เข้าสู่ระบบ๑๖
กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วที่เธอออกมาจากบ้านหลังนั้น แต่คิดเพียงอย่างเดียวคือไม่อยากจับขังในกรงอีกต่อไป เลือกจะออกมาอยู่คนเดียวในเมืองหลวงซึ่งเป็นหอพักใกล้กับโรงเรียนของรวิกานต์ เพื่อสะดวกในการแอบไปหาช่วงวันหยุด
สัปดาห์นี้เธอไปยืนรอเพื่อรับลูกกลับมาอยู่ด้วยกันในห้องเช่า โดยยื่นบัตรประชาชนเมื่อเห็นว่าเป็นนามสกุลเดียวกันจึงยอมปล่อยเด็กออกมาด้วย ไม่ลืมให้ลูกชายโทรไปบอกเขาว่าต้องทำกิจกรรมที่โรงเรียนไม่ได้กลับบ้าน ธนนท์ปภพจึงไม่ได้มารับลูก เธอใช้โอกาสนี้อยู่กันตามลำพังสองคนแม่ลูกเหมือนในอดีต
เดินกลับมายังห้องพักของหล่อนที่ราคาค่อนข้างถูก ยังดีที่มีการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าหอพักเก่า อย่างน้อยก่อนเข้าอาคารก็ต้องมีบัตรเพื่อแสกนเข้าออกเสมอ ผนังห้องก็หนาไม่ค่อยได้ยินเสียงคุยของห้องใกล้กัน เธอจึงรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่คนเดียว
ที่สำคัญคือตอนนี้ตนได้งานใหม่เป็นที่เรียบร้อย ได้เงินรายวันแล้วบางครั้งก็มีเงินพิเศษแถมให้อีกต่างหาก อยู่ใกล้หอพักไม่ต้องเดินไกล ช่วงนี้หล่อนต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเพราะมีอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิดในครรภ์ เพิ่งไปฝากท้องมาเมื่อไม่นานนี้เอง ค่าใช้จ่ายเยอะกว่าเดิมจนต้องพยายามหาเงินเพิ่มและประหยัดในส่วนของตัวเองมากที่สุด
“ทำไมต้องโกหกพ่อด้วยล่ะครับ บอกพ่อไปไม่ได้เหรอว่าเราอยู่ที่นี่” เข้ามาในห้องพักขนาดเล็กที่เธออาศัยคนเดียวก่อนมองรอบห้อง เหมือนความทรงจำย้อนไปตอนอยู่กันสองคน ยิ่งทำให้เด็กน้อยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เลือกจะยังไม่ถาม
กระทั่งถึงเวลารับประทานอาหารแล้วแม่ยกจานออกมาจากโซนครัวที่อยู่ระเบียง ตนเองก็เดินเข้าไปช่วยหยิบจับมานั่งที่กลางห้องตรงปลายเตียงเพื่อกินข้าวกันสองคน
ภาพในอดีตย้อนกลับมายิ่งทำให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอยู่บ้านหลังใหญ่ของพ่อก็ดีแล้ว มารดาจะออกมาอยู่คนเดียวทำไม
“แม่กับพ่อตัดสินใจแยกทางแล้ว พ่อก็ต้องมีชีวิตของพ่อ แม่เองก็มีชีวิตของแม่เหมือนกัน แม่ไม่อยากให้เรื่องของแม่ไปรบกวนชีวิตพ่อน่ะ” ตอบคำถามตามความจริงโดยไม่ได้ขยายความมากกว่านั้น แต่เด็กฉลาดอย่างรวิกานต์ก็ทราบทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เด็กชายทำหน้านิ่วกินข้าวไม่ลง เพิ่งได้กลับมาอยู่แบบครอบครัวแต่ก็ต้องกลายเป็นเด็กบ้านแตกอีกครั้ง น้ำตาคลอเบ้าแล้วเอ่ยเสียงอ้อน
“แล้ว...แม่อยู่กับพ่อไม่ได้เหรอ”
“เรื่องของผู้ใหญ่มันซับซ้อนน่ะลูก แต่ถึงแม่กับพ่อจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเราก็ยังรักรวิเหมือนเดิมนะ” ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรแต่เธอพยายามรักษาน้ำใจของลูกชายเอาไว้ แล้วดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะเข้าใจเป็นอย่างดี จึงไม่ยอมพูดอะไรอีกนอกจากตอบรับเสียงแผ่ว
กระพริบตาปริบไล่น้ำตาออกไป รู้ว่าการร้องไห้ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น ตั้งแต้มาอยู่โรงเรียนประจำเหมือนความคิดจะโตกว่าเดิม มองสิ่งของรอบข้างเป็นระบบและค่อนข้างเข้าใจ ไม่อยากเป็นอีกหนึ่งปัญหาในชีวิตของแม่
“ครับ”
นั่งกินข้าวด้วยกันสองคนแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ถึงจะไม่ชอบการตัดสินใจของผู้ใหญ่แต่ตัวเองเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว พยายามทำตัวให้สดชื่นแต่ก็ยากเพราะใจอยากให้ครอบครัวกลับมากลมเกลียวเหมือนเดิม ทำได้แค่เสียดายเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างหวังเอาไว้
“อยากกินอะไรอีกไหม” ถามลูกชายที่เริ่มเงียบไปหลังจากคุยเรื่องโรงเรียนให้ฟัง
“ไม่แล้วครับ” ส่ายหน้าทันที
“งั้นแม่ไปล้าง...” อาหารตรงหน้าหมดแล้วจึงคิดจะเอาไปล้าง แต่เหมือนลูกชายจะไวกว่ารีบเอ่ยอาสารวดเร็วไม่อยากให้แม่ลำบาก
“ผมไปล้างเอง แม่พักผ่อนดีกว่า” เธอเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มด้วยความเอ็นดู พยักหน้าแล้วยกมือขึ้นลูบหัวเด็กชาย ตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่นี่เหมือนลูกของตนจะเป็นเด็กมีวินัยขึ้นกว่าเดิม ปกติก็เป็นเด็กน่ารักอยู่แล้ว ตอนนี้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวจนนึกภูมิใจ มองรวิกานต์แววตารักใคร่
อยากให้ตัวเล็กเท่านี้ตลอดไปแต่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เดี๋ยวลูกก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
“ขอบคุณครับ ลูกชายแม่เก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ” พูดจบก็ช่วยกันยกจานชามออกไปไว้ระเบียงแล้วล้างให้สะอาดก่อนคว่ำไว้ข้างนอก เธอกลับมาเก็บกวาดห้องแล้วถูพื้นอีกครั้งจนห้องสะอาด ค่อยบอกลูกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ถึงห้องจะมีขนาดเล็กกว่าบ้านของธนนท์ปภพแต่ก็มีความสุขเพราะไม่ต้องถูกกักขังเอาไว้ ทั้งยังมีลูกอยู่ด้วยยิ่งมีความสุขมากกว่าเดิม
อิสระที่โหยหาได้รับมันแล้ว...
“มานอนเร็วลูก” ถึงเวลานอนก็รีบกวักมือเรียกเด็กน้อย
ได้นอนเตียงเดียวกันก่อนที่อัญชิสาจะกอดบุตรชายเอาไว้ด้วยความรัก ยังไม่ได้บอกเรื่องน้องให้อีกฝ่ายทราบ คิดว่าจะค่อยพูดทีหลังเมื่อตัวเองพร้อมกว่านี้
“รักแม่นะครับ” ทุกคืนมักจะบอกรักกันเป็นปกติอยู่แล้ว เธอเองก็ยกยิ้มแล้วบอกลูกกลับเช่นเดียวกัน
“แม่ก็รักรวิครับ”
คืนนั้นเธอนอนหลับสนิทไม่ฝันถึงสิ่งใด ทำให้ตื่นเช้ามาค่อนข้างสดชื่นกว่าทุกครั้ง ถึงเวลาเก็บของให้ลูกชายเพื่อกลับโรงเรียนเพราะอยู่ห้องหล่อนมาสองวันแล้ว พากันจับจูงมือแล้วลากกระเป๋าเข้ามาในโรงเรียนขนาดใหญ่
“กลับโรงเรียนแล้วก็ตั้งใจเรียนด้วยนะลูก” เธอหยุดยืนก่อนถึงจุดตรวจนักเรียนที่มีคุณครูมายืนคอยรับและเช็คของก่อนเข้าห้อง
“ครับแม่ ผมจะตั้งใจเรียนแล้วเอาที่หนึ่งมาฝากแม่” ยิ้มกว้างขณะที่บอกด้วยความมุ่งมั่น มีพ่อเป็นตัวอย่างแล้วก็มีแม่คอยให้กำลังใจ เชื่อว่าตัวเองต้องทำได้อย่างแน่นอน แต่คนฟังกลับไม่อยากให้ลูกเครียดกับอันดับจนเกินไป
“ไม่ต้องที่หนึ่งหรอก แค่ไม่เกเรก็พอแล้ว”
“ครับ ไปแล้วนะครับ สวัสดีครับ” ยกมือไหว้แม่แล้วรีบเดินเข้าไปให้ครูตรวจเช็ค ไม่ลืมหันมาโบกมือลาแม่อีกครั้ง ค่อยเดินเข้าไปในอาคารส่วนเธอมองลูกไปจนลับสายตาถึงได้เดินออกจากโรงเรียน โดยไม่รู้ว่ามีคนตาม
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล





![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

