เข้าสู่ระบบ196 1-2
ตอนที่ 390 เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยพึ่งใบบุญ
หลินจิงซูเห็นเช่นนั้น ก็อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้ นี่นับเป็นการร่วมมือที่มีแต่ได้กันทั้งสองฝ่าย
ยิ่งพวกเขาขยันทำงานให้หนักตามที่หลิวหมิงวางกรอบเงื่อนไขไว้ให้ คนที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจะเป็นใครอื่นไปได้นอกเสียจากตัวเธอเอง ยอดขายเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดตลอดทุกเดือนเช่นนี้ ลองคิดดูสิว่า เงินปันผลที่ได้รับในแต่ละไตรมาสจะมากมายมหาศาลเพียงใด!
ต่อให้ขณะนี้โรงแรมที่หลินจิงซูบริหารดูแลอยู่จะมีสัญญาณที่ดี และได้รับเสียงชื่นชมไม่เว้นแต่ละวัน แต่ใช่ว่าความปรารถนาของเธอจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ปัจจุบัน เธอสามารถซื้อใจ และความซื่อสัตย์จากกลุ่มพนักงานรุ่นบุกเบิกที่มากความสามารถไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พูดได้ว่า ปัญหาเรื่องพนักงานในโรงแรมเป็นอันจบไปอีกหนึ่งอย่าง
หากทุกอย่างยังคงราบรื่นเช่นนี้ต่อไป อีกสักพัก แผนการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ใกล้จะได้ฤกษ์เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นกัน หลินจิงซูตั้งใจจะทยอยซื้อตามกำลังทรัพย์ที่มี ไล่ซื้อที่ดินทุกแห่งที่จะกลายมาเป็นทำเลทองในอนาคตข้างหน้า!
วันนี้เธอยังต้องกลับมาเรียนในมหาวิทยาลัย ทันทีที่มาถึง ก็เห็นหวู่ฮ่าวชิงรีบวิ่งตรงปรี่เข้าทักทาย
“ประธาน เห็นว่าเพิ่งเซ็นสัญญาจะจ่ายบำเหน็จให้กับพนักงานทุกคนเหรอ? นี่มันต่างจากการวิ่งไล่แจกเงินตรงไหน?”
ในยุคสมัยเช่นนี้ ไม่มีนายจ้างคนไหนจะร่างสัญญาจ้าง โดยใช้เงินก้อนโตผูกมัดพนักงานในองค์กรเหมือนอย่างที่หลินจิงซูกำลังทำ
เหตุนี้เธอจึงไม่คิดจะตำหนิหวู่ฮ่าวชิงว่าโง่เช่นกัน เพราะเขาไม่มีความรู้ในเรื่องสัญญาการว่าจ้างเลยแม้แต่น้อย
หลินจิงซูเพียงแค่ยิ้ม และไม่ได้อธิบายอะไรมากมายนัก
“ไม่แปลกหรอกที่นายจะไม่เข้าใจ สักวันเมื่อนายเรียนจบ เดี๋ยวก็จะรู้เองว่า สัญญาการว่าจ้างงานแบบนี้มันสำคัญขนาดไหน”
หลังเลิกเรียนในวันนั้นเธอก็กลับบ้านตามปกติ และต่อมา หลินจิงซูก็ได้มีช่วงเวลาที่แสนอบอุ่นอย่างการเฉลิมฉลองกับติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ สำหรับเงินปันผลก้อนล่าสุดที่ได้จากทางโรงแรม
ทันทีที่ได้เห็นธนบัตรกว่าหลายสิบปึกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ และเป็นเงินที่หลินจิงซูสู้อุตส่าห์หามาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ดวงตาทั้งคู่ของติงเสวี่ยเหม่ยก็เป็นประกายขึ้นฉับพลัน
“โอ้สวรรค์! นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของแม่เลยนะ ที่ได้เห็นเงินตั้งมากมายขนาดนี้! ซูซู รู้ตัวรึเปล่าว่าตอนนี้ลูกกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว! ลูกแม่เก่งมากจริงๆ!”
หัวใจของหลินจิงซูพองโต เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจหลังจากได้รับฟังคำชื่นชมจากผู้เป็นแม่
ปณิธานสูงสุดของเธอในชาตินี้ก็คือ ต้องการทำให้แม่คนนี้มีแต่ความสุขสบายไปชั่วนิรันดร์
ไม่เพียงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจะเป็นไปอย่างงดงามได้เกรด Aในทุกวิชาแล้ว แต่ปัจจุบันในแวดวงธุรกิจ ตัวเธอเองยังโดดเด่นยิ่งกว่าใครๆอีกด้วย
เฉินเฉวียนเย่ที่เพิ่งขนเงินปึกสุดท้ายเข้ามาวางเป็นที่เรียบร้อย เขาปาดเหงื่อเช็ดเหงื่อหนึ่งที ก่อนจะยืนปรบมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมพูดขึ้นอย่างชื่นชมว่า
“น้องเสวี่ยเหม่ยพูดได้ถูกต้อง ซูซูของเรากำลังมีอนาคตที่สดใสรอคอยอยู่ตรงหน้าแล้ว! เห้อ~ แต่ต้องก้มๆเงยๆขนเงินเยอะแบบนี้ ก็ปวดหลังเหมือนกันนะ แต่ช่วยไม่ได้ คนมันรวยนี่นะ!”
เห็นติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่หยอกเย้าพูดจาติดตลกหัวเราะกันคิกคักอย่างมีความสุขเช่นนี้ หลินจิงซูก็เสมือนได้พบเห็นภาพฉากในฝัน และพลอยยิ้มตามไปด้วยเช่นกัน
“ตราบใดที่หนูยังอยู่ หนูจะไม่มีวันปล่อยให้แม่กับพ่อเฉินต้องลำบากอย่างแน่นอน!”
กว่าที่หลินจิงซูจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ทั้งหมดต้องขอบคุณทุกแรงพยายามของเธอ และแรงหยามเหยียดจากผู้คนรอบข้าง ปัจจุบัน ภายใต้ชื่อของผู้กอบกู้โรงแรมหลี่เจี่ย เธอได้กลายมาเป็นนักธุรกิจสาวน้อยที่โด่งดัง และมีพรสวรรค์โดดเด่นกว่าใครๆในท้องถิ่นแห่งนี้ไปแล้ว
แม้เธอจะเป็นเพียงแค่นักศึกษาที่ยังไม่จบปริญญาด้วยซ้ำ แต่ความสำเร็จที่เธอทำได้นั้น กลับทะลุกรอบสามัญสำนึกที่ทุกคนจะจินตนาการออกได้แล้ว
และนั่นทำให้สังคมของเธอภายในรั้วมหาวิทยาลัยตอนนี้ หลินจิงซูได้กลายมาเป็นดาวเด่นที่ใครต่อใครต่างก็ให้ความเคารพประหนึ่งบุคคลทรงคุณค่าแห่งยุค ไม่เว้นแม้แต่คณาจารย์ที่ยังต้องโค้งศีรษะทักทาย อีกทั้งยังเข้ามาขอคำปรึกษาในเรื่องต่างๆด้วย!
และแน่นอนว่า นักศึกษาทุกชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ต่างก็ล้วนใฝ่ฝันต้องการเสาะหาหน้าที่การงานอันมั่นคง แล้วจะเป็นอย่างไรล่ะ หากรู้ว่าเพื่อนนิสิตร่วมมหาวิทยาลัยของตนเป็นถึงประธานและผู้ถือหุ้นโรงแรมสุดหรู?
ปัจจุบัน มีแต่ใครต่อใครเข้าประจบประแจงหลินจิงซูกันไม่เว้นแต่ละวัน!
ทุกคนล้วนแต่ต้องการพึ่งพาเส้นสายของเธอ เพื่อหวังจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานในวันข้างหน้า
“นี่จิงซู! เพิ่งจะอายุแค่นี้เองแท้ๆ แต่กลับสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้แล้ว! พวกเราเห็นเธอออกงานให้สัมภาษณ์ทางทีวีตั้งหลายครั้ง จะเป็นอะไรมั้ย ถ้าจะขอว่า หากเธอ…มีงานดีๆก็แนะนำให้พวกเราบ้าง? เผื่อว่าเรียนจบปุ๊ป เราก็จะได้ไปทำงานช่วยพี่อีกแรงปั๊ปเลยยังไงล่ะ?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! พวกเราต่างก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ใช่คนอื่นคนไกลซะที่ไหน จริงมั้ย? ถึงจะเรียนไม่ค่อยเก่งเกรดไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่มั่นใจเถอะว่า พวกเราจะตั้งใจทำงานอย่างหนักแน่นอน! เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน ก็ไม่ควรทอดทิ้งกันจริงมั้ยล่ะ?”
หลินจิงซูกวาดตามองใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวังของแต่ละคน ทุกคนต่างมาหาเธอเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ เช่นเดียวกัน เธอพยักหน้าตอบตกลงโดยปราศจากข้อติดใจใดๆ
เธอเริ่มคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วเช่นกัน หากต้องการจะพัฒนาองค์กรให้มีรากฐานที่แข็งแรงและมั่นคง อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จำเป็นก็คือ การมีเพื่อนข้างกายสักสองสามคนที่สามารถไว้ใจได้
“ได้สิ! ในเมื่อต้องการแบบนั้นกัน งั้นก็ไปเจอกันที่โรงแรมหลี่เจี่ยวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ถึงแม้สิ่งที่ฉันจะให้อาจไม่ใช่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่ก็นับเป็นหม้อทองใบแรกของทุกคนได้”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจ เพราะถึงแม้จะไม่ได้งานดีๆติดมือกลับไป แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังสามารถอาศัยโอกาสนี้ เข้าไปเยี่ยมชมโรงแรมและบาร์เครื่องดื่มที่เลื่องชื่อดั่งตำนานแห่งนั้นได้!
โอกาสเช่นนี้ใช่ว่าทุกคนจะหาได้!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







