LOGIN6เดือนบนเตียง กับร่างกายที่ขยับได้นิดหน่อย... “ระวังด้วยนะลูก...เดินช้าๆ ไม่ต้องรีบ” เสียงมารดาลอยตามหลังมา หวันยิหวาหันมายิ้ม แต่ท่านเดินหายเข้าไปในส่วนครัวเสียแล้ว “พ่อ แม่สงสารลูก” เสียงเครือสะอื้น พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลปรี่ วิทย์พับหนังสือพิมพ์ในมือโยนไว้บนโต๊ะรับประทานอาหาร เดินเข้าไปประคองภรรยาวัย45ปีอย่างถนอม “ลูกไม่เป็นอะไรแล้วนี่แม่ อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้นซิ เราสัญญากันแล้วนี่นา” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงทุ้ม เขาเองก็เจ็บแค้นแทบกระอัก แต่จะทำอะไรคน คนนั้นได้ เมื่อชายผู้นั้นทรงอิทธิพลเสียจนคนธรรมดาอย่างท่านไม่กล้าเผยอหน้า แค่ได้บุตรสาวคืนกลับมาก็นับว่าเป็นบุญหัว แม้หวันยิหวาจะไม่ต่างอะไรกับซากร่างกาย เมื่อความทรงจำของหล่อน หายไปทั้งหมด หลังโศกนาฏกรรมเลวร้ายครั้งนั้น บุตรีของท่าน...เสียแม้แต่...สายเลือดในอก...
View More“ยังไงฉันก็อายุมากแล้วนา...ให้รอนานกว่านี้ไม่ไหวหรอก” คลิสเตียนยังตะล่อมต่อ เขาอยากได้ยินสัญญาณไฟเขียวจากหล่อนเสียก่อน ไม่อยากบุ่มบ่ามทำอะไรตามใจตนเองเหมือนเมื่อก่อน หากหวันยิหวาไม่ตกลง เขาก็จำเป็นต้อง...รอ “คือ...” หญิงสาวเริ่มลังเล “นะๆ” คลิสเตียนยังคะยั้นคะยอต่อ “หวาขอเวลาคิดค่ะ” เธอตัดบท เพราะหากคลิสเตียนยังตื้อต่ออีกไม่นานเธอก็ต้องใจอ่อน เมื่อหัวใจตนเอง เอนเอียงไปหาเขา ตั้งแต่ความจำกลับคืนมา... “คิดดีๆ นะหวา...เรา...” ชายหนุ่มเตือน เขายกนิ้มจิ้มที่เนินหน้าท้องแบนๆ ของหวันยิหวา พร้อมกับส่งสายตามีความนัย “ฉันนะมันพวกเตะปุบเข้าปับ! เชื้อฉันแข็งแรงพอๆ กับสเปิร์มม้า ไม่แน่นา...ไอ้หนู หรืออีหนู อาจจะไปนอนตีพุงอยู่ในท้องหวาอีกครั้งแล้วก็ได้” 
และคนที่พจน์แอบชำเรืองมอง ดูเหมือนจะรู้ตัว เขาเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม ด้วยทีท่าคุกคาม แม้หวันยิหวาจะส่งสายตาปราม คลิสเตียนก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น “มีปัญหากับฉันรึ?!!” คลิสเตียนเปิดปากถาม พจน์กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ “เปล่าครับ...แค่สงสัย!!” เขาตอบเสียงหนัก คนเหมือนกันไม่จำเป็นต้องกลัว “สงสัยก็ถามมา บางที... นายอาจจะตาสว่างขึ้นมามั้งก็ได้” คลิสเตียมยิ้มเยาะ จงใจรวนซึ่งๆ หน้า พจน์รวบรวมสติ กลั้นใจถาม “ถ้าที่ผมสงสัยไม่ผิดไปนัก คุณกับคุณหวาเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” คลิสเตียนยิ้มกว้าง “ใช่...รู้จักมากด้วย ไม่ใช่ผิวๆ อย่างนาย” เขาออกตัวข่ม 
อาย...แล้วไง!! คลิสเตียนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาอารมณ์ดีเสียจนอยากจะเต้นระบำ “หวาจำกูได้แล้ว” คลิสเตียนเปรยลอยๆ สีหน้ายิ้มละไม ตอนที่เดินออกมาจากที่ซ่อนเต็มตัว อัลเบโต้หันกลับมามอง “คุณหวาเธอ...” ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วง จนอยากจะตามไปปลอบ “มึงอย่าเสือก!!” เสียงทรงอำนาจร้องห้ามไว้ เหมือนดั่งรู้ความคิดของลูกน้อง “กูกับหวาเคลียร์กันแล้ว จากนี้ไปกูจะทวง เมีย กูคืน” ปมที่เคยเข้าใจผิดถูกแกะและแก้พร้อมกัน…จากนี้ไปคือการทวงคืนหัวใจ
และดูเหมือนว่าจะโชคเข้าข้าง...ดูท่าทางคนเหล่านั้นแตกตื่น เมื่อเจอใครบางคนที่เจ็บหนัก คลิสเตียนทันได้เห็น คนกลุ่มใหญ่หิ้วปีกใครคนหนึ่งออกไปจากสถานที่ก่อเหตุ อาการดูเหมือนจะหนัก เมือเขาเห็นเลือดท่วมกายของคน คนนั้นเลย หวันยิหวานั่งขดตัวแนบกับกำแพงปูน ตัวเธอสั่นเทาจน คลิสเตียนต้องรั้งมาโอบไว้หลวมๆ “ปล่อยนะคลิส!!” หญิงสาวผลักอกเขาเต็มแรง มอง คลิสเตียนตาขวาง ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ “จำฉันได้ตอนไหน?” เขาเปิดปากถาม เล่นเอาหวันยิหวาชะงักกึก!! เธอหลบตาวูบ ส่อพิรุธออกมาให้จับได้อีกครั้ง “อะไร!!” หล่อนแสร้งตวาดเสียงเขียว “อย่ามากลบเกลื่อน หวาเรียกฉันแบบนี้ อีตอนที่จำไม่ได้ หวาเรียกฉันคุณ ไม่ใช่คลิส!!” ชายหนุ่มซัก
มันทะลึ่งอวดรู้...แม้จะเป็นสิ่งที่เซเก้มักจะนำมาเสนอทุกครั้งที่ไปเยือนประเทศอื่นๆ เป็นการคลายเครียดหลังทำงานหนัก เพียงแต่...เขารู้สึกเบื่อ ร่างกายไม่ฮึกเหิมเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ว่าเพราะตนเองหมดไฟ แต่ความกระหายในเพศรส มันเหือดแห้งไปเอง...เมื่อเผลอเปรียบเทียบผู้หญิงคนอื่น กับหวันยิหวา...
วิทย์ตบอก แอ่นอกสู้ หวันยิหวาไม่ควรพบเจอคน คนนี้ เพราะหากบุตรสาวสะกิดใจ ความจำย้อนกลับคืนมาตอนนั้นจะยุ่ง!! หวันยิหวาไม่มีทางตั้งรับความเจ็บปวดได้อย่างแน่นอน ท่านไม่อยากให้บุตรสาวเป็นเช่นนั้น เพราะทันทีที่ความจำทั้งหมดฟื้นคืนมา บุตรสาวท่าน คงตายทั้งเป็น มาเฟียตัวร้ายกดยิ้มเย็นชาม
แต่ดูเหมือนว่า...จะเข้าแผนการของใครบางคนพอดี จุดหมายปลายทางที่รออยู่ด้านหน้า...คือความตายที่กำลังกวักมือเรียก... บนเนินเขาห่างจากรีสอร์ทริมทะเลไม่เท่าไหร่!!&nb
บทที่12.ตามรัก ทวงหัวใจ!! “มึงรู้อะไรอัล...บอกกูมา!!” คลิสเตียนเขย่าอัลเบโต้แรงๆ ชายหนุ่มเงยหน้า





