ANMELDEN“แม่ขอโทษลูกจริง ๆ ขอโทษที่เคยทำไม่ดีต่าง ๆ นานา ขอให้ลูกทั้งสองรักกันนาน ๆ” พรรณพิลัยผละออกพร้อมกับลูบดวงหน้าของทศวรรษด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นในใจครั้งแล้วครั้งเล่า เด็กคนนี้จริง ๆ เลย แม้แต่ได้ลิ้มรสข้าวคลุกเกลือก็ไม่ปริปากโวยวายอะไรออกมาสักคำ
“ลูกทศ มานี่มา” ทศวรรษขยับเข้าไปใกล้ พรรณพิลัยคว้าข้อมือไปก่อนจะรับกล่องกำมะหยี่สีแดงจากศรีนวลมาสวมให้ลูกสะใภ้คนโตของบ้าน เป็นสร้อยเพชรน้ำดีจากแบรนด์ดัง
“เอาเส้นเล็ก ๆ ไปก่อนนะลูก จองไว้ก่อน งานแต่งของหนูอีกครั้งแม่จะเป็นเจ้าภาพให้เอง” ทศวรรษพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม
“เรียกแม่สิลูก”
“ครับ…คุณแม่” พรรณพิลัยลูบหัวทศวรรษด้วยความเอ็นดู ก่อนจะมอบชุดเครื่องเพชรทองคำให้อีกถาด
“รับไว้เถอะนะถือว่าเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ จากแม่ เพราะว่าแม่ได้จากเราทุกปี” ทศวรรษหน้าแดง ก้มหน้างุดขานรับเบา ๆ ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาทำบ้านคุณาปกรจะรับรู้
ก่อนหน้านั้นทั้งสองแม่ไม่ได้สงบศึกกันเหมือนอย่างวันนี้ มีหลายครั้งที่แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์อยากจะบึ่งรถแล้วไปเฉ่งด่าพวกผู้ดีตีนแดงอย่างพรรณพิลัยถึงบ้าน แต่ก็ได้สามีและลูกสาวคอยห้ามทัพตลอด ก่อนหน้าไม่กี่วันก่อนก็ฉะกันไปหลายดอก แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ได้ทีจัดเต็มเกือบสองชั่วโมง พรรณพิลัยถึงกับกอดเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเด็กทั้งสอง อารมณ์ของแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ถึงได้เย็นลง สุดท้ายความรักของเด็กทั้งสองก็เป็นที่ประจักษ์ จะเป็นกะเทย ตุ้ม แต๋วแล้วยังไง อีกอย่างตาเขยก็ไม่ได้แย่ หน้าที่การงานก็ดี เด็กทั้งสองพากันทำมาหากิน ไม่ได้เอาแต่เที่ยวเตร่ สำมะเลเทเมาที่ไหน ก่อร่างสร้างตัวมาได้ขนาดนี้แม่อย่างเธอก็ตายตาหลับแล้ว คนมีปากอยากพูดอะไรก็พูดไป เธอพูดได้เต็มปาก มีลูกอย่างอีทศและนังดาวเธอไม่เคยอายใคร กลับกัน…สามารถโพนทะนาเม้ามอยใส่ไข่ให้รู้ถึงความเก่งกาจของเด็กทั้งสองตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย ทัดดาวเองก็เป็นหมอที่มีคลินิกกิจการใหญ่โต แล้วเธอยังต้องอายอะไรอีก!
“ก็อย่างที่ผมเคยพูดไปว่าทางเราอยากจะมาสู่ขอทศวรรษอย่างเป็นทางการให้สืบสาน” ท่านเจ้าสัวเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ถอนหายใจ
“ฉันไม่คัดค้านอะไรหรอกค่ะ จริง ๆ ไม่ต้องจัดงานใหญ่โตอะไรพวกนั้นก็ได้ ขอแค่ยอมรับลูกชายฉันได้จากใจจริง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” ก่อนจะขายลูกชายตัวเอง
“ขี้เกียจตัวเป็นขน แถมยังนอนตื่นสาย คร้านพวกคุณจะเอามาคืนสิไม่ว่า”
“แม่!!!” ทศวรรษร้องเรียกแม่ตัวเองเสียงดัง
“ก็มันจริง เอ็งนะขี้เกียจจะตายชักจริงไหมพ่อมึง” เสียงหัวเราะร่วนดังออกไปนอกชานบ้าน ทศวรรษกระเง้ากระงอดก้มหน้างุด สืบสานโอบกอดพลางโยกไปมา
“ขี้เกียจยังไงพี่ก็รัก”
“โห่!!” ทัดดาว พลอยพรรณ รวมไปถึงสามสาวที่เงียบอยู่นานป้องปากแซวใหญ่ ทศวรรษหน้าแดงไปถึงใบหูก่อนจะกระทุ้งศอกใส่สีข้างคนรักเบา ๆ กลบเกลื่อนความเขินอาย วันนี้มันเป็นวันของทศวรรษจริง ๆ
“ตาเขย วันไหนไม่รักมันแล้ว ส่งมันคืนมาหาแม่นะ หากวันนั้นมาถึงแม่เองก็จะไม่ถือโทษโกรธเคืองใคร ความรู้สึกมันพูดกันยาก แต่อย่างน้อยก็อยากจะให้จากกันด้วยดี อย่าให้อีทศมันต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เห็นพวกเราอย่างนี้ก็ไม่เคยจะตีมันจริง ๆ สักแอะ” หักมุมเฉย จากหัวเราะร่วนสนุกเฮฮา ต่อมน้ำตาแตกเฉย ทัดดาวเองก็เช่นกัน เธอจ้องมองพี่ชายสุดที่รักที่สมหวังกับคนรักจริง ๆ จัง ๆ เสียที
“พี่สืบ ดาวฝากพี่สาวคนสวยของดาวด้วยนะ อย่าให้พี่สาวดาวร้องไห้อีก เพราะพี่ทศร้องไห้ปากเบะเหมือนเป็ด แถมยังขี้เหร่สุด ๆ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้พี่ทศร้องไห้อีกนะ” ทัดดาวเข้ามาสวมกอดทศวรรษ ทศวรรษเองก็ต่อมน้ำตาแตกเช่นกัน แถมยังหยิกสีข้างน้องสาวตัวแสบไปหลายที “พูดมาก” ทัดดาวยิ้มเผล่ก่อนจะคลานหนีไปนั่งข้าง ๆ แฟนสาว สาวสามเองก็เช่นกัน
“พี่สืบอย่าทำอีทศเสียใจอีกนะคะ ลำบากพวกหนูต้องคอยเป็นศิราณีอีก” มะเดี่ยวจีบปากจีบคอพูด มือก็เช็ดน้ำตาป้อย ๆ
“คราวนี้จะยุให้อีทศหาผัวใหม่เลย” ต้นตาลว่า
“ยังไงก็ฝากเพื่อนสาวคนนี้อีกครั้งนะคะ” ปลายฟ้าเองก็ร่วมอวยพรด้วยเช่นกัน
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







