ทะลุมิติไปเป็นตัวละครลับของท่านอ๋องอำมหิต

ทะลุมิติไปเป็นตัวละครลับของท่านอ๋องอำมหิต

last updateDernière mise à jour : 2025-03-11
Par:  zueyComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
46Chapitres
5.3KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เซียวอี้เหิงพยายามใช้ลมปราณเพื่อสกัดกั้นอารมณ์ที่กำลังจะปะทุของตน เสียงสวบสาบก็ดังขึ้นทางด้านหลัง คราวนี้เขาเข้าใจได้ในทันทีว่าตนเองถูกวางยาแน่แล้ว น่าตายนักใจกล้าเหลือเกินเขาคงใจดีเกินไปสินะ ในสมองก็คิดอย่างหนึ่งแต่ร่างกายกลับไม่ฟัง เซียวอี้เหิงคว้าตัวอวี้ซูเหยาเข้าหาตนแล้วกระชากเสื้อผ้าของนางออกจนหมด จากนั้นไม่นานเสียงครวญครางก็ดังแว่วออกมาจากบ่อน้ำพุร้อน จนกระทั่งรุ่งสางฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดจึงหมดลง เซียวอี้เหิงลุกออกจากตัวของอวี้ซูเหยาอย่างรังเกียจ สายตาลึกล้ำดำมืดที่เหมือนคมมีดมองร่างเล็กที่หมดสติไปนานแล้ว เหมือนกับกำลังมองคนตาย เสี่ยวหลันจื่อหญิงสาวที่ทะลุมิติมา ทำหน้าที่ตัวละครลับเพื่อดำเนินเรื่องในนิยายให้สนุกมากกว่าเดิมโดยไม่ต้องคำนึงว่าเนื้อเรื่องเดิมจะจบอย่างไร แต่กลับถูกท่านอ๋องที่ฆ่าตัวเองตอนต้นเรื่องตามติดเป็นเงา

Voir plus

Chapitre 1

บทที่1 ตัวละครลับอะไร

เสียงหวอของรถกู้ภัยดังไม่ขาดสาย ร่างโปร่งแสงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนมองเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือหญิงสาวโชคร้ายที่ถูกลูกหลงจากการทะเลาะวิวาทของชายขี้เมาสองคน ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ สี่ชั่วโมง เสี่ยวหลันจื่อเดินทางจากศูนย์เด็กเล็กที่เธอทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่มาที่ร้านอาหารในตัวอำเภอ

เธอทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่เพื่อหาค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลของตาเธอที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ เสี่ยวหลันจื่ออาศัยอยู่กับตายายของเธอตั้งแต่อายุสามขวบ เพราะพ่อกับแม่ของเธอหย่าร้างกันและต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่เป็นของตนเอง

ดังนั้นเธอจึงเป็นส่วนเกินของพ่อกับแม่ทันที มีเพียงตาและยายของเธอที่ยินดีรับเธอมาดูแล ดังนั้นทั้งชีวิตของเสี่ยวหลันจื่อจึงมีแค่ตากับยายที่เป็นผู้ปกครอง แต่ครอบครัวตายายก็ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรมีเพียงร้านขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้าน มีรายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นและตั้งแต่ที่มาอยู่กับตายายก็ไร้การเหลียวแลจากพ่อและแม่ของเธอ

เสี่ยวหลันจื่อที่รู้ถึงความลำบากของตายาย เธอจึงขอเรียนแค่จบมัธยมปลายไม่เรียนต่อมหาลัย และการเรียนจบแค่มัธยมปลายของเธอเป็นผลให้การหางานยากลำบาก แต่เพราะท่านผอ. ที่ดูแลศูนย์เด็กเล็กเป็นเพื่อนเก่าของตาเสี่ยวหลันจื่อ ตาจึงบากหน้าไปขอร้องให้เธอได้ทำงานที่ศูนย์เด็กเล็กแห่งนั้น แล้วชีวิตการทำงานของเสี่ยวหลันจื่อก็เริ่มต้นขึ้นและเป็นอย่างนี้ทุกวันตั้งแต่ที่เธอเรียนจบมอปลาย

เสี่ยวหลันจื่อมองทุกอย่างด้วยสายตาว่างเปล่าไร้อารมณ์ ความจริงเธอไม่ได้ยี่หระกับการมีชีวิตอยู่หรือตายสักเท่าไหร่เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจในความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน มันคล้ายกับว่าเธอไม่เข้าใจว่า อะไรคือเจ็บปวด อะไรคือความเศร้า อะไรคือความรัก อะไรคือความสุข เพราะไม่มีความฝัน ไม่มีความต้องการ ตั้งแต่ที่พ่อแม่ทิ้งเธอเอาไว้ที่นี่ความรู้สึกต่างๆ ของเธอนั้นล้วนว่างเปล่า

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้ทำประกันชีวิตและยกผลประโยชน์ให้เป็นชื่อตายายเพื่อเป็นการตอบแทนที่ทั้งสองเลี้ยงดูเธอจนโต แต่ก็นะถ้าหากตายายรู้ว่าเธอตายจากไปคงจะเสียใจอย่างมาก และก่อนที่เสี่ยวหลันจื่อจะทันได้คิดอะไรต่อร่างโปร่งแสงของเธอก็คล้ายถูกอะไรบางอย่างดูดเข้าไปในหลุมดำ

ด้านในมืดสนิทมองไม่เห็นรอบข้าง จากนั้นไม่นานก็มีเสียง ติ๊ง ดังขึ้นข้างหูของเธอ แล้วร่างโปร่งแสงของเธอก็ถูกดูดไปอีกครั้งแต่ตอนนี้มีแสงสว่างทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ และมีเสียงพูดดังขึ้น

“ยินดีด้วยคุณคือผู้โชคดีหนึ่งในล้านที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวละครลับ”

เสี่ยวหลันจื่อหมุนตัวมองไปรอบๆ เพื่อหาที่มาของเสียง

“ไม่ต้องมองหาผมหรอกเพราะ ผมไม่มีตัวตนเป็นเพียงระบบอัจฉริยะที่ถูกติดตั้งในโปรแกรมตัวละครลับ”

.......... “ชื่อของคุณคืออวี้หลันจื่อ อายุยี่สิบสอง อาศัยอยู่กับตายายในหมู่บ้านเล็กๆ สาเหตุการตายคือถูกแทงเสียชีวิต”

เสี่ยวหลันจื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เธอเคยอ่านนิยายแฟนตาซีแนวทะลุมิติมาไม่น้อย คิดว่ามันเป็นเพียงการจินตนาการไร้สาระของนักเขียนเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าตนเองต้องมาประสบด้วยตัวเอง

"คุณต้องการอะไร”

เสี่ยวหลันจื่อถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ใช่ เธอกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้ถึงเธอจะไม่กลัวคนแต่เธอก็กลัวผีนะ

“ตามที่บอกไปก่อนหน้านี้ คือคุณได้รับเลือกให้เป็นตัวละครลับ” เสี่ยวหลันจื่อไม่เข้าใจ ว่าตัวละครลับที่ระบบพูดถึงคืออะไร เหมือนเจ้าระบบจะรู้ความคิดของเธอ จึงเริ่มอธิบาย ช้าๆ

“หน้าที่ของคุณคือเอาชีวิตรอดจากนิยายเรื่องนี้ และทำให้นิยายเรื่องนี้สนุกมากกว่าเดิมโดยไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่องเดิมว่าจะจบแบบไหน”

ฉันจะไปรู้ได้ยังไงละว่านิยายเรื่องนี้จบแบบไหนในเมื่อฉันไม่เคยอ่านมัน เสี่ยวหลันจื่อคิดในใจ

“นี่คือนิยายเล่มนั้น”

ทันทีที่เสี่ยวหลันจื่อคิดก็มีนิยายหนึ่งเล่มโผลออกมากลางอากาศ

“แสนรู้จริงๆ” เสี่ยวหลันจื่อบ่นพึมพำ

“เรื่องอ่านนิยายเอาไว้ทีหลัง คุณมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Apple NaJa
Apple NaJa
ตอนที่ 12 กับ 13 เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกันค่ะ เซ็งเลย
2025-12-25 22:06:44
0
0
46
บทที่1 ตัวละครลับอะไร
เสียงหวอของรถกู้ภัยดังไม่ขาดสาย ร่างโปร่งแสงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนมองเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือหญิงสาวโชคร้ายที่ถูกลูกหลงจากการทะเลาะวิวาทของชายขี้เมาสองคน ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ สี่ชั่วโมง เสี่ยวหลันจื่อเดินทางจากศูนย์เด็กเล็กที่เธอทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่มาที่ร้านอาหารในตัวอำเภอเธอทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่เพื่อหาค่าใช้จ่ายและค่ารักษาพยาบาลของตาเธอที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ เสี่ยวหลันจื่ออาศัยอยู่กับตายายของเธอตั้งแต่อายุสามขวบ เพราะพ่อกับแม่ของเธอหย่าร้างกันและต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่เป็นของตนเองดังนั้นเธอจึงเป็นส่วนเกินของพ่อกับแม่ทันที มีเพียงตาและยายของเธอที่ยินดีรับเธอมาดูแล ดังนั้นทั้งชีวิตของเสี่ยวหลันจื่อจึงมีแค่ตากับยายที่เป็นผู้ปกครอง แต่ครอบครัวตายายก็ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรมีเพียงร้านขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้าน มีรายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นและตั้งแต่ที่มาอยู่กับตายายก็ไร้การเหลียวแลจากพ่อและแม่ของเธอเสี่ยวหลันจื่อที่รู้ถึงความลำบากของตายาย เธอจึงขอเรียนแค่จบมัธยมปลายไม่เรียนต่อมหาลัย และการเรียนจบแค่มัธยมปลายของเธอเป็นผลให้การหางานยากลำบาก แต่เพราะท่านผอ. ที่ดูแลศูนย์เด็กเล็กเป็นเพ
Read More
บทที่2 ระบบแสกน
สิ้นเสียงของระบบ ร่างของเสี่ยวหลันจื่อวูบไปอีกครั้งแต่ตอนี้สถานที่ที่เธอยืนอยู่คือลานโล่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าที่ขึ้นสูง รอบด้านมืดมิดมีต้นไม้ขึ้นหนาทึบและมีภูเขาล้อมรอบ ฝนตกปรอยๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศ น่ากลัวกว่าเดิม ที่นี่น่าจะเป็นเชิงเขาของที่ไหนสักแห่งก่อนที่เสี่ยวหลันจื่อจะถามระบบว่าพาเธอมาที่ไหนกันแน่ เสียงเดินของใครบางคนตรงมาทางที่เธอยืนอยู่ เสี่ยวหลันจื่อรีบนั่งลงอาศัยความมืดและใช้หญ้าที่ขึ้นสูงบังร่างตนเองเอาไว้ โดยที่ลืมไปว่าตัวเองคือวิญญาณร่างโปร่งแสง เธอสังเกตเห็นว่ามีผู้ชายสองคนแต่งตัวด้วยชุดจีนโบราณที่เคยเห็นในซีรี่ส์ย้อนยุคกำลังแบกเสื่อที่ห่ออะไรบางอย่างเป็นแท่งยาวๆ โยนลงไปในหลุ่มดวงตาของเสี่ยวหลันจื่อสว่างวาบขึ้นมาทันที ฆ่าตกรรม สามคำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ เสี่ยวหลันจื่อยกมือขึ้นปิดปากของเธอด้วยกลัวว่าตัวเองจะส่งเสียงออกไป ไม่นานหลังจากที่ชายสองคนจากไปเสี่ยวหลันจื่อก็ออกมาจากที่ซ่อนและตรงไปที่หลุมที่ชายสองคนโยนศพลงไป เสี่ยวหลันจื่อยกมือไหว้พนมพึมพำขอให้เขาไปสู่สุขติ เสียงของระบบก็ดังขึ้นพร้อมเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าและฝนก็เทกระหน่ำลงมาหนักกว่าเดิม“เริ่มต้นการผสานวิญญาณกับร
Read More
บทที่3 ความทรงจำของคนอื่น
เสี่ยวหลันจื่อเดินออกมาจากป่าอย่างทุลักทุเลเพราะอาการบาดเจ็บและฝนที่พึ่งตกไป แล้วตอนนี้ก็มืดสนิทแม้เธอจะใช้ระบบสแกนนำทาง แต่มันจะเหมือนตาเปล่าที่มองเห็นทางได้ยังไง มีความทรงจำของร่างเดิมก็คงดีสิ เสี่ยวหลันจื่อคิดในใจติ๊ง เสียงดังขึ้นหัวของเธอ กำลังประมวลผล จากนั้นความทรงจำหลากหลายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอเหมือนกับการนั่งดูหนังหรือวิดีโอ แต่เธอมีความรู้สึกร่วมไปกับความทรงจำนั้นด้วย ผ่านไปสักพักเสี่ยวหลันจื่อถึงกับชาวาบไปทั้งตัวเมื่อได้รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ อวี้ซูเหยา เจ้าของร่างเดิม ต้องตายคืออะไร“นี่มันไม่มากไปหน่อยหรือ ระบบ ระบบ ฉันอยากกลับไป พาฉันกลับไปนะ ไม่เอา ไม่เอาแล้ว”เสี่ยวหลันจื่อตะโกนเสียงดังคล้ายกำลังจะสติแตกอยู่เต็มที จากนั้นก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง ถึงเธอจะเคยดูหนังสยองขวัญมาเยอะแต่การถูกทรมานของอวี้ซูเหยานี่มันน่ากลัวจริง และความทรงจำที่ไหลเข้ามาในหัวเธอมันคล้ายกับว่าเป็นความทรงจำของเธอเอง และอาการหวาดกลัวที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจนั้นไม่เหมือนมาจากอวี้ซูเหยาเจ้าของร่างเดิมแต่มันเหมือนมาจากตัวเธอเอง เสี่ยวหลันจื่อคุกเข่าลงกอดตัวเองตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวก่อนที่สติจะดับวูบ
Read More
บทที่4 ผลสะท้อนจากการกระทำของนาง
“ใครก็ได้ มาลากสตรีผู้นี้ออกไปขังไว้ในคุกใต้ดิน ข้าให้นางได้ขึ้นสวรรค์แล้วจากนี้ข้าจะให้นางได้รู้ว่านรกเป็นอย่างไร"เซียวอี้เหิงแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงสั่งให้คนไปตรวจสอบ นางไม่มีทางทำคนเดียวได้แน่จะต้องมีคนให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นนางจะรู้ได้ยังไงว่าเขาอาบน้ำเวลาไหน ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามบ่าวรับใช้ชายที่ทำหน้าที่ชงชาและคนเฝ้าประตูเรือนก็ถูกลากตัวออกมา ทั้งสองสารภาพว่ารับเงินมาจากอวี้ซูเหยาเพื่อวางยาและบอกเวลาอาบน้ำของท่านอ๋อง“ดียิ่งนัก กินข้าวในจวนของข้าแล้วยังร่วมมือกันคนอื่นมาลอบทำร้ายข้าใจกล้าไม่เบา เอาตัวสองคนนี้ไปตัดแขนและตัดลิ้น จากนั้นส่งพวกมันไปที่เรือนไผ่งาม” เสียงร้องขอความเมตตาจากทั้งสองคนดังระงมไปทั้งจวน ใครไม่รู้บ้างว่าเรื่อนไผ่งานที่มีชื่อไพเราะนี้คือหอโคมเขียวสำหรับบุรุษ ข้ารับใช้ในจวนต่างพากันหัวหดเพราะหวาดกลัวในความอำมหิตของชินอ๋องผู้นี้เซียวอี้เหิง เมื่อนึกถึงตรีน่าตายที่อยู่ในคุกใต้ดินแล้วยิ่งมีใบหน้าถมึงทึงไม่น่ามอง เหล่าองครักษ์ ไม่เคยเห็นท่านอ๋องของพวกเขาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน“เวรกรรม” เสี่ยวหลันจื่อพึมพำออกมาเบาๆ นี่เราคงไม่ได้จะถูกทรมา
Read More
บทที่5 ขึ้นเขา
เสี่ยวหลันจื่อตื่นแต่เช้ามาช่วยแม่เฒ่าสวีทำงานบ้านอย่างคล่องแคล่วคล้ายกับทำอย่างนี้จนเคยชินแล้ว เพราะชาติก่อนนางอาศัยอยู่กับตายยายในหมู่บ้านชนบท ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยงานบ้านก่อนไปเรียนเพราะยายของนางต้องเปิดร้านขายของจึงทำให้เสี่ยวหลันจื่อช่วยเหลือตัวเองมาตั้งแต่เด็กหลังจากทั้งสามทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วเสี่ยวหลันจื่อ จึงบอกจุดประสงค์ของตนเองแก่แม่เฒ่าสวีว่าจะขึ้นเขาไปดูสักหน่อยว่าสามารถหาอะไรไปขายได้บ้าน ถ้าอิงจากนิยายแนวทะลุมิติหลายๆ เรื่องนางเอกส่วนมากก็เริ่มต้นจากการเข้าป่าหาสมุนไพรหรือไม่ก็ทำอาหารขายแต่เสี่ยวหลันจื่อรู้ว่าทำอาหารยังไง แต่ไม่ได้อร่อยจนต้องร้องว้าวขนาดนั้น ดังนั้นเรื่องการทำอาหารขายจึงถูกปัดตกไปเสี่ยวหลันจื่อลืมไปเรื่องหนึ่งคือตัวเองไม่ได้ทะลุมิติมาเป็นนางเอก และนางพึ่งจะถูกพระเอกของเรื่องฆ่าตายเมื่อเดือนที่แล้ว“เฮ่อ.....ยังไงก็ลองขึ้นไปดูสักหน่อยได้ไม่ได้ค่อยว่ากันทีหลัง”เสี่ยวหลันจื่อแบกตะกร้าสะพายหลังที่เห็นกันบ่อยๆ ในซีรี่ส์ย้อนยุคของจีนพร้อมด้วยมีดพกขนาดเหมาะมือที่เฒ่าหลิวเคยพกขึ้นเขาประจำและจอบอันเล็กเอาไว้ขุดผักป่าซึ่งเสี่ยวหลันจื่อยังไม่รู้เลยว่าผักป
Read More
บทที่6 เจ้าเป็นตัวอะไร
“ออกมานะ” เงียบ..... เจ้าร่างเล็กๆ สีแดงไม่ขยับนางจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง จึงแอบย่องไปอีกด้านของต้นไม้เพื่อดูว่าเจ้าตัวเล็กนี่คือตัวอะไรทำไมถึงเดินตามนางมาทันทีที่เดินไปถึงสิ่งที่ปรากฏในสายตาของเสี่ยวหลันจื่อคือร่างเล็กกลมป้อมเท่ากำปั้นกำลังใช้ขาหน้าที่ปุกปุยปิดหัวเล็กๆ ของมันอยู่ นางมองด้วยความงงงันปนสงสัยว่า เจ้าตัวเล็กนี่กำลังทำอะไรดูเหมือนมันจะสัมผัสได้ว่ากำลังมีคนมองตัวเองอยู่จึงได้โผล่หัวเล็กๆ ที่มีดวงตาสีแดงกลมโตออกมา สี่ตามองสบประสานชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็หดหัวเข้าไปในอุ้งเท้าหน้าของตนอีกครั้งด้วยท่าทางเขินอายบิดก้นน้อยๆ ไปมาแต่ก็มิวายแอบมองนางเสี่ยวหลันจื่อนั่งลงยอง ๆ ใช้นิ้วจิ้มๆ เจ้าตัวเล็กที่มีลักษณะคล้าย กระรอกดินแต่กลับมีหางยาวเป็นพวงมีอุ้งเท้าปุกปุยเหมือนแมว“แกใช่ไหมที่ตามข้ามา เจ้าตัวเล็ก” เสี่ยวหลันจื่อยังคงใช้นิ้วจิ้มมันอยู่อย่างนั้น เจ้าสัตว์ตัวเล็กที่แสนประหลาด ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเสี่ยวหลันจื่อจึงเลิกสนใจมันแล้วลุกขึ้นเดินออกมา เพราะนางยังมีเป้าหมายคือการหาเงิน จะมาเสียเวลากับสัตว์เล็กๆ อยู่อย่างนี้ไม่ได้เจ้าสัตว์ตัวเล็กเหมือนรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวข
Read More
บทที่7 ขายสมุนไพร
เสี่ยวหลันจื่อลงมาจากภูเขาในตอนบ่ายแก่ๆ แล้ว ด้านหลังมีตะกร้าสมุนไพรที่เก็บมา ในอ้อมแขนยังอุ้มเจ้าสัตว์ตัวเล็กสีแดงเพลิงที่นางพึ่งจะตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวหง เพราะขนมันสีแดงทั้งตัวแม้กระทั่งตาของมันก็มีสีแดงเสี่ยวหลันจื่อเปิดประตูเดินเข้าไปในลานบ้านวางตะกร้าลงแม่เฒ่าสวีที่รอนางกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ ก็รีบเดินมาจับตัวนางหมุนไปหมุนมาเพื่อดูว่านางบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่“ท่านยาย ข้าไม่มีที่ไหนในร่างกายที่บาดเจ็บหรอกนะเจ้าคะ ท่านจับข้าหมุนไปหมุนมาจนเวียนหัวไปหมดแล้ว”“เจ้าเด็กคนนี้นี่ ก็ยายเป็นห่วงเจ้าไม่ใช่หรือไงถึงได้ทำแบบนี้ เอาล่ะ กลับมาเหนื่อยๆ พักผ่อนซะหน่อย หิวหรือไม่ให้ยาย ทำอะไรให้กินสักหน่อยไหม”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าไม่เหนื่อย อีกอย่างข้ากินซาลาเปาที่ท่านยายให้ข้าไปแล้ว” เสี่ยวหลันจื่อบอกแม่เฒ่าสวีแล้วยิ้มอย่างประจบเอาใจ“มาดูสมุนไพรที่ข้าเก็บมาดีกว่าเจ้าค่ะว่าสามารถขายได้หรือไม่” เสี่ยวหลันจื่อหยิบสมุนไพรหลายชนิดออกมาจากตะกร้า อาศัยช่วงที่แม่เฒ่าสวี มัวแต่ดูสมุนไพรหยิบเอาโสมออกมาจากไอเทมบ๊อกของนาง เสียงคุยกันของสองสตรี ดังไปถึงหลังบ้าน เฒ่าหลิวที่กำลังสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่ถึงกับเดิน
Read More
บทที่8 ตามหาศพ
ผู้ดูแลเฉินเดินออกไปด้านหลังของเริ่นโส่วถัง ทะลุสนามหญ้าข้ามไปอีกฝั่งที่มีประตูบานใหญ่สีแดง ด้านในเป็นเรือนสี่ประสาน สวนตรงกลางถูกตกเเต่งอย่างสวยงามผู้ดูแลเฉินเดินเข้าไปในเรือนที่มีห้องหลักอยู่ตรงกลาง กระซิบบอกองครักษ์ร่างใหญ่ที่ยืนเฝ้าหน้าประตู ไม่นานองครักษ์ก็มาตามเขาให้เข้าไปข้างใน ผู้ดูแลเฉินเดินเข้าไปในห้องหลักจากนั้นเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนพื้นมีเบาะนุ่มรองอยู่เขาเอนกายชันเข่าพิงหมอนใบใหญ่ด้วยท่าทางเกียจคร้านผมยาวดำขลับคล้ายกับสีดวงตาที่ทั้งดำและดูลึกลับราวกับยามรัตติกาลไร้ที่สิ้นสุด ถูกรวบเอาไว้ด้านหลังอย่างหลวมๆ ดวงตาคมใต้เรียวคิ้วเข้มหนาที่โก่งรับกับจมูกโด่งเป็นสันสะกดสายตา ใบหน้า คมเข้มด้านข้างมองเห็นสันกรามได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากบางที่เม้นน้อยๆ แลดูเอาแต่ใจ ไรหนวดที่ขึ้นเขียวบางๆ ทำให้ใบหน้าดูหล่อเหลาและยั่วยวนในเวลาเดียวกันลำคอยาวรับกับลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะอย่างพอดี ผิวขาวผ่องดูเรียบลื่นของหน้าอกเลยลงไปถึงหน้าท้องที่มีมัดกล้ามเป็นลอนอย่างสวยงามไม่มากไม่น้อยโผล่พ้นชุดดำที่เปิดอ้าออกคล้ายตั้งใจยั่วยวนผู้ที่ได้พบเห็นมือเรียวยาวที่โผล
Read More
บทที่9 พบพระเอกในนิยาย
ผู้ดูแลเฉินนำทางเสี่ยวหลันจื่อมาที่เรื่อนที่เซียวอี้เหิงพักอยู่หลังจากที่รายงานองครักษ์แล้วนางก็ยืนรอให้เจ้าของห้องอนุญาตให้เข้าพบ“ลึกลับจริงๆ” เสี่ยวหลันจื่อบ่นคนเดียวเบาๆ แต่ผู้ดูแลเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยังได้ยินเขาได้แต่หันมายิ้มแหยๆ ให้นางองครักษ์ที่เข้าไปรายงานออกมาบอกให้เสี่ยวหลันจื่อเข้าไป“ท่านไม่เข้าไปด้วยหรือ” เสี่ยวหลันจื่อหันมาถามผู้ดูแลเฉิน“นายท่านให้เชิญแม่นางเข้าไปคนเดียว ผู้ดูแลเฉินให้รอข้างนอก” องครักษ์เฝ้าหน้าประตูตอบ เสี่ยวหลันจื่อมีท่าทางลังเลเล็กน้อย“แม่นางเจ้าเข้าไปเถอะอย่าให้นายท่านต้องรอนาน ข้าจะรอยู่ข้างนอกนี่แหละ” เสี่ยวหลันจื่อพยักหน้าจากนั้นก็เข้าประตูไปเสี่ยวหลันจื่อเดินเข้าไปในห้องใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างปรานีตงดงาม คิดในใจว่าคนๆ นี้จะต้องร่ำรวยขนาดไหนนะ ของที่ตกแต่งภายในห้องล้วนดูราคาแพง แค่ห้องนี้ห้องเดียวก็ใหญ่กว่าบ้านที่นางอยู่ถึงสามเท่าเสียงเคลื่อนไหวด้านในทำให้ เสี่ยวหลันจื่อหลุดจากความสนใจที่จะสำรวจห้องอันวิจิตรนี้ ด้านหน้าของนางมีฉากกั้นขนาดใหญ่วางอยู่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ข้างใน“แค่มาขายโสมเหตุใดต้องทำให้วุ่นวายขนาดนี้” เสี่ยวหลันจื่อพ
Read More
บทที่10 ฝันถึงนาง
ร่างเล็กในอ้อมแขนของเซียวอี้เหิงขยับเล็กน้อยและค่อยๆ ลืมตาตื่น เขากลัวว่านางจะจับได้ว่าเขาแอบมองนางตอนหลับ จึงหลับตาลงแกล้งหลับต่อไป เสี่ยวหลันจื่อขยับตัวบิดไปมาด้วยความเมื่อยขบ ตอนแรกนางถูกเขานอนกอดอยู่จึงพยายามแกะเขาออกแต่ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน เสี่ยวหลันจื่อเห็นว่าเขาคลายอ้อมกอดแล้วจึงค่อยๆ ลุกขึ้นและย่องออกไปกลัวว่าเขาจะตื่น“ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนป่านนี้ตากับยายคงเป็นห่วงแย่แล้ว”ทันทีที่เสี่ยวหลันจื่อเปิดประตูออกมาก็พบเข้ากับองครักษ์ที่เฝ้าประตูสองคน แต่ไม่พบผู้ช่วยเฉิน“ผู้ดูแลเฉินล่ะ” เสี่ยวหลันจื่อมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา แต่ไม่พบมีเพียงองครักษ์สองคนที่ยืนนิ่งหน้าตายอยู่หน้าประตู“ผู้ดูแลเฉินฝากมาบอกแม่นางว่าไม่ต้องเป็นห่วงตากับยายของท่านเขาจะดูแลให้เอง ถ้าหากว่าท่านออกมาจากห้องแล้วให้ไปพบเขาที่เริ่นโส่วถัง”องครักษ์รูปร่างสูงใหญ่ตอบนางด้วยเสียงเรียบนิ่ง สายตาไม่วอกแวกเหมือนหุ่นยนต์ เสี่ยวหลันจื่อพยักหน้าแล้วเดินจากไปหลังจากเสี่ยวหลันจื่อ เดินออกจากห้องไป เซียวอี้เหิงก็ลืมตาขึ้นดวงตาสีดำนิลเป็นประกายคมกล้ามองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ฉีอู่” เซียวอี้เหิงเอ่ยเรียกเบาๆ ร
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status