เข้าสู่ระบบ199 2-2
ตอนที่ 396 พ่อแม่เห็นแก่ตัว
หลินจิงซูเปิดฉากปะทะกับบรรดาผู้ปกครองเบื้องหน้าอย่างสุดจะทนแล้วเหมือนกัน เธอจำต้องเร่งปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ผิดเพี้ยนและโง่เขลาของคนเหล่านี้เป็นการด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้นิสิตโชคร้ายเหล่านั้นต้องตกที่นั่งลำบาก มีชะตากรรมเลวร้ายเพียงเพราะพ่อแม่หัวโบราณครำครึเหล่านี้
แต่ก็แน่นอนว่า ถูกเด็กเมื่อวานซืนที่ยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาอย่างหลินจิงซูพูดตบหน้าเช่นนี้ มีหรือที่พวกเขาเหล่านั้นจะยอมฟัง
“ปากเก่งจังนะแม่หนู คิดว่าตัวเองเป็นใครเก่งมาจากไหนกัน? ถึงได้กล้าพูดจาสั่งสอนพวกฉันแบบนี้? ลูกก็ลูกฉัน เธอต่างหากที่มีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตของพวกเขา? กว่าจะเรียนต่อจนจบก็อีกตั้งสองสามปี ฉันไม่ต้องลำบากตรากตรำหาเงินให้โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกเหรอ? จบออกมาแล้วจะหางานมั่นคงทำได้รึเปล่าก็ไม่รู้! เธอเองก็หัดใช้สมองคิดให้เยอะๆหน่อยนะ คิดว่าใบปริญญาอะไรนั่นมันประเสริฐนักรึไง? วันๆเอาแต่นั่งเรียนสบายๆอยู่ในห้อง ทำตัวเป็นภาระผลาญเงินพ่อแม่แบบนี้! เด็กเกียจคร้านอย่างเธอคงไม่มีวันเจริญหรอก!!”
“นั่นน่ะสิ แม่หนูดูท่าเธอคงจะมาจากครอบครัวฐานะร่ำรวยสินะ? ไม่แปลกที่เธอจะสามารถนั่งเรียนในห้องพัดลมได้อย่างสบายๆ แต่อีกหลายคนไม่ได้โชคดีคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดแบบเธอนะ เธอคงไม่เคยเห็นภาพคนในครอบครัวต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อส่งเงินให้ลูกเรียนสินะ เธอไม่มีวันเข้าใจหัวอกของพวกเราหรอก!”
“บอกว่าพวกเราทำลายอนาคตของลูกงั้นเหรอ? ตอนนี้ยังแทบไม่มีจะกินด้วยซ้ำ! แล้วกว่าพวกเขาจะเรียนจบออกมาทดแทนบุญคุณพ่อแม่ได้ พ่อแม่อย่างพวกฉันไม่ต้องอดตายอยู่ข้างถนนที่ไหนสักแห่งก่อนเหรอ!”
เสียงโวยวายต่อต้านคล้ายจะเกิดจลาจลของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ถึงกับทำให้หลินจิงซูและอธิการบดีทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะหนึ่ง
“ก็เพราะสาเหตุนี้ยังไงล่ะคะ ดิฉันถึงได้เรียนเชิญพวกท่านทุกคนมาประชุมเพื่อประกาศเรื่องมอบทุนการศึกษาให้รู้! ที่ท่านอธิการบดีพูดไปทั้งหมดก่อนหน้านี้ ไม่เข้าหูพวกท่านเลยใช่มั้ยคะ? ทุนการศึกษาที่จะมอบในครั้งนี้ จะให้เฉพาะกับเด็กที่มีผลการเรียนดีเด่นเท่านั้น นอกจากจะรับผิดชอบเรื่องค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่ทั้งหมดให้แล้ว ดิฉันยังยินดีที่จะส่งลูกๆของพวกท่านให้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกต่อไปด้วย หากเล็งเห็นถึงพรสวรรค์ของพวกเขา!”
ท่านอธิการบดีรีบเข้าสนับสนุนชี้แจ้งต่อให้ทราบโดยทั่วกันทันที
“เรียนพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่าน นักศึกษาที่อยู่ต่อหน้าทุกท่านในเวลานี้ชื่อว่าหลินจิงซู เธอเป็นผู้มีอุปการะคุณที่มอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ให้ อีกทั้งปัจจุบัน เธอยังดำรงตำแหน่งประธานและผู้ถือหุ้นในเครือโรงแรมหลี่เจี่ยอีกด้วย ชื่อเสียงของเธอคงจะผ่านหูผ่านตาทุกท่านมาบ้างแล้ว”
ทันทีที่ตระหนักทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของหลินจิงซู พ่อแม่ผู้ปกครองเบื้องล่างทั้งหมดก็ถึงกับต้องปิดปากเงียบเป็นเป่าสาก ก่อนที่ครู่ต่อมา ดวงตาของพวกเขาจะเป็นประกายแพรวพราวสว่างสดใสขึ้นทันควัน!
สิ่งที่จุดประกายความกระตือรือร้นของพวกเขาทั้งหมดได้นั้น ไม่ใช่เพราะเรื่องทุนการศึกษา แต่พวกเขาซึ่งเป็นเพียงชาวไร่ชาวนานั้นรู้เพียงแค่ว่า การผูกมิตรสานสัมพันธ์กับบุคคลที่มีฐานะสูงส่งทางสังคมได้นั้น จะสามารถช่วยสนับสนุนเรื่องหน้าที่การงานของลูกๆพวกเขาในอนาคตได้นั่นเอง!
“โอ้? ที่แท้ก็คือคุณจิงซูประธานใหญ่แห่งโรงแรมหลี่เจี่ยและในเครือเองเหรอนี่!? ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ! ไม่ทราบว่าพอจะรับลูกสาวของดิฉันเข้าทำงานที่โรงแรมของคุณได้รึเปล่าคะ? ถ้าได้ เดี๋ยวฉันจะให้ลาออกจากมหาวิทยาลัยเลย! งานเช็ดพื้นขัดส้วมหรืองานหนักลูกสาวดิฉันก็ไม่เกี่ยงค่ะ! ฤดูที่ผ่านมาแล้งมากเลย ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ก็เลยน้อย มิหนำซ้ำยังถูกกดราคาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน! ถือซะว่าเห็นแก่ที่ลูกสาวของฉันเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกับคุณก็แล้วกันนะคะ ได้โปรดช่วยรับลูกดิฉันเข้าทำงานที่นั่นด้วยเถอะค่ะ!”
“ภาคเรียนที่ผ่านมา ผลการเรียนของลูกชายผมนับว่าเข้านั้นดีเยี่ยมเลยทีเดียว! ผมเคยได้ยินว่าเงินเดือนบริกรในภัตตาคารบุฟเฟ่ต์อะไรนั่นค่อนข้างสูงทีเดียว ช่วยรับลูกชายของผมเข้าทำงานสักคนจะเป็นพระคุณอย่างมากครับคุณจิงซู!!”
ถูกพ่อแม่ผู้ปกครองเหล่านั้นถาโถมเข้าใส่ สีหน้าแววตาของแต่ละคนมีเพียงความละโมบเห็นแก่ตัว หลินจิงซูถึงกับต้องสบถออกมาด้วยความรู้สึกสมเพช ในสมองของคนเหล่านี้สนใจเพียงแค่ผลประโยชน์ของตรงหน้าเท่านั้น เหตุผลที่พวกเขาอยากให้ลูกๆลาออกจากมาหาวิทยาลัยมาทำงานนั้นเพราะอะไรกัน? หากไม่ใช่เพราะจะได้นำเงินที่ลูกๆหาได้มาให้พวกเขา?
ทัศนคติของพ่อแม่พวกนี้ช่างตื้นเขินสิ้นดี!
เพราะความโง่งมและเห็นแก่ตัวของคนเหล่านี้ หลินจิงซูจึงต้องเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์พูดสร้างแรงจูงใจให้กับพวกเขาแทน
“ดิฉันอยากให้ทุกท่านค่อยๆคิดตามดูนะคะ ถ้าให้ลูกๆของพวกท่านมาทำงานกับดิฉันในตอนนี้เลย อย่างมากก็เป็นได้แค่บริกรหรือแม่บ้านเท่านั้น แต่ถ้าอดทนอีกสักหน่อย ยอมกัดฟันสนับสนุนให้พวกเขาได้เรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัยล่ะก็ ดีไม่ดีอาจได้ขึ้นเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารของโรงแรมได้ เงินเดือนที่จะได้รับนั้นบอกเลยว่า มากเสียจนทุกท่านคิดไม่ถึงอย่างแน่นอน! ทุกท่านจะยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวานไม่ได้เชียวเหรอคะ?”
“ในฐานะที่ดิฉันเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน ดิฉันเองก็ไม่อยากเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันต้องทำงานหนักตรากตรำไปจนตายหรอกนะคะ เพราะเหตุนี้ ดิฉันจึงได้เสนอเรื่องทุนการศึกษานี้ขึ้นมา”
ซึ่งก็แน่นอนว่า ในนามของแม่มดสาวแห่งวงการธุรกิจผู้โด่งดังเวลานี้ ไม่ว่าจะหลินจิงซูจะพูดโน้มน้าวอะไรออกไป ทุกคนต่างก็รู้สึกคล้อยตามเห็นดีเห็นงามไปด้วยทั้งสิ้น ผู้ปกครองเหล่านั้นต่างหันไปพยักหน้าให้กัน และยินดีจะสู้ตายเพื่อหวังสร้างความประทับใจให้กับสาวน้อยผู้มากอิทธิพลในสังคมคนนี้
พึงทราบ จุดเด่นของทุนการศึกษาประเภทนี้หาใช่เงินสนับสนุนระหว่างเรียน แต่เป็นเส้นสายใหญ่โตในหน้าที่การงานหลังจากนั้นต่างหากเล่า!
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า การมีบุคคลผู้ทรงอิทธิพลมาพูดเชิญชวนต่อหน้าเช่นนี้ ในมุมมองผู้ปกครองแล้ว ไม่ต่างอะไรจากการที่คนระดับผู้บริหารของโรงแรมได้ร่อนจดหมายรับสมัครงานมาให้ถึงที่!
“ถ้าลูกของฉันเกิดได้ทุนขึ้นมา นี่ไม่เท่ากับว่าได้จองเก้าอี้ตำแหน่งผู้บริหารโรงแรมหรูไว้แล้วเหรอ?! เอาก็เอา! ฉันจะเคี่ยวเข็นลูกให้เรียนหนักๆ จะได้มีผลการเรียนที่ดี! ไม่ว่ายังไงลูกของฉันก็จะต้องได้ทำงานที่นั่น!”
“ใช่แล้ว! พูดถูกเลย ฉันก็จะไม่ให้มันลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วเหมือนกัน! ถ้าลูกสาวฉันได้รับทุนนั่นขึ้นมาจริงๆ…ไม่อยากจะนึกเลยว่า อนาคตของลูกฉันจะสดใสขนาดไหน! ฉันกำลังจะรวยแล้ว!!”
ได้ฟังเสียงโห่ร้องดีใจของบรรดาผู้ปกครองหลายๆคน หลินจิงซูเองก็พลอยพยักหน้าตามด้วยความปีติสุขเช่นกัน
“เอาล่ะค่ะ ขอเพียงทุกท่านรับปากจะไม่บีบบังคับให้ลูกๆลาออก ดิฉันเองก็จะรักษาสัญญาที่ได้ให้ไว้เช่นกัน และจะทำการมอบทุนการศึกษาสนับสนุนให้กับลูกๆของพวกท่านที่มีผลการเรียนดีเด่น!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







