เข้าสู่ระบบระบบหมอเทวดา [2/2]
[ระบบหมอเทวดา กำลังเปิดใช้งาน ]
ทว่าเพราะยังอยู่ท่ามกลางสายตาชาวบ้านจ้าวหว่านชิงจึงรีบกดปิดหน้าต่างระบบลง นางไม่อยากให้ใครเห็นว่าตนกำลังพูดคุยกับอากาศแล้วถูกหาว่าเป็นคนบ้า
“จ้าวหว่านชิงข้าไม่ขอยอมรับสิ่งอัปมงคลอย่างเจ้ากลับเข้าสกุล”
เสียงของหญิงชรายังคงดังขึ้นอีกครั้ง จ้าวหว่านชิงถอนหายใจออกมาอย่าเบื่อหน่ายเพราะมีความทรงจำของรางเดิมแล้วนางจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายคือแม่สามีของตนและแน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราไม่ได้ดีนัก
“ท่านแม่หากท่านอยากอยู่สร้างความวุ่นวายที่นี่ งั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อนนะเจ้าคะ”
จ้าวหว่านชิงเอ่ยออกมาเสียงเรียบก่อนจะหมุนกายเดินออกมาโดยไม่สนใจเสียงสบถด่าของแม่สามีที่ยังตามหลังมา
เมื่อความทรงจำของร่างเดิมทะลักเข้ามาอย่างสมบูรณ์นางก็รู้เส้นทางกลับบ้าน จ้าวหว่านชิงใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงเรือนเก่า ๆ ของตน มือบางยื่นออกไปผลักประตูไม้ให้เปิดออกจึงเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด ร่างบางก้าวเข้าไปในลานบ้านที่ทั้งว่างเปล่าและทรุดโทรม
บ้านเก่าทรุดโทรมหลังนี้เป็นเรือนที่จ้าวหว่านชิงแยกมาอยู่กับสามีและบุตรสาวของเขา ทว่าหลังจากอยู่ได้เพียงสองวันสามีของนางก็ออกเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อสอบจอหงวนทิ้งให้นางและบุตรสาวอยู่ในเรือนไม้ทรุดโทรมนี้เพียงลำพัง
หว่านชิงทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ไม้ที่ดูเก่าและทรุดโทรมพลางนึกด่าทอหญิงชุดขาวผู้นั้นในใจ ไม่ใช่ว่านางบอกว่าของเกิดเป็นคนที่ร่ำรวยหรือเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
เป็นหญิงที่ถูกสามีทิ้งไม่พอนี่ยังยากจนอีก!
นี่คงไม่ได้เอาระบบกาก ๆ มาให้ข้าหรอกใช่ไหม!
“เปิดหน้าต่างระบบ”
สิ้นเสียงของหญิงสาวหน้าต่างสีฟ้าของระบบก็ลอยขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้นางเริ่มพิจารณาทีละตัวอักษรเพราะในใจกลัวว่าจะโดนหญิงชุดข้าวคนนั้นหลอกลวงอะไรอีก
[ระบบหมอเทวดา]
ภารกิจหลัก : รักษาผู้คนเพื่อพัฒนาทักษะ
ทุกครั้งที่รักษาสำเร็จจะได้รับค่าประสบการณ์
ความสามารถ : ตรวจร่างกายคนไข้ วินิจฉัยอาการ เขียนเทียบยารักษาโรค
ร้านค้า : จำหน่ายสมุนไพร ยา สกิลพิเศษ สามารถซื้อได้ด้วยค่าประสบการณ์
จ้าวหว่านชิงอ่านจนเข้าใจทั้งหมดใบหน้าที่ซีดเซียวเริ่มมีประกายความหวังเล็กน้อย นางรู้สึกโล่งอกที่อย่างน้อยระบบที่ผู้หญิงคนนั้นมอบให้ก็พอมีประโยชน์กับตัวนาง
“หน้าต่างสถานะ”
[หน้าต่างสถานะระบบ]
ชื่อระบบ : ระบบหมอเทวดา
สถานะ : ทำงานปกติ
ทักษะการรักษา : C
ค่าประสบการณ์ : 0
การพัฒนาทักษะ C➔B : 0/15
***หมายเหตุขอบเขตการรักษาเมื่อพบผู้ป่วยระบบจะทำการแจ้งเตือนว่ามีทักษะมากพอที่จะรักษาได้หรือไม่
จ้าวหว่านชิงกำลังพินิจพิจารณาหน้าต่างสถานะระบบที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ นางเริ่มวางแผนหาทางพัฒนาทักษะเพื่อในอนาคตจะใช้ความสามารถนี้เปิดโรงหมอเลี้ยงชีพ
โคร้ม!
เสียงดังราวกับของบางอย่างกระแทกผนังดังแว่วขึ้นจากในเรือนด้านใน หญิงสาวสะดุ้งเฮือกหันขวับไปตามต้นเสียง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงระรัวด้วยสัญชาตญาณระวังภัย มือบางคว้าท่อนไม้ที่วางพิงอยู่กับเสาตั้งใจใช้มันเป็นอาวุธหากว่ามีโจรย่องเข้ามาในบ้านเก่าโทรมนี้จริง ๆ
ครืดคราด…ครืดคราด…
จ้าวหว่านชิงเดินตามเสียงจนมาหยุดที่หน้าห้องเก็บฟืน ด้านในยังคงมีเสียงดังเหมือนมีใครบางคนกำลังขยับอยู่ข้างในห้องเป็นระยะ คิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากันพลางจับท่อนไม้ที่อยู่ในมือแน่น
แต่ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วของนางจะได้สัมผัสประตูความทรงจำหนึ่งก็ถาโถเข้ามาในหัว...
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขโมยของข้า! อาหารนี่เป็นของข้าไม่ใช่ของเจ้า!”
“ข้าหิว…ข้าทนไม่ไหวแล้ว…”
“อย่าขังข้าเลย…ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว…ข้าจะไม่แตะต้องของของท่านแม่แล้ว…”
“ท่านแม่…ข้ากลัว…หนาวเหลือเกิน…หิวเหลือเกิน…”
ภาพความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวของจ้าวหว่านชิงคือความจริงอันโหดร้ายที่ทำให้นางแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่จ้าวหว่านชิงจะจมน้ำตายนางได้กังขังลูกเลี้ยงของตนเองที่โหยหิวเข้าไว้ในห้องเก็บฟืนที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง
เดี๋ยวสิ...หากนับจากการตายของจ้าวหว่านชิงแล้วนี่ผ่านมาเกือบสี่วันแล้วไม่ใช่หรือ!
“ซูเหยา…”
หญิงสาวทิ้งท่อนไม้ในมือก่อนจะยื่นมือสั่นสะท้านจับคานไม้ที่คั่นประตูอยู่นางออกแรงดึงจนได้ยินเสียงไม้เสียดสีกันดังลั่น เมื่อประตูเปิดออกกลิ่นอับและฝุ่นไม้ตลบอบอวล ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยแปดขวบก็ล้มฟุบลงมาตรงหน้าจ้าวหว่านชิง
“ซูเหยา!” จ้าวหว่านชิงอุทานเสียงสั่นรีบก้มตัวลงประคองร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ความตกใจและความรู้สึกเป็นห่วงพุ่งเข้ามาพร้อมกันจนหัวใจนางแทบแตกสลาย
ร่างเด็กหญิงเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนักใบหน้าซูเหยาซีดเผือดแต่ยังมีลมหายใจอ่อน ๆ เหลืออยู่…
จ้าวหว่านชิงเหตุใดเจ้าถึงได้ใจร้ายทำร้ายเด็กคนนี้ได้ลงกัน!
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







