แชร์

บทที่ 3 สตรีร้ายกาจ

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-15 08:44:25

ยามนี้ในใจของฮวาฉือกำลังใคร่ครวญความเป็นไปได้ตามคำพูดของบุตรสาว สินเดิมของฮูหยินที่ล่วงลับไปแล้วของเขานอกจากเขาแล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่ง มีเพียงเฉียวเหมยที่มักจะพูดจายุยงเขาหลายครั้งให้เขานำสินเดิมของซูอวี้หลันออกมาใช้จ่ายในเรือนและใช้เป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาเพื่อให้การขอเลื่อนตำแหน่งขุนนางในกรมอาญาเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เพราะเขายึดมั่นในคุณธรรมจึงได้ตำหนินางไปแล้วไม่ได้คิดติดใจอะไรกับคำชี้แนะของนางอีก

ยามนี้เมื่อคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเฉียวเหมยได้ ฮวาฉือจึงหันไปจ้องมองอนุคนโปรดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ทำให้เฉียวเหมยที่ยามนี้บนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาส่ายหน้าให้เขาโดยไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมาอีก

“ส่งนางไปรับโทษโบยที่หอลงทัณฑ์ ให้นางรับโทษโบยตียี่สิบไม้ ตรวจสอบเครื่องประดับและของมีค่าในเรือนนางหากพบสิ่งของที่เป็นของฮูหยินของข้าก็ให้นำกลับคืนมาเพื่อเติมลงในสินเดิมของคุณหนู” คำพูดของเขาทำให้เฉียวเหมยหลุดปากร่ำไห้ออกมาแล้วอ้อนวอนเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเวทนา

“นายท่านรองข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะ ขอนายท่านได้โปรดสอบสวนใหม่อีกครั้ง ข้าหรือจะกล้าแตะต้องสินเดิมของฮูหยินรอง” แม้ว่าเฉียวเหมยจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ฮวาฉือรู้ดีว่ายามนี้ทั้งบิดา พี่ชาย และพี่สะใภ้กำลังรอดูผลการตัดสินของเขาอยู่เมื่อเขาสั่งลงโทษเฉียวเหมยเช่นนี้สีหน้าของทุกคนจึงได้ผ่อนคลายความขัดเคืองใจลง

“ข้าขออภัยพี่สะใภ้ด้วยที่ข้าปล่อยให้อนุของตนเองล่วงเกินท่าน” ฮวาฉือเอ่ยพลางค้อมกายลงคำนับด้วยความนอบน้อม ต่งฟางหรูจึงได้พยักหน้าแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หากเจ้ารู้สึกผิดจริงพี่สะใภ้เช่นข้าย่อมจะไม่ถือสา สงสารก็แต่ชิงชิง สินเดิมของมารดาถูกผู้อื่นแตะต้องแถมวันนี้ยังจะถูกผู้อื่นพูดจาให้ร้ายอีก” คำพูดของต่งฟางหรูทำให้ฮวาฉือหันไปมองบุตรสาวในทันที แม้ว่ายามนี้นางจะเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าจนหมดแล้ว แต่ดวงตาอันแดงก่ำของนางก็ยังคงเต็มไปด้วยความเสียใจ ยังมีบิดาของเขาที่แม้ว่ายามนี้จะไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาแต่ก็กำลังยืนกดดันเขาและรอดูว่าเขาจะจัดการเรื่องในเรือนของตนเองเช่นใด

“ชิงชิงเจ้าไม่ต้องเสียใจไป พ่อจะเติมสินเดิมให้เจ้าด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อมีในยามนี้ หลังจากนี้พ่อจะปรับลดเบี้ยหวัดทุกอย่างของอนุเฉียว เครื่องประดับทุกชิ้นที่นางได้รับหลังจากแต่งเข้ามาในจวนสกุลฮวาของพวกเรา พ่อจะยึดคืนจากนางทั้งหมดแล้วนำมามอบให้เจ้าเป็นสินเดิม” เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ย่อกายคารวะเขาด้วยความนอบน้อม

“ขอบคุณท่านพ่อมากเจ้าค่ะ” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาเหลียงก็ยกมือขึ้นมาลูบหนวดเคราของตนเองแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“ในเมื่อจบเรื่องแล้วก็ให้แล้วกันไปเถิด บาดหมางกันต่อไปก็เป็นขี้ปากของผู้อื่นเปล่าๆ เจ้ารองหลังจากนี้เจ้าจงดูแลคนในเรือนของตนเองให้ดีอย่าปล่อยให้สร้างปัญหาอีก ส่วนเจ้าสะใภ้ใหญ่หน้าที่ดูแลเรื่องการจัดเตรียมสินเดิมของชิงชิงข้าขอมอบให้เจ้าเป็นคนดูแลทั้งหมด หวังว่าหลังจากนี้คงจะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก” ประโยคหลังฮวาเหลียงพึมพำออกมาเสียงเบาพลางทอดสายตาไปมองฮวาจื่อชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการรู้ทัน

บุตรชายคนรองของเขา ฮวาฉือ ไม่มีทางละโมบในเงินทองจนกล้าไปยุ่งกับสินเดิมของฮูหยินที่ล่วงลับไปแล้วแน่ ดังนั้นคนที่กล้าแตะต้องก็คงจะมีแต่ฮวาจื่อชิงเพียงเท่านั้น นางเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมแม้ภายนอกจะดูเหมือนเด็กสาวที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยแต่การกระทำหลายๆ อย่างที่ผ่านมาของนางล้วนมากล้นไปด้วยแผนการ แม้ว่าจะรู้ทันแผนการของนางแต่เพราะความที่เขามีจิตใจเอนเอียงเข้าข้างนางที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียว เขาจึงไม่คิดจะเปิดโปงนางต่อหน้าผู้อื่น ในใจก็ได้แต่หวังว่าวันหน้านางจะสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมที่มีเอาตัวรอดในจวนสกุลเซี่ยได้ แม้ว่าต่อไปนางจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเซี่ยเหวินหลางบุรุษที่รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายไอสังหารอันเข้มข้นผู้นั้นก็ตาม

โทษโบยยี่สิบไม้หากเป็นบุรุษย่อมไม่ถือว่าเป็นโทษสถานหนัก แต่กับสตรีบอบบางเฉกเช่นเฉียวเหมยโทษโบยตียี่สิบไม้ของหอลงทัณฑ์สกุลฮวาถึงกับทำให้นางต้องล้มหมอนนอนเสื่อไปหลายวันในทันที ยิ่งเมื่อยามที่นางกลับมาที่จวนแล้วได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับที่เป็นสินเดิมของซูอวี้หลันถูกยึดกลับคืนไป แต่เครื่องประดับของนางที่นางซื้อหาหลังจากที่แต่งเข้าจวนสกุลฮวาล้วนถูกยึดเอาไปด้วย ทำให้นางแค้นใจจนกระอักโลหิตออกมา อาการป่วยของนางไม่ใช่แค่เพียงบาดแผลภายนอกแต่บาดแผลภายในใจก็บอบช้ำไม่แพ้กัน ยิ่งเมื่อได้เห็นสายตาหมางเมินของสามีก็ยิ่งทำให้เฉียวเหมยอยากจะลุกขึ้นมาตะโกนให้ลั่นจวนว่า

“ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ยักยอกสินเดิมของฮูหยินรอง” แม้ว่าเฉียวเหมยอยากจะตะโกนอย่างสุดเสียงแต่เสียงที่ที่นางเปล่งออกมากลับแผ่วเบาราวกับยุง ยามนี้สาวใช้ที่เคยห้อมล้อมปรนนิบัติดูแลนางเหลือแค่เพียงไม่กี่คนเพียงเท่านั้น อีกทั้งข้างกายของนางในยามนี้มีแค่เพียงฮวาจื่อซูผู้เป็นบุตรชายของนางเพียงเท่านั้น

“ท่านแม่ ในเมื่อท่านแม่ไม่ได้ทำพวกเราก็ควรจะหาคนที่กล้าใส่ร้ายท่านแม่มาลงโทษให้ได้ คนที่รู้สึกว่าท่านแม่ขวางหูขวางตาหาได้มีแค่เพียงพี่หญิงชิงชิงเพียงเท่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้เฉียวเหมยเปิดปากออกมาราวกับอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้เอ่ยออกมา

“ท่านแม่วางใจเถิด อีกไม่นานนางก็ต้องแต่งเข้าสกุลเซี่ยแล้วสตรีร้ายกาจเช่นนางวันหน้าจะต้องถูกทรราชเซี่ยฆ่าตายคาจวนแน่” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้ฮวาจื่อชิงที่กำลังเดินเข้ามาในห้องถึงกับชะงักเท้าแล้วนางก็ยิ้มเย็นออกมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ได้ยินว่าอนุเฉียวป่วย ข้าก็เลยตั้งใจจะมาเยี่ยมเยียน คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินน้องชายของตนเองกำลังพูดจาสาปแช่งข้าเช่นนี้ หากท่านพ่อมาได้ยินเข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อจะลงโทษเจ้าอย่างไร เจ้าคิดว่าข้าควรจะลองทำให้เป็นเรื่องใหญ่ดีไหม ข้าจะได้รู้ว่าท่านพ่อจะลงโทษเจ้าเช่นไร” ถ้อยคำของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อซูเม้มปากแน่นเขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“ท่านพ่อรักข้า ไม่มีทางลงโทษข้าหรอก” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้ฮวาจื่อชิงหัวเราะออกมาในทันที

“เมื่อหลายวันก่อนเจ้าก็เคยพูดกับข้าว่าท่านพ่อรักอนุเฉียวของเจ้ามากมิใช่หรือ ยามนี้เมื่อข้าได้เห็นสภาพของนางแล้วข้าก็รู้สึกดีจริงๆ ที่ข้าไม่ใช่คนที่ท่านพ่อรักอย่างอนุเฉียวของเจ้า” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อซูขยับกายลุกขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้มาที่ใบหน้าของนางด้วยความแค้นใจ

“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ามันสตรีร้ายกาจ ข้าจะต้องนำเรื่องนี้ไปบอกให้ท่านพ่อรู้” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมา

“ข้าได้บอกหรือว่าข้าคือคนทำ เจ้าอยากจะเป็นอีกคนที่ใส่ร้ายข้าก็ลองดู แต่ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้เลยว่า คนเช่นข้าไม่เคยยอมให้ผู้ใดรังแกโดยไม่ตอบโต้” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางวางขวดยาใบเล็กลงบนโต๊ะกลางห้อง

“ข้านำยาทาแผลสดมามอบให้ หากอนุเฉียวกล้าใช้รับรองได้เลยว่าแผลของท่านจะหายเร็วขึ้น” เมื่อเอ่ยจบฮวาจื่อชิงก็เดินออกมาจากเรือนของนาง ฮวาจื่อเฉิงที่ยืนรออยู่หน้าเรือน อดเอ่ยปากถามฮวาจื่อชิงไม่ได้

“ยาราคาแพงขนาดนั้นเจ้านำไปมอบให้นางทำไม” เมื่อเขาเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมา

“ราคาแพงมากก็จริงแต่ข้าใช้เงินที่ได้จากการขายเครื่องประดับของนางมาซื้อ อีกทั้งยาขวดนั้นข้าได้ยินมาว่านอกจากจะมีสรรพคุณที่ดีเยี่ยมแล้วยามที่ใช้จะปวดแสบปวดร้อนเป็นอย่างมาก ยาดีที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและเงินทองของตนเอง เหมาะสมกับคนเช่นนางแล้ว” ฮวาจื่อชิงเอ่ยออกมาพลางเดินนำญาติผู้พี่กลับเรือนของตนเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status