Mag-log inต่งฟางหรูย่อมจะเห็นสีหน้าของบุตรชายคนรองและหลานสาว แน่นอนว่ายามกลับเรือนไปนางย่อมจะต้องคิดบัญชีย้อนหลังกับสามีแน่ แต่ยามนี้คนที่นางอยากจะจัดการก็คือสตรีหน้าหนาที่กำลังคุกเข่าร่ำไห้อยู่ตรงหน้ามากกว่า หากไม่ได้รู้สึกเกรงใจพ่อสามีคนที่นางอยากจะจัดการอีกคนก็คือน้องชายของสามีที่กำลังคุกเข่าลงเคียงข้างนางแล้วโอบกอดสตรีหน้าหนาผู้นั้นเอาไว้
“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้รังแกคนในครอบครัวของน้องรอง แต่ข้าต้องการทวงคืนสินเดิมของน้องสะใภ้ที่อนุเฉียวยักยอกไปคืนกลับมาให้ชิงชิงของพวกเราต่างหากเล่าเจ้าคะ อนุผู้นี้กลับถือดีที่นายท่านรองหนุนหลังไม่เพียงไม่ยอมคืน แต่ยังพูดจาล่วงเกินข้าด้วยเจ้าค่ะ เรื่องนี้ชิงชิงกับเฉิงเฉิงช่วยเป็นพยานให้ข้าได้” เมื่อต่งฟางหรูเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงและฮวาจื่อเฉิงจึงได้หันไปสบตากันอีกครั้ง พวกเขาพึ่งจะเดินเข้ามาก็เห็นว่าเฉียวเหมยถูกตบตีแล้ว ต้นสายปลายเหตุการทะเลาะวิวาทยังไม่ค่อยจะเข้าใจแน่ชัด เห็นแค่เพียงใบหน้าที่ถูกตบตีจนบวมปูดและเสียงก่นด่าของต่งฟางหรูเพียงเท่านั้น แต่ในเมื่อต่งฟางหรูบอกว่าพวกเขาได้ยินพวกเขาก็ย่อมจะต้องได้ยินห้ามมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
"เรื่องในวันนี้ล้วนเป็นเช่นที่ท่านแม่เอ่ยมา ท่านปู่ขอรับ คนอย่างท่านแม่ถ้านางไม่รู้สึกโกรธเคืองอย่างเต็มที่แล้วคงไม่สั่งให้คนลงมือทำร้ายคนแน่” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขารีบพยักหน้ายืนยันในทันที
“นายท่านรองเจ้าคะ ข้าน้อยถูกใส่ความเจ้าค่ะ ข้าก็แค่ปกป้องทรัพย์สินของตนเองเพียงเท่านั้น แต่ฮูหยินใหญ่กลับจงใจกล่าวหาข้า หาว่าข้ายักยอกเงินสินเดิมของฮูหยินรองเจ้าค่ะ” เฉียวเหมยเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาทำให้ฮวาฉือยิ่งรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของต่งฟางหรูแล้วเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจในทันที
“ท่านพ่อ พี่สะใภ้ทำเช่นนี้ไม่ถูกต้องนะขอรับ เรื่องในเรือนข้านางไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามายุ่ง” คำพูดของฮวาฉือทำให้ฮวาเหลียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“แล้วข้าที่เป็นบิดาของเจ้าสามารถเข้ามายุ่งเรื่องในเรือนของเจ้าได้ไหม” เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไป ฮวาเหลียงจึงได้เอ่ยต่อ
“พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าบอกว่าอนุของเจ้ายักยอกสินเดิมของฮูหยินที่จากไปแล้วของเจ้า เจ้าไม่คิดจะสอบสวนนางสักหน่อยหรือว่าคำกล่าวหาของพี่สะใภ้ของเจ้าเป็นจริงหรือไม่ หรือแค่นางบอกว่าตนเองถูกใส่ร้ายเจ้าก็เชื่อนางแล้วหรือ” คำถามประโยคนี้ของบิดาทำให้ฮวาฉือเม้มปากแน่น ส่วนต่งฟางหรูส่งสายตาให้ซูหมัวมัวคนสนิทข้างกายของซูอวี้หลันฮูหยินที่จากไปแล้วของฮวาฉือ
“เครื่องประดับเหล่านี้บ่าวค้นเจอจากในหีบเครื่องประดับของอนุเฉียวเจ้าค่ะ” เครื่องประดับในมือของซูหมัวมัวฮวาฉือย่อมจะรู้สึกคุ้นตาดี เพราะเครื่องประดับเหล่านี้อนุของเขาสวมใส่ให้เห็นจนชินตา
“เครื่องประดับนี้เฉียวซื่อสวมใส่ติดตัวอยู่บ่อยครั้ง หากเจ้าไม่พบในหีบเครื่องประดับของนางจึงจะเป็นเรื่องแปลก แต่ที่ข้ารู้สึกแปลกใจก็คือเหตุใดเจ้าจึงได้ไปค้นข้าวของของเฉียวซื่อได้” เมื่อฮวาฉือเอ่ยถามเช่นนี้ซูหมัวมัวก็ยิ้มออกมาแล้วพลิกเครื่องประดับขึ้นมาให้ฮวาฉือดู
“ก็เพราะบ่าวรู้ว่าเครื่องประดับเหล่านี้ไม่ใช่ของอนุเฉียว แต่เป็นเครื่องประดับของฮูหยินรองผู้เป็นเจ้านายของบ่าว วันนี้ฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะนำสินเดิมของฮูหยินรองไปเติมลงในหีบสินเดิมของคุณหนู บ่าวย่อมจะต้องไปเอาเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินรองกลับคืนมาให้คุณหนูสิเจ้าคะ” ซูหมัวมัวเอ่ยพลางชี้ให้ฮวาฉือดูรอยสลักรูปดอกอวี้หลันขนาดเล็กบนเครื่องประดับที่หากไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็น
“ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับบนถาดนี้ แต่อีกสองหีบที่เหลือล้วนเป็นของฮูหยินรองเกือบทั้งสิ้น นายท่านรอง ก่อนจากไปฮูหยินรองตั้งใจฝากฝังคุณหนูไว้ให้ท่านดูแลรวมทั้งสินเดิมของนางที่นางเอาติดตัวมาด้วย แล้วเหตุใดยามนี้สินเดิมของคุณหนูจึงได้ไปอยู่ในมือของอนุเฉียวได้” เมื่อซูหมัวมัวเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาฉือก็ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจไปที่เฉียวเหมยในทันที
“ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริงๆ นะเจ้าคะ เครื่องประดับบนถาดนี้นายท่านรองให้สาวใช้ผู้หนึ่งนำมามอบให้บอกกับข้าว่าเป็นของกำนัลที่ข้าดูแลนายท่านเป็นอย่างดี ข้าจึงมักจะนำมาสวมใส่ให้นายท่านเห็นเสมอ” เมื่อเฉียวเหมยเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็ขมวดคิ้วแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เฉียวเหมย! ข้าไม่เคยมอบเครื่องประดับเหล่านี้ให้เจ้า” เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็นิ่งงันไป แล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ
“หากนายท่านรองไม่ได้มอบให้ข้า แล้วข้าน้อยจะมีความสามารถมาจากไหนที่จะไปเอาของพวกนี้มาใส่เล่าเจ้าคะ” นางเอ่ยพลางส่ายหน้าแล้วก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้
“จะต้องมีคนใส่ร้ายข้าแน่ๆ สาวใช้ผู้นั้นข้า...” เฉียวเหมยกำลังจะเอ่ยว่าข้าไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วก็หยุดชะงักไว้
“สาวใช้ที่ไม่คุ้นหน้านำเครื่องประดับมามอบให้ แต่อนุเฉียวก็ยังรับเอาไว้ด้วยความยินดีเช่นนั้นหรือ” เมื่อฮวาเหลียงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็จ้องมองสตรีที่คุกเข่าอยู่เคียงข้างเขาด้วยสายตาที่ใช้จ้องมองคนแปลกหน้าในทันที เขาทำงานอยู่ในกรมอาญาแต่สตรีในเรือนของเขากลับยินดีที่จะรับของมีค่าอย่างไม่สนใจที่มาที่ไปเช่นนี้ หากวันหน้ามีคนคิดจะเล่นงานก็คงจะถูกคนเล่นงานโดยไม่รู้ตัวแล้ว
“นางบอกว่าเป็นนายท่านมอบให้ข้า ข้าก็เลยรับเอาไว้” เฉียวเหมยเอ่ยพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขออภัย
“พอได้ยินว่าเป็นของที่นายท่านมอบให้ ข้าก็ดีใจจนไม่มีความคิดอื่น” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้สายตาของฮวาฉือก็พลันอ่อนลง
“ท่านพ่อเป็นอาลักษณ์ในกรมอาญา แต่กลับส่งของมีค่าถึงขนาดนี้มาให้อนุเฉียว หากเป็นข้า ข้าก็คงจะต้องถามท่านพ่อแล้วว่าเครื่องประดับเหล่านี้มาจากไหนและท่านพ่อต้องสูญเงินเท่าไหร่ อนุเฉียวที่มากด้วยปัญญาแต่กลับรับไว้โดยไม่ติดใจ อนุเฉียวช่างรักใคร่ในตัวท่านพ่อของข้ามากจริงๆ” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ทุกคนต่างก็หันไปมองนาง นางจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ
“มีคนรักท่านพ่อมากถึงขนาดนี้ข้าในฐานะที่เป็นบุตรสาวของเขาอดรู้สึกยินดีไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เฉียวเหมยก็เงยหน้าขึ้นมามองนางแล้วเอ่ยออกมาในทันที
“คุณหนูชิงชิง ที่จริงแล้วเป็นแผนของท่านใช่ไหม ท่านจงใจให้คนนำสินเดิมของฮูหยินมามอบให้ข้า เพื่อที่จะได้ใส่ร้ายข้าใช่ไหม” คำพูดของเฉียวเหมยเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเจ็บช้ำทำให้ฮวาฉือขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองบุตรสาวด้วยสายตาคาดโทษ
“เป็นฝีมือของเจ้าหรือชิงชิง” คำถามของฮวาฉือทำให้ฮวาจื่อชิงรีบส่ายหน้าในทันที
“ไม่ใช่ลูกนะเจ้าคะ ลูกเกลียดชังอนุเฉียวมากก็จริง แต่ลูกไม่มีทางทนเห็นนางใส่เครื่องประดับของท่านแม่ได้แน่ ท่านพ่อลูกไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเครื่องประดับที่นางสวมใส่อยู่ทุกวันเป็นหนึ่งในสินเดิมของท่านแม่ด้วยซ้ำแล้วลูกจะใส่ร้ายนางได้อย่างไร” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้เฉียวเหมยรีบส่งเสียงคัดค้านขึ้นมาในทันที
“ไม่จริง! นางโกหก หากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นผู้ใดที่กล้ายุ่งกับสินเดิมของฮูหยินรอง” คำพูดของเฉียวเหมยทำให้ฮวาจื่อชิงหลั่งน้ำตาออกมาในทันที
“ท่านพ่อ จนถึงขั้นนี้แล้วนางยังไม่ยอมรับผิดและคิดจะโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก สินเดิมของท่านแม่นอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่มีผู้ใดได้เข้าใกล้ ท่านพ่อลองตรองดูนะเจ้าคะว่าจะมีผู้ใดคิดอาจหาญกล้านำสินเดิมของท่านแม่มาใส่ร้ายอนุเฉียวกันเล่า แต่แท้จริงแล้วอาจจะเป็นนางที่อาศัยความโปรดปรานของท่านพ่อเข้าไปหยิบสินเดิมของท่านแม่มาใช้เสียเอง” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาฉือก็นิ่งงันไปเพราะถ้อยคำที่ฮวาจื่อชิงพูดล้วนเป็นความจริงทุกประการ
ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา
ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา
“ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ
ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร
ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน




![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


