Partager

บทที่ 11 (ต่อ)

last update Date de publication: 2025-11-30 21:59:32

บทที่ 11 (ต่อ)

            “เอ้า นี่ท่านยังไม่รู้หรอกรึ”

            …จะรู้ได้ไงล่ะ ก็ไม่เห็นมีใครบอกนางสักคำ ซูเมิ่งได้เเต่คิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็พยักหน้าหงึก ๆจนหน้ากากเขย่าตาม

            “คุณชายรองสกุลเย่น่ะ นามหยางเจี้ยน”

            …อ่อ ไม่ใช่หยางเหวินแต่เป็นน้องชายนี่เอง ตอนเป็นบ่าวรับใช้ที่จวนแห่งนี้นางเคยได้ยินแต่ชื่อไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่แม้จะเฉียดผ่าน ไม่คิดว่าพอหนีออกจากจวนได้จนกลายมาเป็นจอมยุทธ์คนนึงยังถูกลิขิตให้มาเกี่ยวพันกับคนน้องแทน

            เย่หยางเจี้ยนงั้นหรือ จากที่นางจำได้ เขาเป็นคุณชายจอมเสเพลมีนิสัยต่างจากคนพี่ราวฟ้ากับเหว วัน ๆไม่ช่วยงานที่บ้าน ไม่สนใจการเรียน เอาแต่เที่ยวเตร็ดเตร่ตามเหลาสุราบ้าง หอนางโลมบ้าง ทำเอาทั้งฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าปวดหัวไม่เว้นวัน

            อู๋หลวนซานเดินนำคนทั้งหมดไปยังประตูใหญ่ชูป้ายประจำตำแหน่ง พอบ่าวรับใช้หน้าจวนเห็นป้ายดังกล่าวก็รีบเปิดประตูแล้วพาทุกคนเข้าไปในจวนรอที่โถงรับรองทันที

            ที่โถงรับรองวันนี้เเปลกกว่าทุกวันเพราะปกติที่โถงรับรองจะมีคนใหญ่คนโตบางคนมารอตรวจอาการบ้างแต่วันนี้ไม่มีสักราย พอพวกนางเข้าไปก็มีบ่าวใช้เข้ามารับรอง เทน้ำชาและบอกให้รอก่อนสักครู่

            ตั้งแต่เข้ามาหัวใจนางก็เต้นเเรงมาก ถึงจะรู้ว่าตนปลอมตัวจนไม่เหลือเค้าบ่าวอัปลักษณ์แต่มันก็อดกังวลไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าภายใต้หน้ากากขาวยังคงสงบนิ่งผิดอาการข้างใน สองตาจ้องมองไปทางทิศที่บ่าวรับใช้หายไปและภาวนาว่าคนที่ไปตามให้มาคงไม่ใช่เย่หยางเหวิน

            “คารวะคุณชายใหญ่เย่ขอรับ”

            รองหัวหน้ามือปราบและคนอื่นลุกขึ้นทันทีที่เจ้าบ้านเดินเข้ามา

            …เย่หยางเหวิน!!

            ชายใบหน้าคุ้นเคยเดินเข้ามาท่าทีสง่าผ่าเผย เขายังสวมชุดขาวบริสุทธิ์ดังเดิมแม้บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแต่นางที่รับใช้ใกล้ชิดมานานย่อมมองเห็นถึงความโทรมความกังวลที่อยู่หลังนัยน์ตานั้น

            พอได้สติซูเมิ่งจึงลุกขึ้นคารวะ ปรับสีหน้าให้ปกติ

            “คารวะท่านรองหัวหน้ามือปราบอู๋ ท่านเลี่ยงหวง และ เอ่อ…”

            หยางเหวินมองไปยังบุรุษที่สวมหน้ากากขาวคนท้ายสุดพร้อมเผยสีหน้าเชิงถาม

            “จอมยุทธ์ช่างหลินน่ะ ช่างหลินนี่คุณชายหยางเหวิน พี่ชายของคุณชายหยางเจี้ยนที่เป็นผู้เสียหาย”

            อู๋หลวนซานเอ่ย “คนนี้เป็นผู้ช่วยข้าเอง”

            พอสบตาและมองไปที่ใบหน้าของบุรุษนามช่างหลิน คิ้วของหยางเหวินพลันขมวดเล็กน้อย

            …นัยน์ตาลึกล้ำนั้นช่างแสนคุ้นเคย แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเหมือนใคร 

            “ข้าน้อยคารวะคุณชายขอรับ” 

            ซูเมิ่งอดไม่ได้ต้องเอามือลูบที่คอตัวเอง …เฮ้อ ลูกกระเดือกปลอมยังอยู่ เสียงที่เปล่งออกไปก็เปลี่ยนเป็นเสียงคล้ายชายหนุ่มวัยละอ่อน พอมั่นใจนางก็โค้งคารวะอีกครั้ง

            “พวกท่านมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวานใช่หรือไม่ งั้นตามข้ามาเลย”

            หยางเหวินสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระของตนเบา ๆก่อนเดินนำเพื่อพาไปพบน้องชายของตนที่พักผ่อนอยู่ที่เรือน เดินมาเพียงชั่วก้านธูปหนึ่งทั้งหมดก็หยุดลงตรงหน้าประตูไม้บานหนึ่ง เบื้องหน้าคือห้องของหยางเจี้ยน เหยื่อผู้โชคร้ายนั่นเอง

            “หยางเจี้ยนยังขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อวานอยู่บ้าง หากเขาทำอะไรผิดไปโปรดอย่าถือสา”

            หยางเหวินหมุนตัวกลับมาบอกเสียงเบา

            “ข้าเข้าใจขอรับ”

            หยางเหวินเปิดประตูพาทุกคนเข้าไป พลันมีวัตถุก้อนใหญ่พุ่งมาที่พวกเขา ทุกคนเบี่ยงหัวหลบทันทียกเว้นคนหลังสุดที่โดนเข้าไปเต็มเปา

            …เนื่องจากซูเมิ่งเดินตามเข้ามาหลังสุดและนางก็เป็นคนที่ส่วนสูงน้อยที่สุดทำให้เจ้าพวกคนตัวสูงบังทัศนียภาพเบื้องหน้าเสียสิ้น รู้ตัวอีกทีก็มีอะไรบ้างอย่างกระแทกหัวแล้ว

            “โอ้ย”

            ซูเมิ่งล้มหงายท้องก้นกระแทกพื้น “ใครปาหมอนใส่หัวข้าเนี่ย”

            นางหยิบหมอนยาวขึ้นมาจากพื้นส่วนสายตาก็กวาดหาเจ้าของ

            “พวกเจ้าจะมาซ้ำเติมข้างั้นรึ ออกไปให้หมดนะ! เเค่ก ๆ”

            ห่างออกไปไม่ไกลมีชายใบหน้าซีดเซียวนอนชะโงกตัวขึ้นมาอยู่บนเตียงคนหนึ่ง แม้ปากไร้สีเลือดฝาดแต่แววตาแสดงออกถึงความหงุดหงิดอย่างไม่เกร็งใจใคร พอเลื่อนสายลงมาจะเห็นว่าที่คอมีผ้าพันรอบเลือดซึมเล็กน้อย

            …เห็นว่าเป็นคนป่วยหรอกนะ นางจะไม่เอาเรื่องที่โยนหมอนมาใส่ละกัน 

            “หยางเจี้ยนเจ้าหยุดโวยวายก่อน นี่คือท่านรองหัวหน้ามือปราบต้องการถามคำถามเจ้า” หยางเหวินเอ่ยเสียงแข็ง

            “หึ หากไม่เพราะข้าฉุกคิดได้ คงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้หรอก ทำหน้าที่ประสาอะไรปล่อยให้ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ทำร้ายชาวเมืองได้ มิสู้เอาคนของตระกูลข้าคุ้มครองเมืองเสียดีกว่า…”

            “หยางเจี้ยน!” 

            ก่อนที่จะบาดหมางไปทั้งสองฝ่ายหยางเหวินรีบห้ามผู้เป็นน้องชาย หยางเจี้ยนสบตาพี่ชายสักครู่ก่อนยอมปิดปากเงียบแต่ไม่วายส่งเสียง หึ ออกมา

            “แน่ใจนะพี่เลี่ยงหวง ว่านี่พี่น้องกันจริง นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว” 

            ซูเมิ่งเอ่ยเสียงเบา พอเลี่ยงหวงได้ยินดังนั้นก็เผยยิ้มวาบหนึ่งเป็นการเห็นด้วย

            “ไม่เป็นไรหรอกคุณชายหยางเหวิน ข้าน้อยเข้าใจ”

            อู๋หลวนซานเอ่ยและเดินเข้าไปใกล้คนที่นอนอยู่บนเตียง “ข้าน้อยรบกวนเวลาคุณชายไม่นานหรอก”

            หยางเจี้ยนนิ่งเงียบ ตอนนี้เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้งอย่างทุลักทุเล คงเพราะขยับมากและใช้แรงตอนอาละวาดเมื่อครู่ตอนนี้เลยเจ็บบริเวณแผลมากกว่าเดิม

            …หึ หากเจ้าพวกนี้ไม่มาเขาก็คงไม่ต้องเจ็บแผลแบบนี้หรอก! หยางเจี้ยนได้เเต่เอ่ยในใจเพราะเขากลัวพี่ชายตนเอง

            “ท่านจำหน้าคนร้ายได้หรือไม่ แล้วเหตุใดท่านจึงไปอยู่บริเวณนั้นช่วงนั้น”

            “ข้า ข้าก็เดินเล่นของข้าตามปกติ”

            หยางเจี้ยนไม่สบตาใคร ก่อนเล่าต่อ

            “ตรอกนั้นมืดมาก ข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น รู้ตัวอีกทีก็มีอะไรเย็น ๆมาจ่อที่คอข้า มันบ่นพึมพำอะไรไม่รู้ข้าขัดขืนจนกระทั่งมีคนมามันก็หนีไป ข้ารู้เพียงเท่านี้เเหละ ตอนนี้ข้าเพลียมากแล้วอยากพักผ่อน” 

            พูดจบหยางเจี้ยนก็พลิกตัวหันหน้าเข้าด้านใน พอเห็นดังนั้นทุกคนจึงได้แต่เดินออกมาเงียบ ๆ

            “วันนั้นคุณชายหยางเจี้ยนออกไปข้างนอกกับใครรึ? ข้าขอคุยด้วยหน่อย” รองหัวหน้าอู๋เอ่ย

            จากนั้นหยางเหวินพาพวกเขาไปที่ห้องโถงกลางก่อนนำตัวบ่าวรับใช้คนสนิทของหยางเจี้ยนเข้ามา เขาเป็นชายร่างใหญ่ ใบหน้าเข้มดูโหด

            “วันนั้นคุณชายไปทานข้าวที่หอกุ้ยหลง จากนั้นไปที่ถนนทิศประจิมก็เพื่อไป เอ่อ หาฟางเอ๋อเลยบอกให้ข้าน้อยไปเดินเล่นแล้วคุณชายก็ไปหาแม่นางฟางเอ๋อ บ่าวนึกขึ้นได้ว่าคุณชายลืมถุงเงินไว้ บ่าวกลับไปตามหาคุณชายอยู่สักพักก็เจอคุณชายที่ตรอกมืดนั้น ตอนบ่าวไปถึงก็มีแค่คุณชายยืนอยู่คนเดียวแล้วขอรับ”

            “ใครคือฟางเอ๋อรึ?”

            “เอ่อ เป็นแม่นางที่ช่วงนี้คุณชายโปรดปรานขอรับ สองสามวันมานี้   คุณชายมักแวะไปหาแม่นางฟางเอ๋อที่ถนนทิศประจิม นางเป็นลูกสาวเจ้าของร้านขายเต้าหู้ขอรับ”

            สิ้นเสียงบ่าวรับใช้ร่างโต บริเวณโดยรอบก็เงียบสนิท จนซูเมิ่งเอ่ยขึ้น

            “แล้วทุกครั้งก่อนไปหาแม่นางฟางเอ๋อเจ้าก็แยกกับคุณชายหยางเจี้ยนงั้นหรือ?” 

            “ใช่ขอรับเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว”

            อู๋หลวนซานสอบถามอีกสักพักก็ขอตัวกลับ พอถึงที่ว่าการเวลาก็ล่วงเลยไปยามอิ๋นแล้ว ซูเมิ่งถูกบังคับให้พักอยู่ในที่ว่าการ พอนางอ้างว่าไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนก็มีคนนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้และเอาชุดของนางไปซัก มีอาหารมาส่งถึงห้องนอน มองออกไปนอกเรือนนอนก็มีคนเฝ้า 

            …ดูท่าท่านเจ้าเมืองจะไม่ไว้ใจนาง คงกลัวนางนำเรื่องเกี่ยวกับคดีไปเผยแพร่กระมัง เล่นไม่ปล่อยให้นางหนีไปไหนได้เลย

            ก่อนแยกจากเลี่ยงหวงนางได้ขอกระดาษกับหมึกมาชุดหนึ่ง คิดไว้ว่าก่อนนอนนางจะเขียนทุกอย่างที่ได้รู้วันนี้ให้เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ มันจะทำให้จับประเด็นได้ง่ายขึ้น ข้อมูลที่รู้วันนี้ถือว่ามีประโยชน์มากคดีนี้เป็นกรณีของฆาตกรที่ป่วยเป็นจิตเภทอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทั้งพฤติกรรมการฆ่าที่มีแบบเเผนราวกับต้องการตอกย้ำบางอย่าง อีกทั้งเหยื่อเเต่ละรายแทบไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันและไม่มีศัตรูร่วมกัน แต่ก็มีบางจุดที่นางยังไม่สามารถหาคำตอบได้ 

            เห็นเลี่ยงหวงบอกว่าพรุ่งนี้จะมีประชุมครั้งใหญ่ซึ่งรวมตัวแทนจากหลายเมืองมาร่วมถกหาวิธีจับคนร้ายซึ่งนางก็ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมด้วยได้ เพื่อเงินแล้วนางต้องจับคนร้ายมาให้ได้!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 2

    “นายหญิงเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” เย่าถิงเดินเข้ามาพร้อมมีร่างสูงของผู้เป็นสามีตามมาด้วย ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและเสื้อบริเวณหน้าอกเปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย พอเขาจะเดินเข้ามาอ้าแขนออกกว้างทำท่าจะกอดนางซูเมิ่งจึงใช้แขนตัวเองข้างที่ว่างยันหน้าอกไว้ทันที “ข้าเหม็นกลิ่นตัวของท่านพี่ซือหมิงมากเท่าไรจำไม่ได้หรือ” พอพูดจบซูเมิ่งก็ทำท่าจะอ้วกอีกจนเย่าถิงต้องหากระโถนมารองไว้ ซือหมิงหน้าบูดบึ้งเดินออกห่างทันที “ก็ข้าคิดถึงสุดที่รักของข้านี่” “คิดถึงก็ยืนอยู่ห่าง ๆข้าก็ได้มิใช่หรือ ว่าแต่ท่านเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพคะ” ซือหมิงมองค้อนซูเมิ่งขวับ ไยเมียของเขาถึงได้เอ่ยราวกับว่าหากเขาไม่มีเรื่องอันใดจะมาหาไม่ได้อย่างนั้นแหละ “ว่ามาสิ” ซูเมิ่งเอ่ยเร่งเมื่อไม่เห็นผู้มาใหม่เอ่ยอันใด “เดี๋ยวอีกสามวันเจ้าเตรียมเข้าวังกับข้าไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรเจียงหนานนะ” ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำ เรื่องนี้นางรู้ตั้งแต่ที่คนในวังมาส่งข่าวแล้ว มิเห็นจำเป็นที่จะให้ซือหมิงมาบอกด้วยตัวเอง ซูเมิ่งจึ

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   ตอนพิเศษ 1

    ณ วัดจู้จื่อ ที่รอบข้างปกคลุมด้วยต้นไผ่ลำต้นเหยียดตรง โดยนอกจากวัดนางชีแห่งนี้จะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องป่าไผ่อันแสนเงียบสงบแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของความคุณธรรมอันเป็นลักษณะของวิญญูชน ด้วยลำต้นเหยียดตรงไม่คดงอ เปรียบกับความซื่อตรง เมื่อมีพายุหรือลมแรงพัดมาก็ไม่ล้มยังคงตั้งเหยียดตรงเช่นเดิม ดั่งวิญญูชนเมื่อมีอุปสรรคผ่านมาก็ยังเข้มแข็งและผ่านพ้นมาได้ ด้วยคุณลักษณะทั้งภายนอกและนัยยะของวัดเหล่านี้ทำให้วัดจู้จื่อแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นที่ให้บุคคลที่จิตใจเต็มไปด้วยความคดงอ เต็มไปด้วยความโลภอย่างฮองเฮาจ้าวเหวินเจียมาพำนักเพื่อสวดมนต์เพิ่มคุณธรรมให้กับจิตใจตามรับสั่งของฮ่องเต้ “พี่สาวขาดเหลืออะไรก็สามารถบอกหม่อมฉันได้นะเพคะ ข้าผู้เป็นน้องรักจะรีบจัดเตรียมมาให้ เพราะพี่สาวอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกสบายเท่าอยู่ในวัง และส่วนเรื่องในวังพี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องดูแลวังหลังทั้งหมดฝ่าบาทมีรับสั่งให้น้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมดแล้ว อะไรที่พี่หญิงเคยได้ควบคุมดียิ่งน้องก็จะช่วยดูแลแทนให้อย่างดีไม่แพ้กันเพคะ” พระสนมกุ้ยเฟยแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาเปี่ยมสุขยิ่ง อีกทั้งการแต่งกา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทส่งท้าย

    #####บทส่งท้ายมือหนาควานหาร่างอุ่นนุ่มอย่างที่ทำเป็นประจำทุกวัน ทว่าควานไปพบแต่ความว่างเปล่า สองตาค่อย ๆลืมขึ้น ไฉนวันนี้เขาถึงรู้สึกมึนหัวประหลาดหือ วันนี้เขาตื่นสายหรือ ไยเป็นภรรยาเขาที่ตื่นก่อนได้เล่า นางตื่นแล้วไยไม่เรียกเขาเสียหน่อยล่ะ“ใครอยู่ด้านนอกเข้ามาที”เป็นเย่าถิงที่เดินเข้ามา นางชะงักนิดหน่อยเพราะกลิ่นที่เกิดจากการทำกิจกรรมของสองข้าวใหม่ปลามันคละคลุ้งทั่วห้อง ซึ่งเมื่อคืนพวกนางต่างรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เพราะเสียงที่ดังทะลุกำแพงออกมาตลอดคืน“นายหญิงไปไหนหรือ?”เย่าถิงยกคิ้วฉงนก่อนตอบ “ก็ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกหรือเพคะ” พูดพลางสอดส่องมองทั่วห้องก็ไม่เห็นคุณหนูของตนจริง จึงขออนุญาตเรียกไป๋จื่อและบ่าวคนอื่น ๆมาถามไถ่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นเลย พอไม่เจอสตรีที่ตนเรียกหาจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนของชินหวังทั่วทั้งจวนต่างกระจายกำลังหาทั่วจวน แต่หานานหลายชั่วยามก็ไม่มีใครพบ“พวกเจ้าดูแลนางอย่างไรนายหญิงออกจากห้องไปไยไม่มีใครเห็น!”บรรยากาศโดยรอบของบุรุษผู้ทรงอำนาจเย็นยะเยือกลามไปทั่วทั้งจวน นัยน์ตาดุดันจ้องมองเขม็งไปที่เหล่าบ่าวใช้ที่คุกเข้าตรงหน้า“หม่อมฉันเฝ้าหน้าห้องตลอดไม่เห็

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 50

    #####บทที่ 50นับจากวันที่กลับจากไปเยี่ยมจวนตระกูลไป๋ซูเมิ่งก็รอบางอย่างจนสิ่งที่นางรอคอยก็มาถึง ไป๋จื่อเข้ามาหาซูเมิ่งในห้องหนังสือพร้อมปิดประตูแน่น จนในห้องเหลือเพียงซูเมิ่งและไป๋จื่อสองคน“ครานี้ได้เรื่องแล้วเพคะพระชายา”“ว่ามา...”ตามที่ให้ไป๋จื่อออกไปรับเรื่องที่นางให้เป่าต้ง บ่าวบุรุษที่ซูเมิ่งไว้ใจในจวนตระกูลไป๋ทำเรื่องบางอย่างในจวน การมารายงานครานี้ของเป่าต้งนั้นต่างออกไปจากครั้งก่อน ๆแล้ว เรื่องที่ซูเมิ่งกำลังเฝ้าคอยเป็นเรื่องเกี่ยวกับไป๋หย่งคังบิดาของซูเมิ่งเอง ในวันที่นางกลับไปเยี่ยมบ้านนั้นนอกจากซูเมิ่งจะเข้าไปขอพบหย่งคังเป็นการส่วนตัวแล้วนางยังเรียกเป่าต้งเพื่อมอบหมายงานให้ทำด้วยนั่นก็คือ ให้เขาคอยจับตาดูไป๋หย่งคังตลอดทุกฝีก้าวตอนที่อยู่ในจวนไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงกลางคืน และให้มารายงานนางทุก ๆสามวัน ในช่วงแรก ๆ สิ่งที่ไป๋หย่งคังทำนั้นซูเมิ่งคิดว่าปรกติทั่วไป แต่พอได้ฟังคำจากเป่าต้งรายงานหลาย ๆคราซูเมิ่งเริ่มสงสัยบางอย่างเข้าให้แล้ว กิจวัตรหนึ่งที่น่าสงสัยคือไป๋หย่งคังมักจะเทียวไปเรือน ๆหนึ่งทุก ๆสองหรือสามวันเสมอและใช้เวลาอยู่ที่นั่นราวสองเค่อ สิ่งที่น่าประหลาดคือเรือนแห่ง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 49

    #####บทที่ 49และแล้ววันที่ท่านหมอพิษมาถึงจวนชินหวังก็มาถึง เขาเข้ามาพร้อมกับหยางเหวินเพื่อมาตรวจอาการของซูเมิ่ง “แปลก พระชายาไม่น่ามีพิษชนิดนี้อยู่ในกายได้พะยะค่ะ”หมอพิษพูดพลางลองตรวจสอบพิษอีกรอบผลปรากฎว่าเลือดที่มาจากร่างกายซูเมิ่งนั้นเป็นพิษชนิดที่เขาคิดจริง ๆ“อย่างไรหรือท่านหมอ”ซูเมิ่งเอ่ยถาม นางอยากรู้อย่างที่สุดว่าพิษที่อยู่ในร่างกายนางแต่กำเนิดนั้นคือชนิดใดกันแน่โดยท่านหมอพิษบอกว่าพิษนี้คือพิษที่มีแหล่งกำเนิดจากอาณาจักรชิงจง ซึ่งคืออาณาจักรข้างเคียงที่เป็นศัตรูกับอาณาจักรที่นางอยู่นี้มาช้านานแล้ว โดยพิษนี้เป็นพิษที่หากออกฤทธิ์จะค่อย ๆทำลายอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย แต่เงื่อนไขการออกฤทธิ์จะออกฤทธิ์เมื่ออยู่ในกระแสเลือดของบุคคลผู้นั้นนานเป็นเวลาสองปี ซึ่งพิษนี้ไม่ค่อยมีผู้คนนำมาใช้เท่าไหร่นัก แทบไม่มีคนในอาณาจักรนี้รู้จักเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับอาณาจักรชิงจงพิษชนิดนี้จะใช้เฉพาะกับทหารที่ฝึกไว้เพื่อเป็นสายลับเท่านั้น ด้วยเงื่อนไขการออกฤทธิ์นี้ทำให้สามารถใช้เพื่อควบคุมเหล่าทหารยามต้องออกไปปฏิบัติการได้ โดยการให้สายลับทุกคนดื่มพิษชนิดนี้เข้าไปและหากต้องการมีชีวิตต่อเพียงแค่กลับไปที่ฐาน

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 48

    #####บทที่ 48“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”เป็นเย่าถิงที่เข้ามาปลุกซูเมิ่งที่กำลังกอดกองผ้าห่มนุ่มด้วยอาการมึนงง นางลืมตามองเย่าถิงอย่างเกียจคร้าน“ข้าขอนอนอีกหน่อยได้หรือไม่”ไม่พูดเปล่าซูเมิ่งปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นางรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดเนื้อปวดตัวไปหมดจนไม่อยากขยับเขยื้อน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะแขนตัวเองถูกดึงให้ลุกขึ้นและทันทีที่เย่าถิงดึงแขนของซูเมิ่งพ้นผ้าห่มก็ต้องตกใจ นางมองไปยังรอยสีกุหลาบบนผิวขาวผุดผาดของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงราวถูกแมลงกัดต่อย และยิ่งพอซูเมิ่งเอนตัวขึ้นตามแรงดึงของเย่าถิงแล้วผ้าห่มที่คลุมร่างอยู่ไหลกองลงปิดเพียงเอวยิ่งตระหนกไปใหญ่ ทั้งรอยมือและบางแห่งเกิดเป็นรอยช้ำ เย่าถิงพอนึกถึงว่าที่มารอยพวกนี้มาจากไหนจึงใบหน้าแดงขึ้นลามจนถึงใบหู“ไป๋จื่อเตรียมน้ำอุ่นผสมสมุนไพรให้แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวพยุงไปนะเจ้าคะ”ซูเมิ่งพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย นางรู้สึกล้าเกินจะลืมตาตื่นด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่าตามธรรมเนียมแล้วตนจะต้องไปไหว้บุพการีของซือหมิง ซูเมิ่งแทบจะอยากไปหักคอของบุรุษน่าตายนามซือหมิงให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลย เมื่อคืนเขารู้ทั้งรู้แท้ ๆว่าไม่ควรเข้

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 27

    #####บทที่ 27 “หม่อมฉันอยากรู้ว่าเหตุใดท่านชิน…ท่านพี่ซือหมิงถึงส่งคนติดตามหม่อมฉันด้วยเพคะ” “อ้อ เรื่องนั้น…” ซือหมิงจ้องกลับสายตาซูเมิ่งที่จ้องมาที่ตน เขาคิดไว้แล้วว่านางต้องสงสัยข้อนี้ “ข้าก็แค่อยากน่ะ ไม่มีอะไรมาก” หลังจากได้ฟังคำตอบนั้น รูม่านตา

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 26

    #####บทที่ 26 คืนนั้นชินหวังมาส่งซูเมิ่งที่จวนตระกูลไป๋ราว ๆ ยามอิ๋น แต่ถึงกระนั้นทั้งพี่ใหญ่ พี่รองและท่านพ่อของซูเมิ่งก็ยังไม่นอนเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของซูเมิ่ง วันนั้นซูเมิ่งต้องตอบคำถามที่ทุกคนถามนางจนทุกคนหมดข้อสงสัยถึงปล่อยให้นางไปนอน ทำให้กว่าวันนี้ซูเมิ่งจะตื่นก็ปาเข้าไปยามที

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 25 (ต่อ)

    #####บทที่ 25 (ต่อ) ซูเมิ่งชะงักกึก หันมองเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเสียงเบาแต่ชัดเจน หากนางจำไม่ผิดบุรุษผู้นี้มิใช่คนที่มักยืนอยู่กายชินหวังหรอกหรือ? ไยมาอยู่ที่นี่ได้ “ข้าน้อยถงฝูได้รับคำสั่งของชินหวังให้มาคุ้มกันคุณหนูขอรับ” ถงฝูเห็นว่าซูเมิ่งคงจำตนได้จึง

  • เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ   บทที่ 24 (ต่อ)

    #####บทที่ 24 (ต่อ) ทั้งสามคนในห้องต่างพร้อมใจกันหันไปมองต้นเสียง ผู้มีฐานะสูงสุดในห้องละมือจากถ้วยชาขยับกรามด้วยท่าทีพอใจ ส่วนชายอีกคนมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าแข็งทื่อด้วยเขาไม่คิดว่าจะได้เจอบุคคลตรงหน้าที่นี่และตอนนี้ และหญิงสาวคนสุดท้ายสายตาแฝงเเววแปลกใจ แต่ก็ลุกขึ้นจากตั่งทำความเคารพอย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status