แชร์

ตอนที่ 395 จัดประชุมผู้ปกครอง

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 15:24:46

198 2-2 ถึง 199 1-2

            ตอนที่ 395 จัดประชุมผู้ปกครอง

            ได้ฟังวิธีการแก้ไขปัญหาผ่านคำพูดที่มีเหตุมีผลของหลินจิงซู ช่วยทำให้อธิการบดีรู้สึกหมดกังวลขึ้นมาก การเรียกประชุมผู้ปกครองเพื่อหารือเรื่องทุนการศึกษาร่วมกันนั้น นับเป็นแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน และการทำเช่นนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้ปกครอง ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการเลือกทางเดินชีวิตของพวกเขาต่อจากนี้ด้วย

            เลือกเฟ้นเฉพาะนักศึกษาหัวกะทิที่ทางบ้านไฟเขียว เพียงเท่านี้ก็ช่วยประหยัดต้นทุนไปได้อีกมากมาย!

            และด้วยวิธีการนี้ ทางมหาวิทยาลัยเองก็จะได้ไม่ต้องอับอายขายขี้หน้าด้วย ที่แต่ละปีจะมีนักศึกษาจำนวนมากต้องถูกบังคับออกเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม! นี่นับเป็นวิธีลงจากหลังเสือที่สามารถช่วยกลบเกลืาอนความอับอายนี้ได้เป็นอย่างดี หากมีคำถาม ทางมหาวิทยาลัยก็เพียงแค่อ้างว่า สาเหตุที่นิสิตกลุ่มนี้ต้องออกจากมหาวิทยาลัย ก็เพราะพวกเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะรับทุนเรียนต่อได้!

            ว่าด้วยเรื่องการศึกษาในจีน พูดไปก็รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย ถึงแม้ทุกคนมีโอกาสที่จะสอบเข้าเรียนได้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถจบการศึกษาออกไปได้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไร้ซึ่งคุณสมบัติหรือเรียนไม่เก่งแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะไม่มีทุนรอนจะเรียนต่อต่างหาก และอาจเป็นเพราะสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้ชาวนาชาวไร่ระดับล่างในประเทศนี้ยังคงไม่สามารถลืมตาอ้าปากมาจวบจนทุกวันนี้ได้

            ซึ่งคำว่า ‘ทุกวันนี้’ ที่หลินจิงซูพูดถึงนั้น ไม่ใช่ในยุค 90 แต่มันคือ ‘ทุกวันนี้’ ในโลกอนาคตที่เธอย้อนกลับมาต่างหาก

            ในไม่ช้า ภายใต้การดำเนินงานด้วยตัวเองของอธิการบดี เวลานี้ บรรดาผู้ปกครองจากทั่วทุกสารทิศ ก็ได้มารวมตัวกันที่หอประชุมมหาวิทยาลัยด้วยความงุนงงในจุดประสงค์ที่ถูกเชิญมา เนื่องด้วยหลายต่อหลายครอบครัวล้วนเป็นชนชั้นชาวนา พวกเขาจึงรู้สึกเสียเวลาที่จะต้องเดินทางเข้าเมืองด้วยเรื่องที่ไม่ชัดเจน

            หลายคนต่างก็เริ่มปริปากบ่นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ

            “มหาวิทยาลัยชักจะเรื่องมากขึ้นทุกวัน! ให้ลูกๆของเราเข้าเรียนก็พอไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงต้องลากพ่อแม่อย่างเราให้มาลำบากด้วย?! แค่นี้ก็แทบไม่มีเวลาดูแลไร่นาแล้ว ยังจะเรียกมาประชุมเรื่องไร้สาระอะไรอีก? เสียเวลาทำมาหากินจริงๆ!”

            “นั่นน่ะสิ ใช่เลย ความจริงผมเองก็ตั้งใจจะให้ลูกลาออกมาช่วยงานที่บ้านเหมือนกัน ผลการเรียนดีแล้วยังไงล่ะ? แลกเปลี่ยนเป็นข้าวกินได้ที่ไหนกัน? สู้ออกมาช่วยทำไร่ทำนาที่บ้านดีกว่า อย่างน้อยก็ยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้บ้าง ไหนจะค่าหอพัก ค่ากิน แล้วยังค่าเรียนอีก! ค่าใช้จ่ายมากมายขนาดนี้ผมเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน! ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป ผมจะเก็บเงินแต่งสะใภ้ให้ลูกชายได้ยังไง?”

            “นั่นสิ นั่นสิ สู้ให้ลูกๆเข้าเมืองไปรับจ้างทำงานดีกว่า อย่างน้อยก็ยังได้เงินส่งกลับบ้านบ้าง ไม่ใช่มาเรียนแล้วไม่ได้อะไรแบบนี้ มิหนำซ้ำยังต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก!”

            “ครอบครัวของเราเป็นชาวนา มีไร่มีสวนให้ทำมาหากินไม่อดตายอยู่แล้ว ใบปริญญาอะไรนั่นสำคัญตรงไหนกัน? คนอย่างพวกคุณนี่ล่ะที่หัวหมอกันนัก ชอบใช้ช่องทางพวกนี้หากินกับชาวนาตาดำๆอย่างพวกเรา!”

            “….”

            ในเวลาเดียวกัน หลินจิงซูที่อยู่ข้างเวที เมื่อได้ยินเสียงบ่นพึมพำของบรรดาผู้ปกครอง เธอก็พลันรู้สึกหมดกำลังใจอย่างอธิบายไม่ถูกทีเดียว ทัศนคติของพ่อแม่พวกนี้นี่มันอะไรกัน? อยากให้ลูกลาออกไปช่วยทำไร่ทำนานี่นะ? หัวสมองคิดได้แค่นี้จริงๆน่ะเหรอ?

            แต่ก็ว่าไม่ได้เช่นกัน คนเหล่านี้ล้วนประกอบอาชีพเป็นชาวไร่ชาวนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ชีวิตประจำวันมีเพียงความเรียบง่าย ใช้แรงกายแลกเปลี่ยนเป็นเงิน คนประเภทนี้จะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของใบปริญญาได้อย่างไรกัน?

            คิดๆแล้วหลินจิงซูก็เริ่มเข้าใจหัวอกของพวกเขาขึ้นมาบ้าง เพราะเหตุนี้เอง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเชิญคนเหล่านี้เข้ามาพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ และให้พวกเขาได้ตระหนักว่า คุณค่าชีวิตของลูกๆพวกเขาทุกคนไม่ได้มีเพียงแค่การทำไร่ไถนา!

            แต่เดิม อธิการบดีมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากอธิบายจบแล้ว จะต้องได้รับเสียงปรบมือสนับสนุนจากบรรดาผู้ปกครองที่รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างแน่นอน

            แต่ที่ไหนได้ คนกลุ่มนี้กลับส่ายหน้าไปมาพร้อมส่งเสียงโห่ร้องด้วยความไม่พอใจ ดูเหมือนว่าในสายตาพวกเขา ทุนการศึกษาของหลินจิงซูคงเป็นแค่กลยุทธ์ทางการตลาดของมหาวิทยาลัย เป็นเพียงเรื่องไร้สาระใช้หลอกเด็กเท่านั้น

            “อย่างนี้นี่เอง ในที่สุดก็เข้าใจซะที! ที่แท้ก็เป็นลูกไม้ตื้นๆของทางมหาวิทยาลัย ที่ต้องการใช้เหนี่ยวรั้งลูกๆของเราเอาไว้เท่านั้น! ทำไมเหรอ? นี่พวกคุณหิวเงินอยากได้ค่าเล่าเรียนจากพวกเราขนาดนั้นเชียวเหรอ? ออกเงินสนับสนุนทุกคนให้เรียนจนจบ โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องควักเงินจ่ายแม้แต่หยวนเดียวงั้นเหรอ? ไร้สาระสิ้นดี! ใครที่ไหนจะไปเชื่อ!”

            “แทนที่จะปล่อยให้ลูกฉันนั่งหลังขดหลังแข็งเสียเวลาเรียนเพื่อใบปริญญาไร้สาระอะไรนั่น ฉันสู้เอาเวลาพวกนี้ไปสอนลูกทำไร่ไถนาไม่ดีกว่าเหรอ? ต่อให้ออกทุนการศึกษาให้แล้วยังไง? มีอะไรรับรองได้บ้างว่า จบไปแล้วลูกของฉันจะได้งานการที่มั่นคงทำ?”

            “ใช่แล้ว ใช่แล้ว การศึกษาในห้องเรียนจะสำคัญไปกว่าการเรียนรู้งานจริงๆตรงหน้าได้ยังไง! ที่ผ่านมาฉันก็เสียเวลาไปตั้ง 6 ปีกับการศึกษาภาคบังคับโง่ๆนั่นแล้ว! ทำไมยังต้องให้ลูกๆมาเสียเวลาเพิ่มอีกตั้ง4ปีโดยเปล่าประโยชน์ด้วยล่ะ? ไม่เห็นจำเป็นที่ลูกสาวของฉันจะต้องไปทำงานในเมืองใหญ่ๆเลยนี่ ในเมื่อลูกของฉันก็มีแขนมีขา มีศักยภาพร่างกายพร้อมที่จะทำไร่ไถนา คนอย่างพวกคุณนี่จิตใจทำด้วยอะไรกัน? คิดจะใช้การเรียนเป็นข้ออ้างมาบงการชีวิตของลูกๆเราไปถึงเมื่อไหร่กัน?”

            เผชิญกับบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีสติปัญญาต่ำกว่าบัวใต้ตมเช่นนี้ ทั้งหลินจิงซูและอธิการบดีต่างก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง พวกเขาทั้งสองมีเจตนาที่ดีด้วยกันทั้งคู่ ปรารถนาให้นิสิตยากจนได้รับโอกาสในการศึกษาเท่าเทียมกับคนอื่นๆ ไม่ได้มีความคิดเลวร้ายเหมือนเช่นที่บรรดาผู้ปกครองเหล่านี้กำลังจินตนาการเลยแม้แต่น้อย

            ในสังคมบ้านนอกบ้านนานั้น ผู้คนเห็นการศึกษาเป็นอะไรหรือ? เป็นเรื่องเสียเวลา? เป็นเรื่องไร้สาระ?

            เมื่อเห็นว่าท่านอธิการบดีไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้ จึงถึงเวลาที่หลินจิงซูต้องออกหน้าด้วยตัวเอง เธอก้าวขึ้นสู่เวทีสูง ก่อนจะพูดตบหน้าบรรดาผู้ปกครองเหล่านั้นฉาดใหญ่

            “ในฐานะที่ทุกท่านเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองของพวกเขาเหล่านั้น ไม่เพียงพวกท่านจะไม่ช่วยส่งเสริมให้ลูกตัวเองได้มีอนาคตที่ดี ไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ยากลำบาก ต้องทำงานหนักเหมือนทุกท่านแล้ว แต่พวกท่านกลับผลักพวกเขาลงเหวซะเอง ด้วยการตัดโอกาสในชีวิตของพวกเขา โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ได้เลือกด้วยซ้ำไป?”

            “ในขณะที่ลูกๆของพวกท่านต้องอดหลับอดนอน ตรากตรำอ่านหนังสือจนเลือดตาแทบกระเด็น เพื่อหวังที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆสักแห่งให้ได้ หวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวเองให้สุขสบายขึ้นบ้างในอนาคต แต่พวกท่านกลับเอาแต่ภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีความเป็นชาวนาของตัวเอง และพยายามฉุดรั้งลูกๆที่มีอนาคตเหล่านั้นให้ตกต่ำเหมือนกับพวกท่าน ดิฉันไม่ได้บอกว่าอาชีพชาวนาไม่ดี แต่ในเมื่อลูกๆของพวกท่านมีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเลือกเส้นทางในอนาคตของตัวเองได้ แล้วทำไมถึงไม่เคารพพวกเขาบ้าง? ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นอาจนำองค์ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนจนจบ กลับมาพัฒนาไร่นาของพวกท่านให้เติบโตกลายเป็นธุรกิจส่งออกที่สามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ! พวกท่านเคยนึกถึงข้อนี้กันบ้างรึเปล่า?”

                       

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status