เข้าสู่ระบบ“บอกแล้วไงว่าพี่หนึ่งเป็นของอร” พูดเสียงเข้มแล้วส่งสายตาโกรธเคืองให้คนอายุมากกว่า โดยที่เธอไม่คิดจะอ่อนข้ออีกต่อไป เลือกตอบกลับแล้วสบตากับคนอายุน้อยกว่า เพราะเธอเป็นคนที่ถูกเขาบอกรักไม่ใช่น้องสาว
หล่อนเริ่มมั่นใจในตัวเองและอยากเอาคืนบ้าง หลังจากที่ยอมมาตลอด...
“พี่หนึ่งไม่ใช่ของใครทั้งนั้น”
“ของอร!” ตะโกนกลับเสียงดัง คว้าช่อดอกไม้ของหล่อนไปแต่อัญชิสาก็ไม่ยอมทำให้ต้องยื้อแย่งกันอยู่แบบนั้น ก่อนที่ดอกไม้ช่อสวยจะหล่นลงบนพื้น แล้วอรสินีก็ใช้เท้าเหยียบขยี้อย่างแรงจนดอกทิวลิปหลงเหลือเพียงแค่กลีบที่ช้ำจากการถูกเหยียบ
เหมือนหัวใจของหล่อนที่แหลกสลายไปด้วย ค่อยเงยหน้ามามองน้องสาวแล้วความอัดอั้นในใจก็ระเบิดออก
“เขาไม่ได้รักเธอ! ตื่นจากความฝันบ้างเถอะอร พี่หนึ่งรักพี่ไม่ใช่เธอ หยุดเอาแต่ใจตัวเองได้แล้ว” จับไหล่ทั้งสองข้างของน้องแล้วเขย่าเพื่อเรียกสติ ก่อนผลักอีกฝ่ายอย่างแรงจนอรสินีเซไปชนกับผนังห้อง แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมพี่สาวสักนิด
“พี่อัญว่าอรเหรอ!” ตรงเข้ามาผลักอัญชิสาทันที แต่คราวนี้คนที่โดนกระทำมาตลอดไม่คิดจะยอมแพ้ จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องพร้อมตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธแค้น ถ้าทำได้ก็อยากตบหน้าเพื่อเรียกสติน้องสาวเหมือนกัน
“ใช่! ว่าเธอนั่นแหละ ตื่นจากฝันสักที!” ตรงเข้ามาผลักอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกจากบ้าน ได้ยินเสียงกรีดร้องของอรสินีที่ดังออกมาข้างอนก หล่อนไม่คิดจะหันกลับไปมองแล้วเลือกเดินให้เร็วที่สุดเพราะกลัวน้ำตาจะไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเอง
“กรี๊ดดดด!”
“จะไปไหนกลับมานี่เลยนะ กลับมา!” น้องสาวตะโกนไล่หลังซึ่งเธอก็รีบยกมือปาดน้ำตา เดินออกจากบ้านลัดเลาะตามซอยจนมายืนอยู่หน้าหมู่บ้านโดยในหัวว่างเปล่า ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหน เพื่อนสนิทก็คงไม่ว่างแล้วตนก็ไม่ได้มีเพื่อนเยอะ
คนเดียวที่คิดถึงในตอนนี้ก็คือเขา...ธนนท์ปภพนั่นเอง
“พี่หนึ่งอยู่ไหนคะ อัญขอไปหาได้ไหม” พวกเขาแลกเบอร์กันหลายวันแล้วแต่หล่อนไม่เคยโทรไปรบกวนสักที นี่จึงเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเป็นฝ่ายติดต่อเขา รอไม่นานปลายสายก็รับจึงรีบถามโดยไม่เอ่ยทักทายเพราะร้อนใจเกินกว่าจะแนะนำตัว อีกอย่างเขาก็น่าจะรู้ว่าเป็นหล่อน
“เดี๋ยวพี่ออกไปหาเอง อัญอยู่ไหน” ไม่มีการถามว่าเกิดอะไรขึ้นแค่ฟังเสียงก็น่าจะรู้แล้วว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน
เธอบอกจุดที่ตนอยู่ในตอนนี้แล้วรอเขาอยู่หน้าป้อมยาม ใช้เวลาเพียงไม่นานรถยนต์ที่คุ้นตาก็มาจอดอยู่ตรงหน้า ร่างหนาลงจากฝั่งคนขับก่อนเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าตระหนก จดจ้องใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้น” แค่เห็นเขาก็ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นทันที ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูง อยากโผกอดเขาก็ห้ามตัวเองเอาไว้สุดความสามารถ เงยหน้าเพื่อจะได้สบตากับคนตัวสูง แล้วตอบตามความจริงแต่ไม่ได้อธิบายทั้งหมด
“แค่ทะเลาะกับที่บ้านนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้ไม่มีที่ไปเลยอยากขออยู่กับพี่ได้ไหม” ไม่สนใจเรื่องความเหมาะสม สิ่งเดียวที่คิดออกตอนนี้คือหนีให้ไกลจากบ้านที่สร้างรอยแผลใหญ่ไว้ให้ตัวเอง โดยที่เธอมีเขาเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
และดูเหมือนชายหนุ่มจะต้อนรับเธอเต็มที่ เข้ามาโอบกอดคนที่กำลังอ่อนแอเอาไว้ ส่วนเธอก็ยืนนิ่งให้เขากอดพร้อมปล่อยน้ำตาให้รินไหล
“ได้ ไปพักที่บ้านพี่ก่อนก็ได้...แต่พ่อกับแม่ไปต่างจังหวัดนะ” ไม่รู้ว่าจะพูดทำไมแต่เขาก็พูดออกไปแล้ว เพื่อให้หล่อนตัดสินใจว่าจะไปหรือเปล่า ถึงบ้านของตนจะมีแม่บ้านและคนสวนคนรถอยู่อีกเกือบยี่สิบคน แต่ว่าบนเรือนใหญ่ก็ไม่อนุญาตให้เข้าออกยามค่ำคืน ทำให้บ้านทั้งหลังจะมีพวกเราเพียงแค่สองคนเท่านั้น
เขาจึงถามความสมัครใจของเธอ แล้วอัญชิสาก็ตอบไปตามตรง ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
“ค่ะ” พยักหน้ารวดเร็ว เขาจึงได้พาเธอมานั่งบนรถตรงเบาะข้างคนขับ
มีไม่บ่อยที่ตนจะทำหน้าที่สารถี แต่ทุกครั้งยามหล่อนขึ้นบนรถก็ต้องทำหน้าที่นั้นตลอดเพราะอยากขับรถให้เธอนั่งคนเดียว
อัญชิสาอยู่ในอาการเศร้าจึงไม่ได้มองบรรยากาศรอบข้าง รู้ตัวอีกทีรถก็จอดลงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่บ่งบอกถึงฐานะเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ตระหนักรู้ในวินาทีนั้นเองว่าตัวเองต่างกับเขามากเพียงใด ใบหน้ายิ่งเศร้าหมองมากกว่าเดิม
ถูกเชิญเข้ามาในบ้านพร้อมกับพาขึ้นไปชั้นสองแล้วเลือกห้องรับแขกที่ไม่มีคนเข้ามาพักมานานให้แก่หล่อน กว้างขวางหรูหรากว่าห้องนอนที่บ้านของเธออีก ชุดนอนก็เป็นเสื้อยืดกับกางเกงของเขาที่ยังไม่ได้ใส่ ชายหนุ่มนำอาหารมาเสิร์ฟให้หล่อนถึงบนห้อง ก่อนปล่อยหญิงสาวอยู่คนเดียว ถึงจะอยากถามเรื่องทั้งหมดก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่พร้อมจะบอก
“นมอุ่นครับ” ถึงเวลาเข้านอนก็มาเคาะประตูห้องพร้อมกับนำนมอุ่นมาเสิร์ฟถึงที่
“ขอบคุณนะคะ” รับนมมาดื่มจนหมดแก้วแล้วคืนให้แก่เขา สบดวงตาคมแล้วก็ยิ้มจนตาปิดให้อีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้ง
“ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม” นึกเป็นห่วงจึงได้ถามขึ้นแต่ถูกเธอปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรค่ะ” ส่ายหน้าเชื่องช้า แค่มานอนที่นี่ก็รบกวนอีกฝ่ายมากพอแล้ว
“ฝันดีนะอัญ” คิดจะเดินกลับห้องในตอนแรกแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาบอกหญิงสาว พร้อมยกมือลูบศีรษะมนด้วยความเอ็นดู ทั้งสองสบตากันนิ่งก่อนเขาจะยอมปล่อยเธอให้เข้าห้อง ถึงจะเสียดายเพราะอยากมองใบหน้าสวยให้นานกว่านี้แต่ก็รู้ดีว่าหล่อนต้องการเวลา
จึงไม่อยากเร่งรัด เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วตนจะเป็นฝ่ายถูกเลือกแน่นอน...
การที่หล่อนไปนอนบ้านเขาทำให้สามารถไปส่งหญิงสาวถึงสถานศึกษาได้โดยไม่ลืมแวะไปส่งเธอหน้าบ้านเพื่อเก็บข้าวของตอนคนในครอบครัวไม่อยู่ อัญชิสาบอกว่าขออาศัยบ้านเขาหนึ่งสัปดาห์เพื่อใช้เวลาในการตั้งหลัก แล้วจะกลับไปเผชิญกับความจริง
ซึ่งตนก็ไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น...
แต่คิดว่าคงจะหนักสำหรับหล่อนพอสมควร ไม่อย่างนั้นคนที่แข็งแกร่งคงไม่ร้องไห้ให้กันเห็นหรอก คิดแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ดีจังเลยได้มาทำงานพร้อมกัน” ยิ้มมีความสุขหลังจากไปรับเธอมาที่โรงแรมเพราะหญิงสาวไม่มีรถมอเตอร์ไซค์และเพื่อนที่มักจะมาด้วยกันก็ไม่ว่าง หน้าที่สารถีจึงตกเป็นของธนนท์ปภพไปโดยปริยาย แล้วเขาก็มีความสุขเป็นอย่างมาก
เธอเดินเข้ามาในโรงแรมกับผู้บริหารระดับสูง พนักงานหลายคนหันมามองอย่างสนใจ จนหล่อนนึกกังวลจึงได้ถาม กลัวว่าบุพการีของเขาจะทราบว่ามายุ่งกับผู้หญิงอย่างหล่อน นอกจากไม่มีประโยชน์ใดให้ชายหนุ่มแล้วยังจ้องจะเกาะเป็นปลิงอีกต่างหาก
คิดแล้วก็ได้แต่นึกสมเพชตัวเอง...
“อัญไปรบกวนแบบนี้พ่อกับแม่พี่ไม่ว่าเหรอคะ”
“ไม่หรอก ท่านไปต่างประเทศอีกสัปดาห์กว่าจะกลับ อีกอย่างพี่ก็บอกพวกท่านแล้ว แม่ยังบอกเลยว่าอยากรีบกลับมาเจออัญ” เพิ่งทราบว่าพวกท่านออกนอกประเทศเมื่อช่วงเช้านี้เอง นึกว่าไปเยี่ยมเพื่อนที่ต่างจังหวัดแล้วจะกลับวันนี้
แต่เหมือนบิดาจะพาภรรยาสุดที่รักไปท่องเที่ยวเพราะฝากงานทุกอย่างไว้กับเขาหมดแล้ว ชายหนุ่มยินดีเป็นอย่างมากที่จะทำงานแล้วให้พวกท่านได้พักผ่อนเที่ยวอย่างมีความสุข อีกทั้งเขายังอยากใช้เวลากับอัญชิสาตามลำพังในบ้านของเรา
คล้ายคู่รักข้าวใหม่ปลามันเลย...ตอนนี้ก็รอเพียงแค่ให้หล่อนตอบรับการขยับสถานะของเราเท่านั้น
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







