Masukสัญญากับน้อยนะ ถ้าพี่เธียรไม่รักน้อยแล้ว ขอให้บอกกันตรงๆ อย่าโกหกหรือปิดบัง แค่บอกมาคำเดียว น้อยจะเป็นฝ่ายไปเอง ไม่อยู่ให้พี่เธียรต้องลำบากใจเลยสักนิด... รู้ตัวอีกที ความรักครั้งนี้กลับทำให้หล่อนเกือบจะเอาชีวิตแทบไม่รอด แต่แล้วก็ได้รับรู้ความลับดำมืดที่เขาพยายามซุกซ่อนเอาไว้ หล่อนจะรับสิ่งที่เขาเป็นได้หรือไม่... หรือเลือกที่จะจบและลืมเขาไป หรือเป็นเขาที่ต้องทำใจให้ลืมหล่อนเสียเอง
Lihat lebih banyakกลิ่นหอมยวนใจโชยมาพร้อมกับร่างอวบอิ่มของคุณแม่คนสวยที่เดินตรงมาขึ้นเตียงนอน ชายหนุ่มวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะข้างเตียงนอนแล้วหันไปหาภรรยาที่สอดตัวเข้ามาภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันพร้อมกับโอบกอดร่างนุ่มเอาไว้ทันที“พร้อมยัง คืนนี้ได้แล้วใช่ไหม”น้ำเสียงทุ้มพร่าที่กระซิบข้างหูพร้อมกับอาการซุกไซ้จนขนกายลุกชันทำให้หญิงสาวเอียงคอหนีพร้อมกับหัวเราะคิกด้วยความจักจี้“ได้ค่ะ แต่ว่าอย่าเพิ่งรุนแรงนักนะ เดี๋ยวจะ...อ๊ะ” หญิงสาวพูดไม่ทันจบ เสียงก็เงียบไปเพราะถูกปล้นจูบจากคนหื่น“ไม่ได้ใส่เสื้อในเหรอ” เขางึมงำอยู่กับอก เมื่อสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวโคร่งนวิยาส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะครางออกมาเมื่อยอดถันสีอ่อนถูกดูดกลืนหลังจากนั้น มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดศีรษะของสามีเอาไว้ อกอวบอิ่มแอ่นยกยามเขารูดเลียปลายยอดและรอบๆ ป้านสีหวาน บางทีก็ขบดูดจนเสียดเสียวไปทั้งตัว ซ่านซ่ายุบยิบทั่วหนังศีรษะ จากนั้นบทรักก็เริ่มเร่าร้อนจนถึงจุดพีกเสียงเนื้อแน่นหนั่นกระทบกระแทกหนักหน่วงเร่าร้อน บั้นท้ายอวบอั๋นถูกฟาดตี เร้าอารมณ์ที่ฟุ้งอยู่แล้วให้ร้อนถึงจุดเดือด เสียงครวญครางที่แผ่วเบาเพราะต้องระวังไม่ให้ลูกน้อยตกใจตื่นดังขึ้นอ
บทส่งท้ายแดดอ่อนๆ ในตอนเย็น พบหญิงสาวแก้มป่องท้องโตหนึ่งอัตรากำลังนั่งเอนหลังอิงอกกว้างของสามีบนผ้าผืนใหญ่พร้อมกับตะกร้าของกินสารพัดอย่างวันนี้อายุครรภ์ของนวิยาย่างเข้าเดือนที่แปด ก่อนที่ เธียรวิชญ์จะหยุดพาหญิงสาวตะลอนทัวร์ ชายหนุ่มก็ตามใจคนท้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่หล่อนจะต้องอยู่เหย้าเฝ้าเรือนเพื่อเตรียมตัวคลอดลูก โดยพาเมียรักมาพักผ่อนยังสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป ให้ภรรยาได้ผ่อนคลายมากที่สุด ตอนคลอดจะได้คลอดง่ายๆ เพราะนวิยายืนยันว่าจะคลอดด้วยตัวเองไม่ผ่าคลอดเด็ดขาด“น้อยแน่ใจนะว่าไม่ผ่าคลอด” เธียรวิชญ์เอ่ยถามภรรยาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ“แน่ใจค่ะ น้อยอยากมีประสบการณ์ อยากรับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการคลอดลูก อีกอย่างเราสองคนแม่ลูกก็แข็งแรงด้วยกันทั้งคู่ เพราะฉะนั้นคลอดเองได้สบายมาก แต่ท้ายที่สุดถ้าถึงตอนนั้นแล้วน้อยไม่ไหว คุณหมอก็คงพิจารณาเองว่าควรจะคลอดเองหรือว่าผ่า พี่เธียรไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ”หญิงสาวปลอบใจสามีที่ดูจะค่อนข้างกังวลแทนภรรยามากเกินควรด้วยสีหน้าสบายใจแบบสุดๆ“ก็พี่เป็นห่วงน้อยกับลูก แล้วก็ไม่อยากให้น้อยต้องเจ็บปวดมากด้วย”นวิยาได้ฟังแล้วยิ่งปลื้มใจในตัว
นวิยาแก้มแดงขึ้นไปอีกระดับ กะพริบตาปริบๆ ก่อนถลึงตาใส่เพื่อนรักที่จ้องมองเอาจริงๆ จังๆแต่พอภิมพิมลเห็นใบหน้างดงามเปล่งปลั่งเป็นสีชมพู เรือนร่างอวบอิ่มอรชรผุดผาดบาดตาด้วยออราราศีคุณนายที่เคลือบจับ งดงามเสียยิ่งกว่าก่อนแต่งงาน ความคิดก่อนหน้าก็ค่อยๆ อันตรธานหายไป ความกังวลใจมลายสิ้น“ยังโอเคสิจ๊ะ คนไม่โอเคแบบไหนจะสวยได้ขนาดนี้” ไม่พูดเปล่า แต่นวิยายังยกลำแขนกลมกลึงเปลือยเปล่าอวดผิวพรรณผุดผาดให้เพื่อนได้ยลเต็มตา “พี่เธียรดูแลฉันดีที่สุดเลยจ้ะ พายไม่ต้องห่วงน้อยแล้วนะ ยิ่งวันเวลาผ่านไป เขายิ่งทะนุถนอมน้อยมากขึ้น”คนเป็นเพื่อนเบ้ปากหมั่นไส้คนอวดผัว“ไม่มีอะไรรุนแรงก็ดีแล้วแหละ” ภิมพิมลเอ่ยอย่างโล่งใจ ก่อนขยับห่างเล็กน้อยแล้วยิ้มกว้าง “อันที่จริงฉันอิจฉาแกมากเลยนะน้อย จากที่ตอนแรกร่อแร่ นึกว่าจะเลิกกันแน่ๆ แต่ก็กลับมาคบกัน แถมมีเรื่องพีกให้ใจหายใจคว่ำเล่นกันทั้งบาง สุดท้ายก็ลงเอยกันได้ ชีวิตแกนี่เหมือนนางเอกในนิยายเลยรู้ไหม”นวิยายิ้มอ่อนขณะสบตาเพื่อน นางเอกอย่างนั้นเหรอ ทวนประโยคนั้นในใจพลางคิดถึง พระเอก ที่หายไปสักพัก แล้วคิดถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ระหว่างเขากับหล่อน อันที่จริงความร้อนแรงของ
นึกย้อนไปเมื่อสักหนึ่งปีก่อน หล่อนกับเขาเกือบจะเลิกกัน แต่พอคิดว่าเคยเลิกรักกันบ้างไหมก็นึกไม่ออก จะมีสักช่วงเวลาไหมที่หล่อนกับเขาหยุดรักกันไปจริงๆ คำตอบที่ได้จากตัวเองคือไม่เคยเลย หล่อนไม่เคยหยุดรักเขาได้สักวินาทีหญิงสาววางมือเรียวลงบนมือใหญ่อบอุ่นที่กอดกุมอยู่ตรงหน้าท้องแบนราบ พลางเอนหลังอิงแนบไปกับแผงอกกำยำของสามีหมาดๆ ด้วยความรู้สึกอบอุ่นรักใคร่“ถามอะไรหน่อยสิคะ”คนที่อุทิศอกเป็นพนักอิงให้หญิงสาวเลิกคิ้วสูง“อืม” เขาจูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มหอมกรุ่นขณะรับคำ“เคยมีสักวันไหม ที่พี่เธียรจะหยุดรักหรือคิดจะเลิกรักน้อย”สิ้นเสียงหวานคนถูกถามเงียบไปนาน จนคนถามชักจะคอแข็ง ชายหนุ่มจึงยิ้มขันแล้วหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่“ก็เคยนะ”คราวนี้ไม่ใช่แค่คอที่แข็ง แต่ตาก็แข็งจัดเมื่อหันขวับมามองเขาตรงๆ คนตอบเลยชักจะร้อนๆ หนาวๆ จึงรีบบอกออกมา“แต่ก็จำไม่ได้ว่าพี่เคยคิดแบบนั้นตอนไหน อาจจะหลายครั้งหลายตอน แต่ก็ไม่เคยจะทำได้เลย อ๊ะๆ อย่าเพิ่งงอนพี่สิครับที่รัก ที่พี่คิดแบบนั้นน้อยก็รู้ว่าเพราะอะไร”น้ำเสียงช่วงท้ายประโยคอ่อนลง เช่นเดียวกับนัยน์ตาคู่งามก็ค่อยๆ อ่อนแสง มือที่วางทับหลังมือใหญ่เปลี่ยนเป็นสอดประสานเ
๒๐เธอคือของขวัญหลังจากที่เธียรวิชญ์ถูกโจมตีด้วยเรื่องของพฤติกรรมและรสนิยมส่วนตัว เขารีบเดินทางไปเคลียร์ใจกับครอบครัวของ นวิยา แน่นอนว่าทั้งชยพลและณิชาไม่อาจยอมรับได้ เพราะกลัวว่าลูกสาวของตนจะถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม แต่เป็น นวิยาที่เลือกจะบอกเล่าเรื่องราวระหว่างเขากับหล่อนตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งเล
เมฆหมอกสีขาวขุ่นลอยตัวเป็นลอนริ้วตัดสีเขียวของต้นไม้ทึมทึบลดหลั่นบนยอดทิวเขาสูง บรรยากาศบนภูฉ่ำชื้นด้วยไอเย็นงดงามประหนึ่งภาพวาดจากปลายพู่กัน กาแฟดำร้อนหรือโกโก้อบอุ่นกรุ่นควันจึงเหมาะควรยิ่งในเช้านี้ แต่คนคู่หนึ่งที่ดั้นด้นจากพื้นราบมาสู่ยอดเขาสูงชันกลับนอนอุตุอยู่บนเตียงนุ่มชนิดไม่ยอมกระดิกตัวออ
ไอ้เธียร มึงนี่เสน่ห์โคตรแรง ขนาดเพื่อนยังไม่เว้นนะมึง ได้กันยังวะ ตัวติดกันอย่างกับลูกโม่กับกระบอกปืนมึงจะบ้าหรือไงวะ กูกับดาวไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย อ้าว ก็พวกกูเห็นมึงตัวติดกันอย่างกับอะไร แถมใครๆ เขาก็ลือกันว่ามึงกับมันคั่วกันอยู่หยุดเลย มึงพูดแบบนี้กูขนลุกว่ะ ชายหนุ่มค้านพลางส่ายหน้า เขาไม
ไม่ว่าข่าวเรื่องรสนิยมของเธียรวิชญ์จะถูกปล่อยออกมาด้วยเหตุใด ทว่ามันก็ทำให้เขาถูกมองในแง่ลบอยู่บ้าง แต่ด้วยความสามารถที่เหนือชั้นและไม่เคยนำความเดือดร้อนมาสู่ใคร ทำให้ข่าวนั้นตกไปจนกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ส่วนคนปล่อยข่าวกลับต้องวิ่งเต้นช่วยเหลือตนเองอย่างคร่ำเคร่ง กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะคนที่มีเรื





