Share

๐๗ ผลสอบ

last update Tanggal publikasi: 2025-10-17 22:14:29

เวลาผ่านไปราวหนึ่งเดือนเต็ม ฤดูใบไม้ร่วงได้แผ่พรมสีเหลืองทองของมันไปทั่วทั้งหุบเขา อากาศเริ่มเย็นลงในยามเช้าและค่ำคืน แต่บรรยากาศภายในบ้านตระกูลหลินกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากการเรียนรู้และความหวัง

ทุกค่ำคืน ภาพของสี่ชีวิตที่โน้มตัวเข้าหาแสงตะเกียงดวงน้อยเพื่ออ่านหนังสือได้กลายเป็นเรื่องปกติ ทว่าภายใต้ความขยันขันแข็งนั้น ทุกคนต่างซ่อนความกังวลใจไว้เงียบ ๆ วันประกาศผลสอบเทียบของเยว่ซินใกล้เข้ามาทุกขณะ เงินค่าสมัครสอบสิบสองหยวนห้าเหมานั้นแม้จะไม่มีใครเอ่ยถึง แต่มันก็ยังคงแขวนอยู่กลางใจของทุกคนประหนึ่งดาบของดาโมเคิลที่พร้อมจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ

มีเพียงหลินเยว่ซินเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง เธอปลอบใจทุกคนว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แต่ในใจลึก ๆ แล้วแม้จะรู้ผลลัพธ์จากอนาคต แต่ก็อดที่จะรู้สึกประหม่าไม่ได้อยู่ดี เพราะนี่คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด หากผิดพลาดไป แผนการทั้งหมดที่วางไว้ก็จะต้องสะดุดลงอย่างแน่นอน

…

บ่ายของวันศุกร์อันแสนปกติ ขณะที่พ่อหลินและต้าเฉียงกำลังซ่อมรั้วบ้าน ส่วนเยว่ซินกำลังช่วยแม่หลินและซิวอิงคัดแยกเมล็ดพันธุ์สำหรับฤดูปลูกหน้า จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นมาจากทางเข้าหมู่บ้าน

“ข่าวดี! ข่าวใหญ่! ตระกูลหลินอยู่ไหน!”

เสียงนั้นเป็นของหลี่ต้าจวิน ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งกลับมาจากในตัวอำเภอ เขาวิ่งหน้าตาตื่นมาแต่ไกล ฝุ่นดินคลุ้งตลบตามหลังมาเป็นทาง

“มีเรื่องอะไรกันหรือต้าจวิน?” พ่อหลินวางค้อนลงแล้วถามด้วยความสงสัย

หลี่ต้าจวินวิ่งมาหยุดหอบแฮ่ก ๆ อยู่หน้าบ้าน เขาชี้มือมาที่หลินเยว่ซินด้วยอาการตื่นเต้นสุดขีด “หลินเยว่ซิน! ผลสอบออกแล้ว! ผลสอบของเธอ โอ๊ย... ให้ตายเถอะ! ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต!”

หัวใจของทุกคนในบ้านหลินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แม่หลินรีบวิ่งเข้ามาประคองลูกสาวไว้แน่นด้วยสีหน้าซีดเผือด “ผล... ผลเป็นยังไงรึต้าจวิน?”

“ที่หนึ่ง! เธอสอบได้ที่หนึ่งของทั้งอำเภอ!” ต้าจวินตะโกนลั่น “ไม่ใช่แค่นั้นนะ คะแนน… คะแนนเต็ม! เธอได้คะแนนเต็มทุกวิชา! ชื่อของเธอตัวเบ้อเริ่มอยู่บนสุดของกระดานประกาศผลเลย!”

สิ้นคำพูดนั้น โลกทั้งใบของครอบครัวหลินก็พลันเงียบสงัดไปชั่วขณะ ราวกับมีใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้

คะแนนเต็มทุกวิชา?

มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินกว่าจะจินตนาการได้ เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นอสุนีบาตฟาดลงกลางหมู่บ้านอันเงียบสงบโดยแท้

“เธอ... เธอดูไม่ผิดแน่นะต้าจวิน?” พ่อหลินถามเสียงสั่นเทา ไม่กล้าจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ผิดได้ยังไงล่ะลุงหลิน!” ต้าจวินยืนยันแข็งขัน “คนทั้งอำเภอมุงดูกันเต็มหน้าสำนักงานการศึกษา ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดถึงแต่อัจฉริยะหลินเยว่ซินจากหมู่บ้านหงซิงของเรากันทั้งนั้นแหละ!”

วินาทีที่ความจริงได้รับการยืนยัน ทำนบน้ำตาของแม่หลินก็พังทลายลงมา เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มยินดี น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจที่สุมแน่นอยู่ในอกมาตลอดหลายปี

พ่อหลินผู้แข็งแกร่งเสมอมา บัดนี้ดวงตาของเขากลับแดงก่ำ ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนไหวของตนเอง ส่วนซิวอิงนั้นน้ำตาไหลพราบกอดน้องสาวไว้แน่น พูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า

“ดีเหลือเกิน... ดีเหลือเกิน...”

แต่คนที่แสดงออกอย่างเปิดเผยที่สุดคือต้าเฉียง เขาร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจสุดเสียง

“สุดยอดไปเลยน้องฉัน! ฮ่า ๆๆๆ พี่ใหญ่รู้แล้วว่าเธอต้องทำได้!” ว่าแล้วเขาก็ช้อนตัวน้องสาวขึ้นอุ้มแล้วหมุนไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจ จนเยว่ซินต้องร้องห้ามเพราะเริ่มเวียนหัว

เยว่ซินหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความสุขที่ได้เห็นครอบครัวที่รักมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มันมีค่ามากกว่าเงินทองกองเท่าภูเขาเสียอีก

แต่เรื่องน่าประหลาดใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น...

ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามต่อมา ขณะที่ข่าวดีกำลังแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ก็มีรถจี๊บคันหนึ่งแล่นฝ่าเข้ามาจอดที่หน้าบ้านตระกูลหลินอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้ที่ก้าวลงมาไม่ใช่ครอบครัวตระกูลซู แต่เป็นชายวัยกลางคนสวมแว่นตาท่าทางภูมิฐาน ซึ่งก็คืออาจารย์ใหญ่จางแห่งโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของอำเภอนั่นเอง

การมาเยือนของบุคคลสำคัญระดับนี้ทำให้ชาวบ้านที่เริ่มทยอยกันมาแสดงความยินดีถึงกับแตกตื่นฮือฮายิ่งกว่าเดิม อาจารย์ใหญ่จางไม่เคยมาเหยียบหมู่บ้านชาวนาที่ห่างไกลเช่นนี้มาก่อน

“ขอโทษนะครับ ที่นี่คือบ้านของนักเรียนหลินเยว่ซินใช่หรือเปล่า?” อาจารย์ใหญ่จางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

พ่อหลินที่ยังคงงุนงงรีบเชิญเขาเข้ามาในบ้านอย่างลนลาน

อาจารย์ใหญ่จางจับมือของเยว่ซินขึ้นมาเขย่าเบา ๆ อย่างชื่นชม “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริง ๆ! ตลอดชีวิตการเป็นครูของฉันมาสามสิบปี ฉันยังไม่เคยเห็นใครที่ทำคะแนนสอบเทียบได้เต็มทุกวิชามาก่อนเลย! เธอคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง!”

“อาจารย์ใหญ่ชมเกินไปแล้วค่ะ” เยว่ซินกล่าวตอบอย่างถ่อมตน

“ไม่เกินไปเลยแม้แต่น้อย!” อาจารย์ใหญ่กล่าวอย่างหนักแน่น “ฉันมาที่นี่วันนี้เพื่อจะมอบข้อเสนอให้เธอเป็นการส่วนตัว โรงเรียนของเรายินดีจะมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนให้เธอเข้าเรียนในชั้นปีสุดท้ายทันที พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนกว่าเธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ขอเพียงแค่เธอตกลงเท่านั้น”

ข้อเสนอนี้ทำให้ทุกคนในบ้านหลินเบิกตากว้าง นี่คือโอกาสทองที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว

แต่หลินเยว่ซินกลับส่ายหน้าช้า ๆ “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณในความเมตตาของอาจารย์ใหญ่เป็นอย่างสูงค่ะ แต่ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติในปีหน้าโดยตรงค่ะ”

คำตอบของเธอทำให้อาจารย์ใหญ่จางตกตะลึงอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้ผิดหวัง กลับกัน แววตาของเขายิ่งทอประกายชื่นชมในความทะเยอทะยานและความแน่วแน่ของเด็กสาวคนนี้มากขึ้นไปอีก

“เข้าใจแล้ว ในเมื่อเธอตั้งใจไว้เช่นนั้นฉันก็จะไม่รบเร้า” เขายิ้มอย่างใจดี “แต่จำไว้ว่าหากต้องการความช่วยเหลืออะไร ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือคำแนะนำ โรงเรียนของเรายินดีต้อนรับเธอเสมอ”

การมาเยือนและจากไปของอาจารย์ใหญ่จางได้สลายข่าวลือในแง่ลบทั้งหมดจนสิ้นซาก ชาวบ้านที่เคยซุบซิบนินทาและมองครอบครัวหลินด้วยสายตาเหยียดหยาม บัดนี้กลับเปลี่ยนท่าทีเป็นหน้ามือเป็นหลังมือ

ป้าหลิวคนเดิมที่เคยกล่าวหาเธอในตลาด บัดนี้กลับหอบไข่ไก่สด ๆ มาให้ถึงหน้าบ้านด้วยรอยยิ้มประจบประแจง

“โอ๊ย... หนูเยว่ซิน ป้ารู้แล้วเชียวว่าหนูต้องเป็นเด็กดีมีความคิด ที่ป้าเคยพูดอะไรไม่ดีไปก็อย่าถือสาเลยนะจ๊ะ”

เยว่ซินรับของมาอย่างสุภาพ แต่ในใจกลับเย้ยหยัน นี่แหละนะสันดานมนุษย์ เมื่อมีอำนาจและได้รับการยอมรับ ทุกคนก็จะวิ่งเข้ามาหาเอง

ค่ำคืนนั้น บ้านตระกูลหลินจัดงานฉลองเล็ก ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แม่หลินยอมทุ่มเงินซื้อเนื้อหมูสามชั้นชิ้นเล็ก ๆ มาทำหมูพะโล้หอมกรุ่น พ่อหลินนำเหล้าหมักจากข้าวฟ่างที่เก็บไว้ใต้เตียงออกมาดื่มฉลองเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ทุกคนต่างผลัดกันคีบเนื้อหมูใส่ชามให้เยว่ซินจนล้น พ่อหลินยกจอกเหล้าขึ้นด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย

“ดื่ม! เพื่อดาวเหวินฉวี่ [1] ของบ้านเรา!”

ทุกคนต่างยกถ้วยของตนเองขึ้นดื่มอย่างมีความสุข ความสุขที่แท้จริงซึ่งเกิดจากความภาคภูมิใจ

ท่ามกลางความยินดีนั้น หลังจากที่ทุกคนเริ่มสงบลงเล็กน้อย เยว่ซินก็วางตะเกียบลงแล้วมองหน้าทุกคนด้วยแววตาที่จริงจัง

“พ่อคะ แม่คะ พี่ ๆ ความสุขและความภูมิใจของทุกคนในวันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้วค่ะ”

เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ทำให้ทุกคนหันมาตั้งใจฟัง

“แต่ว่า...” เธอกล่าวต่อ “นี่เป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้นค่ะ”

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย

“การสอบผ่านเป็นการพิสูจน์ว่าหนูมีความรู้” เธอกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “แต่ความรู้ที่กินไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับกระดาษเปล่า ต่อจากนี้ไปหนูจะใช้ความรู้นี้เพื่อทำให้ท้องของพวกเราอิ่มค่ะ”

“พรุ่งนี้หนูจะเริ่มทำธุรกิจของเราเอง!”

คำประกาศครั้งใหม่ของเธอทำให้ทุกคนที่กำลังเคลิบเคลิ้มอยู่กับความสุขถึงกับนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง พวกเขายังไม่ทันจะปรับตัวกับสถานะครอบครัวของอัจฉริยะได้ดีเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ลูกสาวหรือน้องสาวของพวกเขากำลังจะก้าวไปสู่บทบาทใหม่ที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน

—————

[1] ดาวเหวินฉวี่ หมายถึง เทพแห่งการศึกษา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๒๖ จุดจบของตัวร้าย

    กาลเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของปี 1989 โลกได้หมุนไปข้างหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง...ณ กรุงปักกิ่ง หลินเยว่ซิน หลินต้าเฉียง และหลินซิวอิงได้กลายเป็นนักศึกษาที่โดดเด่นในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ บริษัทหลิวเยว่ แฟชั่นกรุ๊ปได้เปิดสำนักงานใหญ่และสาขาแฟล็กชิปที่เมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อย และได้กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับชาติที่ทรงอิทธิพลทว่าณ อำเภอหลิวอันที่ห่างไกล ช่วงนี้ได้มีข่าวลือระลอกใหม่เกิดขึ้นในวงน้ำชาของเหล่าแม่บ้าน ข่าวลือที่เกี่ยวกับบุคคลที่แทบจะถูกลบหายไปจากความทรงจำของผู้คนแล้ว“นี่เธอได้ยินเรื่องนั้นหรือยัง?” หญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนบ้าน “เห็นว่านังหนูซูเหม่ยลี่อะไรนั่นกำลังจะกลับมาแล้วนะ”“หา?! กลับมาอะไรกัน?” อีกคนถามด้วยความไม่ใส่ใจ“ก็ฉันได้ยินมาว่าเธอไปเจอผู้อุปถัมภ์คนใหม่ เป็นถึงเถ้าแก่จากต่างเมืองที่ร่ำรวยมากเลยล่ะ เห็นว่าเธอกำลังจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน เธอบอกกับคนไปทั่วว่าความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดโปง ที่แท้หลินเยว่ซินนั่นแหละคืออสรพิษตัวจริง!”ในอดีต ข่าวลือที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้คงจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดไปแล้ว แต่ในวันนี้ปฏิกิริยาของผู้คนกลับแตกต

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๒๕ คำตอบรับ

    วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ท่านนายพลลู่และภรรยาเดินทางกลับไปแล้ว บ้านของตระกูลหลินก็ยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความตื่นเต้นไม่จางหาย ทุกคนต่างพูดคุยกันถึงเรื่องงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขท่ามกลางความชื่นมื่นนั้น หลินเยว่ซินกลับรู้สึกว่าหัวใจของตนเองยังคงมีม่านหมอกบาง ๆ ปกคลุมอยู่ เธอยอมรับการสู่ขอ แต่ทว่าเธอยังไม่เคยได้ให้คำตอบแก่เขาจากหัวใจของเธออย่างแท้จริงเลยบ่ายวันนั้น ขณะที่เธอกำลังนั่งออกแบบเสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ในห้องทำงาน ลู่เฟิงในชุดลำลองสบาย ๆ ก็เดินเข้ามาหาอย่างเงียบ ๆ“เยว่ซิน” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ไปเดินเล่นกับฉันหน่อยได้ไหม?”แม้จะเป็นคำเชิญที่เรียบง่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความหมายอันลึกซึ้ง นี่คือการนัดหมายครั้งแรกของพวกเขาในฐานะคู่หมั้นอย่างเป็นทางการเยว่ซินพยักหน้ารับเบา ๆ เธอรู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเสียทีทั้งสองเดินเคียงข้างกันออกจากตัวเมือง ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่สวยงามหรือโรแมนติกใด ๆ แต่กลับเดินไปตามเส้นทางดินสายเก่าที่ทอดตัวมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านหงซิง จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดส

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๒๔ คำขอจากใจจริง

    ฤดูสารทของปี 1988 ได้นำพาสายลมเย็นสบายและใบไม้สีทองโปรยปรายมาสู่เมืองหลิวอัน ครอบครัวหลินกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขและวุ่นวายที่สุด พวกเขากำลังเตรียมการใหญ่สำหรับการย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองหลวงของต้าเฉียง ซิวอิง และเยว่ซินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง จดหมายฉบับหนึ่งจากลู่เฟิงก็ได้ถูกส่งมาถึง ซึ่งเนื้อหาข้างในนั้นก็ค่อนข้างที่จะสั้นกระชับ แต่ทว่ากลับทำให้หัวใจของเยว่ซินเต้นไม่เป็นส่ำ เขาเขียนว่าเขาจะกลับมาเยี่ยมบ้านในสัปดาห์หน้า และครั้งนี้เขาจะไม่ได้มาคนเดียวสัญชาตญาณของเยว่ซินร้องบอกว่าการมาเยือนในครั้งนี้จะต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และดูเหมือนว่าทุกคนในบ้านก็จะรู้สึกได้เช่นเดียวกัน แม่หลินถึงกับลงมือทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่และสั่งให้พ่อหลินไปซื้อใบชาต้าหงเผาชั้นดีที่สุดมาเตรียมไว้ต้อนรับแขกเช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส รถยนต์เก๋งหงฉีสีดำมันวาวสองคันแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูบ้านทรงลานสี่ทิศของตระกูลหลินอย่างเงียบเชียบแต่แฝงไว้ด้วยบารมีอันน่าเกรงขาม การปรากฏตัวของรถยนต์ระดับผู้นำประเทศเช่นนี้ทำให้เพื่อนบ้านที่สัญจรผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดยืนมองด้วยความตก

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๒๓ ตระกูลใหม่ที่รุ่งโรจน์

    ฟ้าหลังฝนสำหรับครอบครัวหลินแล้ว ท้องฟ้าของพวกเขาในตอนนี้ไม่เพียงแต่จะสดใสไร้เมฆหมอกบดบัง แต่มันยังประดับประดาไปด้วยดวงดาวแห่งเกียรติยศที่ส่องประกายเจิดจรัสอีกด้วยเวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของปี 1988 หนึ่งปีกว่านับตั้งแต่การล่มสลายของตระกูลซู ช่วงเวลาที่ปราศจากมารผจญนี้เองที่ทำให้ธุรกิจใบไหวดีไซน์ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดราวกับมังกรทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์บัดนี้ หลิวเยว่ แฟชั่นกรุ๊ป ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าในอำเภอเล็ก ๆ อีกแล้ว แต่ได้กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโรงงานตัดเย็บเป็นของตัวเอง มีสาขากระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วทั้งมณฑล และกำลังจะเริ่มขยายตลาดไปยังเมืองหลวงอย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ แบรนด์ใบไหวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นที่ทันสมัย คุณภาพดี และเป็นความภาคภูมิใจของสินค้าที่ผลิตในประเทศอย่างแท้จริงครอบครัวหลินเองก็ได้ย้ายออกจากบ้านหลังเดิมมาอาศัยอยู่ในบ้านทรงลานสี่ทิศ หลังใหญ่ที่เยว่ซินทุ่มเงินซื้อมันมาแล้วตกแต่งใหม่ทั้งหมด ที่นี่กว้างขวางและงดงามราวกับจวนของขุนนางในสมัยก่อน กลางลานบ้านมีสวนหย่อมที่จัดแต่งอย่างสวยงาม มีสระปลาคาร์ปเล็ก ๆ และต้นไหวที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ปร

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๒๒ เปิดโปงสู่สาธารณะ

    หากคิดจะจับ ก็ต้องแสร้งปล่อยไปก่อนนี่คือกลยุทธ์ที่หลินเยว่ซินและลู่เฟิงได้วางไว้ร่วมกัน...สองวันหลังจากที่ซูเหม่ยลี่ได้จ่ายเงินก้อนสุดท้ายของเธอไป บทความชิ้นเอกอันแสนสกปรกของเฒ่าเหมาก็ได้ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ใต้ดินฉบับหนึ่ง มันถูกนำไปแจกจ่ายตามร้านน้ำชาและแผงลอยต่าง ๆ ทั่วทั้งเมือง เรื่องราวที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างสุดฝีมือได้สร้างความสับสนให้กับผู้คนอีกครั้ง ความสงสัยระลอกใหม่เริ่มซัดสาดเข้าใส่ชื่อเสียงของหลินเยว่ซินอีกคราทางฝั่งร้านใบไหวดีไซน์ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ยอดขายตกลงเล็กน้อย และมีเสียงซุบซิบนินทาจากลูกค้ามากขึ้น หลินเยว่ซินดูเหมือนจะตกอยู่ในภาวะตั้งรับ เธอเก็บตัวเงียบ ไม่ได้ออกมาโต้ตอบใด ๆ ท่าทีที่ดูเหมือนยอมจำนนนี้เองที่ทำให้ซูเหม่ยลี่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจ แต่แล้ว ในขณะที่ข่าวลือกำลังคุกรุ่นถึงขีดสุด ร้านใบไหวดีไซน์ก็ได้เคลื่อนไหวในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดบัตรเชิญที่ถูกออกแบบอย่างสวยหรูได้ถูกส่งไปยังสำนักข่าวทุกแขนง ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อสิ่งพิมพ์ระดับมณฑล เนื้อหาในบัตรเชิญระบุว่าทางร้านจะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิ

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๒๑ สิ้นไร้หนทาง

    ลมหนาวในช่วงปลายปี พัดพาเอากลิ่นอายของเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงให้ลอยอบอวลไปทั่วทั้งเมือง บนถนนหนทางประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดงสดใส ผู้คนต่างมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสจับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมเฉลิมฉลองวันปีใหม่ แต่สำหรับตระกูลซูแล้วฤดูหนาวในปีนี้มันช่างหนาวเหน็บและโหดร้ายเสียเหลือเกินธุรกิจที่เคยยิ่งใหญ่ของพวกเขาได้ล่มสลายลงโดยสมบูรณ์แล้ว...การที่ข่าวในหนังสือพิมพ์ถูกระงับไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ เป็นดั่งสิ่งสุดท้ายที่ทำให้คู่ค้าและธนาคารต่างหมดสิ้นความเชื่อมั่นในตระกูลซู พวกเขารู้ดีว่าตระกูลซูไม่เพียงแต่กำลังจะล้มละลาย แต่ยังไปเหยียบตาปลาของผู้มีอำนาจระดับสูงเข้าให้อีกด้วย ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาอีกตอนนี้พวกเขาอยู่ในสภาวะสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแท้จริง คฤหาสน์หลังงามกำลังจะถูกยึดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทรัพย์สินเงินทองที่เคยมีก็ร่อยหรอลงไปจนแทบไม่เหลือ พวกเขาไม่มีทางไปอีกแล้วค่ำคืนหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสมเพชภายในคฤหาสน์ที่เคยโอ่อ่า ซูเจิ้งกั๋วที่บัดนี้ดูแก่ชราลงไปนับสิบปีได้เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ“เรายังเหลือหนทางสุดท้าย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งแ

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๐๙ พลิกสถานการณ์

    ณ คฤหาสน์ตระกูลซูอันโอ่อ่า บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความเย็นชาและตึงเครียดราวกับฤดูเหมันต์มาเยือนก่อนกาล นับตั้งแต่วันที่ถูกหลินเยว่ซินหักหน้ากลับมา ซูเจิ้งกั๋วก็เอาแต่เก็บตัวเงียบด้วยโทสะที่ยังคุกรุ่น ส่วนเผยฮุ่ยหลันก็จมอยู่กับความเศร้าสร้อยและความรู้สึกผิดหวังที่ถูกลูกในไส้ปฏิเสธมีเพียงซูเหม่ยลี่เ

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๐๘ กิจการแรกของครอบครัว

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังงานฉลอง ควันหลงแห่งความสุขยังคงอบอวลจาง ๆ อยู่ในอากาศ แต่คำประกาศทิ้งท้ายของหลินเยว่ซินเมื่อคืนนี้ก็ได้เข้ามาแทนที่ความปลาบปลื้มยินดีด้วยความสงสัยใคร่รู้ระลอกใหม่ เพราะคำ ๆ นั้นช่างดูห่างไกลจากวิถีชีวิตชาวนาของพวกเขาเหลือเกินหลังมื้อเช้าอันเรียบง่าย เยว่ซินก็ขอให้ทุกคนมารวมตัวกั

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๐๖ แรกพบ

    ดวงตะวันคล้อยต่ำ แสงแดดยามบ่ายที่เคยร้อนแรงเริ่มอ่อนกำลังลง ทอแสงสีอำพันอาบไล้ไปทั่วท้องทุ่งนาสองข้างทาง หลินเยว่ซินเดินถือห่อเกลือเล็ก ๆ กลับบ้านด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ ในใจของเธอกำลังประเมินสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในตลาดอย่างเงียบ ๆชัยชนะในสมรภูมิน้ำลายเมื่อครู่นี้ไม่ได้ทำให้เธอลิงโลดใจแม้แต่น้อย

  • ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันไม่ขอกลับไปตระกูลเดิม!   ๐๕ ปากตลาดและข่าวลือ

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่หลินเยว่ซินไปสมัครสอบเทียบ ชีวิตภายในกระท่อมตระกูลหลินดูเหมือนจะเข้าสู่สมดุลใหม่ กลางวันทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานอย่างขยันขันแข็ง พอกลางคืนก็กลับมารวมตัวกันใต้แสงตะเกียงเพื่อเรียนหนังสือ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นเงียบ ๆทว่า โลกภายนอกรั้วบ้านที่ผุพังนั้นกลับไม่ได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status