เข้าสู่ระบบเตชินแตะคีย์การ์ดห้องของดาริกาก่อนจะเปิดประตูอย่างระมัดระวังเมื่อพบว่าไฟทั้งห้องของหญิงสาวดับสนิทก่อนจะเดินตรงไปยังโซฟาแล้วล้มตัวลงนอน หลังจากที่เขากลับห้องก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและนั่งทำงานต่ออีกหนึ่งชั่วโมงกว่าก็เดินมาที่ห้องสาวเจ้าเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเที่ยงคืนแล้ว
ทว่า…
“คุณเตกลับมาอีกทำไมคะ”
เสียงของดาริกาดังขึ้นในความมือเตชินจึงเปลี่ยนทิศทางเดินไปเปิดไฟห้องแทนก่อนจะพบหญิงสาวกำลังนั่งกินไอศกรีมอยู่ที่โซฟาโดยไม่เปิดไฟ
“ทำไมยังไม่นอน”
“ไม่ง่วงคะ…ฉันตอบแล้ว คุณเตก็ช่วยบอกด้วยนะคะ”
หญิงสาววางถ้วยไอศกรีมลงก่อนจะเงยหน้ามองไปที่ชายหนุ่มพลางเอนหลังพิงพนักโซฟารอคำตอบจากเขา เธอพยายามใจแข็งที่จะพอกับทุกอย่างเมื่อคำพูดของเขาเมื่อกลางวันทำให้เธอรู้ตัวแล้วว่าพยายามเป็น ‘น้องดา’ คนเดิมของเขามันไม่ทีอะไรดีขึ้นเลยสักนิด
มีแต่จะแย่ลง…แย่ลง
“ฉันไม่ไว้ใจเธอ ถ้าไม่สร่างเมาเกิดปีนระเบียงห้องตกลงไปจะทำยังไง” เขาตอบอย่างเลี่ยงความจริง
และเขาก็รู้ตัวว่าคำพูดและการกระทำกำลังสวนทางกันอย่างชัดเจน แต่เรื่องบางเรื่องเขาก็ต้องทำมันสวนทางกันอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ทั้งตอนนี้เขารู้สึกลังเลและสับสนกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่น้อย หากการทำอะไรสวนทางกันคงช่วยให้เขาได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เฉกเช่นตอนที่เห็นดาริกาปีนต้นไม้ในขณะที่กำลังเมา
ในตอนนั้นเตชินทั้งกลัวจะเกิดอันตรายและโมโหดาริกาที่ไม่รู้ประมาณตัวเองโดยที่ไม่มีเขาอยู่ข้างกาย ไม่เพียงแค่โมโหหญิงสาวแต่ยังรู้สึกโกรธตัวเองทั้งที่รับปากแล้วว่าจะเป็นคนพาไปเองแต่กลับปล่อยให้เธอไปคนเดียวจนเกือบเกิดเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังปล่อยให้อยู่กับศศินเพียงลำพัง
เขาไม่ไว้ใจศศินแม้แต่นิด
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนั้นทั้งที่ศศินก็แค่เพื่อนของสาวเจ้าไม่ทีอะไรมากไปกว่านั้น หรืออาจเป็นเขาคือผู้ชายที่ผ่านการรู้จักคนหลากหลายมากกว่าเธอที่เหมือนไข่ในหินของเตโซ และเขายังเป็นผู้ชายที่เห็นผู้ชายด้วยกัน
เหมือนกับผีเห็นผี
แต่ทว่าศศินกลับมีประวัติดีไม่ใช่คนเที่ยวสนุกเหมือนลูกหลานคนรวยคนอื่นๆ ที่มีเงินใช้ก็ใช้อย่างไม่ยั้งคิด แม้ว่าศศินจะมีเพื่อนประเภทนี้เยอะแต่กลับทำตัวได้เป็นอย่างดีจนแม้แต่จิรันยังเอ่ยชม ซึ่งทำให้เขาสับสนไม่น้อยกับศศินว่าแท้จริงแล้วเป็นคนดีจริงหรือเป็นคนที่เสแสร้งตบตาคนได้เก่งและแนบเนียนกันแน่
“คุณเต คุณเตคะ” ดาริกาเอ่ยเรียกเตชินเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังยืนเหม่อลอย
“มีอะไร” เตชินเอ่ยถามเมื่อดึงสติออกจากภวังค์
“ไม่คะ แค่เห็นยืนเหม่อ…กลับไปเถอะคะ ฉันสร้างเมาแล้ว คิดว่าคงจะเขานอนแล้วด้วยคะ เริ่มง่วง” เธอตอบพลางลุกขึ้นยืน
“…” เขาไม่ได้ตอบแต่แค่หลบทางให้เธอเดินตรงไปยังห้องนอน
“เดี๋ยวรอคุณเตกลับก่อนดีกว่าคะ” เธอพูดและยังยืนอยู่ที่เดิม
“ไปนอน ดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่สบาย ดื่มแอลกอฮอล์แล้วยังมานั่งกินของเย็นอีก” เขาไล่พลางบ่น
“พรุ่งนี้คุณเตให้ฉันลานิคะ คงไม่เป็นไรหรอกคะ” เธอเถียงกลับ
“ทำไมดื้อแบบนี้ดา” เขาขมวดคิ้วยุ่งติดหงุดหงิดที่เธอไม่ยอมฟัง
“มันเพราะพี่ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมปากกับใจมันสวนทางกันแบบนี้ เกลียดดาไม่ใช่เหรอแล้วจะมาดูแลกันทำไม ดาโง่มาก ดาไม่รู้อะไรเลย ดาอยากจำได้แต่มันทำไม่ได้สักที!” เธอระเบิดอารมณ์ออกไปทันทีเพียงเขาเอ่ยชื่อเธออย่างอ่อนใจแกมไม่พอใจ
หญิงสาวยืนมองเขาอย่างอดกั้นที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องร้องไห้แสดงความอ่อนแอต่อหน้าเขาทั้งที่รู้สึกถึงความอุ่นวาบที่ขอบตาขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่นอย่างกลัวใจตัวเองหากมองเขานานๆ แล้วจะห้ามน้ำตาไม่ได้
“…” เตชินยืนมองดาริกาเงียบๆ ไร้คำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
“…” เธอเองก็เงียบเพราะรู้ว่าหากพูดออกไปเสียงของตัวเแงคงสั่นเครื่อมิใช่น้อย
“ดา…” เขาตัดสินใจเริ่มก่อนเมื่อเธอเอาแต่หันไปมองทางอื่น
เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะอดทนต่อไปไม่ได้แล้วเมื่อเห็นคนตรงหน้าเอาแต่กล่าวโทษตะวเแงมากกว่าจะโทษคนอื่นจนเขารู้สึกไม่ชอบขึ้นมาเรื่อยๆ และมากขึ้นจนอยากจะต่อว่าแล้วพูดความจริงออกไปที่อาจจะเป็นการทำร้ายตัวสาวเจ้ามากกว่าที่เป็นอยู่
ลึกๆ เขาก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นนอกจากตอนนี้
“กลับไปเถอะคะ ดาง่วงแล้ว…เกลียดกันก็อย่ามาทำให้ดาคิดว่าพี่เตเป็นห่วงดาได้มั้ย เธอไม่อยากหวั่นไหวไม่อยากรู้สึก…อือ!”
ดาริกาตัดสินใจหันกลับไปมองเตชินทันทีที่ควบคุมความรู้สึกตัวเแงได้และหักห้ามใจไม่ให้รู้สึกกับชายหนุ่ม ทว่าหญิงสาวไม่ทันจะพูดจบประโยคก็ถูกเขาที่พุ่งตัวมารั้งท้ายทอยแล้วกดจูบลงมาอย่างไม่ปรานีหัวใจเธอสักนิด สาวเจ้าพยายามทั้งผลักทั้งดันตัวคนตัวสูงแต่สุดท้ายก็หมดแรงปล่อยให้เขาบดเคล้าริมฝีปากเธอให้พอใจ ทิ้งแขนทั้งสองลงข้างลำตัวให้เขาได้ทำตามใจชอบ เธอหลับตาปล่อยให้น้ำตารินไหลลงอาบสองแก้มอย่างไม่คิดจะยกมือขึ้นมาเช็ด แม้จะรู้สึกเจ็บริมฝีปากแค่ไหนก็ทนจนกว่าเขาจะพอใจแต่เธอจะไม่มีทางให้เขาได้แทรกลิ้นอุ่นเข้ามาได้อย่างที่เขาพยายามทำมัน
แต่หลังจากนี้มันคงจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นแน่
ทว่า ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ปากไม่ตรงกับใจเมื่อเขายังคงบดเคล้าไม่ยอมผละออกพลางรั้งท้ายทอยเธอมากขึ้น มืออีกข้างยกขึ้นมาโอบรอบเอวคอดจนเรือนร่างของเธอกับเขาชิดกันจนไร้ช่องว่าง น้ำตาที่ไหลรินเหือดแห้งหายไป แทนทีที่ด้วยความซาบซ่านที่แผ่ขึ้นมาทีละนิดจนสาวเจ้าเผยอริมฝีปากจนลิ้นอุ่นสอดเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล่น ดูดดื่มด้วยความหิวกระหายราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมานาน มือหนาที่เพียงวางไว้เริ่มเคลื่อนไหวลูบไล้อย่างสำรวจ เฉกเช่นเดียวกับมือเรียวบางที่ยกขึ้นมาโอบรอบลำคอของเขาแล้วขยับริมฝีปากโต้ตอบอย่างเงอะงะตามประสาของคนจูบไม่เป็น
เมื่อมีการโต้ตอบจากคนตัวเล็กชายหนุ่มที่เจนจัดก็ย่อตัวลงเล็กน้อยทั้งที่ยังจูบเธอไม่ยอมผละออกก่อนจะช้อนแขนอุ้มเธอขึ้น เรียวขาเกี่ยวสะโพกสอบไม่ให้ตกยามที่เขาเดินเข้าห้องนอนของเธอ ดวงใจดวงน้อยสั่นระรัวราวเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในใจ ความวาบหวามก่อความพรั่นพรึงขึ้นในใจดวงน้อยที่กลัวกับผลลัพธ์ที่จะตามมาในเช้าวันรุ่งขึ้น
ดาริกากำลังสับสนและมึนงงในเวลาเดียวกันกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น แต่แล้วก็ต้องลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลังจึงได้สติรับรู้ว่าตอนนี้บนร่างหายของเธอไร้เสื้อผ้าสวมใส่ไม่ต่างจากเขา ซึ่งทำให้เธอทั้งเขินอายและตกใจเพราะไม่รู้ตัวเลยว่าเขาจัดการมันไปตั้งแต่เมื่อไร มือเรียวบางดันหน้าอกของคนตัวใหญ่จนเขาผละออก เธอจึงกวาดสายไปมองก็พบว่าหางตาเห็นบรรดาเสื้อผ้าที่ถูกโยนกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นห้อง
“พี่เต…”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







