로그인[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : สนามยิงปืน -------------------------------------------------------------------------- สองอาทิตย์ต่อมา... ทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างคนรัก โจอิยังคงกินนอนอยู่ที่บ้านของยูมิและคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยอยู่ตลอด อีกทั้งยังเฝ้าตามติดเธอไม่ห่าง ทั้งช่วงที่เธอต้องไปเข้ายิมเพื่อฟิตร่างกาย หรือตอนที่เธอต้องเรียนศิลปะการป้องกันตัว เช่นเดียวกับวันนี้... ณ สนามยิงปืน “ปืนที่เราจะใช้ซ้อมยิงวันนี้เป็นยี่ห้อ KIMBER รุ่น STAINLESS ULTRA RAPTOR II เป็นปืนสันชาติสหรัฐอเมริกา ขนาด45 ยาว3นิ้ว ความจุ7นัด เป็นปืนกึ่งอัตโนมัติ” เสียงครูฝึกพูดพร้อมกับประกอบปืนอย่างชำนาญ และหันปืนไปทางเป้าซ้อมก่อนจะยิงให้นักเรียนของเขาดูเป็นตัวอย่าง ถึงวิธีการยิงปืนที่ถูกต้อง ปัง! “อุ๊ย!” คนตัวเล็กตกใจไหล่สั่นกับเสียงปืนเมื่อครู่ มือน้อยสั่นระรัวจนไม่สามารถที่จะควบคุมปืนได้ เลยต้องพึ่งพาครูฝึกให้ช่วยประคองมือน้อยนั้นเพื่อให้เธอจับปืนให้นิ่งก่อนจะยิง ร่างบางโดนโอบหลังไว้โดยร่างสูงของครูฝึก แต่ท่าที่ครูฝึกยืนอยู่ตอนนี้ไม่ค่อยเข้าตาอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สักเท่าไหร่ ปัง! “อ๊าย!” คนขี้ตกใจปล่อยปืนในมือทิ้ง เพราะเสียงปืนที่ดังสนั่นจนทำให้เธอตกใจกลัวหันหน้าไปกอดครูฝึกแบบไม่ได้ตั้งใจ หมับ! คนหน้าดุเจ้าของร่างบางรีบดึงตัวยูมิออกจากครูฝึก และกอดปลอบเธอไว้แทน “ลองใหม่นะ เดี๋ยวพี่สอนเอง” “แป๊บนึงได้ไหมคะ ยูมิขอทำใจก่อน” มือน้อยสั่นระรัวจนทำอีกคนใจอ่อน และยอมดึงที่ครอบหูของเธอออกเพื่อพาเธอมานั่งพักสงบสติอารมณ์ที่เก้าอี้ใกล้ๆ นั้น และรอให้มือของเธอนิ่งขึ้นก่อนจะฝึกซ้อมยิงอีกรอบ “ห้ามปล่อยปืนทิ้งแบบเมื่อกี้อีกเข้าใจไหม มันอันตราย…” “เข้าใจแล้วค่ะ” “ทำไมถึงได้ขี้กลัวขนาดนี้นะ” เขาตั้งข้อสงสัยกับมือเล็กที่เขาจับอยู่ เวลานี้มือน้อยนั้นยังคงสั่นกลัวไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง “ยูมิก็อยากเข้มแข็งแบบพี่โจอิเหมือนกัน แต่พยายามแล้วมันทำไม่ได้...” การเลี้ยงดูของมาเฟียผู้เป็นพ่อไม่ได้ทำให้เธอเข้มแข็งเลย เพราะทุกครั้งที่เจอเรื่องน่ากลัวหรือความรุนแรง ยูมิมักจะปล่อยใจยอมแพ้ไม่เคยคิดสู้ เพราะจิตใต้สำนึกของเธอมันบอกว่าการสู้ไม่ใช่ทางลอดที่เธอควรทำ “ช่างเถอะ แค่รู้เรื่องปืนบ้างก็พอแล้ว นอกนั้นพี่จัดการเอง...” โจอิคิดว่าตราบใดที่เธออยู่ข้างเขา เขาสามารถปกป้องเธอได้อยู่แล้ว แต่การให้เธอได้เรียนยิงปืนก็เพื่อที่เวลาไม่มีเขาอยู่ปกป้องหรือเวลาฉุกเฉินจริงๆ “ค่ะ” เธอตอบรับคำของโจอิ เพราะคิดว่าเขาพูดถูกที่เธอควรเรียนรู้เรื่องการยิงปืน อย่างน้อยการใช้ปืนเป็นก็ทำให้เธอป้องกันตัวได้ในระดับนึง “พร้อมหรือยัง?” “มาค่ะ ลองดูอีกรอบ” เธอพูดด้วยใจที่เข้มแข็งขึ้น ทั้งคู่ลุกมายืนประจำในตำแหน่งซ้อมยิง โจอิยืนประกบหลังคนตัวเล็กและประคองมือน้อยของเธอให้ลองทำสิ่งที่เธอกลัวอีกครั้ง “ยิงเลย” ปัง! “><” “ลองอีกครั้งนะ ไม่ต้องกลัวพี่จับมืออยู่” โจอิพูดบอกยูมิที่ดูท่าว่าจะกลัวน้อยลง “เอานะ ยิง...” ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! แก๊ก! “หมดแล้ว” พอได้ลองยิงลูกกระสุนจนหมดแม็ก ก็เหมือนว่าใจของเธอมันจะโล่งตามไปด้วย “งั้นลองดูอีกที” โจอิเปลี่ยนปลอกกระสุนและยื่นมันให้กับยูมิเพื่อให้เธอนั้นลองทำมันอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้เขาเพียงแค่ยืนให้กำลังใจเธอเท่านั้น “ไม่จับแล้วเหรอคะ?” “ยูมิทำได้ ยิงเลยครับ...” เขาพูดประโยคนิ่มนวลนั้นคล่องปากมากขึ้นหลังจากได้ลองพูดมันบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ร่างสูงยืนกอดอกมองคนตัวเล็กอยู่ด้านหลัง ด้วยความเชื่อว่าเธอจะทำมันได้ แม้คนตัวเล็กจะยังไม่คิดมั่นใจในตัวเอง “...” ยูมิพยายามตั้งสติและรวบรวมความกล้าอยู่นาน กว่าจะตัดสินใจยกปลายกระบอกปืนหันไปทางเป้าลองซ้อม “...ทำได้น่ายูมิ” คนตัวเล็กพูดให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะรัวปืนจนหมดแม็ก ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! แก๊ก! หลังจากที่ยูมิเริ่มชินกับการจับปืนโจอิก็ปล่อยให้เธอได้เรียนรู้จากครูฝึกทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ส่วนเขาก็แยกออกมาฝึกยิงปืนอยู่ใกล้ๆ ความชำนาญในการประกอบปืนของเขายังคงรวดเร็วเช่นเดิม และฝีมือการยิงก็ยังดีไม่ตก ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! แก๊ก! ถึงเสียงปืนจะดังแค่ไหน แต่สายตาคมดุของโจอิกลับไม่แม้แต่กระพริบหรือสั่นไหว ความเข้มแข็งของเขาที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาไม่เคยคิดกลัวอะไรแม้ความตาย “...” บริษัทของโยชิ... “ฮาโหล ว่าไง?” เสียงโยชิเอ่ยถามกับลูกน้องปลายสายที่โทรเข้ามาหาตน “คุณยูมิมาที่สนามยิงปืนครับ” “ไปกับใคร?” โยชิถามอย่างเผื่อใจ เพราะมีคำตอบอยู่ในหัวแล้ว “มากับคุณโจอิครับนาย” “...” เพียงแค่โยชิได้ยินแบบนั้นก็ทำเขาหัวเสียจนต้องตัดสายไป เสียงที่เขาได้ยินก่อนยูมิจะตัดสายไปจากเขาวันนั้นมันยังคงคาใจ และทำเขาอยู่ไม่สุขเพราะกลัวว่าโจอิจะมาชิงแย่งสิ่งที่เขาต้องการไป “มึงมันเป็นตัวมารจริงๆ เลยนะไอ้โจอิ...” บนรถระหว่างทางกลับบ้าน... ระหว่างทางกลับบ้านยูมิก็เอาแต่นั่งจ้องเป้ากระดาษซ้อมยิงของตัวเอง และมองเทียบกับของโจอิที่มีลอยทิศทางของกระสุนต่างกัน แผ่นกระดาษของเธอมีลอยกระสุนอยู่ทั่วมุมขอบของกระดาษ แต่กับของโจอินั้นมีเพียงแค่บริเวณจุดกึ่งกลางจนแทบจะมองได้ว่าเป็นกระสุนเพียงนัดเดียว “ดูของยูมิสิ ยิงไปไหนก็ไม่รู้ ฮ่าๆ” เธอหัวเราะชอบใจกับความไม่ชำนาญของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกได้ว่าโจอิกำลังจอดรถ แต่พอวาดตามองไปรอบๆ กลับต้องแปลกใจเพราะเขาไม่ได้พาเธอกลับบ้าน แต่พามาในที่ที่เธอเคยร้องขอให้เขาพามาแต่ก็โดนปฏิเสธ “ร้านนี้หรือเปล่าที่อยากมา” โจอิพูดถามยูมิที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ไหนพี่โจอิเคยบอกว่าจะไม่พามาไงคะ” “ให้อยู่แค่แป๊บเดียวนะ” แม้ว่าเขาจะไม่ชอบใจในการเข้าใช้บริการร้านคาเฟ่ที่มีสไตล์การตกแต่งแบบน่ารักหวานแหวว แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะแฟนสาวของเขาเป็นคนเช่นนั้น หน้าคาเฟ่... “เข้าไปรอพี่ข้างในก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตามไป” “โอเคค่ะ” โจอิยืนมองยูมิเดินเข้าร้านไปจนแน่ใจว่าเธอได้ที่นั่งแล้ว เขาจึงเดินเบี่ยงไปที่ลับตาคน เพราะรู้สึกเหมือนว่ามีคนแอบตามตนและยูมิมาเป็นอาทิตย์แล้ว ร่างสูงยืนแอบรออยู่ที่ด้านหลังกำแพง เพื่อรอดูหน้าคนที่ตามเขามาว่าคือใคร และมีจุดประสงค์อะไรที่ทำเช่นนี้ หมับ! คนมือไวคว้าคอเสื้อด้านหลังของผู้ชายแปลกหน้าที่เดินตามเขามา ก่อนจะดันร่างผู้ชายคนนั้นเข้าแนบชิดกับกำแพง ด้วยแรงทั้งหมดที่มี “มึงตามกูมาทำไม!?” -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode] • เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~ sds[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------หนึ่งปีต่อมา...ณ คฤหาสน์หลังใหม่ครอบครัวตระกูลโจย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหม่นี้เมื่อสามเดือนก่อนหลังจากที่ใช้เวลาก่อสร้างนานหลายเดือน ซึ่งคฤหาสน์หลังใหม่นี้สร้างบนเนื้อที่เกือบห้าสิบไร่ และล้อมรอบไปด้วยป่าเขา ธรรมชาติอันร่มรื่น ที่ให้ความรู้สึกสบายใจเมื่อได้พักอยู่ที่แห่งนี้ห้องนอนโจไซ...หลังจากที่ชิคุณเดินออกจากเส้นทางการเป็นนักฆ่า เธอก็เลือกบริจาคทรัพย์สินที่มีทั้งหมดของเธอให้กับผู้ยากไร้ และให้สัญญากับตัวเองไว้ว่าเธอจะไม่ฆ่าชีวิตทุกชีวิตบนโลกนี้อีกอย่างที่เคยทำผิดมา“ยังไม่เลิกถักอีกเหรอชิ ดึกแล้วนะครับ” โจไซเอ่ยถามกับแฟนสาวคนสวยของเขา ที่เวลานี้ยังคงนั่งถักหมวกนิตติ้งให้กับฮานิหลานสาวคนสวยในวัยหนึ่งขวบที่อยู่ในวัยน่ารักน่าชัง และตอนนี้ทั้งบ้านก็พากันหลงกับสาวน้อยขี้อ้อนคนนี้ไปตามๆ กัน“ใกล้เสร็จแล้วค่ะ ชิถักได้ครบเซ็ตเลยนะคะ ทั้งเสื้อ กางเกง ถุงเท้า แล้วก็หมวกด้วย...”“งั้นถ้าเสร็จของหลานแล้ว ถักให้ลูกเราบ้างนะครับ”“ลูกเราเหรอคะ?”“ใช่ครั
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ได้เวลาตอบโต้--------------------------------------------------------------------------บ้านคุณนายฮารุช่วงเย็น...หลังจากที่ชิคุณได้รับการรักษาแผลที่ข้อมือจากหมอ เธอก็นอนพักอยู่ที่คอนโดของโจไซจนถึงช่วงบ่าย และมาที่บ้านของคุณหญิงฮารุในช่วงเย็นตามคำชวนของเจ้าบ้าน“คุณฮารุจะให้มันเข้าบ้านมาทำไมครับ น่าจะฆ่ามันทิ้งซะ” คนปากหมาพูดต้อนรับสาวสวยที่เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับโจไซพี่ชายของเขาสายตาของนิเฌอและยูมิเองก็มองเธอด้วยความหวาดระแวงไม่ต่างจากที่โจอิมองอยู่ เพราะเรื่องราวที่รู้เกี่ยวกับชิคุณ มันทำให้หวาดกลัวที่จะอยู่ร่วมกันกับคนที่เคยปองร้ายชีวิตของทุกคนในครอบครัว“เอาเถอะน่า แม่ว่าเธอคิดถูกแล้วที่เลือกเปลี่ยนข้างตอนนี้ เพราะเธอแค่คนเดียวจะฆ่าเราทั้งครอบครัวมันไม่ง่ายหรอก...”“ตระกูลโจเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ ถ้าฉันคิดจะหักหลังพวกคุณ ฉันคงไม่มีแผ่นดินให้อยู่...” ชิคุณพูดบอกสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่เปรียบเสมือนเจ้านายผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เธอ“ถ้าแกแตะต้องคนในครอบครัวฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง”“พอแล้วน่าโจอิ” โจไซพูดหยุดน้อ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ถวายตัวรับใช้--------------------------------------------------------------------------เมื่อเห็นว่าพี่ชายและแม่เดินออกไปจากห้อง โจไซก็หันมองหน้าสาวสวยที่นั่งกอดผ้าห่มผืนหนาแน่น เพราะด้านในของผ้าที่คลุมร่างเธออยู่นั้นโป๊เปลือยไม่ต่างจากร่างกายของเขา“ไปอาบน้ำกันเถอะ”“คะ? เอ่อ...ท่านประธานไปอาบก่อนเถอะค่ะ”“ไปด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวแม่ฉันรอนาน” ว่าแล้วเขาก็จูงมือสาวสวยลงจากเตียงนอนเดินเข้าห้องน้ำไป เพื่อเตรียมพร้อมที่จะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางโดยเร็วที่สุดด้านนอกห้องรับแขก...“ลูกรู้เรื่องนี้ก่อนแล้วเหรอ” คุณฮารุพูดถามลูกชายคนโตของเธอที่ดูเหมือนจะไม่แปลกใจเท่าไหร่กับสิ่งที่เขาเห็น“เรื่องโจไซกับเลขาเหรอครับ... ผมก็เพิ่งรู้เมื่อคืนนี้แหละครับ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงจนมาเห็นพร้อมกันกับคุณฮารุนี่แหละ”“เห็นว่าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ยังไม่ถึงเดือนเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมตาโจไซถึงใจเร็วใจง่ายแบบนี้ล่ะ” เธอเป็นกังวลกับเรื่องที่ทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน“ไอโจไซมันก็เป็นผู้ชายนะครับคุณฮารุ ถ้าอยู่ใกล้ผู้หญิงแล้วไม่มีเรื
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : คนของโจไซ NC--------------------------------------------------------------------------เวลานี้โจไซมั่นใจเต็มร้อยว่าเธอเป็นนักฆ่าที่โยดะส่งมาสังหารครอบครัวของเขาจริงๆ แต่ก็น่าเสียดายที่แผนการของโยดะไม่สำเร็จตามที่หวัง เพราะตอนนี้ชิคุณถูกโจไซรวบตัว และยึดเธอไปเป็นคนของเขาเรียบร้อยแล้วปึกปึกๆๆ!!“อ๊ะๆ! อุบ” ชิคุณใช้มือปิดปากตัวเองไว้ เพราะกลัวว่าลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูจะได้ยินเสียงน่าอายที่พวกเขาไม่ควรได้ยิน แต่เสียงที่ดังกว่าเสียงครางของเธอและเขานั้นเป็นเสียงที่น่าอายไม่ต่างกัน“อ่าส์~ ไม่เจ็บใช่ไหม งั้นฉันขอทำแรงกว่านี้นะ”“แรงกว่านี้อีกเหรอคะ?”“นะชิคุณ~” คนสุภาพทิ้งศีรษะลงคลอเคลียอยู่ที่ข้างใบหูของสาวสวยจนเธอใจอ่อนยอมตบปากรับคำเพราะคำขอแสนออดอ้อนของเขา“นะครับ~”“ก็ได้ค่ะ”ทันทีที่เธอตอบรับโจไซก็อุ้มช้อนร่างบางขึ้นในท่าอุ้มแตง ท่าที่ทำเธอใจสั่นไหวเพราะกลัวว่าเขาจะทำความสาวของเธอบอบช้ำจากท่านี้เหมือนกับครั้งก่อน“จะเอาแล้วนะ”คนตัวสูงยกเบียดร่างบางเข้าแนบชิดกับช่วงกลางตัวของเขา เพื่อให้รูแคบของเธอนั้นหนีบรัดแกนใหญ่เป็นกา
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เปลี่ยนใจยัยตัวร้าย NC--------------------------------------------------------------------------“ท่านประธานจะทำอะไรคะ?” เธอเอ่ยถามคนที่ยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้“ฉันว่างานนี้มันยากไปสำหรับเธอ ไม่คิดแบบนั้นเหรอ” แววตาของโจไซพูดบอกเธอด้วยความเห็นใจที่เธอต้องมารับงานหนักนี้“พูดเรื่องอะไรคะ?”“เธอเปลี่ยนข้างยังทันนะ”“เปลี่ยนข้างอะไรคะ ท่านประธานพูดเรื่องอะไร” ชิคุณยังยืนยันที่จะไม่ยอมรับผิด แม้ข้อเสนอของเขาจะน่าสนใจแค่ไหน แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างนั้นได้จริงๆ“ชิคุณ ฟังฉันนะ...”“...” เธอเงียบฟังตามที่เขาขอ เพราะท่าทางที่อ้อนวอนของโจไซ ราวกับว่าเขากำลังจะพาเธอออกจากจุดที่ดำมืดไปสู่ทางสว่าง“ฉันอยากให้โอกาสเธอได้แก้ตัว ได้เลือกทางเดินใหม่ เพราะถ้ายังยืนยันจะทำแบบนั้น เธอเองจะต้องได้รับผลจากสิ่งที่ทำด้วยเหมือนกัน ฉันคิดว่า... ฉันมีทางออกที่ดีกว่านั้นให้เธอเลือก โดยที่เราทั้งสองฝ่ายจะไม่ต้องสูญเสียสิ่งที่รักไป ฉันไม่ต้องสูญเสียครอบครัว เธอเองก็ไม่ต้องสูญเสียชีวิตของเธอ...”ดวงตาคู่สวยเริ่มสั่นไหวเพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เธอพยาย
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เกลี้ยกล่อม--------------------------------------------------------------------------บริษัทโจไซช่วงเย็น...“เดี๋ยววันนี้เธอเลิกงานเร็วหน่อยก็ได้นะ ฉันว่าจะอยู่เคลียร์งานที่บริษัทต่อ”“...เจ้านายยังไม่กลับฉันจะกลับได้ยังไงคะ”“เธอกลับไปพักก่อนเถอะ”“พรุ่งนี้เป็นวันหยุดแล้ว ยังไงก็ได้พักอยู่ดี”“กลับ...”“ไม่กลับค่ะ ไหนท่านประธานบอกว่าจะทำตามใจฉัน แต่ทำไมถึงเอาแต่สั่งล่ะคะ ฉันบอกว่าอย่าแต่คุณก็จะทำ อะไรที่ไม่ควรทำกับฉันที่เป็นลูกน้องคุณก็ทำต่อหน้าคนอื่น ทั้งเปิดประตูรถให้ฉัน ทำแผลที่เท้าให้ฉัน แล้วยังถือรองเท้าให้ฉันอีก นั่นมันไม่ใช่หน้าที่ของคุณเลยนะคะ ไม่อายคนเขาบ้างหรือไงคะ?” เธอสวดโจไซยับถึงสิ่งที่เขาปฏิบัติกับเธอต่อหน้าทุกคน“ถ้าจะบ่นเยอะขนาดนี้ เธอมาเป็นเมียฉันเลยดีไหม...”“...” ชิคุณเงียบไปก่อนจะเรียกสติกลับคืน “ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย ก็คุณเลือกปฏิบัติไม่ถูกจริงๆ ...”“งั้นก็บอกมาสิว่าเธอต้องการแบบไหน ฉันจะได้ทำให้ถูกใจ...” เขาถามเลขาอย่างใส่ใจ เหตุผลก็อาจจะมาจากสิ่งที่เขาคิดว่าทำผิดต่อเธอ“ฉันจะทำงานที่นี่ถึงแค่ส
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เหตุผล?--------------------------------------------------------------------------“ไอโจอิ นั่งลง” โจดินพูดบอกกับน้องชายของเขาเสียงนิ่ง“นั่งลงเถอะค่ะพี่โจอิ” มือน้อยบีบมือโจอิไว้แน่นพร้อมสงสายตาอ้อนวอนหาพี่ชาย เพราะกลัวว่าคนเจ้าอารมณ์จะเผลอพู
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : พี่ชายขี้หวง--------------------------------------------------------------------------ห้องรับแขกภายในบ้าน...หลังจากโจดินเค้นความจริงจากน้องชายจนรู้ความชั่วทั้งหมดที่โจอิก่อไว้กับยูมิ สองคนพี่น้องก็เดินเข้ามาที่ห้องรับแขกและตกลงว่าจะเก็บเรื่
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ไอ้น้องเวร!--------------------------------------------------------------------------ห้องนอนยูมิ ช่วงหัวค่ำ...ตอนแรกโจอิตั้งใจที่จะกลับไปนอนบ้านในคืนวันนี้ และมาที่นี่พร้อมกันกับแม่และพี่ชายของเขา แต่คำพูดของโยชิที่บอกว่าจะมาเยี่ยมยูมิที่บ้
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ตาแป๋วสู่เสือ--------------------------------------------------------------------------ฟิตเนส ในช่วงเย็นของวันรุ่งขึ้น...อาการปวดของยูมิเริ่มดีขึ้นในช่วงตื่นนอน แต่เมื่อถึงช่วงเย็นที่ต้องเข้าฟิตเนสก็เหมือนว่าจะเริ่มมีอาการปวดตามร่างกายขึ้นม