ログインองค์หญิงเสเพลผู้โด่งดัง นางไถ่ตัวเขามาจากหอคณิกา แต่ใครจะคิดว่ากลับเป็นการพาเสือเข้าถ้ำด้วยตัวเอง "หากยังกล้าเอ่ยนามชายอื่น ค่ำคืนนี้ข้าจะทำให้เจ้ามั่นใจได้ว่า นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะได้ทำ" “ก็แค่จัดการกับสตรีบ้าตัณหาเพียงคนเดียวมิใช่หรือ มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าเท่าใดนักหรอก เรื่องบนเตียงข้าก็มิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด ไม่ต้องห่วงหรอก” เขาจงใจใช้นางเป็นสะพาน เพื่อเข้าสู่วังหลวงของเสิ่นตู แต่ทว่า... เพราะความใกล้ชิด และใช้ชีวิตอยุ่กับนางทุกวัน จงเริ่มรู้ว่า องค์หญิงที่ผู้คนมองว่าเสเพล ไม่เอาไหนและใช้ชีวิตเหลวไหลผลาญเงินในพระคลัง กลับมิใช่อย่างที่เห็น มีความลับมากมายเกี่ยวกับนาง ที่เขาอยากรู้ สุดท้าย ก็กลายเป็น "บุรุษอุ่นเตียง" ของนาง แต่เพราะสาเหตุบางอย่าง ทำให้ต้องแยกจากกัน เมื่อมาพบอีกครา... กลับกลายเป็นว่านาง ต้องเกลียดเขาจนยากจะให้อภัย
もっと見るOn a full moon night, wealthy people gathered inside a palace-like house to celebrate a very important event for a very famous family. Women are wearing beautiful extravagant dresses paired with their million-dollar pearls, and men wearing expensive tuxedos and perfectly polished shoes.
Servers were walking back and forth holding trays of food to serve the visitors. People were busy murmuring to one another while holding a glass of wine in their hands.
It was an event everyone in the business world couldn’t miss.
‘Good evening, ladies and gentlemen! Tonight, we will witness the 100th anniversary of Lockwood Holdings! And to start the event, let us first have the son of the founder of Lockwood holdings, the son of Mr. Peter Lockwood, ladies and gentlemen, give a round of applause for Mr. Daniel Lockwood together with his wife Rachell Lockwood and their two sons, Mr. Timothy and Mr. Themis Lockwood!’
As the emcee announced, a family of four went to the stage. Just by looking at their appearance and clothes, you could immediately determine their family as the wealthiest family in the country. All the people inside the event immediately turned their heads to the family while clapping their hands.
‘They all look amazing!’
‘Their clothes must be so expensive!’
‘They are the wealthiest family in the country, no doubt!’
Everyone was astounded not only by the wealth that the family has but also by the beauty they hold. They couldn’t take their eyes off them. The father of the family was wearing a silver tuxedo while his wife was wearing a white satin dress, making her look like a queen together with her twins, who looked exactly like their father. They were about the age of five.
The man held the mic in his hand and faced the crowd with a smile on his face.
‘Good evening, ladies and gentlemen. First of all, I would like to express my gratitude who are here with us to celebrate our 100th anniversary. My family would like to thank all of you for working hard for the past years. And even though the late founder of our company is no longer here, the spirit of his legacy remains.’
Meanwhile, on the upper right balcony of the event's place, was a man wearing an all-black suit was holding a sniper pointed at the man who was currently speaking. No one in the crowd could notice him, for everyone was busy listening to the speaker.
‘Also, I would like all of you to meet my two sons, Themis, and Timothy. They are the future of our beloved company. As our family—
BAAM.
Before the man could even continue what he was about to say, something hit his chest which made him fall to the ground. Everyone got shocked. All of them were wondering why he suddenly fell to the ground when they didn’t even hear anything.
They only started freaking out when his wife yelled, “There’s blood! Someone shot him!”
People started running away from the stage, holding themselves to protect themselves from a gunman. Five men wearing black suits formed a circle around the family to protect them, but in less than a minute, the invisible gunman was able to shoot them all.
The exit of the hall was filled with people trying to have their way out. They were pushing one another, trying to save their lives.
Little did they know there were many gunmen surrounding the place.
Before one of them could even escape the place, the gunmen started shooting every person their eyes could reach. Everyone who tried to escape lost their lives before their eyes.
The place got filled with blood and cries from people who plead to the gunmen.
‘Don’t kill me, please!’
‘I have a family!’
‘Don’t kill my wife!’
At the secret exit that only the Lockwood family knows, the wife and her two sons were trying to escape while their private helicopter was waiting for them outside. She was running while carrying both of her sons in both her arms. But before they could even reach the secret exit, one of the gunmen appeared behind them and shoot her right leg, which disabled her to run properly.
Another shot and she fell on both of her knees.
‘Themis, run for your life now! Go with your brother!’ Mrs. Lockwood said to her older son who has no idea about what was happening.
“Mommy, how about you?!”
“Just run! Run away now and save yourselves!” she yelled while trying to stay alive.
Another sound of a gunshot, and their mother bid her farewell.
With tears streaming down their faces, the two brothers started running away. Before they could even go out through the secret exit, a couple of gunshots were heard. They were holding each other's hands while tears were running down their cheeks. The kid named Themis held his brother's hand tightly. The face of his mother lingered in his memory, but he tried to ignore it, to save his twin.
The next day, the tragic event was heard all over the world.
ท่านอ๋องอุ้มพระชายา เข้าไปด้านในห้องนอน ซึ่งอยู่ด้านในสุด วันนี้จะไม่มีผู้ใดรบกวนทั้งคู่ เพราะจิ่นหลงและคนอื่น ๆ ถูกสั่งมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากเตรียมเครื่องเสวยและน้ำอุ่น บ่าวไพร่ทุกคนถูกสั่งให้อยู่นอกจวนหลักทั้งหมด “อ๊ะ เตียงอุ่นจัง”“แน่นอนว่าทุกอย่าง ล้วนถูกจัดเตรียมเอาไว้ รวมถึง…”ไหสุราดอกท้อของนาง ซึ่งอยู่ในตะกร้าที่เต็มไปด้วยช่อดอกไม้ในสวน ถูกนำมาวางไว้ข้างเตียง“สุราดอกท้อของข้า”“แม่นมแอบเอามาให้ข้า เจ้าเป็นคนหมักด้วยตัวเอง อย่างไรข้าก็ต้องลอง แต่ว่าตอนนี้ข้ายังไม่อยากลองสุรา แต่อยากรักเจ้าก่อน ให้สมกับที่รอคอยช่วงเวลานี้มานาน”ท่านอ๋องบรรจงประทับจุมพิต อ่อนหวานละมุนกว่าครั้งใดให้นาง และเริ่มเกลี่ยไปทั่วริมฝีปาก ก่อนจะเริ่มรุกเร้า รุนแรงและโหมกระหน่ำดุจกลองศึกที่คึกขึ้นมาไฟปรารถนาเริ่มแผดเผา จนเร่าร้อนไปทั่วทั้งจวน มือหนาปาดป่ายทุกอย่างที่ขวางหน้าออก ผิวขาวเนียนละเอียดของพระชายาตรงหน้า ยั่วหัวใจเกินจะกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่อัดอั้น และมิได้ระบายหลายวันนี้ออกมาหมดสิ้น“อ๊าา…เบาหน่อยเพคะ อ๊ะ!!”นางร้องเมื่ออวี้หยางเริ่มขบเม้ม ไปตามเรือนกายทุกส่วนที่เขาเข้าถึง นิ้วเริ่มสอดเข้า
แต่วันนี้เขาไม่ยอมให้นางเดินออกไปเฉย ๆ อีกแล้ว มือหนาดึงแขนนางเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้มีโอกาสเดินออกจากห้องเสวยไป“แต่วันนี้ถึงอย่างไร ก็คงจะให้เจ้าปฏิเสธไม่ได้”"ปล่อยข้านะ!"“ยอมพูดกับข้าแล้วงั้นหรือ นึกว่าจะวางท่าเป็นองค์หญิงนานกว่านี้เสียหน่อย จ้าวอันหลิน ข้ารู้ว่าข้าทำผิดต่อเจ้า แต่โกรธและลงโทษข้านานขนาดนี้ น่าจะพอแล้วกระมัง”“ปล่อยข้าลง”“ปล่อยแน่แต่มิใช่ตอนนี้”“ท่านจะทำอะไร ปล่อยข้าลงนะ!”“หากเจ้ายังดิ้นอยู่ ข้าจะจูบเจ้าจนกว่าจะเลิกโวยวาย ดูสิว่าคนในตำหนัก จะมีผู้ใดกล้าเข้ามาช่วยเจ้าบ้าง”เขาหันมาคาดโทษนาง สายตาเอาจริงของเขา ทำให้นางเงียบไปทันที และหันหน้าหนีแทนที่จะโวยวาย อวี้หยางนึกอยากพานางกลับขึ้นห้องและจัดการนางเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่นั่นมันคงจะผิดจากแผนการที่เขาวางเอาไว้เมื่อจับนางขึ้นบนหลังม้าได้ ก็รีบควบอาชาคู่กายออกจากตำหนักไปทันที เขาไม่ลืมที่จะสวมเสื้อคลุมให้นางและดึงหมวกมาปรกหน้าให้“ทางที่ดีอยู่เฉย ๆ จนกว่าจะถึงดีกว่า หากไม่อยากให้ข้าต้องแวะลงโทษเจ้าไปตลอดทาง ต่อหน้าชาวเมืองชิงโจว”“คนเผด็จการ!”“แม้ว่าเจ้าจะมองข้าว่าเป็นเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรข้าก็เป็นสามีข
“แม่นมเชิญว่ามาเถอะ ท่านนั่งลงก่อนสิ”ท่านอ๋องพยุงแม่นมจินเดินมานั่ง ในเวลาเช่นนี้เขาก็คงจะพึ่งพาได้แต่นางเท่านั้น“ท่านอ๋องทรงทราบหรือไม่ว่า เพียงเพื่องานในวันนี้ พระชายาลงทุนลงแรงทำสิ่งใดเพื่อพระองค์ไปบ้าง”“ข้า… รู้แต่ว่านางบอกให้ข้ากลับเร็ว ๆ เพื่อจะได้มาฉลองด้วยกัน”“เช่นนั้นหม่อมฉันจะบอกให้ พระชายาใช้เวลาก่อนหน้านี้ สั่งของมาเพื่อจะหมักสุราชั้นเลิศ เพื่องานในวันนี้โดยเฉพาะ สุราดอกท้อนั่น ถูกหมักอยู่ในห้องเครื่องมาเกือบสองเดือน วันนี้เพื่อให้สุรามีกลิ่นหอมมากกว่าเดิม นางตื่นแต่เช้ามืด ออกมาเก็บดอกไม้ในสวน เพื่อไปหมักรวมกับไหสุราในห้องเครื่อง ให้มีกลิ่นหอมสดใหม่ของดอกไม้ รอให้พระองค์มาชิม แต่สิ่งที่พระองค์ทำ…”“ข้า….”“นับตั้งแต่พระชายามาอยู่ที่นี่ น้อยครั้งนักที่จะเอ่ยถึงเรื่องของแคว้นอวิ๋น วันนี้นางพึ่งจะพูดเรื่องที่นั่นขึ้นมา และเป็นเพียงครั้งเดียวที่นางเล่าให้พวกเราฟัง ว่าอยู่ที่นั่น นางมีความสุขมากเพียงใด พระองค์ทราบหรือไม่ ว่านี่มันคือสัญญาณของสิ่งใด”“ท่านว่าอย่างไรนะ นี่นางพูดถึงเรื่องที่เสิ่นตูด้วยงั้นหรือ”“ถูกต้องเพคะ พระชายาไม่เคยบ่นว่าคิดถึงเสิ่นตู ไม่เคยพูดจาน่าเบื่อ
อันหลินรีบเดินออกมาเรียกสาวใช้ ให้จัดเตรียมน้ำล้างหน้า ส่วนนางรีบเตรียมชุดให้ท่านอ๋อง เพื่อจะได้สวมเข้าวังไปประชุมราชสำนักแต่เช้า ทุกครั้งนางจะเป็นคนแต่งตัวให้เขา วันนี้ก็เช่นกัน“เสร็จแล้วเพคะ”“อันหลิน”สาวใช้รีบเก็บของ และเดินออกมาจากห้องทันที จิ่นหลงทำหน้าที่ปิดประตูเมื่อพวกนางพากันเดินออกมา “ท่านพี่ จะสายแล้วนะเพคะ”“เมื่อครู่นี้ข้ายังจูบเจ้ายังไม่เต็มที่เลย ขออีกนิดได้หรือไม่”“ท่านช่างเอาแต่ใจตัวเองเสียจริง”“วันนี้เจ้าบอกเองว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของข้า เช่นนั้นข้าก็ขอเอาแต่ใจตัวเองสักวัน มิได้หรือ”สุดท้ายนางก็ต้องยอมให้เขาจูบ ท่านอ๋องมิได้จูบเพียงอย่างเดียว พระองค์ถอดชุดของพระชายาออกจนเกือบหมด หรงอวี้หยางพรมจูบไปทั่วทั้งเรือนกายของนาง ภารกิจเร่งด่วนนี้ทำให้ทั้งสองตื่นเต้นมากกว่าเดิม เมื่อต้องรีบร้อนเพราะมีเวลาเพียงไม่นาน “อ๊ะ ท่านพี่ อ๊าา!!!”“เจ้าเบาเสียงลงหน่อย แม้ว่าในห้องนอนจะกว้าง แต่หน้าห้องยังมีองครักษ์ กับจิ่นหลงรออยู่”“ท่านซนเหลือเกิน ปล่อยข้าเถิดเพคะ อ๊ะ!!”“เจ้าก็ยังคงปากแข็งเช่นเดิม”“อื้อ…อวี้หยาง เสียวมาก อ๊าา”เขาจับนางคุกเข่าและนั่งหันหลัง เมื่อสอดเข้าไปสุด
“ท่านมันคนขี้โกง อ๊ะ อย่า…อื้อ”อันหลินทำปากแข็งไปเช่นนั้นเอง แน่นอนว่านางใจอ่อนกับเขาแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ความจริง เพียงแต่ว่าระหว่างเรื่องนี้ ยังมีทั้งไท่จื่อ ฝ่าบาทและความสัมพันธ์สองแคว้นมาเกี่ยวข้องเขาเข้าใจในสิ่งที่นางต้องการบอกเขา นางมิได้อยากให้เขาพิสูจน์ความจริงใจให้นางเห็น เพราะเรื่องนี้อันห
“ท่านปล่อยข้าก่อน”“ไม่ได้ ตัวเจ้าสั่นเช่นนี้ คงหนาวสินะ แก้มเจ้าเย็นมาก อยู่เช่นนี้แหละ แล้วฟังข้าเงียบ ๆ ได้หรือไม่”“เหตุใดข้าต้องฟังด้วย ท่านมัน…”เขาจับนางมานั่งบนตัก ส่วนตัวเขาเอนกายพิงกับหินลูกใหญ่ด้านหลัง และใช้มือหนาลูบปอยผมนางเบา ๆ และใช้หลังมืออังแก้มของนางอีกครั้ง“แก้มยังเย็นอยู่เลย”“
อันหลินตกใจมากกว่าเดิม หัวใจนางเต้นแรงเหมือนกับจะหลุดออกมา ไม่คิดเลยว่าเขาจะโหดเหี้ยมเช่นนี้ “ท่านว่าอย่างไรนะ บทลงโทษนาง ถึงกับ…”“ไม่ถึงขนาดนั้นแน่นอน โทษที่ข้าสั่งมิได้รุนแรงขนาดนั้น ก็แค่สั่งให้ทำลายวรยุทธ์ ยึดป้ายคำสั่ง ตัดเอ็นข้อมือ ปลดออกจากตำแหน่งและเนรเทศออกนอกแคว้นเท่านั้นเอง ใครจะรู้ว่า
“เรื่องสำคัญงั้นหรือ เขามารอนานเท่าใดแล้ว”“เห็นซานหูบอกว่า เกือบครึ่งชั่วยามได้แล้วเพคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็มาช่วยข้าแต่งตัวที”“เพคะองค์หญิง”อันหลินแต่งตัวเสร็จ จึงเดินลงมาจากตำหนัก เมื่อหวงเทียนฟงเห็นนาง ก็รีบลุกขึ้นทันที“องค์หญิง”“ใต้เท้าหวง ท่านมีธุระอะไรด่วนงั้นหรือ ถึงได้แวะมาที่นี่แต่เช้า”“






レビュー