เข้าสู่ระบบก่อนแวะเข้าร้านขายของแล้วเห็นประตูด้านหลังเปิดออกซึ่งเชื่อมกับร้านอาหารที่เธอทำงาน จึงใช้ช่องทางนั้นโดยไม่ได้เดินออกมาข้างนอกอีก มาถึงร้านอาหารส้มตำซึ่งเป็นที่ทำงานใหม่ของตนก็วางของลงบนโต๊ะด้านหลัง สวมผ้ากันเปื้อนเตรียมทำงานทันที
ร้านป้าไก่อยู่ด้านหลังหอพัก เคยเป็นบ้านของท่านแต่ปรับเปลี่ยนด้านหน้ากลายเป็นร้านอาหาร ขายส้มตำไก่ย่างและอาหารอีสาน ทำคนเดียวหมดทุกอย่างเพิ่งจ้างคนล้างจานใหม่ แล้วก็ได้อัญชิสามาช่วยงานครัวทั้งยังรับออเดอร์และเสิร์ฟอาหาร ช่วยท่านได้มากทีเดียว
“เดี๋ยวอัญช่วยจ้ะป้า” ตรงเข้าไปถือจานอาหารเตรียมนำไปเสิร์ฟ ลูกค้าเยอะแต่เช้าเพราะเป็นวันหยุด
“ฝากด้วยนะลูก วันนี้คนเยอะคงต้องเดินบ่อยหน่อย” เห็นอย่างนั้นก็รีบบอกหลานสาว เธอพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ
“ค่ะ”
เดินไปรับเสิร์ฟอาหารแล้วรับออเดอร์โต๊ะข้างเคียง เพิ่งท้องไม่กี่สัปดาห์ทำให้หน้าท้องยังแบนราบ มองไม่ออกด้วยซ้ำว่าหล่อนกำลังตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้องดีขึ้นตามลำดับไม่ค่อยมากเท่าไหร่ จะมีบ้างก็พยายามพพกยาดมเข้าช่วย ส่วนมากจะเป็นอาหารง่วงนอนหรือวิงเวียนศีรษะ เรื่องอาหารก็หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์อย่างหมูหรือไก่ดิบ ถ้าทำจนสุกก็สามารถกินได้เพียงแต่บางครั้งก็ผะอืดผะอม
หล่อนจึงเลือกจะกินเพียงข้าวต้มกับไข่เจียวหรือไข่ต้มเท่านั้น เป็นการหลีกเลี่ยงอาการแพ้ท้องได้ดีที่สุด เสริทพวกผักและผลไม้บ้างในบางวัน
“รับอะไรดีคะ” เข้าไปถามลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ รีบเขียนออเดอร์ลงสมุดแล้วนำไปให้ป้าไก่ที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าครกขนาดใหญ่ เธอทวนรายการแล้วไปพลิกไก่พร้อมออกมาสับแล้วนำไปเสิร์ฟ ทำแข่งกับเวลาแล้วไม่มีพลาดเลยสักครั้ง
“สั่งส้มตำหน่อยค่ะ”
“ได้ค่ะ!” รีบหยิบสมุดเล็กแล้วเดินไปรับเมนู
ใบหน้ายิ้มแย้มของหล่อนทำให้ลูกค้าที่อารมณ์ค่อยเย็นลง ไม่เคยถูกเหวี่ยงใส่สักครั้งและค่อนข้างมีทักษะในการพูดคุยพอสมควร ป้าไก่รู้สึกดีใจที่ได้หล่อนมาช่วยงาน
ทำงานทั้งกว่าจะได้นั่งพักก็บ่ายแก่แล้ว อาหารหมดเกลี้ยงพร้อมกับโต๊ะที่เก็บเรียบร้อยแล้วแขวนป้ายปิดร้าน เธอชอบทำงานนี้เพราะนอกจากจะได้เงินรายวันยังเลิกงานเร็วอีกต่างหาก ไม่ถึงสี่โมงเย็นก็ได้เลิกงานจึงมีเวลาทำงานอดิเรกอย่างอื่น
“เป็นไงบ้างอัญ เหนื่อยไหมวันนี้” เดินนั่งลงที่แคร่หน้าบ้านซึ่งติดกับร้าน ดื่มน้ำหวานชื่นใจรู้สึกหายเหนื่อยทันที
“เหนื่อยค่ะแต่มีความสุข” เธอตอบตามความจริง ป้าไก่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มให้คนอายุน้อยกว่า แล้วยื่นเงินตามค่าแรงไปให้
“เงินวันนี้นะลูก ขอบใจมากนะที่มาช่วยป้าขายของ ป้าทำคนเดียวไม่ไหวแน่” เพิ่มเงินให้เธอเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเหนื่อยแค่ไหน จากปกติจะได้สี่ร้อยบาทก็เพิ่มเป็นห้าร้อย แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะอย่างไรตนก็ไม่ได้ขัดสน เปิดร้านพอให้คลายเหงาเพราะลูกไปทำงานต่างประเทศก็ส่งเงินมาให้ใช้ตลอด
“เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” เธอลุกจากแคร่เตรียมจะกลับห้องไปพักผ่อน
“อ่ะ หนูขอมาสายหน่อยนะคะ พอดีจะไป...ทำธุระน่ะค่ะ” เกือบลืมเรื่องที่ต้องไปตรวจครรภ์ในแต่ละเดือนตามนัดหมอ จึงรีบหันมาบอกโดยไม่ได้ขยายความ เธอยังไม่ยอมบอกความจริงว่าตัวเองตั้งครรภ์ กลัวจะถูกเลิกจ้าง
“ได้สิ ว่างตอนไหนก็มา แต่ถ้าจะไม่มาโทรบอกป้าหน่อยนะเผื่อหาคนอื่นมาช่วย”
“ค่ะ”
พยักหน้าทันทีแล้วยกมือไหว้ท่านเป็นการขอบคุณ ค่อยกลับไปพักผ่อนแล้วเลือกจะถักชุดขนาดเล็กเพื่อขายออนไลน์ มักจะมีกลุ่มแฟนคลับที่ซื้อตุ๊กตาศิลปินมาชื่นชม เธอเห็นช่องทางในการทำเงินด้วยการถักเสื้อผ้าชิ้นเล็กสำหรับตุ๊กตา ขายดีพอสมควรจนมีคนมาต่อคิวสั่งซื้อพร้อมโอนเงินเรียบร้อยแล้ว
เก็บเล็กผสมน้อยต่อไป ยังต้องเลี้ยงอีกชีวิตที่กำลังจะเกิดมา...
ขณะเดียวกันคนที่เพิ่งทราบความจริงหมดทุกอย่างก็กำลังฟังรายงานเรื่องของหล่อนจากคนสนิท เขารู้ว่าถึงเธอจะไปจากบ้านหลังใหญ่แต่ไม่มีทางทิ้งลูกชายอย่างแน่นอน ถึงวันที่เด็กน้อยต้องกลับบ้านจึงให้คนไปเฝ้า แล้วพบว่าอัญชิสาไปรับลูกจริงอย่างที่คิดเอาไว้
“คุณอัญไปรับคุณรวิที่โรงเรียนครับ” ฟังรายงานพร้อมขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพียงแค่ตั้งข้อสังเกตจากคำบอกเล่าของบุตรชาย
“ไหนรวิบอกว่าจะอยู่ซ้อมกีฬา ไม่เห็นบอกว่าแม่ไปหา”
“ชื่อที่เซ็นรับเป็นชื่อของคุณอัญครับ” เอกสารชัดเจนบ่งบอกว่าคนที่ไปรับลูกคือหล่อน หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความตื่นเต้นแม้ใบหน้าจะยังนิ่งเฉยก็ตาม ตอนนี้รู้แล้วว่าหล่อนไม่ได้ไปไหนไกล ใช้เวลาไม่นานคงจะทราบว่าหญิงสาวอยู่ที่ใด
“ตามไปดูหรือเปล่าว่าอัญอยู่ที่ไหน” ถามเสียงเรียบแต่คนที่ทำงานพลาดนึกกังวล สุดท้ายก็ต้องตอบตามความจริง
“ตามแล้วเขาแต่ว่าขลาดกัน เหมือนว่าคุณอัญจะค่อนข้างระวังตัวแต่ผมสั่งให้คนค้นหาแถวโรงเรียนคุณรวิแล้ว คิดว่าอีกไม่นานน่าจะพบครับ” เขาพยักหน้าเข้าใจไม่ได้กดดันแต่อย่างใด เพราะทราบดีว่าอีกฝ่ายคงทำสุดความสามารถแล้ว
“ได้เรื่องยังไงก็บอกผมด้วย”
“ครับ”
คาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีในเร็ววัน เพราะเขารู้ว่าตัวเองจะต้องได้เจอหล่อนอย่างแน่นอน...
แม้จะเคยผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วแต่ก็ยังไม่ชินกับการตื่นมาพร้อมอาการพะอืดพะอมต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ แค่เริ่มต้นวันก็รู้สึกไม่สบายตัวแล้ว เมื่อคืนนอนดึกทั้งยังผวาตื่นกลางดึกเพราะฝันว่าเขามาตามตัวกลับ ถูกขังไว้ในกรงไร้ซึ่งอิสรภาพ ตื่นขึ้นมาเธอจึงเพลียจนแข้งขาอ่อนแรงนั่งลงบนพื้นอาเจียนจนแทบหมดไส้หมดพุง
“อ้วก” เหนื่อยจนลุกไม่ไหว นั่งอยู่สักพักค่อยลุกไปล้างปากแล้วแปรงฟัน รู้สึกหมดเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตแต่ก็ต้องฝืนไปทำงานเพราะต้องการเงิน เจอหน้าป้าไก่ก็ถูกทักทันที กลัวว่าหญิงสาวจะทำงานไม่ไหวแทบจะให้กลับไปพักแต่เธอก็ยังฝืนทำงานเหมือนเดิม
แย้มยิ้มให้ลูกค้าแล้วเดินไปรับออเดอร์เหมือนทุกวัน แต่ยิ่งฝืนเท่าไหร่ก็เหมือนว่าแทบจะยืนไม่ไหว ป้าไก่เห็นอย่างนั้นก็หันมาถาม
“ไหวหรือเปล่าลูก วันนี้หนูหน้าซีดนะ” รีบเข้ามาประคองอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไหว” เธอยืนยันคำเดิม วันนี้ลูกค้าบางตาไม่ค่อยเยอะเหมือนวันก่อน จึงอยากช่วยสุดความสามารถ
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







