Se connecter"จงเจ็บปวดเหมือนข้า หลินอันอันสวะเช่นเจ้าอย่างไรก็ต้องตายเช่นเดียวกับข้า"
"องค์รัชทายาทสวะตัวนั้นไม่วันปล่อยเจ้าไป ข้าจะรอดูวันที่เจ้ารับผลกรรมที่ทำกับข้าไว้ หลินอันอัน!!"
"เจ้าไม่มีทางเปลี่ยนเนื้อเรื่องได้ เจ้ายังจะต้องเป็นมารดาของนางร้ายที่ต้องตายอย่างทรมารเช่นข้า เด็กคนนั้นจะต้องเกิดมาและเนื้อเรื่องก็จะต้องดำเนินต่อไป จุดจบของเจ้าไม่มีทางเปลี่ยนแปลง!!!"
เฮือก!!!!
เฉินหย่งเล่อสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นจากฝันนางตัวสั่นด้วยความกลัว พลางนึกถึงน้ำเสียงและใบหน้าของเฉินหย่งเล่อที่อยู่ในความฝันมันเต็มไปด้วยความแค้นราวกับต้องการเอาชีวิตนาง
จุบจบของข้าจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง...
"ฮูหยินบ่าวเข้าไปนะเจ้าคะ"
เสียงของหญิงชราดึงขึ้นไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกตามด้วยร่างของหญิงชราเดินเข้ามาในห้องนางส่งยิ้มเป็นมิตรให้เฉินหย่งเล่อเพื่อนให้คนตรงหน้าคลายความกังวล
"ท่านเป็นใคร"
เฉินหย่งเล่อพูดออกไปไม่เต็มเสียงนักเพราะในใจเกิดความสับสน นางมองไปรอบรอบห้องที่ไม่คุ้นเคยกลิ่นกำยานรักษาคละคลุ้งไปทั่วห้อง ข้ามาอยู่ที่ได้ยังไงหากจำไม่ผิดตอนนั้นข้ากับเฉินเทียนอี้กำลังพูดความในใจและพิษในร่างกายกำเริบจากนั้นก็....
"บ่าวเป็นคนรับใช้ที่นายท่านแต่งตั้งให้ดูแลท่านเจ้าค่ะ"
"ที่นี่คือที่ไหน"
"......."
"ข้าต้องการพบเทียนอี้"
"บ่าวจะให้คนไปแจ้งนายท่านนะเจ้าคะ"
"ไม่ต้องเจ้านำทางไปก็พอ"
"เจ้าค่ะ บ่าวจะนำทางไปพบนายท่านนะเจ้าคะ"
เฉินหย่งเล่อขมวดคิ้วมองหญิงชราตรงหน้านางจงใจไม่บอกข้าว่าที่นี่คือที่ไหน เอาเถอะขอเพียงที่นี่ไม่เป็นอันตรายต่อข้าเช่นวังหลวงข้าเองก็จะไม่ซักถามอะไร นางเดินตามหญิงชราไปพลางสำรวจสิ่งรอบตัวที่นี่เงียบสงบราวกับไร้ผู้คนอีกทั้งยังดูลึกลับจนน่ากลัว..
ขวับ ขวับ ตุบ!!!
"คนต่อไป"
หยวนอิงพูดออกมาเสียงเรียบมองบุรุษที่ถูกห้ามออกไปจากลานประลองด้วยฝีมือของนายท่านของเขา ในสายตาของหยวนอิงคนที่ยืนอยู่ในสนามประลองตอนนี้เปรียบดังปีศาจในคราบมนุษย์ ต่อให้เบื้องหน้าของนายท่านมีเงาสายหลักถึงสิบคนก็คงชนะนายท่านไม่ได้แท้ ๆ
เหตุใดท่านถึงเอาความโกรธที่หาตัวคนวางยาพิษฮูหยินไม่ได้ มาลงที่พวกข้าเช่นนี้ เห้อ...
เฉินหย่งเล่อในตอนนี้กำลังยืนมองบุรุษที่นางคุ้นหน้าเป็นอย่างดีต่อสู้กับกับชายชุดดำอยู่บนลานประลอง ใช้เวลาเพียงไม่นานชายชุดดำก็ลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
"ไร้ประโยชน์ หากข้าไม่มาดูด้วยตัวเองคงไม่รู้ว่าคนของข้าไม่ได้เรื่องถึงเพียงนี้"
"........"
"หยวนอิง เจ้าขึ้นมา"
"ขอรับ?"
"ยังต้องให้ข้าพูดซ้ำหรือ?"
หยวนอิงที่ได้ยินเช่นนั้นเหมือนได้รู้ชะตาชีวิตของตัวเองในอนาคต ข้าจะสู้ปีศาจเช่นนายท่านได้อย่างไรหยวนอิงได้แต่ร้องโอดครวญในใจ เขาเดินขึ้นไปบนลานประลองด้วยสีหน้าไม่ดีนักข้าสาบานเลยว่าหากจับคนวางยาฮูหยินได้ข้าจะทรมานมันให้สมกับที่ทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเช่นนี้
"เทียนอี้"
เสียงหวานดังขึ้นเฉินเทียนอี้คลายมือจากการจับกระบี่ ก่อนจะมองไปที่เฉินหย่งเล่อที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มเบื้องหลังของนางมีหญิงชราที่เขาให้รับหน้าที่ดูแลนาง เฉินเทียนอี้ตัดสินใจโยนกระบี่ให้หยวนอิงก่อนจะเดินตรงไปหาสตรีตรงหน้า
"เดินมาทำไม เหตุใดไม่นอนพักอยู่ที่ห้อง"
เฉินหย่งเล่อไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงยกยิ้มออกมา เมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงของเฉินเทียนอี้นางก็เข้าใจทันทีว่าเขารู้เรื่องพิษในร่างกายนางแล้ว ทั้งที่คิดว่าเป็นพวกไม่สนสิ่งอื่นนอกจากอำนาจเสียอีกที่พูดกับข้าในวันนั้นเป็นเรื่องจริงสินะ
พรึบ!!
"ที่นี่อากาศเย็น เจ้าไม่ควรอยู่นาน"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นแนบอกท่ามกลางส่ายตามองชายชุดดำและหยวนอิงที่มองดูพวกเขาอยู่
"ทะ..เทียนอี้ข้าเดินเองได้เจ้าวางข้าลงเถอะ"
"อย่าดื้อ"
หยวนอิงที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของผู้เป็นนายจนชินตาก็ถอนหายใจออกมา เขาปรายตามองไปที่สหายของตนที่ยังคงมองภาพตรงหน้าราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"หยวนอิงนั่นใช่นายท่านของเราจริงจริงหรือ"
"ทำใจเถอะ อีกหน่อยพวกเจ้าก็จะชินตาเหมือนข้า"
เฉินหย่งเล่อถูกอุ้มมาวางบนเตียงนางมองเฉินเทียนอี้ที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล มือบางยกขึ้นลูบแก้มของเขาเบา ๆ พลางยกยิ้มให้คนตรงหน้าคลายกังวล
"เทียนอี้ทำสีหน้ากังวลเช่นนี้ไม่สมเป็นเจ้าเลย"
"ท่านหมอบอกข้าว่าเจ้าโดนพิษ หากไม่ได้รับยาถอนพิษเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงสั่นเขาจับมือของเฉินหย่งเล่อแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป เหตุใดข้าถึงไม่เคยรู้เลยว่านางโดนลอบวางยาพิษเหตุใดข้าถึงไม่สังเกตเลย
"เทียนอี้อย่ากังวลเลยข้าไม่ตายตอนนี้หรอก"
"เจ้ารู้"?
เฉินหย่งเล่อยิ้มออกมาเดิมทีเรื่องนี้นางก็ไม่คิดปิดบังอยู่แล้วอีกทั้งอีกไม่นานหากฮ่องเต้และองค์รัชทายาทรู้ว่าเฉินเทียนอี้รู้สึกเช่นไรกับนางยาถอนพิษในมือของพวกเขาอาจจะนำมาเป็นข้อต่อรอง
"องค์รัชทายาทบอกว่าจะให้ยาถอนพิษกับข้าหลังจากสังหารเจ้าได้"
"......"
"แต่ข้ารู้ดีว่าในมือของเขาเป็นของปลอม"
เฉินหย่งเล่อตัดสินใจที่จะโกหกออกไป นางจะไม่ยินยอมเป็นจุดอ่อนของเขาถึงอย่างไรองค์รัชทายาทก็ไม่มีทางให้ยาถอนพิษกับนางแม้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ไม่มีทางให้ บุรุษผู้นั้นไม่มีทางยินยอมให้เฉินหย่งเล่อมีชีวิตเป็นสุขอยู่ข้าบุรุษใดนอกจากตัวเอง
"เจ้ารู้ได้เช่นไร นั่นอาจจะเป็นของจริง"
"ยาถอนพิษไม่เคยมีตั้งแต่แรก เทียนอี้ฟังข้านะหากองค์รัชทายาทหรือฝ่าบาทบอกให้เจ้าทำสิ่งใดเพื่อแลกกับยาถอนพิษของข้าเจ้าจงอย่ายอมทำตามเพราะยาถอนพิษนั่นมันคือของปลอมและช่วยข้าไม่ได้"
เฉินเทียนอี้มองคนตรงหน้าที่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เหตุใดนางถึงเป็นสตรีไม่กลัวตายเช่นนี้ทั้งที่ตัวเองโดนพิษแท้ ๆ แต่กลับเป็นห่วงข้าที่ยังสบายดี
"ข้าจะหาคนมารักษาเจ้าให้ได้ หย่งเล่อไม่ต้องกลัวนะข้าจะไม่ยินยอมให้เจ้าตาย"
"ได้สิ แต่ตอนนี้เอาเวลาที่เจ้ากังวลมาโอบกอดข้าดีหรือไม่"
"ข้า...หากข้ากอดเจ้าพิษในร่างกายจะกำเริบอีกหรือไม่"
เฉินหย่งเล่อมองคนตรงหน้าที่มีสีหน้ากังวลอาจจะเพราะฝังใจที่เห็นนางตอนมีอาการพิษกำเริบในตอนนั้น ริมฝีปากบางยกยิ้มออกมาก่อนจะกระโจนเข้าไปโอบกอดเฉินเทียนอี้
"หย่งเล่อข้าสัญญาว่าจะหายาถอนพิษมารักษาเจ้าให้ได้"
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช
"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ
กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง







