เข้าสู่ระบบปรเมศวร์ขอให้กลวัชรช่วยดูแลญาตาวีกับลูกสาวจนกว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่จะเข้าที่เข้าทาง ตากลก็เหลือเกิน ดูแลดีจนไม่กลับบ้านช่อง ไปขลุกอยู่บ้านหลังนั้นทุกวัน ไม่รู้ว่าสนใจลูกหรือแม่กันแน่
“แวะไปเล่นกับหลานนิดหน่อยครับ”
ช่วงเดือนแรกดูแลเพราะปรเมศวร์ขอร้อง แต่เข้าสู่เดือนที่สองชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ว่ามีเหตุผลอะไรลึกซึ้งกว่านั้นหรือเปล่า กลวัชรหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลย หญิงสาวเคยเป็นภรรยาปรเมศวร์มาก่อน เขาสนิทกับปรเมศวร์เกินกว่าจะผิดใจกันด้วยเรื่องทำนองนี้ แต่จะตัดใจไม่ไปบ้านหลังนั้นเลยเขาก็ทำไม่ได้ สารพัดความรู้สึกจุกแน่นกลางอก กลวัชรรวบช้อนส้อมคว้าเอาแก้วน้ำเย็นชื่นใจมาดื่มแก้กลุ้ม
“ผมนัดกับพี่ปลื้มไว้ เขาให้ผมไปเจอที่บ้านน้องญาหลังเลิกงาน แต่พอไปถึงกลับไม่เจอ ไม่รู้ว่าหายไปไหน ติดต่อก็ไม่ได้”
“ติดงานด่วนหรือเปล่า จากตั้งใจว่าจะมาเลยมาไม่ได้”
“แต่ตอนที่คุยกัน พี่ปลื้มบอกผมว่าตอนนี้เขาอยู่เชียงใหม่”
“ขอให้มาช้าเพราะติดธุระ อย่ามีเหตุขัดข้องอย่างอื่นเลย”
ภาวนาถึงหลานชายอีกคน ที่รักไม่ต่างจากหลานในสายเลือด บ้านหลังนี้มีห้องนอนส่วนตัวปรเมศวร์ คิดดูเองเถอะรักมากขนาดไหน ปรเมศวร์คบหาเป็นเพื่อนกันต์ดนัยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น เข้านอกออกในไร่ชาอรุณรุ่งราวกับสวนหลังบ้าน มาทุกปี ปีละหลายหน ปัญหาภายในบ้านปรเมศวร์มีอะไรบ้างย่าสมสมัยรู้หมด
“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณย่า พี่ปลื้มเขาอารมณ์ผีเข้าผีออกอย่างนี้ประจำอยู่แล้ว สบายใจเมื่อไหร่ ก็คงจะมาของเขาเอง” กลวัชรรีบพูดแทรก ไม่อยากให้คุณย่าจินตนาการถึงเหตุการณ์เลวร้าย
“ผมเห็นด้วยกับน้อง เออ! กล นายไปบ้านหลังนั้นบ่อย เมื่อไหร่จะชวนน้องญากับลูกมาเที่ยวในไร่ของเรา ลูกสาวน้องญากับลูกๆ พี่เข้าเรียนโรงเรียนเดียวกัน ถ้าได้รู้จักกันไว้ก่อนเจอที่โรงเรียนจะได้มีเพื่อน” กฤตพลเปลี่ยนเรื่องไม่อยากให้คุณย่าเครียด
“รสก็อยากเจอน้องญาค่ะ” รสรินสนับสนุนความคิด
“พี่กลชวนน้องมาเที่ยวไร่สิคะ อยู่แต่บ้านเฉาตาย พี่ปลื้มแต่งงานจนหย่าจนลูกโต รสไม่เคยเห็นแม้กระทั่งรูปถ่าย เธอไม่สวยเหรอคะ ทำไมพี่ปลื้มปิดบังตัวตนเธอมากขนาดนั้น”
ญาตาวีไม่สวยเหรอ? ผิด เธอเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารัก สดใส และยิ้มเก่ง แต่สาเหตุอาจมาจากหญิงสาวตั้งท้องก่อนวัยอันควร ปรเมศวร์จึงตั้งป้อมเกลียดชัง แม้ว่าหญิงสาวจะเติบโตมาเป็นแม่ที่ดี ผู้หญิงที่สวย แต่เมื่ออคตินั้นยังอยู่ปรเมศวร์จึงมองไม่เห็น
“ถ้าหน้าตาอย่างน้องญาเรียกว่าไม่สวย ในประเทศนี้ก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนสวยอีกแล้วแหละน้องรส”
“ออกตัวแรงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ามีใจให้แล้วนะ”
“บ้า พี่กฤต นั่นเมียพี่ปลื้ม ผมไม่กล้า”
หาเรื่องให้เขาถูกปรเมศวร์เตะหรือยังไงพี่กฤตเนี่ย
“ตากลว่างวันไหนค่อยพาน้องมาหาย่า บอกว่าย่าสั่ง ย่าอยากให้พวกเราสนิทกันไว้ อยู่กับลูกสาวสองคนเวลาตกทุกข์ได้ยาก หรือต้องการความช่วยเหลือจะได้มีเราให้พึ่งพา ไม่ต้องลำบากคนเดียว ถึงยังไงสองคนนั้นก็เป็นครอบครัวของตาปลื้ม ถึงจะหย่ากันแล้ว แต่ย่าก็ไม่อยากให้พวกเราทอดทิ้งแม่หนูคนนั้น อายุเพิ่งไม่เท่าไหร่เอง”
ย่าสมสมัยสงสารเด็กสาว ถูกพ่อแม่ทิ้งเจ็บช้ำน้ำใจไม่พอ มาถูกผัวทิ้งซ้ำสอง ไม่เหลือใครในชีวิตยกเว้นลูกสาวผู้เป็นที่รัก หญิงชราคิดมากไปไกลกว่านั้น หากปรเมศวร์พาลูกกลับกรุงเทพ ถึงวันที่แม่หนูคนนั้นต้องอยู่คนเดียวจะอยู่ไหวไหม ผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีลูกเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ย่าสมสมัยกลัวเธอจะคิดสั้นทำเรื่องไม่ดีต่อร่างกายเพื่อยุติความเจ็บปวดทั้งหลาย แต่หากเธอสนิทกับย่าและหลานๆ ของย่า อาจมีเพื่อนเล่นเพื่อนปรับทุกข์พอคลายความเหงาในหัวใจได้บ้าง
“ได้ครับคุณย่า วันนี้ผมก็เกริ่นๆ ไปบ้างแล้ว น้องพูดเองว่าอยากมากราบคุณย่า แต่น้องเกรงใจ กลัวจะรบกวนคุณย่า”
“บอกแม่หนูญาเลยนะว่าไม่ต้องเกรงใจ แค่มากินข้าวกับย่า มาเที่ยวในไร่ ย่าไม่ใช่ยักษ์ไม่ใช่มารไม่พูดไม่ถามแทงใจดำหรอกจ้ะ หรือถ้าตาปลื้มมา จะให้เขาพาเข้ามาก็ได้ ตากลงานยุ่ง ย่าเข้าใจ”
“ผมพามาเองดีกว่าครับคุณย่า ไม่ต้องรอพี่ปลื้ม”
“นายต้องทำงานแทนพี่หลายวันจะเอาเวลาว่างมาจากไหน”
“ผมมีก็แล้วกันน่า” โวยใส่พี่ชายคนโต ชอบพูดขัดอยู่เรื่อย
“น้องญายังลืมพี่ปลื้มไม่ได้ น้องทำหน้าเศร้าตาเศร้าทุกทีเวลาพูดถึงเขา ผมไม่อยากให้สองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน ผมไม่เข้าใจเลย นอกจากหล่อกับรวย ไม่เห็นว่าพี่ปลื้มจะมีอะไรดี พี่กันต์เคยเล่าให้พวกเราฟังออกจะบ่อย ว่าเขาไม่ได้รักใคร่ไยดีในตัวเมีย อยู่ด้วยกันเพราะลูก บ้านก็แยกกันอยู่ ทำไมน้องญาถึงยังรักคนแบบนั้น”
ดึงอารมณ์ส่วนตัวมาร่วมด้วย เขาเห็นใจหญิงสาวที่ต้องตกในสถานะหย่าร้าง เป็นแม่หม้ายลูกติดทั้งที่เพิ่งจะอายุแค่นั้น
หญิงสาวเป็นคนน่ารักมากควรค่าต่อการทะนุถนอม แต่ปรเมศวร์กลับทิ้งขว้างไม่แยแสเธอ เขาเพิ่งสนิทกับหญิงสาวได้แค่สองเดือน ยังมองเห็นข้อดี กลับกัน ปรเมศวร์เป็นสามีเธอมาเกือบหกปี ทำไมไม่รู้
ปิดหูปิดตาเพราะทิฐิและอคติส่วนตัวเหรอ หากเป็นจริง ก็เหมาะสมแล้วที่ญาตาวีจะขอหย่าร้าง และพาลูกสาวย้ายมาอยู่ไกลถึงเชียงใหม่
“ความผูกพันยังไงล่ะ มันมีพลังมากกว่าความรักอีกนะ”
“เพ้อ พี่กฤต คนเราจะรักคนที่ไม่เคยทำดีกับตัวเองได้ยังไง”
“ก็รักไปแล้วจะให้ทำยังไง เถียงเก่ง เสียงแข็ง ออกตัวแทนกันขนาดนี้ อย่ามาปฏิเสธให้ยากว่าไม่ได้รู้สึกกับเมียเก่าปลื้ม พี่ไม่เชื่อ”
กฤตพลไม่หยุดจับผิด กลวัชรไม่ปฏิเสธ เริ่มต้นรับประทานอาหาร
บ้านไม้ตั้งตระหง่านบนเนินเขาล้อมรอบด้วยไร่ชา อากาศกลางคืนมีสายลมพัดมาจากทุกทิศพาให้ร่างกายเย็น กลวัชรนอนดึกเป็นนิสัยแม้จะต้องตื่นเช้า อาบน้ำเสร็จไม่เข้านอน ออกมานอนรับลมนอกระเบียง วางเครื่องมือสื่อสารไว้บนอกนึกถึงเสียงสนทนา
“พี่ปลื้มยังไม่มาเลยค่ะ โทรไปไม่ติด จะเกิดอะไรกับพี่ปลื้มหรือเปล่า ญาเป็นห่วงพี่ปลื้มจังเลยค่ะ กลัวมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น”
“น้องญาอย่าคิดมาก ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็มา”
“ไม่ให้คิดมากได้ยังไง ญาห่วงพี่ปลื้มจะแย่อยู่แล้ว ลูกก็คิดถึง ร้องไห้หาพี่ปลื้มตั้งหลายครั้ง พี่กลขอเบอร์เพื่อนสนิทพี่ปลื้มที่อยู่ที่นี่มาให้ญาได้ไหม ญาอยากลองโทรถาม ตามไม่เจอจะได้แจ้งตำรวจ”
ห่วงใยอดีตสามีขนาดนั้น สงสัยว่าในใจเธอจะมีแค่ปรเมศวร์กางแขนคับแน่นเต็มอกไม่เหลือพื้นที่ให้คนอื่นเบียดเข้าไป
การแจ้งตำรวจไม่เคยมีในความคิด ปรเมศวร์ขาดการติดต่อจากทุกคนค่อนข้างบ่อย หนีเข้าป่า เข้าดอย เก็บตัวเงียบ ปล่อยให้เพื่อนและครอบครัวเป็นห่วง เชื่อว่าเพื่อนสนิทพี่ชายไม่ได้หายตัวไปไหนหลบไปเที่ยวไปพักผ่อนอยู่แถวนี้ เดี๋ยวเดียวก็กลับมา แต่ถ้าตั้งใจจะไปพักผ่อนแล้วจะโทรบอกลูกสาวทำไมว่าจะไปหา ติดใจตรงนี้
หรือว่า! สิรีจะจ้างวานฆ่า อุ้มไปนั่งยางเผาในป่าลึกเพื่อฮุบสมบัติทั้งหมด เหมือนที่เคยเห็นจากในข่าวบ่อยๆ
“คุณกลยังไม่นอนอีกเหรอคะ”
“ย่าหม่อน! มาเงียบๆ ผมตกใจหมดเลย!”
ขวัญเอย ขวัญมา กลวัชรตกใจจนเกือบกลิ้งตกเก้าอี้
ย่าหม่อนที่เตรียมจะปิดสวิตช์ไฟนอกระเบียง เอ็นดูหลานชายคนเล็กของย่าสมสมัย ที่ตนเองเห็นมาตั้งแต่ยังเป็นทารกน้อย
“คุณกลนั่นแหละค่ะ มานั่งเงียบๆ ทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
“ผมมานั่งรับลมเล่นครับย่า ย่าทำไมไม่กลับไปนอน ดึกแล้ว” ชายหนุ่มลุกออกจากเก้าอี้ตัวยาวรุดเข้ามาประคับประคองคนแก่
“ใกล้ถึงวันแต่งคุณกันต์ ย่าตื่นเต้น นอนไม่หลับ มาช่วยคุณท่านคิดรายชื่อแขก คนแก่สองคนกลัวเชิญแขกไม่ครบ”
“แต่พี่กันต์บอกให้เชิญมาแค่ไม่กี่คนไม่ใช่เหรอครับย่า”
“โธ่ คุณกล งานแต่งหลานชายคุณย่าสมสมัยทั้งที จะเชิญคนน้อยได้ยังไง ของอย่างนี้ต้องประกาศให้รู้ทั้งจังหวัดถึงจะถูก”
“จะดีเหรอครับย่า นึกถึงหน้าพี่กันต์เวลาเห็นแขกในงานเยอะแล้วผมสยองๆ ยังไงไม่รู้ ยิ่งกับน้องดาร์ลิ้ง รายนั้นชอบคนเยอะเสียที่ไหน นิสัยรักสงบเหมือนกับพี่กันต์ถอดพิมพ์เดียวกัน”
“ถ้าจะคัดค้าน ต้องไปพูดกับคุณย่าคุณกลเองค่ะ ย่าจะกลับบ้านไปนอน คุณท่านอยู่ในห้องนอนกำลังคุยกับคุณหนูดาร์ลิ้ง”
“งั้นผมไปส่งย่าหม่อนที่หน้าบ้านก่อน ค่อยกลับมาคุยกับคุณย่าแล้วกัน ไปครับคนสวย ผมไปส่ง ค่อยๆ เดินนะครับ”
กลวัชรเอาใจคนแก่พาเดินไปส่งถึงหน้าบ้าน ยืนมองจนกระทั่งย่าหม่อนเข้าสู่เขตบ้านเล็ก ซึ่งเป็นบ้านที่ย่าหม่อนอาศัยอยู่กับลูกหลาน ก่อนย้อนกลับมาหาคุณย่าสมสมัยในห้องนอนท่าน
‘น่าสงสารเธอนะนา ฐานะ การงาน การศึกษาลูกชายเธอไม่ใช่ธรรมดา ไม่น่าตกม้าตายตอนเลือกผู้หญิงที่จะเอามาทำเมีย’‘อาชีพแม่ ขี้เกียจ ตื่นสาย ถึงสิ้นเดือนขอรับเงินเดือนสวยๆ’‘เด็กคนนั้นเรียกค่าเลี้ยงดูลูกจากลูกชายเธอเดือนเท่าไหร่เหรอ’‘ไม่แน่ใจ ฉันเคยถาม แต่ลูกชายไม่ยอมบอก’ ‘อย่าให้เงินเยอะนะ ระวังจะเกาะลูกชายเธอแน่นไม่ยอมปล่อย’‘เธอเองก็อย่ารอช้า รีบหาลูกสะใภ้คนใหม่เข้ามาตบแต่งเร็วๆ ชักช้าเกิดสองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกัน เธออาจได้ลูกสะใภ้คนเดิม’“คุณแม่ ผมกลับมาแล้วครับ” ประตูห้องพักฟื้นลูกสาวไม่ได้ล็อก ปรเมศวร์กลับเข้ามาสักพัก แต่เพิ่งจะส่งเสียงให้มารดารู้ตัวท่านรีบซ่อนโทรศัพท์อย่างเร็ว ตกใจที่ลูกชายย่องเบามายืนด้านหลัง ปรายสายตาอคติไปทางผู้หญิงที่นอนหลับสนิทบนเตียงคนป่วยถัดจากเตียงหลานสาว แทบแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ป่วย“ดูเองแล้วกัน จะหาว่าแม่ขี้ฟ้อง สายป่านนี้แทนที่จะตื่นมาดูแลลูก ไม่มีความรักความห่วงลูกเหมือนยัยสิรีไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเตียงนั่น ไปเอามาจากไหน ให้ใครลากเข้ามาให้ใช่ไหม หรือทำสำออยใส่ปลื้ม”“สำออยอะไรกันครับ ญาไม่ค่อยสบาย ให้น้ำเกลือไปหนึ่งกระปุก ผมไม่อยากให้นอนพื้น ส่วนโซฟาก
“พี่ฝนคิดอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ คุณพ่อเคยบอกจ๋าเหมือนกัน ว่าพี่ปลื้มพูดจาดีกับจ๋ามากกว่าพี่ๆ สองคน คุณพ่อบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจ๋าเหมือนคุณพ่อ แต่พี่ธีกับพี่จินเหมือนคุณแม่”ตอนนั้นเธอกับสายฝนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินหลบรถยนต์จำนวนมากขับวนหาที่จอดในห้างฯ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“ถามหน่อยสิ ปลื้มแต่งงานมีลูกมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ไม่เคยเห็นปลื้มลงรูปลูกสักครั้ง เพื่อนเรียนด้วยกันก็ไม่มีใครพูดถึง”“ไม่ได้จัดงานเป็นทางการหรอกค่ะ มีแค่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเข้ามาคุยกัน แล้วจดทะเบียนสมรส พี่ปลื้มแต่งเพราะฝ่ายหญิงท้องน่ะค่ะ”“น่าสงสารปลื้ม ที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก”“แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เมียพี่ปลื้มพาลูกมาอยู่เชียงใหม่ พี่ปลื้มโสดแล้วเนื้อหอมน่าดูเลยค่ะ คุณพ่อเล่าว่าสาวๆ ตามจีบตรึม จ๋าอุบไว้ ไม่อยากให้เพื่อนรู้ กลัวจะจิกหัวจ๋าขอเบอร์โทรไปจีบพี่ปลื้ม”“ยัยจ๋า สายแล้ว เร็วๆ วิญญาณเต่าเข้าสิงเหรอถึงเดินช้า!” สายจริงๆ รีบวิ่งตามไป เพื่อนข้ามถนนไปแล้วสุชาดาจำเป็นต้องหยุดรอให้ถนนว่าง ทว่า... ผลัวะ! บางอย่างพุ่งกระแทกด้านหลัง ส่งผลให้ร่างกายบอบบางเสียหลักคว่ำหน้าล้มจากทางเท้าลงถ
“ญาไม่สังหรณ์อะไรเลย จ๋าเจ็บหนักขนาดนี้จะหายหรือเปล่าคะ”“แน่นอน โรงพยาบาลเราขึ้นชื่อการแพทย์ ยังไงก็ต้องหายแน่นอน แต่กระดูกยัยจ๋าหักค่อนข้างเยอะ กว่าจะหายขาดต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ญาไม่ต้องร้องไห้ พี่แค่พามาดูให้รู้ว่าเหตุผลที่พี่ไม่ได้ไปหาญากับลูกคืออะไร พี่ไม่อยากรีบบอก กลัวลูกได้ยิน ลูกจะงอแงอยากมาหายัยจ๋า”สุชาดากลับกรุงเทพฯ ทีไรมักจะแวะไปเล่นกับหนูวาทำให้สนิทกับญาตาวีและคบหากันเป็นเพื่อน หนูวารักอาจ๋ามาก หากรู้ว่าอาจ๋าเจ็บจะต้องอยากมาเยี่ยม เขาเลี่ยงไม่พูดถึง อยากให้ลูกสาวพักผ่อนเยอะๆ อาการหนูวาน่าห่วงไม่แพ้กัน อาเจียน ไอ มีไข้อ่อน ป่วยบ่อยจนเขากังวล“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องร้อง สมองยัยจ๋าไม่ถูกกระทบกระเทือน อย่างช้าพรุ่งนี้ก็ฟื้น” โอบและวางมือลงไหล่บอบบาง ให้เธอหยุดสะอึกสะอื้นร้องไห้ เธอสะเทือนใจที่มาเห็นภาพเพื่อนรักในระยะใกล้“ฮือ... ถ้าไม่เจอพี่ปลื้ม ญาก็คงไม่รู้ว่าจ๋าเจ็บมากขนาดนี้ ญาเป็นแม่ที่แย่ เป็นเพื่อนที่แย่ ไม่มีอะไรดีเลย” แต่ละวันหมดไปกับการเลี้ยงลูก อาศัยอยู่ในบ้านสองคนแม่ลูก ไม่มีโอกาสออกไปเจอเพื่อนหรือไปเที่ยวเล่นข้างนอก จะรู้ข่าวสารคนรอบข้างได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาเ
ดึกมากแล้ว กอปรกับได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ เด็กหญิงผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าแสนสุข แขนเล็กๆ คู่นั้นยังคงกอดพ่อกับแม่ตลอดเวลา รักทั้งสองคน แต่เพราะพ่อแม่แยกทางกันเด็กหญิงจำเป็นต้องเลือก ทั้งที่การเลือกนั้นนำมาซึ่งความทุกข์กลายเป็นปมในใจญาตาวีเช็ดตัวให้ลูกสาวและคอยอยู่เคียงข้างจนลูกสาวหลับสนิท หน้าเธอไม่เหลือที่ให้ดู ร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงช้ำและปูดโปนน่าเกลียด โกรธปรเมศวร์ที่ไม่มาหาลูกตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่บังเอิญเจอเขาที่นี่ก็อาจไม่โอกาสเข้าใกล้ลูก ในใจเธอสับสน แต่นอกเหนือจากความรู้สึกนั้น ญาตาวีพยายามสุดฤทธิ์เพื่อปฏิเสธหัวใจตัวเองว่าเธอคิดถึงเขามากแค่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่อย่างน้อยก็ได้เจอเขาสัปดาห์ละสองสามครั้งเวลาที่เขามาเล่นกับลูกหรือมารับลูกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ไม่ใช่ตัดขาดกันไปอย่างนี้ขาดเขา ทำให้ญาตาวีต้องอยู่โดดเดี่ยวและเหงามากขึ้น แล้วหยดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ญาตาวีต้องหลบหน้าเขาเข้าไปจัดการอารมณ์ตัวเองในห้องน้ำ วักน้ำเย็นมาล้างหน้าให้ร่างกายสดชื่น ตอนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสื้อคลุมตัวนอกมีคราบอาเจียนลูกแห้งติด มันส่งกลิ่นเหม็น เธ
“ไม่ต้องร้อง...”พูดไม่ออกกอดลูกสาวร้องไห้น้ำตาซึมไปด้วยกัน ช่วงที่พยายามรักษาสภาพจิตใจของตัวเองอยู่นั้น ปรเมศวร์เอื้อมมือมาวางบนลาดไหล่ลากมือลูบลงมาจนกระทั่งถึงต้นแขนเธอจุกจนพูดไม่ออก เธอเคยฝันว่าอยากจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน คอยให้กำลังใจ ผู้หญิงไร้ที่พึ่ง แค่อยากได้รับเศษเสี้ยวความรักเลี้ยงหัวใจไปวันๆ แต่เขาไม่เคยให้สิ่งนั้นเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้กระทั่งจะเข้าใกล้หรือสัมผัสร่างกายเธอเหมือนอย่างที่เขากระทำอยู่ในเวลานี้ มือคู่อุ่นโอบกอดลูกสาวจากด้านหลังเผื่อแผ่วงแขนนั้นมาถึงญาตาวี เธอกับลูกสาวอุ่นใจอยากอยู่ในอ้อมแขนไปนานๆ“ไม่ต้องกลัว คุณพ่อจะไม่ยอมให้ใครทำหนูกับคุณแม่ร้องไห้”ลูกสาวหยุดส่งเสียงร้อง เดิมทีดวงตาหนูน้อยพร่ามัวมองเห็นเพียงแค่คุณแม่ แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามากอด หนูน้อยเพ่งมองจากนั้นเสียงเล็กๆ แผดร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิม หมุนตัวกลับมาอ้อนให้คุณพ่อกอดแน่นๆ“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อไปไหนมา หนูคิดถึงคุณพ่อ”“คุณพ่อก็คิดถึงหนู คนเก่งไม่ร้องไห้นะคะ”เคยเชื่อมั่นว่าเข้มแข็งไม่อ่อนไหวกับเรื่องไหน แต่เมื่อได้เห็นน้ำตาลูกเมียหัวใจเขาแหลกละเอียด อยากด่ากราดทุกคนที่ทำร้ายจิตใจสองคนนี
“คุณแม่ไปไหน หนูอยากหาคุณแม่ ฮือ...” ลูกสาวแผดเสียงร้องไห้ดังผ่านประตูออกมาถึงตำแหน่งที่ญาตาวียืน ลูกพยายามจะลงจากเตียงทว่าถูกพยาบาลยืนล้อมไว้ทุกทิศทาง มือเล็กเหยียดยื่นจะให้แม่เข้าไปหา“ขอให้ฉันเข้าไปหาลูกเถอะนะคะ ได้โปรด ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวนพวกคุณ คุณได้ยินไม่ใช่เหรอคะ ลูกร้องไห้หาฉัน”ใจจะขาด จะเข้าไปทีไรถูกพยาบาลขวางทาง ยอมทำกระทั่งยกมือไหว้ พยาบาลใจร้ายไม่ยอมให้เธอเข้าไปตะคอกกลับเสียงดัง“บอกว่าไม่ได้ คุณไม่เข้าใจหรือยังไงคะ! เข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะอยากเข้าไปทำไม! ไม่มีใครปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไปนั่งรอ อย่าให้ฉันต้องพูดมากไปกว่านี้!”“ทำไมฉันถึงเข้าไปหาลูกไม่ได้ ในเมื่อเด็กคนที่รักษาอยู่ห้องรวมตรงนั้นแม่เขายังเข้าไปได้! ในห้องนั้นมีคนป่วยตั้งเยอะ แต่ในห้องนี้มีแค่ลูกสาวฉันกับพวกคุณ! พวกคุณกีดกันฉันด้วยเหตุผลอะไร!”“เรื่องนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทราบ! หน้าที่ของดิฉันมีแค่จับตามองคุณไม่ให้คุณเข้าไปหาคุณหนู คุณรอตรงนี้เงียบๆ เถอะนะคะ”พยาบาลใจร้ายล็อกประตูไม่ให้หญิงสาวติดตามเข้ามาข้างใน ญาตาวีร้องไห้ฟูมฟายไม่เหลือสติ อยากพาลูกไปรักษาที่อื่น ไม่น่าพามาที่นี่เล







