หน้าหลัก / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๖ กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน (๔)

แชร์

๑๖ กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน (๔)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:44:02

“ป้าคะ หนูเอาน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋มาให้ค่ะ ส่วนนี่ค่าเช่าหน้าร้านนะคะ” ไม่เพียงแต่ให้ของกินยังยื่นเงินให้อีกต่างหาก ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับส่ายหน้าแล้วรับมาแค่ของกินเท่านั้น รู้ว่าอัญชิสากำลังลำบากในการหาเงินเพื่อเลี้ยงลูกลำพัง

            “ไม่เอา ป้าให้ขายฟรีจะมาเช่าอะไรล่ะ...แค่น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ทุกวันก็พอแล้วลูก” เธอจำต้องเก็บเงินเอาไว้แล้วยกมือไหว้คุณป้าที่ใจดีกับตนมากขนาดนี้ ไม่นึกเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะได้มิตรภาพที่ดี ถึงกับมองท่านน้ำตาซึม

            “ขอบคุณค่ะ...ขอไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วจะมาช่วยขายส้มตำนะคะ” มองเวลาก็พบว่ายังไม่สายมากนัก เธอสามารถงีบหลับได้จึงรู้สึกดีมากกว่าเดิม

            “จ้า”

            ขึ้นไปบนห้องของตัวเองแล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กินช้าวพอคลายหิวก่อนกินยาตามหมอสั่ง จากนั้นจึงพักผ่อนเกือบชั่วโมงครึ่งค่อยลงมาช่วยร้านขายส้มตำด้านล่าง คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ในช่วงเช้าเธอก็ปิ้งไก่และย่างปลาไปตามหน้าที่ สลับกับเดินไปรับออเดอร์

            หญิงสาวไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาในร้าน ใส่หมวกกับเสื้อฮู้ดปิดบังใบหน้า กางเกงขายาวกับเสื้อแขนยาวที่ปิดบังเนื้อตัว หล่อนไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายมองเธอผ่านแว่นตาสีดำแทบตลอดเวลา แต่เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามารับเมนูกลับหลบหน้า

            “รับอะไรดีคะ”

            “ตำป่า ไก่ย่าง ต้มแซ่บแล้วก็ข้าวเหนียวสองกล่อง” ผู้ชายอีกคนเป็นฝ่ายเอ่ยสั่ง ตอนนี้งานค่อนข้างยุ่งทำให้ตนจดเมนูอย่างเดียวไม่ได้มองหน้าลูกค้า

            “น้ำบริการตัวเองได้เลยนะคะ” ผายมือไปยังส่วนของน้ำเปล่าที่ให้อีกฝ่ายเดินไปบริการตัวเอง เขาเห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วยิ้มรับ

            “ครับ” เธอเลือกจะเดินกลับไปทำอาหารให้ลูกค้า สาละวนอยู่หน้าเตาจนไม่สนใจว่าชายใส่ฮู้ดกำลังจ้องตนทุกอิริยาบถ เขาเม้มปากแน่นเพื่อข่มความเสียใจที่เคยกระทำร้ายกาจต่อผู้หญิงตรงหน้า

            เธอที่อยู่ในบ้านหลังใหญ่มีคนอำนวยความสะดวกทุกอย่างแต่แววตากลับเศร้าหมองหดหู่

            ต่างจากเวลานี้ที่เดินเหนื่อยสายตัวแทบขายกลับแย้มยิ้มแววตาเป็นประกาย...

            “อาหารมาแล้วค่ะ ตำป่า ต้มแซ่บแล้วก็ไก่ย่าง ทานให้อร่อยนะคะ” รอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟทีล่ะอย่าง จนครบแล้วจึงยิ้มให้คนทั้งสองแล้วชะงักเมื่อรู้สึกว่าคุ้นกับคนที่สวมฮู้ดแล้วก้มหน้าตลอดเวลา อยากเอ่ยถามแต่ถูกเรียกเสียก่อนจึงต้องไปบริการโต๊ะอื่น

            “ขอช้อนใหม่หน่อยค่า”

            “ค่ะ!” เธอเดินไปหยิบช้อนใหม่ให้ลูกค้า

            แม่ค้ายังเดินวนเวียนไปมาเพื่อบริการลูกค้า แย้มยิ้มมีความสุขกับสิ่งตรงหน้า เหมือนว่าการได้เงินเพิ่มจะทำให้เธอกับลูกมีความสุข หนูน้อยในท้องไม่งอแงเลยสักนิดทั้งยังกระปรี้กระเปร่าอีกต่างหาก

            “ขอโทษครับ ห่อให้หน่อยได้ไหม ผมกับเพื่อนมีธุระต้องไปที่อื่นน่าจะกินไม่ทัน” เธอเดินเข้ามามองอาหารที่ยังไม่ได้แตะสักอย่าง ก่อนพยักหน้าพร้อมโปรยยิ้มการค้า

            “ได้ค่ะ สักครู่นะคะ” เธอนำอาหารทั้งหมดออกจากโต๊ะแล้วห่อใส่ถุงเรียบร้อยเพื่อจะได้นำไปให้ลูกค้าที่สั่งกลับไปกินบ้านโดยไม่บ่นสักคำว่าเพิ่มหน้าที่ให้ตัวเอง

            “ครบแล้วค่ะ” กลับมาอีกครั้งพร้อมอาหารเต็มมือ คนที่สวมชุดไปรเวทธรรมดาหยิบของไปจากมือเธอ พร้อมกับจ่ายเงินค่าอาหารเป็นแบงค์ใหญ่จนเธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะจ่ายเยอะขนาดนี้

            “นี่ค่าอาหารครับ ไม่ต้องทอนนะเอาไปหมดนั่นแหละถือเป็นทิป” หล่อนนิ่งอึ้งไม่กล้ารับเงิน ขณะสบตาคนจ่ายที่พยายามดันเงินให้หล่อนเช่นเดียวกัน

            “อ่ะ แต่มันเยอะ...ขอบคุณค่ะ” พูดไม่ทันจบสองหนุ่มก็เดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว ปล่อยเธอเอาไว้กับความมึนงงที่ได้รับทิปเยอะขนาดนี้

            “อะไรเหรอลูก” เดินไปหาป้าไก่แล้วยื่นเงินให้ท่าน

            “เขาให้เงินค่าอาหารเยอะมากเลยค่ะ อาหารแค่สองร้อยเจ็ดสิบแต่เขาให้มาตั้งหนึ่งพัน จะทอนเงินก็ไม่เอาบอกว่าเป็นทิป พวกมิจฉาชีพหรือเปล่าป้า” นึกกังวลจนคิ้วแทบขมวดเป็นปม ท่านเห็นอย่างนั้นก็อดจะเอ็นดูหล่อนไม่ได้

            “ไม่หรอก เขาคงรีบนั่นแหละ ไว้เขามารอบหน้าเราค่อยคืนก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็ทำกับข้าวให้เขาเยอะหน่อย”

            กลัวว่าจะจำอีกฝ่ายไม่ได้น่ะสิ...

            “ค่ะ”

            แต่เธอก็เก็บเงินเอาไว้แล้วไปบริการลูกค้าคนอื่น ไม่สังเกตว่ามีคนแอบมองตัวเองอยู่ในรถยนต์ซึ่งจอดหน้าร้าน ดวงตาคมมีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคิดถึง

            คิดถึงเธอมากเหลือเกิน...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status