LOGIN“คิดถึงฉันสินะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ หลังจินตนาการว่าใบหน้าสวยของเธอคงกำลังแดงก่ำอย่างน่าเอ็นดู
“หลงตัวเองชะมัด!” ปลายสายหัวเราะเบา ๆ “งั้นเจอกันนะ”
“อืม รอฉัน”
ทันทีที่วางสาย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ จางหาย ดวงตากลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง นัยน์ตาคมปรายมองชายฉกรรจ์ทั้งสามราวกับเศษขยะ
“ฆ่าพวกมันให้หมด”
เขาพูดเสียงเรียบ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องโดยไม่แม้แต่จะมองเหยื่อที่ยังร้องขอชีวิต เพราะยามนี้ความสนใจเดียวของเขาอยู่ที่เซเรน่า
ปัง! ปัง! ปัง!
หลังจากไซรัสเดินออกไปจากเงามืดของโกดัง เสียงปืนพลันดังขึ้นต่อเนื่องสามนัด ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสนิทรวมไปถึงเสียงกรีดร้องของเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งสาม เขาเช็ดมีดกับชายเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโยนมันให้ศรันมือขวาคนสนิท
“เผาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววตักเตือนในที
“ครับบอส แล้วจะเอายังไงต่อครับ ผมหมายถึงเรื่องของคุณซิก...” ศรันเดินตามข้าง ๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงระวัง
“มันกำลังจะจัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อรับตำแหน่ง” เขาพูดช้า ๆ “และฉันจะไปงานนั้น” ไซรัสหยุดเดิน มองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเทาหลังฝนตก
“แต่นั่นมันเสี่ยงมากเลยนะครับ! ถ้าบอสปรากฎตัวเราไม่รู้ว่าคุณซิกจะมาไม้ไหน นี่มันไม่ต่างจากเข้าถ้ำเสือเลยจริง ๆ ไหนจะผู้มีอิทธิพลในเขตใต้ที่กำลังย้ายฝ่ายไปสนับสนุนกับคุณซิกอีก เพราะเชื่อว่าบอสตายไปแล้ว ทั้งยังมีเขตเหนือที่ต้องมาร่วมงาน---” ใบหน้าของศรันเต็มไปด้วยความกังวล
“ยิ่งดี”
คำตอบนั้นสั้น แต่กลับเด็ดขาดเสียจนศรันไม่กล้าเอ่ยต่อ เขาหยุดมองเงาตัวเองในกระจกของรถลีมูซีนที่จอดรออยู่ข้างโกดัง ใบหน้าหล่อเหลาที่สะท้อนกลับมามีแต่ความเยียบเย็น และรอยเลือดเล็กน้อยยังติดอยู่ที่กรอบหน้า
“ฉันจะให้พวกมันทุกคนได้เห็น” เสียงของเขาแข็งกร้าว “ว่าฉันยังไม่ตาย และกลับมาทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของฉัน”
เมื่อเห็นท่าทีของผู้เป็นนาย ศรันพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม ก่อนจะเปิดประตูให้ไซรัสขึ้นรถด้วยความเคารพ ก่อนที่รถลีมูซีนสีดำเงาวับจะเคลื่อนตัวออกจากโกดังช้า ๆ ล้อทั้งสี่บดผ่านแอ่งน้ำที่เปื้อนไปด้วยเลือด ทิ้งไว้เพียงเงาสะท้อนสีแดงเข้มบนพื้นซีเมนต์ และไซรัสที่เอ่ยขึ้นราวกับกำลังสั่งการมือขวาของตน
“แต่ก่อนอื่น ฉันต้องไปรับผู้หญิงของฉันก่อน”
ในเวลาเดียวกันของอีกด้านหนึ่ง โรงพยาบาลเอกชนชั้นสูงของเครือตระกูลนัว เซเรน่ากำลังเก็บของในห้องพักฟื้นที่อยู่มานับสองเดือน เธอสวมเดรสขาวสะอาดสะท้อนกับผิวเนียนนุ่ม มัดผมหลวม ๆ แล้วมองกระจกอย่างพอใจ
“สามสัปดาห์เต็ม...” เธอพึมพำกับตัวเอง “นี่เขาดูแลฉันมาตลอดเลยเหรอ หวังว่าเขาจะได้พักบ้างนะ”
ในขณะที่เซเรน่ากำลังพึมพำเพียงลำพัง เสียงประตูพลันเปิดขึ้น พร้อมกับร่างของไซรัสที่ปรากฏตัวในเชิ้ตขาวไร้มลทิน ดวงตาคมทอดมองเธอแววอ่อนโยนจนปิดไม่มิด
“พร้อมหรือยัง?”
“พร้อมแล้ว” เธอคลี่ยิ้ม “นายมาเร็วจัง”
“ดีใจที่ได้เห็นเธอเดินได้อีกครั้ง”
เขาเดินเข้ามาช้า ๆ จนระยะห่างระหว่างพวกเขาเหลือเพียงไม่กี่ก้าว แล้วเอื้อมมือมาลูบผมเธอเบา ๆ อย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนสวย
“ดีใจที่เห็นนายยิ้มได้เหมือนกัน” ใบหน้าสวยเงยสบเข้ากับดวงตาของเขา และคลี่ยิ้มหวาน
“ฉันยิ้มเหรอ?” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อกี้น่ะ แต่ตอนนี้กลับมาหน้านิ่งแล้ว”
“อาจเพราะฉันกำลังคิดอะไรอยู่” ไซรัสหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“คิดอะไร?”
“คิดว่า...คืนนั้น ถ้าเธอไม่ขวางกระสุนไว้ ฉันคงไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเธออีก”
“ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตและยังเคียงข้างนาย นายจะเห็นรอยยิ้มของฉันจนเบื่อเลยล่ะ” เซเรน่ามองเขาเงียบ ๆ ก่อนจะจับมือเขาแน่น
“เซเรน่า หลังจากนี้ชีวิตของฉันเป็นของเธอแล้ว”
เขาตอบเรียบนิ่งแต่กลับหนักแน่น พลางค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงป้อนจุมพิตแสนหวานให้หญิงสาว มือหนาประคองท้ายทอยของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าอย่างเผลอสัมผัสแรงเกินไปเธอจะแตกสลายคามือ เขาสอดเรียวลิ้นเข้าไปในริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอออก พลางเกี่ยวกระหวัดไปมาอย่างหยอกล้อ
เซเรน่าโดนจูบตาลายและเริ่มหายใจไม่ทัน เธอจึงทุบแผ่นอกกว้างเพื่อประท้วง ทำให้ไซรัสจำใจต้องผละออกอย่างเสียดาย
“เธอเป็นของฉัน เป็นของฉันคนเดียว”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา






![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
