคำรามเปล่งดังสนั่นขึ้นจากด้านนอก
ชั่วอึดใจที่ได้ยินน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยนี้ หลินจิงซูก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
เฉินเฉวียนเย่มาที่นี่เพื่อช่วยพวกเธอแล้ว!
“ไอ้หัวโล้น แกกล้ามากนะ!!! กล้าแตะต้องเด็กของฉันเชียวเหรอ!!!”
เฉินเฉวียนเย่คว้าเก้าอี้ในบ่อนไพ่นกกระจอกขึ้นขว้างใส่ สั่งการให้พรรคพวกที่ตนพามาบุกจู่โจมในทันที
ทั้งสองฝ่ายยืนกรานปะทะชนอย่างดุเดือด ศึกต่อสู้ครั้งใหญ่ได้ปะทุขึ้นแล้ว!
“เฉินเฉวียนเย่ ฉันจะไม่พูดพล่ามให้เสียเวลาอีก แกทำตามเงื่อนไขของฉันแค่ข้อเดียว เด็กพวกนี้ก็จะปลอดภัย!”
ชายหัวโล้นไม่เสียเวลา รีบพูดตรงเข้าประเด็นทันที
“ส่งมอบธุรกิจทั้งหมดบนถนนไป๋ฮั่นของแกให้กับฉัน แล้วความบาดหมางระหว่างเราก็จะจบลงตรงนี้!”
ทันทีที่คำพูดประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของชายหัวโล้น คนของเฉินเฉวียนเย่ที่กำลังขับเคี่ยวต่อสู้กันอยู่ ก็ร้องตะโกนสาปแช่งขึ้นทันที
"ไอ้หัวโล้น! นี่แกตกต่ำขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ถึงได้เลือกใช้แผนการสกปรกโสโครกแบบนี้วะ! ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกพี่เฉินดีกับแกเหมือนพี่น้อง แต่เป็นแกนั่นแหละที่ทรยศพวกเรา!!“
“แกคิดจริงๆเหรอว่า ลูกพี่เฉินจะยอมยกทุกอย่างให้ลูกบุญธรรมไปเฉยๆ? เขาน่ะเป็นคนมีแผนการในหัวเสมอ!”
“คิดจะเอาชีวิตลูกพี่เฉินของพวกเรางั้นเหรอ? แกฝันไปเถอะ!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







