แชร์

บทที่ 2 สินเจ้าสาว

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-15 08:43:55

ต่งฟางหรูย่อมจะเห็นสีหน้าของบุตรชายคนรองและหลานสาว แน่นอนว่ายามกลับเรือนไปนางย่อมจะต้องคิดบัญชีย้อนหลังกับสามีแน่ แต่ยามนี้คนที่นางอยากจะจัดการก็คือสตรีหน้าหนาที่กำลังคุกเข่าร่ำไห้อยู่ตรงหน้ามากกว่า หากไม่ได้รู้สึกเกรงใจพ่อสามีคนที่นางอยากจะจัดการอีกคนก็คือน้องชายของสามีที่กำลังคุกเข่าลงเคียงข้างนางแล้วโอบกอดสตรีหน้าหนาผู้นั้นเอาไว้

“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้รังแกคนในครอบครัวของน้องรอง แต่ข้าต้องการทวงคืนสินเดิมของน้องสะใภ้ที่อนุเฉียวยักยอกไปคืนกลับมาให้ชิงชิงของพวกเราต่างหากเล่าเจ้าคะ อนุผู้นี้กลับถือดีที่นายท่านรองหนุนหลังไม่เพียงไม่ยอมคืน แต่ยังพูดจาล่วงเกินข้าด้วยเจ้าค่ะ เรื่องนี้ชิงชิงกับเฉิงเฉิงช่วยเป็นพยานให้ข้าได้” เมื่อต่งฟางหรูเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงและฮวาจื่อเฉิงจึงได้หันไปสบตากันอีกครั้ง พวกเขาพึ่งจะเดินเข้ามาก็เห็นว่าเฉียวเหมยถูกตบตีแล้ว ต้นสายปลายเหตุการทะเลาะวิวาทยังไม่ค่อยจะเข้าใจแน่ชัด เห็นแค่เพียงใบหน้าที่ถูกตบตีจนบวมปูดและเสียงก่นด่าของต่งฟางหรูเพียงเท่านั้น แต่ในเมื่อต่งฟางหรูบอกว่าพวกเขาได้ยินพวกเขาก็ย่อมจะต้องได้ยินห้ามมีความเห็นเป็นอย่างอื่น

"เรื่องในวันนี้ล้วนเป็นเช่นที่ท่านแม่เอ่ยมา ท่านปู่ขอรับ คนอย่างท่านแม่ถ้านางไม่รู้สึกโกรธเคืองอย่างเต็มที่แล้วคงไม่สั่งให้คนลงมือทำร้ายคนแน่” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขารีบพยักหน้ายืนยันในทันที

“นายท่านรองเจ้าคะ ข้าน้อยถูกใส่ความเจ้าค่ะ ข้าก็แค่ปกป้องทรัพย์สินของตนเองเพียงเท่านั้น แต่ฮูหยินใหญ่กลับจงใจกล่าวหาข้า หาว่าข้ายักยอกเงินสินเดิมของฮูหยินรองเจ้าค่ะ” เฉียวเหมยเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาทำให้ฮวาฉือยิ่งรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของต่งฟางหรูแล้วเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจในทันที

“ท่านพ่อ พี่สะใภ้ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะขอรับ เรื่องในเรือนข้านางไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามายุ่ง” คำพูดของฮวาฉือทำให้ฮวาเหลียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“แล้วข้าที่เป็นบิดาของเจ้าสามารถเข้ามายุ่งเรื่องในเรือนของเจ้าได้ไหม” เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไป ฮวาเหลียงจึงได้เอ่ยต่อ

“พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าบอกว่าอนุของเจ้ายักยอกสินเดิมของฮูหยินที่จากไปแล้วของเจ้า เจ้าไม่คิดจะสอบสวนนางสักหน่อยหรือว่าคำกล่าวหาของพี่สะใภ้ของเจ้าเป็นจริงหรือไม่ หรือแค่นางบอกว่าตนเองถูกใส่ร้ายเจ้าก็เชื่อนางแล้วหรือ” คำถามประโยคนี้ของบิดาทำให้ฮวาฉือเม้มปากแน่น ส่วนต่งฟางหรูส่งสายตาให้ซูหมัวมัวคนสนิทข้างกายของซูอวี้หลันฮูหยินที่จากไปแล้วของฮวาฉือ

“เครื่องประดับเหล่านี้บ่าวค้นเจอจากในหีบเครื่องประดับของอนุเฉียวเจ้าค่ะ” เครื่องประดับในมือของซูหมัวมัวฮวาฉือย่อมจะรู้สึกคุ้นตาดี เพราะเครื่องประดับเหล่านี้อนุของเขาสวมใส่ให้เห็นจนชินตา

“เครื่องประดับนี้เฉียวซื่อสวมใส่ติดตัวอยู่บ่อยครั้ง หากเจ้าไม่พบในหีบเครื่องประดับของนางจึงจะเป็นเรื่องแปลก แต่ที่ข้ารู้สึกแปลกใจก็คือเหตุใดเจ้าจึงได้ไปค้นข้าวของของเฉียวซื่อได้” เมื่อฮวาฉือเอ่ยถามเช่นนี้ซูหมัวมัวก็ยิ้มออกมาแล้วพลิกเครื่องประดับขึ้นมาให้ฮวาฉือดู

“ก็เพราะบ่าวรู้ว่าเครื่องประดับเหล่านี้ไม่ใช่ของอนุเฉียว แต่เป็นเครื่องประดับของฮูหยินรองผู้เป็นเจ้านายของบ่าว วันนี้ฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะนำสินเดิมของฮูหยินรองไปเติมลงในหีบสินเดิมของคุณหนู บ่าวย่อมจะต้องไปเอาเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินรองกลับคืนมาให้คุณหนูสิเจ้าคะ” ซูหมัวมัวเอ่ยพลางชี้ให้ฮวาฉือดูรอยสลักรูปดอกอวี้หลันขนาดเล็กบนเครื่องประดับที่หากไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็น

“ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับบนถาดนี้ แต่อีกสองหีบที่เหลือล้วนเป็นของฮูหยินรองเกือบทั้งสิ้น นายท่านรอง ก่อนจากไปฮูหยินรองตั้งใจฝากฝังคุณหนูไว้ให้ท่านดูแลรวมทั้งสินเดิมของนางที่นางเอาติดตัวมาด้วย แล้วเหตุใดยามนี้สินเดิมของคุณหนูจึงได้ไปอยู่ในมือของอนุเฉียวได้” เมื่อซูหมัวมัวเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาฉือก็ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจไปที่เฉียวเหมยในทันที

“ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริงๆ นะเจ้าคะ เครื่องประดับบนถาดนี้นายท่านรองให้สาวใช้ผู้หนึ่งนำมามอบให้บอกกับข้าว่าเป็นของกำนัลที่ข้าดูแลนายท่านเป็นอย่างดี ข้าจึงมักจะนำมาสวมใส่ให้นายท่านเห็นเสมอ” เมื่อเฉียวเหมยเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็ขมวดคิ้วแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“เฉียวเหมย! ข้าไม่เคยมอบเครื่องประดับเหล่านี้ให้เจ้า” เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็นิ่งงันไป แล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ

“หากนายท่านรองไม่ได้มอบให้ข้า แล้วข้าน้อยจะมีความสามารถมาจากไหนที่จะไปเอาของพวกนี้มาใส่เล่าเจ้าคะ” นางเอ่ยพลางส่ายหน้าแล้วก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้

“จะต้องมีคนใส่ร้ายข้าแน่ๆ สาวใช้ผู้นั้นข้า...” เฉียวเหมยกำลังจะเอ่ยว่าข้าไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วก็หยุดชะงักไว้

“สาวใช้ที่ไม่คุ้นหน้านำเครื่องประดับมามอบให้ แต่อนุเฉียวก็ยังรับเอาไว้ด้วยความยินดีเช่นนั้นหรือ” เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็จ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่เคียงข้างเขาด้วยสายตาที่ใช้จ้องมองคนแปลกหน้าในทันที เขาทำงานอยู่ในกรมอาญาแต่สตรีในเรือนของเขากลับยินดีที่จะรับของมีค่าอย่างไม่สนใจที่มาที่ไปเช่นนี้ หากวันหน้ามีคนคิดจะเล่นงานก็คงจะถูกคนเล่นงานโดยไม่รู้ตัวแล้ว

“นางบอกว่าเป็นนายท่านมอบให้ข้า ข้าก็เลยรับเอาไว้” เฉียวเหมยเอ่ยพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขออภัย

“พอได้ยินว่าเป็นของที่นายท่านมอบให้ ข้าก็ดีใจจนไม่มีความคิดอื่น” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้สายตาของฮวาฉือก็พลันอ่อนลง

“ท่านพ่อเป็นอาลักษณ์ในกรมอาญา แต่กลับส่งของมีค่าถึงขนาดนี้มาให้อนุเฉียว หากเป็นข้า ข้าก็คงจะต้องถามท่านพ่อแล้วว่าเครื่องประดับเหล่านี้มาจากไหนและท่านพ่อต้องสูญเงินเท่าไหร่ อนุเฉียวที่มากด้วยปัญญาแต่กลับรับไว้โดยไม่ติดใจ อนุเฉียวช่างรักใคร่ในตัวท่านพ่อของข้ามากจริงๆ” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ทุกคนต่างก็หันไปมองนาง นางจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ

“มีคนรักท่านพ่อมากถึงขนาดนี้ข้าในฐานะที่เป็นบุตรสาวของเขาอดรู้สึกยินดีไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็เงยหน้าขึ้นมามองนางแล้วเอ่ยออกมาในทันที

“คุณหนูชิงชิง ที่จริงแล้วเป็นแผนของท่านใช่ไหม ท่านจงใจให้คนนำสินเดิมของฮูหยินมามอบให้ข้า เพื่อที่จะได้ใส่ร้ายข้าใช่ไหม” คำพูดของเฉียวเหมยเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเจ็บช้ำทำให้ฮวาฉือขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองบุตรสาวด้วยสายตาคาดโทษ

“เป็นฝีมือของเจ้าหรือชิงชิง” คำถามของฮวาฉือทำให้ฮวาจื่อชิงรีบส่ายหน้าในทันที

“ไม่ใช่ลูกนะเจ้าคะ ลูกเกลียดชังอนุเฉียวมากก็จริง แต่ลูกไม่มีทางทนเห็นนางใส่เครื่องประดับของท่านแม่ได้แน่ ท่านพ่อลูกไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเครื่องประดับที่นางสวมใส่อยู่ทุกวันเป็นหนึ่งในสินเดิมของท่านแม่ด้วยซ้ำแล้วลูกจะใส่ร้ายนางได้อย่างไร” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้เฉียวเหมยรีบส่งเสียงคัดค้านขึ้นมาในทันที

“ไม่จริง! นางโกหก หากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นผู้ใดที่กล้ายุ่งกับสินเดิมของฮูหยินรอง” คำพูดของเฉียวเหมยทำให้ฮวาจื่อชิงหลั่งน้ำตาออกมาในทันที

“ท่านพ่อ จนถึงขั้นนี้แล้วนางยังไม่ยอมรับผิดและคิดจะโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก สินเดิมของท่านแม่นอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่มีผู้ใดได้เข้าใกล้ ท่านพ่อลองตรองดูนะเจ้าคะว่าจะมีผู้ใดคิดอาจหาญกล้านำสินเดิมของท่านแม่มาใส่ร้ายอนุเฉียวกันเล่า แต่แท้จริงแล้วอาจจะเป็นนางที่อาศัยความโปรดปรานของท่านพ่อเข้าไปหยิบสินเดิมของท่านแม่มาใช้เสียเอง” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไปเพราะถ้อยคำที่ฮวาจื่อชิงพูดล้วนเป็นความจริงทุกประการ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status