Home / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 3 สตรีร้ายกาจ

Share

บทที่ 3 สตรีร้ายกาจ

Author: BigM00N
last update publish date: 2026-02-15 08:44:25

ยามนี้ในใจของฮวาฉือกำลังใคร่ครวญความเป็นไปได้ตามคำพูดของบุตรสาว สินเดิมของฮูหยินที่ล่วงลับไปแล้วของเขานอกจากเขาแล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่ง มีเพียงเฉียวเหมยที่มักจะพูดจายุยงเขาหลายครั้งให้เขานำสินเดิมของซูอวี้หลันออกมาใช้จ่ายในเรือนและใช้เป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาเพื่อให้การขอเลื่อนตำแหน่งขุนนางในกรมอาญาเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เพราะเขายึดมั่นในคุณธรรมจึงได้ตำหนินางไปแล้วไม่ได้คิดติดใจอะไรกับคำชี้แนะของนางอีก

ยามนี้เมื่อคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเฉียวเหมยได้ ฮวาฉือจึงหันไปจ้องมองอนุคนโปรดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ทำให้เฉียวเหมยที่ยามนี้บนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาส่ายหน้าให้เขาโดยไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมาอีก

“ส่งนางไปรับโทษโบยที่หอลงทัณฑ์ ให้นางรับโทษโบยตียี่สิบไม้ ตรวจสอบเครื่องประดับและของมีค่าในเรือนนางหากพบสิ่งของที่เป็นของฮูหยินของข้าก็ให้นำกลับคืนมาเพื่อเติมลงในสินเดิมของคุณหนู” คำพูดของเขาทำให้เฉียวเหมยหลุดปากร่ำไห้ออกมาแล้วอ้อนวอนเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเวทนา

“นายท่านรองข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะ ขอนายท่านได้โปรดสอบสวนใหม่อีกครั้ง ข้าหรือจะกล้าแตะต้องสินเดิมของฮูหยินรอง” แม้ว่าเฉียวเหมยจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ฮวาฉือรู้ดีว่ายามนี้ทั้งบิดา พี่ชาย และพี่สะใภ้กำลังรอดูผลการตัดสินของเขาอยู่เมื่อเขาสั่งลงโทษเฉียวเหมยเช่นนี้สีหน้าของทุกคนจึงได้ผ่อนคลายความขัดเคืองใจลง

“ข้าขออภัยพี่สะใภ้ด้วยที่ข้าปล่อยให้อนุของตนเองล่วงเกินท่าน” ฮวาฉือเอ่ยพลางค้อมกายลงคำนับด้วยความนอบน้อม ต่งฟางหรูจึงได้พยักหน้าแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หากเจ้ารู้สึกผิดจริงพี่สะใภ้เช่นข้าย่อมจะไม่ถือสา สงสารก็แต่ชิงชิง สินเดิมของมารดาถูกผู้อื่นแตะต้องแถมวันนี้ยังจะถูกผู้อื่นพูดจาให้ร้ายอีก” คำพูดของต่งฟางหรูทำให้ฮวาฉือหันไปมองบุตรสาวในทันที แม้ว่ายามนี้นางจะเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าจนหมดแล้ว แต่ดวงตาอันแดงก่ำของนางก็ยังคงเต็มไปด้วยความเสียใจ ยังมีบิดาของเขาที่แม้ว่ายามนี้จะไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาแต่ก็กำลังยืนกดดันเขาและรอดูว่าเขาจะจัดการเรื่องในเรือนของตนเองเช่นใด

“ชิงชิงเจ้าไม่ต้องเสียใจไป พ่อจะเติมสินเดิมให้เจ้าด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อมีในยามนี้ หลังจากนี้พ่อจะปรับลดเบี้ยหวัดทุกอย่างของอนุเฉียว เครื่องประดับทุกชิ้นที่นางได้รับหลังจากแต่งเข้ามาในจวนสกุลฮวาของพวกเรา พ่อจะยึดคืนจากนางทั้งหมดแล้วนำมามอบให้เจ้าเป็นสินเดิม” เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ย่อกายคารวะเขาด้วยความนอบน้อม

“ขอบคุณท่านพ่อมากเจ้าค่ะ” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาเหลียงก็ยกมือขึ้นมาลูบหนวดเคราของตนเองแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“ในเมื่อจบเรื่องแล้วก็ให้แล้วกันไปเถิด บาดหมางกันต่อไปก็เป็นขี้ปากของผู้อื่นเปล่าๆ เจ้ารองหลังจากนี้เจ้าจงดูแลคนในเรือนของตนเองให้ดีอย่าปล่อยให้สร้างปัญหาอีก ส่วนเจ้าสะใภ้ใหญ่หน้าที่ดูแลเรื่องการจัดเตรียมสินเดิมของชิงชิงข้าขอมอบให้เจ้าเป็นคนดูแลทั้งหมด หวังว่าหลังจากนี้คงจะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก” ประโยคหลังฮวาเหลียงพึมพำออกมาเสียงเบาพลางทอดสายตาไปมองฮวาจื่อชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการรู้ทัน

บุตรชายคนรองของเขา ฮวาฉือ ไม่มีทางละโมบในเงินทองจนกล้าไปยุ่งกับสินเดิมของฮูหยินที่ล่วงลับไปแล้วแน่ ดังนั้นคนที่กล้าแตะต้องก็คงจะมีแต่ฮวาจื่อชิงเพียงเท่านั้น นางเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมแม้ภายนอกจะดูเหมือนเด็กสาวที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยแต่การกระทำหลายๆ อย่างที่ผ่านมาของนางล้วนมากล้นไปด้วยแผนการ แม้ว่าจะรู้ทันแผนการของนางแต่เพราะความที่เขามีจิตใจเอนเอียงเข้าข้างนางที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียว เขาจึงไม่คิดจะเปิดโปงนางต่อหน้าผู้อื่น ในใจก็ได้แต่หวังว่าวันหน้านางจะสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมที่มีเอาตัวรอดในจวนสกุลเซี่ยได้ แม้ว่าต่อไปนางจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเซี่ยเหวินหลางบุรุษที่รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายไอสังหารอันเข้มข้นผู้นั้นก็ตาม

โทษโบยยี่สิบไม้หากเป็นบุรุษย่อมไม่ถือว่าเป็นโทษสถานหนัก แต่กับสตรีบอบบางเฉกเช่นเฉียวเหมยโทษโบยตียี่สิบไม้ของหอลงทัณฑ์สกุลฮวาถึงกับทำให้นางต้องล้มหมอนนอนเสื่อไปหลายวันในทันที ยิ่งเมื่อยามที่นางกลับมาที่จวนแล้วได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับที่เป็นสินเดิมของซูอวี้หลันถูกยึดกลับคืนไป แต่เครื่องประดับของนางที่นางซื้อหาหลังจากที่แต่งเข้าจวนสกุลฮวาล้วนถูกยึดเอาไปด้วย ทำให้นางแค้นใจจนกระอักโลหิตออกมา อาการป่วยของนางไม่ใช่แค่เพียงบาดแผลภายนอกแต่บาดแผลภายในใจก็บอบช้ำไม่แพ้กัน ยิ่งเมื่อได้เห็นสายตาหมางเมินของสามีก็ยิ่งทำให้เฉียวเหมยอยากจะลุกขึ้นมาตะโกนให้ลั่นจวนว่า

“ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ยักยอกสินเดิมของฮูหยินรอง” แม้ว่าเฉียวเหมยอยากจะตะโกนอย่างสุดเสียงแต่เสียงที่ที่นางเปล่งออกมากลับแผ่วเบาราวกับยุง ยามนี้สาวใช้ที่เคยห้อมล้อมปรนนิบัติดูแลนางเหลือแค่เพียงไม่กี่คนเพียงเท่านั้น อีกทั้งข้างกายของนางในยามนี้มีแค่เพียงฮวาจื่อซูผู้เป็นบุตรชายของนางเพียงเท่านั้น

“ท่านแม่ ในเมื่อท่านแม่ไม่ได้ทำพวกเราก็ควรจะหาคนที่กล้าใส่ร้ายท่านแม่มาลงโทษให้ได้ คนที่รู้สึกว่าท่านแม่ขวางหูขวางตาหาได้มีแค่เพียงพี่หญิงชิงชิงเพียงเท่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้เฉียวเหมยเปิดปากออกมาราวกับอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้เอ่ยออกมา

“ท่านแม่วางใจเถิด อีกไม่นานนางก็ต้องแต่งเข้าสกุลเซี่ยแล้วสตรีร้ายกาจเช่นนางวันหน้าจะต้องถูกทรราชเซี่ยฆ่าตายคาจวนแน่” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้ฮวาจื่อชิงที่กำลังเดินเข้ามาในห้องถึงกับชะงักเท้าแล้วนางก็ยิ้มเย็นออกมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ได้ยินว่าอนุเฉียวป่วย ข้าก็เลยตั้งใจจะมาเยี่ยมเยียน คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินน้องชายของตนเองกำลังพูดจาสาปแช่งข้าเช่นนี้ หากท่านพ่อมาได้ยินเข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อจะลงโทษเจ้าอย่างไร เจ้าคิดว่าข้าควรจะลองทำให้เป็นเรื่องใหญ่ดีไหม ข้าจะได้รู้ว่าท่านพ่อจะลงโทษเจ้าเช่นไร” ถ้อยคำของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อซูเม้มปากแน่นเขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“ท่านพ่อรักข้า ไม่มีทางลงโทษข้าหรอก” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้ฮวาจื่อชิงหัวเราะออกมาในทันที

“เมื่อหลายวันก่อนเจ้าก็เคยพูดกับข้าว่าท่านพ่อรักอนุเฉียวของเจ้ามากมิใช่หรือ ยามนี้เมื่อข้าได้เห็นสภาพของนางแล้วข้าก็รู้สึกดีจริงๆ ที่ข้าไม่ใช่คนที่ท่านพ่อรักอย่างอนุเฉียวของเจ้า” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อซูขยับกายลุกขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้มาที่ใบหน้าของนางด้วยความแค้นใจ

“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ามันสตรีร้ายกาจ ข้าจะต้องนำเรื่องนี้ไปบอกให้ท่านพ่อรู้” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมา

“ข้าได้บอกหรือว่าข้าคือคนทำ เจ้าอยากจะเป็นอีกคนที่ใส่ร้ายข้าก็ลองดู แต่ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้เลยว่า คนเช่นข้าไม่เคยยอมให้ผู้ใดรังแกโดยไม่ตอบโต้” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางวางขวดยาใบเล็กลงบนโต๊ะกลางห้อง

“ข้านำยาทาแผลสดมามอบให้ หากอนุเฉียวกล้าใช้รับรองได้เลยว่าแผลของท่านจะหายเร็วขึ้น” เมื่อเอ่ยจบฮวาจื่อชิงก็เดินออกมาจากเรือนของนาง ฮวาจื่อเฉิงที่ยืนรออยู่หน้าเรือน อดเอ่ยปากถามฮวาจื่อชิงไม่ได้

“ยาราคาแพงขนาดนั้นเจ้านำไปมอบให้นางทำไม” เมื่อเขาเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมา

“ราคาแพงมากก็จริงแต่ข้าใช้เงินที่ได้จากการขายเครื่องประดับของนางมาซื้อ อีกทั้งยาขวดนั้นข้าได้ยินมาว่านอกจากจะมีสรรพคุณที่ดีเยี่ยมแล้วยามที่ใช้จะปวดแสบปวดร้อนเป็นอย่างมาก ยาดีที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและเงินทองของตนเอง เหมาะสมกับคนเช่นนางแล้ว” ฮวาจื่อชิงเอ่ยออกมาพลางเดินนำญาติผู้พี่กลับเรือนของตนเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : เซี่ยหย่งเป่า

    ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 2

    “หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 1

    ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 67 จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

    “ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 66 ไร้ซึ่งความกังวล

    ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 65 โชคดี

    ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status