Início / โรแมนติก / มงกุฎกล้วยไม้ / มงกุฎกล้วยไม้ 1/2

Compartilhar

มงกุฎกล้วยไม้ 1/2

last update Data de publicação: 2026-09-24 13:16:39

“โอ๊ยยย!! ป๊า!!! หนูขอพักก่อนนะเฮ่อออออ!! ไม่ไหวแล้ว!! โอ๊ยเหนื่อย!!”

...เสียงพูดปนหอบของลูกสาวคนเล็กดังขึ้นขณะวิ่งมาถึงตรงหน้าที่นายพลผู้เป็นพ่อและวิทผู้เป็นพี่ชายยืนอยู่

...นายพลตฤณหรือที่ลูกสาวเรียกว่า “ป๊า” มองกลับไปด้วยสายตาดุๆ

“ก็ได้!!! พักก็ได้แต่พรุ่งนี้ต้องได้ยี่สิบรอบในเวลาเท่ากันกับวันนี้นะ!!!”

...เสียงเข้มๆ และเด็ดขาดนั้นทำเอาคนที่เพิ่งหยุดวิ่งจนเหนื่อยหอบหายใจแทบไม่ทันรีบพยักหน้าแทนคำตอบเพราะเหนื่อยมากจนไม่สามารถพูดออกมาได้แล้ว

“ให้พักสองชั่วโมงแล้วไปเจอกันที่สระน้ำหลังบ้าน!!!”

...คำพูดแกมสั่งของผู้เป็นพ่อนั้นทำเอาทั้งลูกชายและลูกสาวหน้าเหวอ

“หา!!!!”

“ห๊ะ!!!!!!”

...วิทกับเบลอุทานพร้อมกันแล้วจ้องไปยังผู้เป็นพ่อแบบไม่ต้องนัดหมาย

“ได้ยินชัดแล้ว!!! และห้ามคลาดแม้แต่วินาทีเดียว ไป๊ไปพักได้!!!”

...ความดุดันและเคร่งครัดนั้นทำให้ทั้งสองพูดไม่ออก

...แล้วนายพลตฤณก็หันหลังเดินไปยังรถกระบะที่จอดอยู่ริมสนามด้านนอก

...วิทหันไปมองหน้าน้องสาวแล้วทำหน้าเลิกลั้กก่อนจะหันหลังเดินไปยังรถเก๋งซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ กับรถของผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้ออกรถไปแล้ว

...น้องสาวได้แต่มองตอบอย่างเคว้งคว้างและยังอยู่ในอาการเหนื่อยหอบ เหงื่อซึมไหลเต็มหน้าเต็มคอจนต้องล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อวอล์มออกมาซับ เสียงหายใจยังคงแรงและเร็วแต่ขาก็รีบสาวก้าวยาวๆ ตามพี่ชายไปติดๆ แล้วเปิดประตูเข้านั่งไปข้างคนขับ

....................

“คุณคะมันจะหนักไปมั้ย!! ฉันกลัวลูกจะไม่ไหวน่ะค่ะ!!”

...คุณปรียาภรรยาของนายพลเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงลูกสาว

...นายพลตฤณเงยหน้าจากจานผลไม้เป็นมองหน้าภรรยา

“ผมเป็นตำรวจนะ!!! ผมผ่านอะไรๆ มาก่อน แล้วทำไมผมจะไม่รู้ว่าลิมิตมันแค่ไหน คุณก็อย่าพูดให้ผมรู้สึกอึดอัดสิ!!! เชื่อมั่นผมเถอะ!! คุณอยู่เฉยๆ คอยเป็นกำลังใจคอยทำอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้ลูกและคอยเชียร์อัพให้เขามีแรงบันดาลใจมากขึ้น แล้วห้ามแสดงอาการที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ให้ยายเบลเห็นเด็ดขาดนะ เดี๋ยวลูกจะขาดความฮึกเหิมแล้วอ่อนแรงตามคุณเสียน่ะ คุณต้องเชื่อมั่นในตัวลูกว่าเขาทำได้ส่วนที่เหลือผมจัดการเอง”

...นายพลบอกภรรยาด้วยสีหน้าจริงจัง คุณปรียาเลยต้องละสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนสีหน้ากังวลที่เกิดขึ้น

...นายพลตฤณทอดแผ่นหลังลงพนักเก้าอี้ฝ่ามือประสานกันแล้วขยับข้อนิ้วเล่นแต่สายตานั้นเหมือนจะคิดไปอีกเรื่องมากกว่าจะจ้องมือตัวเอง

“ผมมีหลานคนเดียวนะปรียา ผมพยายามมอบสิ่งที่ดีให้เขาโดยเริ่มขยับจากความเป็นหลานมาเป็นลูก ยายเมย์เป็นน้องสาวคนเดียวของผมเมื่อเขาไม่อยู่แล้วยายเบลก็คือตัวแทนของยายเมย์ อะไรที่ผมจะทำให้เขาได้พบกับความสำเร็จล่ะก็...ผมจะทำ!! แม้อาจต้องฝืนๆ ในตอนนี้แต่คุณรอดูก็แล้วกันว่ายายเบลต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ และความไม่ธรรมดานี่แหละคือฝีมือของผู้อยู่เบื้องหลังอย่างผม”

...คำพูดธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความจริงจังผสมความเศร้านั้นทำให้คุณปรียารู้สึกเกรงใจที่จะคุยเรื่องนี้ต่อ เพราะรู้ดีว่าเขาเสียใจมากแค่ไหนกับการจากไปของน้องสาวตัวเอง

...และเพราะความหมายมาดนั่นก็ทำให้คุณปรียาต้องยอมแพ้ที่จะไม่ท้วงติงอีกต่อไป

...................

“เร็วๆๆๆ เร็ว!!!! อีกนิดเดียวๆ เร็วๆๆ เฮ้ยยยย...เฮ้!! ไชโย!!!!”

...วิทดีใจกระโดดตัวลอยขึ้นกลางอากาศเมื่อเขากดนาฬิกาจับเวลาให้หยุดทำงานพร้อมกับปลายนิ้วมือของเบลน้องสาวแตะขอบสระแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหาผู้เป็นพ่อซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมสระน้ำ

“พ่อๆๆ วันนี้ไอ้เบลทำลายสถิติทั้งหมดเลยครับ โอ้โหหห!! สุดยอดไปเลย!!”

...วิทบอกอย่างตื่นเต้นแก่ผู้เป็นพ่อและยิ้มแฉ่งหน้าบาน

...นายพลตฤณยิ้มออกมาเต็มใบหน้าแล้วยกนิ้วโป้งให้กับคนที่ยังแช่ตัวอยู่ในสระว่ายน้ำ

...เบลได้ยินพี่ชายพูดก็ดีใจจนแทบหายเหนื่อย

“หา!!!! ทำลายสถิติทั้งหมดเหรอ!!! หนูทำได้เหรอเนี่ย!! ยะฮู้ววหนูทำได้แล้วป๊า!!”

...เบลหรือเบญรดาดีใจอย่างลิงโลดโดนการยกมือขกแขนไชโยโห่ร้องประหนึ่งว่าชนะว่ายน้ำจากกีฬาโอลิมปิคยังไงยังงั้น

...นายพลตฤณผู้พ่อเดินยิ้มไปจนชิดขอบสระแล้วโน้มตัวลงส่งมือส่งมือไปหาลูกสาวเพื่อช่วยดึงร่างนั้นขึ้นมา

...เบลจับมือพ่อไว้แน่นแล้วดันตัวขึ้นจากสระน้ำทันที

...วิทพี่ชายรีบโยนผ้าขนหนูผืนใหญ่มาให้เพื่อเช็ดตัวและพันรอบกายเพราะอากาศค่อนข้างเย็น

...เบลยังคงดีใจกับการทำลายสถิติเดิมลงได้ ผู้เป็นพ่อก็ดีใจจนเก็บอาการไม่มิด

“เห็นมั้ย!!! ป๊าบอกแล้วว่าไม่มีอะไรที่แกทำไม่ได้หรอก เพียงแต่แกมักเอาความกลัวนำหน้าก่อนเสมอเลยทำให้ไม่มั่นใจ เมื่อเราตั้งใจฝึกฝนบ่อยๆ ก็แน่นอนว่าฝืมือต้องพัฒนาขึ้นตามไปด้วย เก่งมากลูก!!! วันนี้ป๊าปรบมือให้เลย!!”

...ผู้เป็นพ่อพูดจบก็โอบไหล่ลูกสาวด้วยความรักและวิทพี่ชายก็เดินเต้นแร้งเต้นกาหน้าบานเข้ามาสมทบ

...เบลดีใจจนไม่เหลือความเหนื่อย และเพราะเธอรู้ดีว่าใครคือผู้เคี่ยวเข็ญให้เธอได้ชนะตัวเองในวันนี้ เธอสวมกอดผู้เป็นพ่อด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก

(เบญรดาสาวน้อยวัย 17 ปี ถูกเลี้ยงดูฟูมฟักด้วยความรักจากพ่อแม่และพี่ชายทั้งสองที่พวกเขาพร้อมใจกันทุ่มหัวใจให้เธอทั้งหมดเพราะพวกเขาเศร้าสะเทือนใจกับการจากไปของพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอ และถึงสาวน้อยเบญรดาจะรู้ความจริงว่าใครเป็นใครแต่คนที่เธอเรียกป๊ากับม๊าก็ไม่ใช่ใครอื่นยิ่งทุกคนปฏิบัติต่อเธอแบบไม่มีช่องว่างก็ยิ่งไม่มีสิ่งใดมาเป็นปมด้อยได้เลยแม้แต่น้อย และกลับตรงกันข้ามที่ความเก่งกาจด้านกีฬาทำให้เธอสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนนับครั้งไม่ถ้วน การเรียนที่มีพี่ชายคอยติวคอยเข็ญก็เป็นไปด้วยดีนั่นยิ่งทำให้เธอเป็นนักเรียนประเภท “เรียนดีกีฬาเด่น” หรือเป็นคนเด่นดังของโรงเรียนก็ว่าได้)

...................

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/12

    ...สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/11

    “มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไ

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/10

    ...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/9

    ...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/8

    ...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/7

    ...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status