Home / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 8 วางแผนทำลายความบริสุทธิ์

Share

บทที่ 8 วางแผนทำลายความบริสุทธิ์

Author: BigM00N
last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-16 18:57:07

ในขณะที่สองพี่น้องสกุลฮวาพาตัวบุรุษผู้นั้นหลบหนีขึ้นไปบนเขา เซี่ยจ้งหวายก็นำกำลังพลของสกุลเซี่ยออกตามหาเซี่ยเหวินหลางด้วยตนเอง ยามนี้เซี่ยเหวินหลางคือบุตรชายที่เหลืออยู่แค่เพียงคนเดียวของเขาหากเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยเหวินหลางอีกเขาก็ยากจะทำใจได้

ตอนที่ผู้คุ้มกันมาบอกเขาว่าเซี่ยเหวินหลางถูกลอบสังหารจิตใจของเขาก็ล้วนเต็มไปด้วยความกังวล แม้จะมีคนเห็นว่าบุตรชายของเขามีคนช่วยเหลือไปแล้วแต่เซี่ยจ้งหวายก็ไม่กล้าวางใจรีบส่งคนไปตามสืบหาที่มาของคนร้ายและผู้บงการในทันที ส่วนตัวเขาก็นำกองกำลังที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการซุ่มโจมตีและการสะกดรอยออกไปตามหาบุตรชายด้วยตนเอง

“บ้านกลางป่าหลังนี้เป็นของผู้ใด พวกเจ้าจงไปตรวจสอบให้ข้าที” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยออกมาเมื่อพบร่องรอยของบุตรชายในบ้านหลังนี้ เซี่ยเหวินหลางจงใจทิ้งร่องรอยของตนเอาไว้ ทำให้สะกดรอยตามมาได้อย่างง่ายดาย แต่ร่องรอยของบุตรชายกลับหายไปที่บ้านหลังนี้ทำให้เขายิ่งรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุตรชายมากยิ่งขึ้น

“เรียนท่านโหว เมื่อดูจากสภาพของที่นอนด้านในทำให้เห็นว่ามีการทำแผลและใส่ยา ผงยาที่ข้าน้อยพบเหมือนกับยาสมานแผลชั้นดีที่ท่านหมอเทวดาหลี่เคยมอบให้ท่านโหวเลยขอรับ” เซี่ยถิงเอ่ยรายงานด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล อยู่ๆ เจ้านายของตนเองก็ถูกลอบทำร้าย อีกทั้งยามนี้ยังหายตัวไปทั้งที่ได้รับบาดเจ็บทำให้เขาอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้

“อาเฟิงบอกกับข้าว่า ซานหลางได้รับบาดเจ็บ อาจจะเป็นไปได้ว่าคนที่พาตัวเขามาช่วยรักษาบาดแผลให้เขา” เมื่อเซี่ยจ้งหวายเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของเซี่ยถิงก็พลันดีขึ้น

“หากเป็นเช่นนั้นย่อมถือว่าเป็นเรื่องดี เพียงแต่ไม่รู้ว่าคนที่ช่วยเหลือท่านอัครเสนาบดีมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ เหตุใดจึงได้พาท่านอัครเสนาบดีหนีจากไปเช่นนี้ อีกทั้งท่านอัครเสนาบดียังไม่ได้ทิ้งร่องรอยให้พวกเราติดตามต่ออีกด้วย” เมื่อเซี่ยถิงเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของเซี่ยจ้งหวายที่เดิมทีก็มีความวิตกกังวลอยู่แล้วยามนี้ยิ่งทวีความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น เซี่ยถิงจึงได้เอ่ยต่อเพื่อคลายความกังวลใจของเขา

“ขอท่านโหวอย่าได้กังวล แม้ว่าท่านอัครเสนาบดีจะไม่ได้ทิ้งร่องรอยให้ติดตาม แต่ข้าน้อยพบว่ามีรอยเท้าอยู่สองรอย รอยหนึ่งน่าจะเป็นบุรุษ ส่วนอีกรอยข้าไม่แน่ใจว่าจะเป็นสตรีหรือไม่ เพราะแม้ว่ารอยฝ่าเท้าจะมีขนาดเล็กแต่ร่องรอยกดลึกบนพื้นดินบ่งบอกว่ากำลังแบกรับน้ำหนักอยู่ ซึ่งข้ามั่นใจว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นคนที่แบกรับน้ำหนักตัวของท่านอัครเสนาบดีเป็นแน่ขอรับ” เมื่อเซี่ยถิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยจ้งหวายก็พยักหน้า

“คงจะเป็นบุรุษร่างเล็กที่สามารถแบกรับน้ำหนักของคนตัวโตอย่างซานหลางได้” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางทอดถอนใจออกมาแล้วจึงได้เอ่ยต่อ

“สะกดตามรอยเท้าของพวกเขาไป ข้าเชื่อว่าพวกเขาคงจะไม่ทำอันตรายซานหลางหรอก ถ้าหากอยากจะฆ่าทิ้งยามนี้พวกเราคงได้เก็บศพของเขาไปแล้ว” เมื่อเซี่ยจ้งหวายเอ่ยเช่นนี้เซี่ยถิงก็ขานรับแล้วรีบออกไปสั่งให้ลูกน้องที่มีความชำนาญด้านการสะกดรอยและมีความชำนาญด้านการแกะรอยเท้าเร่งรีบทำงานเพื่อจะได้ตามหาเซี่ยเหวินหลางได้เร็วขึ้น

ในขณะที่ทางเซี่ยจ้งหวายและกองทัพสกุลเซี่ยกำลังตามหาเซี่ยเหวินหลางกันอย่างเคร่งเครียด ฮวาจื่อชิงที่กังวลว่าบุรุษที่นางแบกมาจะส่งเสียงร้องโวยวายจนทำให้นางถูกจับได้จึงได้จับเขามัดมือมัดเท้ากับเสาเตียง แล้วเอาผ้าผืนหนึ่งมาคาดทับที่ริมฝีปากของเขาเอาไว้แล้วผูกอย่างแน่นหนา ยามที่เขาตื่นขึ้นมาจะได้ไม่สามารถส่งเสียงโวยวายจนทำให้แผนการหลบหนีของนางต้องล้มเหลว

“สภาพเช่นนี้ผู้ใดจะเชื่อว่าข้าหนีตามเขา แค่มองดูก็รู้แล้วว่าข้าลักพาตัวเขามาแล้วบังคับพาเขาหนีไปด้วยกันเสียมากกว่า” ฮวาจื่อชิงบ่นพึมพำออกมา เสียงบ่นของนางทำให้คนที่พึ่งจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ยินเข้าพอดี

“อื้อ! อื้อ!” แม้ว่าจะไม่สามารถเปิดปากพูดได้แต่เขาก็ยังส่งเสียงคำรามในลำคออย่างไม่คิดจะยอมแพ้ สายตาที่เขาใช้จ้องมองนางเต็มไปด้วยโทสะ ฮวาจื่อชิงจึงได้เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“ท่านอดทนอีกสักหน่อยเถิด พอข้าหนีไปจากที่นี่ได้ญาติผู้พี่ของข้าก็จะปล่อยท่านไปเอง วางใจเถิดข้าไม่คิดจะพาท่านไปด้วยแล้วล่ะท่านสบายใจได้” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้ใบหน้าที่กำลังส่ายไปมาเพื่อพยายามจะทำให้ผ้าที่ผูกปากอยู่หลุดออกไปพลันสงบนิ่งลงแล้วใช้สายตาโจมตีนางแทน เขากระตุกแขนและขาที่ถูกมัดเอาไว้บนเตียงแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาคาดโทษ

“ท่านอย่าดิ้นรนอีกเลย เชือกที่ข้าใช้ผูกแขนและขาของท่านเหนียวแน่นทนทานยิ่งนัก ขนาดข้าที่มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นยังต้องออกแรงกระตุกตั้งหลายครั้งกว่าจะขาดได้” คำพูดของนางทำให้เขาหรี่ตาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นอริ

“ท่านวางใจเถิด แผนการของข้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ข้าจะไม่สร้างความลำบากใจให้ท่านโดยเด็ดขาด รับรองได้เลยว่าพอข้าหนีไปได้พี่รองของข้าจะต้องยินดีที่จะปล่อยท่านไปและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเป็นการขอขมาต่อท่านอย่างแน่นอน” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เขาจึงได้ยอมอยู่นิ่งๆ บนเตียง

ฮวาจื่อชิงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความเห็นใจ สภาพของเขาในยามนี้คือกำลังนอนแผ่หราอยู่บนเตียง แขนและขาถูกกางออกและถูกผูกติดกับเสาเตียงทั้งสี่ด้าน ริมฝีปากถูกผูกเอาไว้อย่างแน่นหนา อีกทั้งสาบเสื้อยังถูกคลายออกด้วยฝีมือของฮวาจื่อเฉิงเพื่อทำแผล หากเปลี่ยนเป็นนางที่ต้องนอนอยู่ในสภาพนี้นางเองก็ย่อมจะรู้สึกโกรธเคืองเช่นเดียวกัน

“แย่แล้ว! ชิงชิงพวกเราหนีไปจากที่นี่ไม่ทันแล้ว ผู้ดูแลเรือนทั้งสามล้วนถูกเซี่ยโหวจับกุมเอาไว้แล้ว อีกไม่นานเซี่ยโหวคงจะต้องตามมาจับตัวเจ้ากลับไปแต่งงานกับทรราชเซี่ยเป็นแน่” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงนิ่งงันไปในทันที

“เหตุใดเซี่ยโหวจึงไม่ยอมปล่อยข้าไป คนของท่านไม่ได้ไปปล่อยข่าวที่จวนโหวหรือว่าข้าหนีตามบุรุษไปแล้ว” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็ส่ายหน้าในทันที

“ข้าตั้งใจว่าจะให้คนไปปล่อยข่าวหลังจากที่เจ้าหลบหนีไปสักสองสามวันถึงยามนั้นเจ้าคงจะหนีไปได้ไกลแล้ว” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงเดินกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิดแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับญาติผู้พี่ของตนด้วยสีหน้าจริงจัง

“พี่รอง! ท่านยอมให้เซี่ยโหวจับตัวเถิดแล้วก็พาเซี่ยโหวมาที่นี่เขาจะได้รู้ว่าข้าอยู่กับบุรุษอื่น” คำพูดของนางทำให้บุรุษที่นอนหงายอยู่บนเตียงคำรามออกมาแล้วก็ถลึงตาใส่นางด้วยความดุร้าย

“เซี่ยโหวไม่ใช่คนโง่ เขาจะต้องรู้แน่ว่าเจ้าจัดฉากหลอกลวงเขา” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงส่ายหน้า

“ข้าไม่ได้คิดจะจัดฉาก แต่ข้าจะหลับนอนกับคนผู้นี้จริงๆ” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย ส่วนบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงนั้นหากดวงตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ยามนี้สองพี่น้องสกุลฮวาคงจะตายไปนานแล้ว

“ไม่จำเป็นเลยที่เจ้าจะทำลายชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของตนเองเพื่อหลีกหนีการแต่งงานเช่นนี้” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงหัวเราะออกมา

“หากไม่ใช่ทรราชเซี่ย วันหน้าข้าก็คงจะถูกท่านพ่อจับข้าแต่งงานกับผู้อื่นอยู่ดี พี่รองคงจะไม่รู้ว่าหากไม่ใช่เพราะข้าหมั้นหมายกับทรราชเซี่ยคนที่ข้าจะต้องแต่งงานด้วยล้วนเป็นคนที่อนุเฉียวพยายามจะยัดเยียดให้ข้า คนที่อนุเฉียวเลือกมาไม่ต้องไปตามสืบก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าล้วนไม่ใช่คนดี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางชี้แต้มพรหมจรรย์ที่ท้องแขนของตนให้ฮวาจื่อเฉิงดู ข้ารู้ว่าพี่รองสามารถหาวิธีทำให้แต้มนี้จางหายไปได้ แต่ยามนี้ไม่ทันแล้วสิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงยินยอมสละความบริสุทธิ์ของตนเองจริงๆ เพียงเท่านั้น”

“อื้อ!” เสียงคำรามด้วยความโกรธของบุรุษบนเตียงทำให้ฮวาจื่อชิงเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

“ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ใช้ความบริสุทธิ์ของข้าบีบบังคับให้ท่านต้องรับผิดชอบในตัวข้า เรื่องในคืนนี้จะไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านคือใคร เซี่ยโหวเป็นคนจิตใจดีแม้ว่าจะโกรธเคืองข้ามากเพียงใดย่อมไม่ทำร้ายข้าแน่และข้าจะไม่มีทางยินยอมให้เซี่ยโหวทำร้ายท่านด้วย หลังจากเซี่ยโหวจากไปด้วยความโกรธแล้วข้าจะส่งท่านกลับไปยังบ้านของท่าน ผู้อื่นจะคิดว่าบุรุษผู้นั้นหวาดกลัวคนสกุลเซี่ยจนหลบหนีไปแล้ว” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้คนบนเตียงกลอกตาไปมา แต่นางกลับไม่ได้สนใจเขาหันไปถามฮวาจื่อเฉิงด้วยสีหน้าขัดเขินในทันที

“เพียงแต่ถ้าหากข้าคิดจะบังคับขืนใจเขาข้าต้องทำอย่างไร แล้วเขามีบาดแผลเช่นนี้จะสามารถทำให้ข้าสูญเสียความบริสุทธิ์ได้ไหม อย่า! ท่านอย่าได้ทำสีหน้าเช่นนั้น ข้าเคยช่วยพี่สามเพาะพันธุ์ม้ามาตั้งหลายครั้งย่อมจะมีความรู้เรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างชายหญิงอยู่บ้าง แต่ที่ข้าถามท่านก็เพราะคนผู้นั้นไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะช่วยให้ข้าทำลายความบริสุทธิ์ตามแผนการได้” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางชี้ไปที่คนบนเตียงที่ในยามนี้มีใบหน้าแดงก่ำอย่างน่ากลัวและฮวาจื่อชิงสามารถบอกได้เลยว่า สาเหตุที่ใบหน้าของเขาแดงก่ำเช่นนี้หาใช่เป็นเพราะความขัดเขินแต่เป็นเพราะเขากำลังโกรธเคืองนางเป็นอย่างมากต่างหาก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : เซี่ยหย่งเป่า

    ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 2

    “หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 1

    ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 67 จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

    “ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 66 ไร้ซึ่งความกังวล

    ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 65 โชคดี

    ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status