เข้าสู่ระบบหนิงเยียนคิดว่าถ้าปากดีเยี่ยงนี้เมื่อคืนน่าจะปล่อยให้เลือดไหลหมดตัวตายเสียเลย
"พระชายาเวยอ๋องไม่สบายรึ" หยวนเหมยแสร้งถามด้วยท่าทีเป็นมิตร หนิงเยียนคิดว่างูพิษชัด ๆ บุรุษต่างโง่เขลาเหตุใดต้องหลงกลสตรีเยี่ยงหยวนเหมยด้วยเล่า
หนิงเยียนทำเมินไม่ตอบหยวนเหมย
"ท่านอ๋องมีคนดูแลเเล้วข้าไม่กวนความสำราญของท่านกับอนุคนโปรดแล้วกัน ขอตัว"
"หนิงเยียน หยุดเดี๋ยวนี้ ชายาหนานอ๋องมีมารยาทกับเจ้า เหตุใดเจ้าไม่ตอบคำถามนาง" เวยอ๋องไม่ต้องการให้คนเมินหยวนเหมย แม้นางจะแต่งเป็นชายาผู้อื่นเเล้วก็ตาม
หนิงเยียนยิ้มเย็น "ท่านอ๋อง ท่านกล้าขึ้นเสียงกับคนที่ช่วยชีวิตท่านรึ ท่านอย่าได้เนรคุณสิ" จากนั้นเดินทอดน่องออกไปด้วยความสำราญใจ
เรื่องที่เวยอ๋องได้รับบาดเจ็บนังสารเลวหนิงเยียนมันรักษาเวยอ๋องรึ หยวนเหมยเก็บอาการไม่อยู่ หนานอ๋องยังคงใจกว้าง ไม่ถือสาอันใด กุมมือชายารักแล้วขอตัวกลับจวนหนานอ๋อง
หยวนเซียงที่กำลังจะป้อนยาให้เวยอ๋อง
"ออกไปพักผ่อนเถอะ"
"เจ้าค่ะ" หยวนเซียงรีบออกไปตามคำสั่งของเวยอ๋อง
เขาต้องสั่งสอนหนิงเยียนให้รู้จักหลาบจำ ทำให้เสียหน้าต่อหน้าหนานอ๋อง แม้แต่ชายาคนเดียวยังอบรมมิได้ ผู้คนไม่หัวเราะเยาะเขารึ
หนิงเยียนนั่งแทะเมล็ดแตงโม วันนี้นางใช้เสี่ยวอ้ายให้ไปดำเนินการเปิดร้านตกแต่งโรงหมอแทนนาง
เสียงปิดประตูดังตึง !!!
เกิดอันใดขึ้น คนงามละสายตาจากเมล็ดแตงโมพบว่า เวยอ๋องค่อย ๆ สาวเท้ามาหานางที่ตั่งเตี้ย เหตุใดเจ้าคนถ่อยถึงต้องล็อกประตูด้วย
"ท่านมาหาข้าด้วยอันใด" หนิงเยียนรับรู้ได้ถึงไอสังหารภายในห้อง ทำให้นางถึงกับขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัว
เวยอ๋องมองคนงามที่กลัวเขาอย่างหัวหด นางรักษาเขา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านางต้องการอันใด
"เจ้าอยากได้ข้าจนตัวสั่นไม่ใช่รึ รักษาข้าจากนักฆ่าพวกนั้น เจ้าต้องการให้ข้าตอบแทนเจ้าด้วยเรือนร่างมิใช่รึ"
สมองขี้เลื่อยคิดได้แค่นี้รึ
"บ้าไปแล้ว ท่านเข้าใจผิด ออกไปจากห้องของข้าเดี๋ยวนี้นะ"
เวยอ๋องบีบแก้มหนิงเยียนจนนางเจ็บ
"อย่าเล่นตัวไปเลย ข้าไม่อยากติดค้างบุญคุณเจ้า เจ้าอยากให้ข้าทำเรื่องผัวเมียกับเจ้ามิใช่รึไง !"
เวยอ๋องลากคนงามไปที่เตียงขนาดใหญ่
หนิงเยียนแหกปากร้องลั่น นางหยิกไปที่แผลของเวยอ๋อง แต่เจ้าคนถ่อยจี้จุดนางไว้
นางนอนลงที่เตียง เรื่องชายหญิงในภพปัจจุบันมิใช่ว่านางไม่เคย แต่มันต้องเกิดจากความรักของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น หาใช่สิ่งระยำเช่นนี้
"นี่รังเกียจข้าถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเชียวรึ ข้าจำได้ว่าวันนั้น เจ้าวางยาข้าหลังจากนั้นไม่กี่วันพวกเราก็แต่งงานกัน เจ้าดีใจมากมิใช่รึ หาทางปีนเตียงข้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ข้าก็ไม่สนใจ พอข้าสนใจเจ้าขึ้นมา เจ้ากับหยิ่งผยอง ทำให้ข้ามองเจ้าไม่ออกจริง ๆ ว่าเป็นคนเช่นไร" เวยอ๋องไม่พูดเปล่าเขาถอดอาภรณ์ตัวนอกโยนมันขึ้นฟ้า
หนิงเยียนร้องขึ้นมาอย่างแรงเมื่อเขาขึ้นคร่อมร่างอรชร
"อย่า !!!"
"ข้าไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเจ้า ครั้งนี้ถือว่าข้าตอบแทนเจ้าเเล้วกัน"
หนิงเยียนอยากตบกบาลเขานัก นางขยับร่างกายไม่ได้ นางรับรู้ได้ถึงความพองโตของเขา ทำให้นางแทบขาดใจตาย เวยอ๋องไม่มีเเม้กระทั่งเล้าโลม หรือจุมพิตอย่างนุ่มนวล
มีแต่ความหยาบกระด่างใส่มาเต็มแรง ม่านมุ้งหัวเตียงสั่นไหวอย่างแรง หนิงเยียนรู้สึกว่ามันเจ็บปวดมาก หญิงสาวร้องครวญครางออกมา
ครึ่งชั่วยามเวยอ๋องได้ลุกออกจากตัวคนงาม คราบเลือดบนฟูกที่นอนทำให้เวยอ๋องงงหนักกว่าเดิม
หนิงเยียนเองก็ตกใจไม่น้อย ไหนเจ้าของร่างเดิมเคยได้เสียกับเวยอ๋องแล้วมิใช่รึ ถึงได้แต่งงานกัน หรือว่าในวันนั้นหนิงเยียนตัวจริงไม่ได้มีอะไรกับเวยอ๋อง
"ท่าน" หนิงเยียนหอบผ้ามาห่มปิดกายไว้ เวยอ๋องงงไปหมดเเล้ว วันที่เขาตื่นขึ้นมามีนางนอนข้างกายมันหมายความว่าอย่างไร
"คนเลว"
เวยอ๋องคลายจุดให้นาง อันดับเเรกที่หนิงเยียนทำคือตบหน้าเวยอ๋องดังขึ้นฉาดใหญ่
เวยอ๋องทำอันใดไม่ถูกรีบสาวเท้าออกจากเรือนของหนิงเยียน สมองขบคิดถึงเรื่องราวเมื่อเดือนก่อน ในตอนนั้นเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่านางนอนเปลื้องผ้ากับเขา เวยอ๋องจึงต้องจำใจแต่งกับนาง มันเกิดอะไรขึ้นกันเเน่
ด้านหนิงเยียนนางแช่น้ำในอ่างไม้ด้วยความเจ็บปวด อยากจะถามเจ้าของร่างเดิมจริง ๆ หนึ่งเดือนก่อนมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ตาบอดไปชอบคนอย่างเวยอ๋องได้
เสี่ยวอ้ายเดินเข้ามาในห้องน้ำ นางเก็บผ้าปูที่เปื้อนเลือดไปทิ้งเรียบร้อย
"เสี่ยวอ้าย เจ้าตอบข้าได้รึไม่ หนึ่งเดือนก่อนงานวันเกิดท่านพ่อ มันเกิดอะไรขึ้น" หนิงเยียนคิดว่า เสี่ยวอ้ายน่าจะรู้อะไรบางอย่าง
หนึ่งเดือนก่อนเป็นวันคล้ายวันเกิดใต้เท้ากรมโยธา หนิงเสิ่น เวยอ๋องและอ๋องคนอื่น ๆ ได้ไปร่วมงานด้วย เสี่ยวอ้ายเล่าว่า หนิงเยียนชื่นชอบในตัวเวยอ๋องมาก ก่อนเกิดเรื่องวันนั้นเวยอ๋องเมาหนักมาก จำได้ว่า เวยอ๋องกำลังจะไปเรือนพักรับรองแขก แต่สุดท้ายไปโผล่ในเรือนนอนของหนิงเยียน
"แล้วตอนนั้นเจ้าไม่อยู่กับข้ารึ"
"พระชายา ในตอนนั้นท่านไล่บ่าวไม่ให้มายุ่ง บ่าวจำได้ว่าวันนั้น ท่านพูดดีกับคุณหนูรองกับคุณหนูสามมากจนผิดปกติ"
หรือว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับหนิงชิงและหนิงซิน
"พระชายาเพคะ เวยอ๋องสั่งให้ท่านรีบแต่งกายไปที่วังหลวง วังหลวงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น" ข้ารับใช้จากเรือนใหญ่ตะโกนขึ้นหน้าประตู
แม้จะเจ็บปวดและไม่อยากพบหน้าเจ้าคนเลว แต่ก็หลีกเลี่ยงมิได้ หนิงเยียนให้เสี่ยวอ้ายแต่งกายให้ อาภรณ์ที่สวมใส่วันนี้ เป็นสีชมพูอ่อนเข้ากับปิ่นหยกที่งดงาม ใบหน้าไร้เครื่องประทินโฉม ดวงตางามมองไปที่รถม้าแล้วก้าวขึ้นรถม้า
ฉากรักได้ดำเนินขึ้น เรือนร่างเปลือยเปล่าทั้งสองจุมพิตกันอย่างหอมหวาน หนึ่งปีแล้วที่พวกเขามิได้จุมพิตกันเยี่ยงนี้ รสชาติความหวานมิได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ลิ้นหนาควาญหาความหวานในโพรงปากงาม หญิงสาวใช้ลิ้นเข้าไปในโพรงปากหนาเช่นกัน นางคิดถึงเขามาก การได้เสพรักกับเขาอีกครั้งมันคือสวรรค์ของนาง มือหนาใหญ่กุมที่ทรวงอกคู่งาม ถึงแม้นางจะมีบุตรมาแล้วหนึ่งคนแต่ความงามก็ยังไม่ส่างเสียจริง เต้านมขนาดใหญ่ถูกขยำอย่างแรงยิ่งเพิ่มความเสียวให้คนตัวเล็กยิ่งนัก หญิงสาวไม่ยอมแพ้ นางหื่นกระหายยิ่งนัก กระนั้นนางจึงผลักเขานอนลง จากนั้นขึ้นคร่อมชายหนุ่มลิ้นงามเลียที่ลำคอ ชายหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมา ไล่ลงมาจนถึงทรวงอกที่อัดไปด้วยกล้ามเป็นมัด ๆ ลิ้นงามของนางเลียไปรอบหัวนมของ จากนั้นหน้าท้องงามนางก็เลีย ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุขที่เจ้าสาวเขาเป็นฝ่ายรุก จากนั้นหยุดตรงที่ลำดุ้นขาวอวบ ปลายหัวโค้งงอนงามเหมือนเดิม ลิ้นงามเลียเข้าไปที่ปลายหัว มืองามชัก ไปมา ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ปรี๊ดดดดดดดดดดด น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งติดใบหน้างาม กระนั้นใบหน้างามเยิ้มไปด้วยน้ำรัก นางเลียกินอย่างไม่รังเกียจ บรรย
จากนั้นคนจากร้านผ้าเจียงหนานมาขอเทียบชะตาของสือชิงหลันเพื่อจะหาฤกษ์งามยามดี ที่จะแต่งเข้าสกุลเซียว คืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เหล่าชาวบ้าน ต่างอิจฉาคุณหนูสกุลสือ แม้จะโดนสามีหย่าไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนอยากแต่งงานกับนาง ช่างน่าอิจฉาวาสนาของนางนัก สือชิงหลันทำใจกับการแต่งงานครั้งนี้แล้ว ถือว่าเป็นการตอบแทนครอบครัวของนาง สามวันก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน คนสกุลเซียวส่งชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงมาให้สือชิงหลันที่สกุลสือ ที่หน้าแปลกที่สุดคือ ชายผู้นั้นรู้สัดส่วนของนางทุกอย่าง หญิงสาวพลันตกใจไม่น้อย ได้ยินมาว่านายน้อยเซียวคนนี้แม้จะอายสี่สิบปี แต่ทว่าใบหน้าช่างอ่อนเยาว์ยิ่งนัก รวกับคนอายุสามสิบปี เรื่องนี้บิดาของนางเป็นคนเล่าให้นางฟัง หลังจากที่นางแต่งงานไป บุตรชายของนางคงจะต้องให้มารดาของนางเลี้ยงดูสืออวี้ แต่คนสกุลเซียวบอกว่าให้นางนำบุตรชายไปเลี้ยงด้วย เรื่องนี้ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ นางกับนายน้อยเซียวไม่เคยเห็นหน้ากันเลยแม้แต่น้อย เหตุใดเขาถึงต้องดีกับนางเพียงนี้ด้วยเล่า ใบหน้างามฉงนขึ้นมาทันที คิ้วงามขมวดเป็นปม ราวกับต้องการหาคำตอบจากเรื่องนี้ จวนสกุลสือหน้าประตูจัดด้วยโคมสีแดง
รถม้ามุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงม่อเป่ย ฝูงชนต่างมองดูรถม้าอีกทั้งผ้าแพรนับร้อยผืนวางในเกวียนอย่างงดงาม คาดไม่ถึงว่าพ่อค้าชาวเจียงหนานจะมาลงรากปักฐานที่เมืองม่อเป่ย อีกทั้งยังได้ยินมาว่าจะมาเปิดร้านผ้าที่ตรอกฟูกุ้ยด้วย ผ้าแพรแต่ละผืนถักทออย่างงดงาม เป็นผ้าที่หาได้อยากส่งมาจากเจียงหนาน ล้วนทำให้คุณหนู ฮูหยินต่างอยากได้ของสวย ๆ งาม ๆ มาประดับบนเรือนกายของตัวเอง กิจการร้านผ้าเจียงหนานดำเนินไปด้วยดี ได้ยินมาว่าเปิดร้านผ้าวันแรก ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเสียแล้ว คุณหนูสกุลต่าง ๆ ต่างก็เข้าแถวเพื่อซื้ออาภรณ์หราจากเจียงหนานทั้งนั้น ได้ยินมาว่าพ่อค้าผ้าถึงแม้จะอายุสี่สิบปีแต่ก็ยังหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ยินมาว่า พ่อค้าผ้าเป็นพวกปล่อยเงินกู้ให้กับเหล่าขุนนาง และร้านค้าทั่วไปที่ขาดทุนอีกด้วย กระนั้นจึงให้เหล่าขุนนางแวะเวียนมาร้านผ้าเจียงหนานไม่ขาดสาย รวมทั้งเถ้าแกกิจการต่าง ๆ ในม่อเป่ย ต่างชื่นชมพ่อค้าวัยหนุ่มคนนี้ด้วย มือหนาใหญ่แกว่งถ้วยชาปี้หลัว ชาจากแดนใต้ที่ดีที่สุด แกว่งไปมา น้ำชาวนรอบจอกจากร้อน ๆกลายเป็นเย็น ๆ ดวงตาเรียวเล็กมองดูชั้นร่างของร้านผ้า ฝูงชนต่างต่อแถวซื
หลังจากที่จัดการกับสกุลตงเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟิงพาสือชิงหลันเดินทางกลับแคว้นม่อเป่ยพร้อมเงินจำนวนมาก ถึงเวลาที่เขาจะสารภาพความจริงกับนางเสียที ในคืนนั้นในเรือนนอนของนาง ชายหนุ่มย่างกรายเข้ามา เขาอยากจะทำเรื่องอย่างวว่าเหลือเกิน เพราะเขาไม่ได้ทำกับนางมาหลายวัน นางเองคดว่าพรุ่งนี้นางจะบอกข่าวดีกับเขา ว่านางตั้งครรภ์แล้ว ท้องของนางป่องขึ้นอย่างชัดเจน “ท่านพี่ จะนอนกับข้ารึ” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามสามี “ข้าอยากเหลือเกิน ข้าจะทำเบา ๆ เจ้าวางใจเถอะ” ดวงตาหงส์จ้องดวงหน้าหล่อท่ามกลางแสงไฟที่วูบไหว เขาอยากขนาดนั้นเชียวรึ นางไม่ต้องการให้เขาทำอีกแล้ว นางกลัวเด็กจะไม่ปลอดภัย “ท่านพี่ คืนนี้ข้ามิไหว ข้ารู้สึกไม่สบาย ได้โปรดท่านอย่ากวนข้าเลย”น้ำเสียงอ่อนล้า บวกกับดวงตาที่เว้าวอน ทำให้คนฟังอดที่จะใจอ่อนไม่ได้ ชายหนุ่มยิ้มขึ้น “ก็ได้ ไม่ทำแล้ว” ชายหนุ่มหมุนเรือนกายที่จะจากไป “ท่านพี่ แต่ข้ามีวิธีที่จะทำให้ท่านหายอยากเจ้าค่ะ” วิธีนี้น่าจะปลอดภัยและมีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ชายหนุ่มพลันมองร่างงามที่นั่งคุกเข่าเลียแท่งหยกงามของเขา วิธีของน
เซี่ยเฟิงพาฮูหยินของเขามาพักที่โรงเตี๊ยมดังที่สุดในแคว้นอวิ่น ในห้องยามนี้สือชิงหลันทำหน้าอย่างมิพอใจ เมื่อหวนคิดถึงตอนสตรีหน้าสุนัขมองสามีของนางจนจะทะลุถึงอาภรณ์ สตรีนางนั้นชื่อตงฮวา ช่างไม่เก็บอาการเสียจริง หญิงสาวนั่งที่ตั่งยาวพรางรินน้ำชายกขึ้นมาดื่ม ชายหนุ่มมองดูก็รู้ว่านางนั้นทำไหน้ำส้มแตก ใบหน้าหล่อเหลาเผยอยิ้มแล้วนั่งลงตรงข้ามนาง มองดวงหน้าที่โกรธาเขา นางหึงเขาอย่างนั้นรึ ครั้งแรกที่ได้เห็นนางหึงเขานั้นมีความสุขเสียจริง “เจ้าหึงข้า” “เปล่า” นางเฉไฉไปเรื่อย “น้องหญิง ตาข้าไม่มีวันบอดที่จะมองหญิงอื่น นัยน์ตาของข้ารักเพียงเจ้า มองเพียงเจ้า ตราบชั่วฟ้าดินสลาย” “จริงนะ” “จริง อนุภรรยาข้าจะไม่มี ข้าจะมีเพียงเจ้าเป็นฮูหยินเพียงคนเดียว” “ข้ารักท่านพี่ที่สุดเลย” นางจุมพิตที่แก้มขาวของเขา ในค่ำคืนนั้นชายหนุ่มได้พาหญิงสาวออกมาเดินเล่นที่ตรอกเฟื่องฟูของเมืองอวิ๋น ท้องถนนเต็มไปด้วยฝูงชนเดินไปมา หญิงสาวมองดูหนังตะลุงของแคว้นอวิ๋น การแสดงช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง เรื่องราวของหนุ่มเลี้ยงม้ากับคุณหนูในห้องหับ ต่างไม
เช้าของอีกวันพอนางลืมตาขึ้นมาพบว่านางนั้นอยู่เตียงนอนของนางเอง แสดงว่าเขาเป็นคนสวมอาภรณ?ให้นาง จากนั้นก็มาส่งนางที่เรือน หญิงสาวมองออกไปทางหน้าต่าง สายจนตะวันโด่งแล้ว นางกำลังจะลุกจากเตียง “คุณหนู ท่านนอนพักเถอะเจ้าค่ะ นายน้อยให้ท่านพักผ่อน อีกอย่างวันพรุ่งนี้ ท่านจะต้องเดินทางไปแคว้นอวิ๋นเพื่อส่งข้าวมรกตกับนายน้อยเจ้าค่ะ นายน้อยแจ้งเรื่องนี้ตอนเช้าเจ้าค่ะ” “อย่างนั้นเอง ดีเหมือนกัน ข้าก็อยากจะไปเที่ยวต่างแคว้น” แคว้นอวิ่นเป็นแคว้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ กระนั้นการปลูกข้าวกินจำต้องลำบาก ไม่เหมือนแคว้นม่อเป่ยที่อุดมสมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง กระนั้นทั้งสองแคว้นจำต้องทำการค้าข้าวด้วยกัน ในยามพลบค่ำที่เรือนใหญ่ “ท่านพ่อวันพรุ่ง ท่านต้องปลอมตัวเป็นข้าไปส่งข้าวมรกตที่แคว้นอวิ๋น ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยแล้วกัน” เซี่ยเจียงตัวจริงมองบิดาของเขา สวมหน้ากากหนังมนุษย์ มีใบหน้าคล้ายเขาราวกับแกะ ส่วนเขาอยู่ที่จวนกับเสี่ยวซุนตลอด อีกทั้งบ่าวของเขาต่างรู้เรื่อง ที่เขาเป็นพวกตัดแขนเสื้อดีเชียวล่ะ “ข้ารู้แล้ว เจ้าอยู่ทางนี้ อย่าก่อความวุ่นวาย” “ขอรับ







