แชร์

เข้าถ้ำเสือ

ผู้เขียน: zuey
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-26 06:26:34

เนี่ยฮองเฮาเสด็จออกนอกวังเพื่อดูอาการของบุตรชายคนเล็ก ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ตำหนักรัชทายาท กลับพบภาพที่ทำให้พระนางถึงกับต้องชะงักงัน

บนเตียงไม้จันทน์หอมกลางห้อง มีสตรีงามผู้หนึ่งกำลังหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนของบุตรชาย มู่หรงฉางชิงเหลือบมองพระมารดาเล็กน้อย ก่อนยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้นางอย่าส่งเสียงใดๆ ออกมา

ดวงตาคมกริบของเนี่ยฮองเฮาไหววูบ ก่อนจะโบกพระหัตถ์ให้ข้ารับใช้ทั้งหมดออกไป เหลือเพียงความเงียบสงัดภายในห้อง พระนางทรงนั่งลงบนเก้าอี้ห่างออกไปเล็กน้อย สายพระเนตรจับจ้องบุตรชายอย่างไม่วางตา

“นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” มู่หรงฉางชิงยิ้มบาง

“ให้คนไปพามาเมื่อคืนพ่ะย่ะค่ะ เจ็บหนักจนทนไม่ไหว ต้องมีคนคอยดูแล” ท่าทางนั้นไม่เหมือนคนที่ได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิด

“ตั้งแต่เมื่อใดที่เทพสงครามแห่งเป่ยหมิง ต้องการสตรีนางหนึ่งเพื่อคอยดูแล” น้ำเสียงอ่อนใจเอ่ยกับบุตรชายคนเล็ก ร่างสูงยักไหล่

“ก็ตอนนี้แหละพ่ะย่ะค่ะ หากไม่มีนางคอยดูแล คงต้องสิ้นชีพเพราะความคิดถึง” คำพูดนั้นทำให้เนี่ยฮองเฮาต้องสูดลมหายใจเข้าพยายามข่มอารมณ์

“พ่อแม่นางรู้หรือไม่”

“ให้คนไปบอกแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพราะอาการสาหัส ต้องมีคนมาดูใจ ทางนั้นก็เลยยอมปล่อยวาง...ไม่เอาเรื่อง” ชายหนุ่มตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ระวังตัวเอาไว้เถอะ ทำสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น โกหกบ่อยครั้งเข้ามันจะรัดตัว”

“ลูกไม่มีทางให้เป็นเช่นนั้นแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เนี่ยฮองเฮาถอนหายใจยาว พระนางมองบุตรชายอย่างอ่อนใจ

“ลูกสองคน แม่เลี้ยงมากับมือ แต่เหตุใดนิสัยถึงได้ต่างกันถึงเพียงนี้ คนหนึ่งสุขุม อบอุ่น รู้เหตุผล อีกคนเย็นชา เจ้าเล่ห์ ทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ” พระนางลุกขึ้นยืน

“เอาล่ะ ในเมื่อไม่เป็นอะไรมาก แม่ก็จะกลับก่อน ครั้งหน้า...ทำให้ถูกต้อง อย่าให้เขาว่าเอาได้ ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน” มิได้คิดตำหนิบุตรชาย หากแต่ต้องทำทุกอย่างอย่างโปร่งใส ไม่เช่นนั้นจะถูกศัตรูจับจุดอ่อน

หลังเนี่ยฮองเฮาเสด็จกลับวังหลวง ความเงียบก็เข้าปกคลุมรอบตำหนักอีกครั้ง มู่หรงฉางชิงก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันอ่อนโยนขึ้นทันตา

“เจ้ากระต่ายน้อยจอมขี้เซา สายแล้วไม่หิวหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ก่อนจะกดจูบลงบนแก้มเนียนอย่างหยอกเย้า เซี่ยหรงเหยาขยับใบหน้าหนีด้วยความงัวเงีย แต่กลับถูกรั้งไว้โดยมือใหญ่ที่ไม่ยอมปล่อย

“อื๊อ...อย่างกวน” แม้ปากจะเอ่ยพึมพำ แต่กลับไม่ยอมเปิดเปลือกตา ท่าทางนั้นสำหรับชายหนุ่ม ช่างน่าเอ็นดูนัก

แต่หญิงสาวที่กำลังถูกก่อกวนกลับลืมไปแล้วว่า เมื่อคืน องครักษ์เงาที่เป็นสตรีได้พานางใช้วิชาตัวเบาทะยานมายังตำหนักรัชทายาท หลังส่งข่าวว่าชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส...เพราะเป็นกังวลเกี่ยวกับคนรัก เซี่ยหรงเหยาจึงตามมาโดยไม่คิดสงสัย

ยามรุ่งสาง สืออีได้ไปแจ้งครอบครัวของนางด้วยตนเอง บอกว่าเจ้านายของตนอาการร่อแร่ ไม่รู้จะมีชีวิตพ้นวันนี้หรือไม่ จึงพาหญิงสาวมาดูใจ

คนทั้งตระกูลเซี่ยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างเห็นใจทั้งสอง ทั้งที่พึ่งเปิดตัวคบหากันได้ไม่นาน แต่กลับต้องเผชิญเหตุร้าย จึงมิได้ติดใจเอาความ เรื่องที่บุตรสาวถูกพาตัวออกจากจวนกลางดึก

ภายในตำหนัก รัชทายาทหนุ่มยังคงกอดหญิงสาวไว้แน่น รอยยิ้มบางเบาแต้มบนมุมปาก...ต้องขอบคุณคนโง่เหล่านั้น ที่ส่งมือสังหารมาฆ่าเขา ไม่อย่างนั้น...ตนจะมีโอกาสทำคะแนนกับเจ้ากระต่ายน้อยและครอบครัวของนางได้อย่างไร

หลายวันผ่านไป

อาการบาดเจ็บของมู่หรงฉางชิงค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เหล่าญาติพี่น้องผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมไม่ขาดสาย รวมถึงครอบครัวตระกูลเซี่ยที่มักส่งของบำรุงอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนองค์ชายใหญ่ ยามนี้ถึงกับกินนอนอยู่ที่ตำหนักรัชทายาท นอกจากเวลาว่าราชการ เขาก็แทบจะสิงอยู่ในตำหนักของน้องชาย นั่นเพราะในใจยังคงกล่าวโทษตนเอง ว่าเป็นสาเหตุให้มู่หรงฉางชิงต้องได้รับบาดเจ็บ

เมื่ออาการหายดีจนเกือบเป็นปกติ มู่หรงฉางชิงจึงเข้าวังหลวงเพื่อเฝ้ามู่หรงฮ่องเต้ ขอให้พระองค์พิจารณาเปลี่ยนตัวผู้สืบทอดตำแหน่งรัชทายาท

แม้มู่หรงฮ่องเต้จะยังไม่เห็นด้วย เพราะมู่หรงชิงยี่พึ่งเข้ารับราชการในราชสำนักได้ไม่นาน ยังไม่มีขุนนางหนุนหลัง และยังไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ก็ทรงรับปากว่า จะร่างพระราชโองการเอาไว้ก่อน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม

เดือนต่อมา งานมงคลของมู่หรงจ้านและหลินเสวี่ยถงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างเฝ้ารอดูเกี้ยวแปดคนหามที่จะถูกส่งมายังจวนตระกูลหลิน

เสียงประโคมกลองและปี่แตรดังสนั่นตั้งแต่เช้าตรู่ แขกเหรื่อจากตระกูลใหญ่ต่างมาร่วมแสดงความยินดี

ส่วนเซี่ยหรงเหยา นางเองก็ได้รับเทียบเชิญจากหลินเสวี่ยถงในฐานะสหายร่วมสำนักศึกษา หญิงสาวลังเลอยู่หลายวัน เพราะเกรงว่านางจะมีแผนร้ายแอบแฝง

แต่เมื่อว่านหนิงอวิ๋นก็ได้รับเทียบเชิญเช่นเดียวกัน ร่างบางจึงตัดสินใจไปร่วมงานด้วย

เมื่อวันงานมาถึง สองสตรีนั่งรถม้ามาด้วยกัน เนื่องจากคนในครอบครัวของพวกนางต่างก็ไปที่จวนตวนอ๋อง เพื่อร่วมพิธีรับเจ้าสาวเข้าจวน และทันทีที่เซี่ยหรงเหยาก้าวลงจากรถม้า เสียงหัวเราะคิกคักพลันดังขึ้นจากด้านหน้า

“โอ้! เจ้าสองคนมาแล้วหรือ” ลู่หลานหลิงในชุดงดงามเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเยาะเย้ย

“รู้สึกอย่างไรบ้างที่ถงเอ๋อของเรากำลังจะแต่งงาน ยินดีกับนางหรือไม่” ไป๋เสี่ยวอิงเอ่ยพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี

“ข้าจำเป็นต้องรู้สึกอันใดด้วยหรือ แต่หากพวกเจ้าไม่โง่เขลานัก คงจะรู้แล้วว่า คนที่ข้าใส่ใจคือองค์รัชทายาท และในอนาคต...อาจเป็นหลินเสวี่ยถงที่ต้องคุกเข่าคารวะข้า ในฐานะพี่สะใภ้และไท่จื่อเฟย”

คำพูดนั้นทำให้สองสตรีตรงหน้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

“อ้อ...ข้าลืมไป เจ้าสองคนถูกครอบครัวขังเอาไว้ในเรือน มิให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่รู้ก็คงไม่แปลก เจ้าว่าหรือไม่...หนิงอวิ๋น”

หญิงสาวเอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ

“เจ้า!” ลู่หลานหลิงกับไป๋เสี่ยวอิงชี้นิ้วใส่หญิงสาวด้วยความเดือดดาล ว่านหนิงอวิ๋นเองก็พูดเสริม

“ก็จริง...อยู่แต่ในจวนรอแต่งงาน จะไปรู้อะไร หลินเสวี่ยถงก็แต่งเป็นเช่อเฟยไปแล้ว แล้วพวกเจ้าสองคนล่ะ มีใครมาสู่ขอหรือยัง ข้าว่าคงยังไม่มีหรอกใช่หรือไม่ เพราะสร้างเรื่องให้ฝ่าบาททรงไม่พอพระทัยขนาดนั้น บางที...อาจต้องขึ้นคานอยู่เฝ้าจวนจนแก่เฒ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เสียงหัวเราะของว่านหนิงอวิ๋นดังสะท้อนทั่วลานหน้าจวน ทำผู้พิทักษ์หลินเสวี่ยถงทั้งสอง หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

“พวกเจ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ลู่หลานหลิงกัดฟันกรอด ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปด้วยความโกรธจัด ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันของสองสหาย ที่ยังคงดังก้องอยู่เบื้องหลัง

เซี่ยหรงเหยาไม่ต้องการปะทะกับคนเหล่านั้นอีก นางจึงพาว่านหนิงอวิ๋นไปนั่งยังโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปจากกลุ่มผู้คน เสียงดนตรีและเสียงอวยพรในงานยังคงดังต่อเนื้อง แต่ในใจของหญิงสาวกลับสงบอย่างน่าประหลาด

หลินเสวี่ยถงที่อยู่ในห้องเจ้าสาว บัดนี้ได้รับรายงานจากสาวใช้ว่าเซี่ยหรงเหยามาถึงแล้ว รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นเหนือริมฝีปาก นางพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิท

“ทำตามแผนที่ข้าบอกไว้”

“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับคำก่อนถอยออกไป

ย้อนกลับไปก่อนวันแต่งงาน เมื่อหลินเสวี่ยถงได้ยินข่าวลือว่าเซี่ยหรงเหยากำลังคบหาดูใจกับองค์รัชทายาท นางถึงกับอาละวาดจนข้าวของในห้องแตกกระจาย

ความโกรธและความริษยาแผดเผาในอกอย่างรุนแรง นางเคยเป็นสตรีที่ผู้คนต่างต้องแหงนหน้ามอง เป็นที่โปรดปรานของตวนอ๋อง แต่บัดนี้กลับถูกลดตำแหน่งเป็นเพียงเช่อเฟย ส่วนอีกฝ่ายกลับเปล่งประกายมากขึ้นทุกวัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 1

    ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   บทส่งท้าย ครอบครัวอันสมบูรณ์

    เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลูกน้อยของข้าเจ้ากลับมาแล้ว

    “จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ม้าพยศ

    แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status