แชร์

ติดฝน

ผู้เขียน: ซินเสวี่ย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-15 13:10:50

"เจ้ารีบไปเก็บกระต่ายป่าทั้งสองตัวนั้นเสียพวกเรายังต้องเดินเข้าไปในป่าชั้นกลางอีกนิดหน่อยเผื่อจะมีหมูป่าหรือกวางให้ล่ากลับไปขายได้" หยางฉีเอ่ยบอกเด็กสาวตรงหน้าที่ยังคงยืนนิ่งเงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่เขาจะเอ่ย

"เจ้าค่ะ"

เอ่ยรับคำจบร่างของเหอฟ่านชิงก็รีบวิ่งตรงไปยังซากกระต่ายป่าสองตัวแล้วจัดการนำพวกมันใส่ลงไปยังตะกร้าที่สะพายคู่กับที่เก็บลูกธนูด้านหลังในทันทีแล้วเหอฟ่านชิงก็รีบวิ่งกลับมาหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ที่เดิม

เมื่อหยางฉีเห็นว่าเด็กสาวกลับมาอยู่ข้างตัวของตนเองแล้วนั้นเขาจึงได้เริ่มสาวเท้าออกเดินต่อไปยังจุดที่คิดว่าน่าจะเป็นที่หากินของสัตว์ขนาดใหญ่ขึ้นในทันที

ซึ่งตลอดเวลาที่เดินผ่านต้นไม้ใหญ่ ๆ นั้นเหอฟ่านชิงก็จะจ้องมองและสังเกตหาสิ่งที่สามารถนำไปขายเพื่อหาเงินเพิ่มได้และในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างนาง

เพราะเมื่อนางกำลังจะเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่นั้นเหอฟ่านชิงก็สังเกตเห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่งอกออกมาจากเปลือกไม้ที่เหมือนว่าจะตายไปแล้ว และยิ่งเหอฟ่านชิงเพ่งสายตาจ้องมองดูให้ชัดเจนขึ้นดวงตาใสกระจ่างก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ 

ส่วนขาทั้งสองข้างของนางนั้นก็รีบสาวไปด้านหน้าด้วยความเร็วดุจแสงรู้ตัวอีกทีร่างของเด็กสาวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของบางสิ่งที่นางพบเข้านั่นก็คือ เห็ดหลินจือดำ ที่ดอกขนาดกลาง ๆ ประมาณ 1 ชุนที่งอกออกมาจากเปลือกที่ตายแล้วของต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ จำนวนของเห็ดหลินจือดำที่นางพบนั้นมีเพียงแค่สามดอกเท่านั้น

ด้วยความรวดเร็วเหอฟ่านชิงรีบหยิบเศษผ้าที่พกติดตัวออกมาจากหน้าอก จากนั้นก็จัดการเก็บเห็ดทั้งสามดอกใส่ลงไปในผ้าที่นำออกมาก่อนจะวางใส่ลงไปภายในตะกร้าด้านหลังอีกที

ซึ่งการกระทำที่แสนรวดเร็วนี้ของเหอฟ่านชิงทำให้หยางฉีที่มัวแต่ยิงไก่ป่าเมื่อครู่ไม่ทันได้สังเกต เพราะเพียงแค่ครู่เดียวเด็กสาวก็จัดการเก็บทุกอย่างแล้วกลับมายืนรอยังจุดเดิมในทันทีราวกับไม่ได้ไปที่ไหนมา

"เจ้าไม่ล่าสัตว์หรือ" หยางฉีที่เดินกลับมาสมทบกับเด็กสาวตรงจุดเดิมเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กสาวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

"ข้าเพียงพักเหนื่อยเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวค่อยไปล่าก็ได้ อีกอย่างพวกเราจะล่าสัตว์ถึงยามใดหรือเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยตอบชายหนุ่มอีกทั้งก็เอ่ยถามถึงกำหนดเวลาที่เขาได้คิดเอาไว้สำหรับการมาล่าสัตว์ในวันนี้

"น่าจะล่าจนถึงต้นยามเซิน(15.00-16.59น.) ก็กลับกันได้แล้วละ" หยางฉีเองก็ไม่ได้สงสัยในตัวของเด็กสาว เขาจึงได้เอ่ยบอกเวลาที่จะต้องกลับออกจากป่ากับอีกฝ่ายแทน

"อ่า..เช่นนั้นพวกเราพักทานข้าวกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะนี่ก็ปลายยามอู่(11.00-12.59 น.)แล้ว" เมื่อเห็นว่าอีกนานกว่าจะถึงเวลากลับเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า ด้วยว่านางเองในตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว

"อืม ก็ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปนั่งพักตรงนั้นก่อนก็แล้วกัน"

หยางฉีเอ่ยตอบรับคำพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลที่กำลังแผ่ร่มเงาออกเป็นวงกว้างพอที่จะให้ทั้งสองคนได้นั่งพักกันอย่างสบาย ๆ 

หลังจากที่คนทั้งสองนั่งลงที่ใต้ต้นไม้ดังกล่าวแล้วนั้นพวกเขาก็ได้หยิบห่อข้าวที่เตรียมมาด้วยขึ้นมาทานกันไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครคิดจะเอ่ยสิ่งใดขึ้นในระหว่างที่ทานข้าวเลยแม้แต่น้อย

จนเวลาผ่านไปสักพักเมื่อเหอฟ่านชิงพร้อมกับหยางฉีทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเด็กสาวก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามคำถามที่ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มดูมืดครึ้มลงไปถึงสองส่วน

"พี่หยางฉีรู้หรือไม่ว่าเมื่อวานหลิงหลิงถูกผลักตกน้ำจนเกือบตายนะเจ้าคะ"

"เจ้าว่าอะไรนะ!" หยางฉีเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นจากเดิมพร้อมกับจ้องมองไปยังใบหน้าของเด็กสาวด้วยดวงตาแข็งกร้าว

"พวกท่านไม่ทราบเรื่องที่นางถูกพวกสตรีและเด็กสาวภายในหมู่บ้านรุมรังแกจริง ๆ ด้วยสินะเจ้าคะ"

เหอฟ่านชิงเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบคำถามของชายหนุ่มในทันที แต่นางเลือกที่จะเอ่ยถึงเรื่องที่พวกเขาทั้งสามไม่รู้ถึงสิ่งที่เด็กสาวคนหนึ่งต้องพบเจอมาอย่างโหดร้ายให้กับอีกฝ่ายฟังแทน เพราะถึงแม้หยางหลิงจะไม่ต้องการให้พวกเขารู้เพราะกลัวว่าจะสร้างเรื่องราวให้กับครอบครัวของตนเอง

เพราะครอบครัวหยางนั้นย้ายเข้ามาอยู่ไม่ใช่คนของหมู่บ้านเป่าหนิงมาแต่ก่อนเหมือนคนสกุลเหอที่เกิดและเติบโตมาพร้อม ๆ กับหมู่บ้าน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหยางหลิงที่เลือกที่จะไม่เอ่ยปากบอกทุกคนในครอบครัว

เพียงแต่ความคิดนั้นไม่ใช่สำหรับเหอฟ่านชิง เพราะนางมองว่าการที่เรายอมเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวมันยิ่งจะทำให้อีกฝ่ายได้ใจและทำแบบเดิมซ้ำ ๆ นางจึงคิดว่าควรจะบอกกล่าวกับชายหนุ่มตรงหน้าไปเสีย

"..."

"หลิงหลิงนางมักจะถูกลูกพี่ลูกน้องของข้าที่ชื่อเหอลี่ถิงกับพวกลูกสมุนของนางดักทำร้ายและกลั่นแกล้งอยู่บ่อย ๆ เพียงแต่เมื่อวานนี้ออกจะรุนแรงไปมาก"

"เพราะพวกนางถึงขนาดกล้าผลักหลิงหลิงลงไปในลำธารที่มีความลึก นางพยายามร้องขอความช่วยเหลืออยู่นานแต่คนพวกนั้นกลับทำเพียงแค่ยืนมองนางที่กำลังตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดอยู่ภายในน้ำ ดีที่ข้าตั้งใจจะมาพบท่านลุงที่บ้าน ระหว่างทางจึงได้พบเห็นเหตุการณ์เข้า"

"ข้าจึงได้กระโดดลงไปช่วยนางขึ้นมาได้ทันก่อนที่นางจะจมลงไป มิเช่นนั้นวันนี้ท่านคงจะได้อยู่จัดงานศพน้องสาวแทนการมาล่าสัตว์ที่นี่แล้วละ"

เหอฟ่านชิงเลือกที่จะเอ่ยบอกเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหยางหลิงเมื่อวานให้กับชายหนุ่มได้รับรู้ทั้งหมด

ยิ่งฟังเรื่องราวจากปากของเด็กสาวตรงหน้ามากเท่าใดสีหน้าของหยางฉีก็ยิ่งจะมืดครึ้มลงไปเท่านั้น จนในที่สุดเขาก็แทบอยากจะวิ่งกลับไปยังหมู่บ้านเพื่อจัดการกับคนที่มันกล้าทำร้ายน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาให้สาสมกับสิ่งที่พวกนั้นทำกับน้องสาวของตนเองเสียตอนนี้

กรอดด กรอดด

เสียงกัดกรามเพื่อข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งขึ้นสูงจากร่างของชายหนุ่มทำเอาขนในกายของเหอฟ่านชิงพร้อมใจกันตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งร่างของเด็กสาวยังขยับถอยออกห่างจากร่างของชายหนุ่มไปถึงหนึ่งช่วงตัว

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันนางจะได้ลุกขึ้นวิ่งหนีได้อย่างทันท่วงที จนในที่สุดหยางฉีก็สามารถควบคุมอารมณ์และสติของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังราวกับถูกแช่แข็ง

"ใครที่มันทำร้ายน้องสาวของข้า.....ข้าจะทำให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสม!"

จบคำของหยางฉีทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จนเหอฟ่านชิงนั้นได้ยินแม้กระทั่งเสียงของหัวใจตัวเองที่มันเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความหวาดหวั่น

"อะ..เอ่อ..พี่หยางฉีท่านใจเย็น ๆ ก่อนดีหรือไม่ ท่านทำให้ข้ากลัวอยู่นะเจ้าคะ"

ในที่สุดเหอฟ่านชิงก็ทนต่อความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวไม่ไหวจนต้องเอ่ยเตือนชายหนุ่มด้านข้างที่เอาแต่นั่งเงียบทำสีหน้าเคร่งขรึมราวกับจะไปฆ่าคนเสียตอนนี้ 

เมื่อหยางฉีได้ยินคำพูดของเด็กสาวด้านข้างเขาก็ได้สติกลับคืนมาก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเช่นเดิม จากนั้นจึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยกับเด็กสาวที่ยังคงนั่งนิ่งห่างออกไป

"ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้ นี่ก็นานมากแล้วพวกเราไปล่าสัตว์กันต่อเถิดจะได้รีบกลับบ้านกัน เพราะถ้ามืดค่ำลงไปอาจจะทำให้ชื่อเสียงของเจ้าต้องมัวมองเอาได้"

"เจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของชายหนุ่มนางจึงได้ลุกขึ้นก่อนจะเดินตามแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มที่อายุเพียง 18 ปีแต่ร่างกายนั้นราวกับบุรุษอายุ 20 ปีเสียแล้วพร้อมกับความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัว

'เด็กสมัยนี้ทำไมถึงได้โตไวกันจังนะ'

ทั้งสองต่างก็ผลัดกันยิงและล่าสัตว์ ทั้งไก่ป่า กระต่าย ยังมีนกอีกบ้างประปราย แต่ที่ได้มาเยอะสุดก็คงจะเป็นไก่ป่า จนในที่สุดตะกร้าของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยสัตว์ที่ล่ามาได้

เมื่อหยางฉีแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก็พบว่าในตอนนี้ได้มีเมฆฝนก้อนใหญ่ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่าเสียแล้ว เขาคาดเดาได้ในทันทีว่าจะต้องเกิดฝนตกหนักขึ้นในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน เห็นดังนั้นหยางฉีจึงได้รีบหันไปเอ่ยบอกกับเด็กสาวข้างกายที่กำลังเก็บซากไก่ป่าตัวสุดท้ายลงไปในตะกร้า

"ชิงเอ๋อร์ พายุฝนกำลังจะมาพวกเราต้องหาที่หลบฝนกันเดี๋ยวนี้แล้ว!"

"...."

เหอฟ่านชิงสติหลุดไปชั่วขณะหลังจากที่ชายหนุ่มที่เดินมาด้วยกันตั้งแต่เช้าจนตะวันจะตกดิน เพิ่งจะเอ่ยเรียกชื่อของตนเองเป็นครั้งแรก

แต่เมื่อจบประโยคของอีกฝ่ายสติของนางก็กลับมาสมบูรณ์ตามเดิมก่อนที่เด็กสาวจะเงยหน้าขึ้นมองบนหัวของตนเองแล้วพบว่าเป็นจริงดังที่ชายหนุ่มบอกนางจึงได้รีบเอ่ยตอบรับคำของอีกฝ่ายในทันที

"เจ้าค่ะพี่หยางฉี"

จบคำพูดของเด็กสาวหยางฉีก็รีบสาวเท้าไปยังทิศทางที่เขาจำได้ว่าเดินไปอีกไม่ไกลก็จะพบเข้ากับถ้ำที่สามารถเป็นที่หลบฝนในครั้งนี้ได้

เพียงแต่พวกเขาทั้งสองยังเดินไปไม่ถึงไหนฝนห่าใหญ่ก็ได้ตกลงมาอย่างหนัก จนชายหนุ่มต้องหันหลังกลับไปคว้าจับที่ข้อมือของเด็กสาวและพาออกวิ่งไปยังปากถ้ำที่เห็นราง ๆ ด้วยความรวดเร็ว

จนลืมไปว่าในตอนนี้เขาได้เผลอจับมือของอีกคนไปเสียแล้ว

"!!!" 

************************************************************************************************

ว้ายตายแล้วว ลูกสาวแม่ติดฝนกับผู้ชายซะแล้ว อิอิ

แต่ใด ๆ คืออิพี่ก็ไม่ได้เย็นชากับลูกสาวของเราเท่าไหร่นะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อที่สร้างบ้านใหม่

    เสียงสะดุ้งสุดตัวของทั้งสามคนทำเอาเหอฟ่านชิงกับเหอชงหยวนถึงกับตกใจตาม ด้วยไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พวกท่านยังสบายดีอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวรีบเอ่ยถามอาการของทั้งสามคนด้วยความเป็นห่วงเพียะ!แต่กลับได้ฝ่ามือมารดาที่ฟาดลงมายังต้นแขนของนางแทนคำตอบเสียอย่างนั้น"นี่แหนะโทษฐานที่ทำให้แม่เกือบหัวใจวายตาย" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พร้อมกันนั้นเหอหลวนซานและเหอชงอี้เองก็ยังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของนางมี่ซือ"โอ๊ยยท่านแม่เจ้าคะ ลูกไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเอ่ยบอกพวกท่านจริง ๆ " เหอฟ่านชิงเอ่ยขอโทษมารดาพร้อมทั้งใช้มือลูบไปมาบริเวณที่โดนตี ราวกับว่าเจ็บปวดมากมายนางมี่ซือเห็นการแสดงของบุตรสาวก็ถึงกับอยากจะตีซ้ำลงไปอีกสักครั้งด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางที่เด็กสาวแสดงละครอยู่ในตอนนี้"เอาเถิด ๆ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า ชิงเอ๋อร์เจ้าคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรก็ว่ามา"เหอหลวนซานที่เห็นว่าภรรยารักจะลงมือฟาดบุตรสาวของตนอีกครั้งจึงได้รีบเอ่ยห้ามทั

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   หารือเรื่องการสร้างบ้าน

    "เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้งพร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น"แต่ว่า....""ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   สู่ขอหมั้นหมาย

    "เอาละ ๆ อาซานเจ้าพาพี่หยางกับผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าหนุ่มนี่เข้าไปคุยตกลงเรื่องหมั้นหมายกับข้าด้านในเสีย ส่วนเจ้ายายแก่จะเข้าไปฟังด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็พากันกลับไปเสีย" เหอหานตงที่ยืนเงียบเฝ้ามองภาพสองครอบครัวที่ดูมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพียงแต่ชายชรากับเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอ่ยบอกกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเด็กสาวจึงต้องอยู่ร่วมรับฟังด้วย"ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านลุงหยางกับพี่หยางเฟิงด้านในบ้านเลยขอรับ" เหอหลวนซานเองก็เอ่ยรับคำของบิดาด้วยความดีใจที่อย่างน้อย ๆ บิดาของตนก็ยังคงใส่ใจลูก ๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย"ข้าไม่ขออยู่ฟังก็แล้วกัน เรื่องงามหน้าเช่นนี้ข้าฟังแล้วรู้สึกเป็นเสนียดหูยิ่ง ไปกันเถิดหลานรักพาย่ากลับบ้านที" นางจางที่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางถูกสามีดุด่าต่อหน้าผู้คนเพียงเพราะหลานสาวคนเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงได้เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จากนั่นก็บอกให้หลานสาวอันเป็นที่รักมาช่วยพยุงตนเองกลับบ้านในทันทีเมื่อนางจาง นางจูและเหอลี่ถิงจากไปแล้วผู้ใหญ่ทั้ง

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ข้ารับผิดชอบนางเอง

    เหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน""อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นห

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย

    "ว่ายังไง ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้ากัน หรือว่านังเด็กนั่น.....บัดซบ!"เมื่อนางจางเห็นว่าคนทั้งสามเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยโต้ตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาเหี่ยวย่นของนางจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อคาดเดาคำตอบได้จากท่าทางของคนทั้งสามจนนางจางถึงกับหลุดด่าคำหยาบออกมา"นังเด็กสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน! ไปเรียกนังตัวดีออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกอกตัญญู"หญิงชราเอ่ยตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธที่พุ่งจนถึงที่สุด นางแทบอยากจะจับหลานสาวไม่รักดีมาทุบตีที่หายอับอายยิ่งนัก"อาซานเจ้าบอกข้ามาสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"ท่ามกลางความตึงเครียดจู่ ๆ เสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าเหอก็เอ่ยถามกับบุตรชายด้วยใบหน้านิ่งสงบ ชายชรายังคงไม่เชื่อว่าเรื่องที่ชาวบ้านเอ่ยมาจะเป็นความจริงเพราะเขานั้นรู้ดีที่สุดว่าลูกชายคนเล็กของตนไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขานั้นรกและทะนุถนอมบุตรีเสียยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีทางยอมให้เด็กสาวทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างแน่นอน"ท่านพ่อ.....ชิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นอย่างแน่นอน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เกิดเรื่องแล้ว

    อีกด้านของหมู่บ้านเป่าหนิงหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินทางเข้าเมือง เหอชงอี้ก็ได้นำไก่ป่ากับกระต่ายป่าบางส่วนที่ผู้เป็นน้องสาวล่ามาได้เดินกลับไปยังบ้านของตัวเองด้วยความสบายใจโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ในตอนที่หยางฉีกับเหอฟ่านชิงเดินออกมาจากป่าด้วยกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่พบเห็นแต่ยังมีสองสามีภรรยาบ้านจวงที่ออกมาหาผักป่าตั้งแต่เช้าพบเห็นเข้าเช่นกัน นางจวงที่เป็นพวกปากตลาดอยู่แล้วจึงได้นำเรื่องที่เห็นเมื่อช่วงเช้าไปพูดต่อกับเหล่าแม่บ้านภายในหมู่บ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในเวลาต่อมาข่าวลือว่าบุตรสาวคนเล็กของบ้านเหอนั้นแอบไปนอนค้างอ้างแรมกับชายหนุ่มในป่าจนถึงเช้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ อีกทั้งตอนที่ออกมายังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทำเอาเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีตีไข่เข้าไปอีกนั้นถึงกับรับไม่ได้กับพฤติกรรมไร้ยางอายของเด็กสาวจนต้องนำเรื่องนี้ไปเอ่ยบอกแก่นางจางผู้เป็นท่านย่าของเหอฟ่านชิง"ท่านป้าจางอยู่หรือไม่เจ้าคะ"หนึ่งในแม่บ้านที่ได้ยินข่าวลือของเหอฟ่านชิงมาที่ต้องการ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status